แกะของพระเจ้าได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้า

สีเข้ม

ธีม

แบบอักษร

ขนาดตัวอักษร

ระยะห่างบรรทัด

ความกว้างของหน้า

ผลลัพธ์ 0 รายการ

ไม่พบผลลัพธ์

บทที่ 7 แง่มุมด้านอื่นของความจริงทั้งหลายที่เจ้าควรเข้าใจในการเชื่อในพระเจ้าของเจ้า

2. ในการค้นหาหนทางอันแท้จริง เจ้าต้องครองไว้ซึ่งเหตุผล

พระวจนะของพระเจ้าที่เกี่ยวข้อง

พระเจ้าและมนุษย์ไม่สามารถถูกกล่าวถึงในลักษณะเท่าเทียมกันได้ แก่นแท้ของพระองค์และพระราชกิจของพระองค์นั้นไม่สามารถหยั่งถึงได้และไม่สามารถจับความเข้าใจได้สำหรับมนุษย์ หากพระเจ้าไม่ทรงพระราชกิจของพระองค์และตรัสพระวจนะของพระองค์ในโลกของมนุษย์ด้วยพระองค์เองแล้วไซร้ มนุษย์ก็จะไม่มีวันสามารถเข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้าได้ และดังนั้น แม้แต่พวกผู้ที่ได้อุทิศชีวิตทั้งหมดของพวกเขาให้กับพระเจ้าก็จะไม่สามารถได้รับการเห็นชอบจากพระองค์ หากพระเจ้าทรงไม่ได้เริ่มทรงพระราชกิจ เช่นนั้นแล้ว ไม่ว่ามนุษย์จะทำได้ดีเพียงใด ทั้งหมดก็จะไร้ประโยชน์ เพราะพระดำริของพระเจ้าจะสูงส่งกว่าความคิดของมนุษย์เสมอและพระปรีชาญาณของพระเจ้าก็อยู่เหนือการจับความเข้าใจของมนุษย์ และดังนั้น เราบอกว่าพวกที่อ้างว่า “เข้าใจถ่องแท้” เกี่ยวกับพระเจ้าและพระราชกิจของพระองค์นั้น เป็นพวกโง่ทึ่มกลุ่มหนึ่ง พวกเขาทั้งหมดอวดดีและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ มนุษย์ไม่ควรนิยามพระราชกิจของพระเจ้า ยิ่งไปกว่านั้น มนุษย์ไม่สามารถนิยามพระราชกิจของพระเจ้าได้ ในสายพระเนตรของพระเจ้า มนุษย์ไร้ความสำคัญพอกันกับมดตัวหนึ่ง ดังนั้นมนุษย์จะสามารถหยั่งถึงพระราชกิจของพระเจ้าได้อย่างไร? พวกที่ชอบพูดปาว ๆ ว่า “พระเจ้าไม่ทรงพระราชกิจเช่นนี้หรือเช่นนั้น” หรือ “พระเจ้าทรงเป็นอย่างนี้หรืออย่างนั้น”—พวกเขาไม่ได้กำลังพูดด้วยความโอหังหรอกหรือ? เราทุกคนควรรู้ว่ามนุษย์ซึ่งอยู่ในสภาวะเนื้อหนังได้ถูกซาตานทำให้เสื่อมทราม ธรรมชาติจริง ๆ ของมนุษยชาติคือการต่อต้านพระเจ้า มนุษยชาติไม่สามารถเทียบเสมอพระเจ้าได้และมนุษยชาติยิ่งหวังได้น้อยกว่าที่จะเป็นผู้ให้คำแนะนำในพระราชกิจของพระเจ้า สำหรับวิธีที่พระเจ้าทรงนำมนุษย์ นี่คือพระราชกิจขององค์พระเจ้าเอง มันเหมาะสมแล้วที่มนุษย์ควรนบนอบ โดยปราศจากการเอ่ยอ้างทรรศนะอย่างนี้อย่างนั้น เพราะมนุษย์เป็นเพียงผงคลีดิน ในเมื่อพวกเรามีเจตนาที่จะแสวงหาพระเจ้า พวกเราจึงไม่ควรวางมโนคติที่หลงผิดของพวกเราทับซ้อนลงบนพระราชกิจของพระองค์เพื่อการพิจารณาของพระเจ้า และพวกเรายิ่งไม่ควรที่จะใช้อุปนิสัยอันเสื่อมทรามของพวกเราจนถึงที่สุดเพื่อจงใจต่อต้านพระราชกิจของพระเจ้า นั่นจะไม่ทำให้พวกเราเป็นศัตรูของพระคริสต์หรอกหรือ? ผู้คนเช่นนี้จะสามารถเชื่อในพระเจ้าได้อย่างไรกัน? เนื่องจากพวกเราเชื่อว่ามีพระเจ้าองค์หนึ่งและเนื่องจากพวกเราปรารถนาที่จะทำให้พระองค์ทรงพึงพอใจและมองเห็นพระองค์ พวกเราก็ควรแสวงหาทางแห่งความจริง และควรมองหาวิธีที่จะเข้ากันได้กับพระเจ้า พวกเราไม่ควรยืนหยัดต่อต้านพระองค์อย่างดื้อดึง การกระทำเหล่านี้จะสามารถนำมาซึ่งประโยชน์ดีงามอันใดหรือ?

วันนี้พระเจ้าได้ทรงพระราชกิจใหม่ เจ้าอาจไม่สามารถยอมรับถ้อยคำเหล่านี้และถ้อยคำเหล่านี้อาจดูแปลกสำหรับเจ้า แต่เราจะแนะนำให้เจ้าจงไม่เปิดโปงความเป็นธรรมชาติของเจ้า เพราะมีเพียงพวกผู้ที่หิวและกระหายอย่างแท้จริงต่อความชอบธรรมเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าเท่านั้นที่สามารถได้รับความจริง และมีเพียงพวกผู้ที่มีใจศรัทธาอย่างแท้จริงเท่านั้นที่สามารถได้รับการให้ความรู้แจ้งและการนำทางจากพระองค์ ผลลัพธ์ต่าง ๆ นั้นได้มาจากการแสวงหาความจริงด้วยความเยือกเย็นเปี่ยมสติสัมปชัญญะ มิใช่ด้วยการวิวาทและการโต้เถียง เมื่อเราพูดว่า “วันนี้พระเจ้าได้ทรงพระราชกิจใหม่แล้ว” เรากำลังอ้างอิงถึงเรื่องของการทรงกลับสู่เนื้อหนังของพระเจ้า บางทีถ้อยคำเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เจ้ารู้สึกอะไร บางทีเจ้าอาจดูหมิ่นถ้อยคำเหล่านี้ หรือแม้แต่บางทีถ้อยคำเหล่านี้เป็นที่สนใจของเจ้าอย่างยิ่ง ไม่ว่าในกรณีใด เราหวังว่าพวกผู้ที่โหยหาอย่างแท้จริงให้พระเจ้าทรงปรากฏพระองค์สามารถเผชิญหน้ากับข้อเท็จจริงนี้และพินิจพิเคราะห์มันอย่างรอบคอบ แทนที่จะด่วนสรุปต่าง ๆ นานาเกี่ยวกับมัน นั่นคือสิ่งที่บุคคลซึ่งมีปัญญาควรทำ

ตัดตอนมาจาก คำนำของพระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

การทรงกลับมาของพระเยซูเป็นความรอดที่ยิ่งใหญ่สำหรับบรรดาผู้ที่สามารถยอมรับความจริงได้ แต่สำหรับพวกที่ไม่สามารถยอมรับความจริงได้แล้ว นี่เองคือหมายสำคัญหนึ่งแห่งการกล่าวโทษ พวกเจ้าควรเลือกเส้นทางของพวกเจ้าเอง และไม่ควรหมิ่นประมาทพระวิญญาณบริสุทธิ์และปฏิเสธความจริง เจ้าไม่ควรเป็นคนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์และโอหัง แต่เป็นคนที่เชื่อฟังการทรงนำจากพระวิญญาณบริสุทธิ์และถวิลหาและแสวงหาความจริง พวกเจ้าจะได้รับประโยชน์ด้วยวิธีนี้เท่านั้น เราแนะนำให้พวกเจ้าก้าวย่างบนเส้นทางแห่งความเชื่อในพระเจ้าด้วยความรอบคอบระมัดระวัง อย่าด่วนสรุป ยิ่งไปกว่านั้น อย่าทำตัวตามสบายและไร้ความคิดในความเชื่อในพระเจ้าของเจ้า พวกเจ้าควรรู้ว่าอย่างน้อยที่สุด บรรดาผู้ที่เชื่อในพระเจ้าควรถ่อมใจและมีความเคารพ พวกที่เคยได้ยินความจริงทว่ากลับเชิดใส่ความจริงนั้นเป็นผู้ที่โง่เขลาและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พวกที่เคยได้ยินความจริงทว่ายังด่วนสรุปหรือกล่าวโทษความจริงนั้นโดยประมาทเป็นผู้ที่เต็มไปด้วยความโอหัง ไม่มีผู้ใดเลยที่เชื่อในพระเจ้าจะมีคุณสมบัติที่จะสาปแช่งหรือกล่าวโทษผู้อื่น พวกเจ้าทั้งหมดควรเป็นคนที่มีสำนึกและผู้ที่ยอมรับความจริง บางที เมื่อได้ยินหนทางแห่งความจริงและได้อ่านพระวจนะแห่งชีวิตแล้ว เจ้าเชื่อว่ามีเพียงหนึ่งใน 10,000 ของพระวจนะเหล่านี้ที่สอดคล้องกับความเชื่อมั่นอันแรงกล้าของเจ้าและพระคริสตธรรมคัมภีร์ เช่นนั้นแล้วเจ้าควรแสวงหาในพระวจนะลำดับที่ 10,000 ของพระวจนะเหล่านี้ต่อไป เรายังขอแนะนำให้เจ้าถ่อมใจ อย่ามั่นใจเกินไป และอย่ายกย่องตัวเองให้สูงส่งจนเกินไป ด้วยหัวใจของเจ้าซึ่งขาดแคลนความเคารพที่มีแด่พระเจ้าเช่นนั้น เจ้าจะได้รับความสว่างที่มากกว่า หากเจ้าตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนและไตร่ตรองพระวจนะเหล่านี้ซ้ำ ๆ เจ้าจะเข้าใจว่าพระวจนะเหล่านี้เป็นความจริงหรือไม่ และพระวจนะเหล่านี้คือชีวิตหรือไม่ บางทีหลังจากที่ได้อ่านเพียงไม่กี่ประโยค คนบางคนจะกล่าวโทษพระวจนะเหล่านี้อย่างหูหนวกตาบอด และพูดว่า “นี่ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าความรู้แจ้งบางส่วนของพระวิญญาณบริสุทธิ์” หรือ “นี่คือพระคริสต์เทียมเท็จที่เสด็จมาเพื่อหลอกลวงผู้คน” พวกที่พูดอะไรเช่นนั้นเป็นผู้ที่ตาบอดด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์! เจ้าเข้าใจพระราชกิจและพระปรีชาญาณของพระเจ้าน้อยเกินไป และเราแนะนำให้เจ้าเริ่มใหม่อีกครั้งตั้งแต่ต้นเลย! พวกเจ้าต้องไม่หูหนวกตาบอดกล่าวโทษพระวจนะที่พระเจ้าทรงแสดงเพราะการทรงปรากฏของพระคริสต์เทียมเท็จในช่วงระหว่างยุคสุดท้าย และพวกเจ้าต้องไม่เป็นคนที่หมิ่นประมาทพระวิญญาณบริสุทธิ์เพราะพวกเจ้ากลัวเล่ห์กล นั่นจะไม่เป็นความน่าสังเวชอย่างยิ่งหรอกหรือ? หลังจากการตรวจสอบมากมาย หากเจ้ายังคงเชื่อว่าพระวจนะเหล่านี้ไม่ใช่ความจริง ไม่ใช่หนทาง และไม่ใช่การแสดงออกของพระเจ้า เช่นนั้นแล้วเจ้าจะได้รับการลงโทษในท้ายที่สุด และเจ้าจะปราศจากพระพร หากเจ้าไม่สามารถยอมรับความจริงที่ถูกกล่าวอย่างราบเรียบอย่างยิ่งและอย่างชัดเจนอย่างยิ่งดังกล่าว เช่นนั้นแล้วเจ้าไม่ได้ไม่เหมาะสมสำหรับความรอดของพระเจ้าหรอกหรือ? เจ้าไม่ใช่ผู้ที่ไม่ได้รับพระพรเพียงพอที่จะกลับไปหน้าบัลลังก์ของพระเจ้าหรือ? นึกถึงเรื่องนี้ดู! อย่าหุนหันพลันแล่นและใจเร็ว และอย่าทำเหมือนความเชื่อในพระเจ้าเป็นเกม จงขบคิดเพื่อเห็นแก่บั้นปลายของเจ้า เพื่อความสำเร็จที่มองว่าน่าจะเป็นไปได้ของเจ้า เพื่อประโยชน์ของชีวิตของเจ้า และอย่าเล่นกับตัวเจ้าเอง เจ้าสามารถยอมรับพระวจนะเหล่านี้ได้หรือไม่?

ตัดตอนมาจาก “ในเวลาที่เจ้าได้เห็นกายจิตวิญญาณของพระเยซู พระเจ้าจะได้ทรงสร้างสวรรค์และโลกขึ้นใหม่แล้ว” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

เนื่องจากว่าพวกเรากำลังตามหารอยพระบาทของพระเจ้า มันจึงจำเป็นที่พวกเราต้องค้นหาน้ำพระทัยของพระเจ้า พระวจนะของพระเจ้า พระดำรัสของพระองค์—เพราะที่ใดก็ตามที่มีพระวจนะใหม่ๆ ที่พระเจ้าตรัส พระสุรเสียงของพระเจ้าอยู่ที่นั่น และที่ใดที่มีก้าวพระบาทของพระเจ้า การกระทำต่าง ๆ ของพระเจ้าอยู่ที่นั่น ที่ใดก็ตามที่มีการทรงแสดงออกของพระเจ้า ที่นั่นพระเจ้าทรงปรากฏ และที่ใดที่พระเจ้าทรงปรากฏ ที่นั่นความจริง หนทาง และชีวิตดำรงอยู่ ในการค้นหารอยพระบาทของพระเจ้า พวกเจ้าได้ละเลยคำว่า “พระเจ้าคือความจริง หนทาง และชีวิต” และดังนั้น ผู้คนมากหลายแม้ในเวลาที่พวกเขาได้รับความจริงไม่เชื่อว่าพวกเขาได้พบรอยพระบาทของพระเจ้าแล้ว และพวกเขายิ่งไม่ยอมรับการทรงปรากฏของพระเจ้า เป็นความผิดพลาดร้ายแรงยิ่งนัก! การทรงปรากฏของพระเจ้าไม่สามารถลงรอยกับมโนคติของมนุษย์ได้ และพระเจ้ายิ่งไม่ทรงสามารถจะปรากฏโดยคำขอของมนุษย์ พระเจ้าทรงทำการเลือกและทรงทำแผนการของพระองค์เองเมื่อพระองค์ทรงพระราชกิจของพระองค์ ยิ่งกว่านั้นพระองค์ทรงมีวัตถุประสงค์ของพระองค์เองและวิธีการของพระองค์เอง ไม่ว่าพระองค์จะทรงพระราชกิจใด พระองค์ทรงไม่มีความจำเป็นต้องทรงหารือกับมนุษย์หรือทรงหาคำแนะนำของเขา และยิ่งไม่ทรงต้องแจ้งให้ทุก ๆ คนทราบถึงพระราชกิจของพระองค์ นี่คือพระอุปนิสัยของพระเจ้า ซึ่งยิ่งไปกว่านั้นควรได้รับการยอมรับจากทุกคน หากพวกเจ้าปรารถนาที่จะประจักษ์ในการทรงปรากฏของพระเจ้า ตามก้าวพระบาทของพระเจ้า เช่นนั้นเจ้าต้องเดินออกห่างจากมโนคติของเจ้าเสียก่อน เจ้าต้องไม่เรียกร้องให้พระเจ้าทรงทำสิ่งนี้หรือสิ่งนั้น และยิ่งไม่ควรที่เจ้าวางพระองค์ไว้ในขอบเขตของเจ้าเองและจำกัดพระองค์ไว้ในมโนคติของเจ้าเอง แต่เจ้ากลับควรถามว่าพวกเจ้าจะแสวงหารอยพระบาทของพระเจ้าอย่างไร เจ้าจะยอมรับการทรงปรากฏของพระเจ้าอย่างไร และเจ้าจะยอมจำนนต่อพระราชกิจใหม่ของพระเจ้าอย่างไร: นี่คือสิ่งที่มนุษย์ควรทำ เนื่องจากมนุษย์ไม่ใช่ความจริง และไม่ได้ครอบครองความจริง เขาจึงควรแสวงหา ยอมรับ และเชื่อฟัง

ไม่ว่าเจ้าจะเป็นคนอเมริกัน คนอังกฤษ หรือสัญชาติอื่นใด เจ้าควรก้าวออกนอกขอบเขตของสัญชาติของเจ้าเอง ก้าวข้ามตัวของเจ้าเอง และชมพระราชกิจของพระเจ้าจากมุมมองของสิ่งมีชีวิตที่ทรงสร้างขึ้น ด้วยวิธีนี้เจ้าจะไม่วางข้อจำกัดบนรอยพระบาทของพระเจ้า นี่เป็นเพราะว่าทุกวันนี้ผู้คนมากมายมีความคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่พระเจ้าจะทรงปรากฏในประเทศหนึ่งประเทศใดโดยเฉพาะหรือท่ามกลางผู้คนบางกลุ่ม นัยสำคัญของพระราชกิจของพระเจ้านั้นลึกซึ้งยิ่งนัก และการทรงปรากฏของพระเจ้ามีความสำคัญยิ่งนัก! มโนคติและความคิดของมนุษย์จะสามารถหยั่งวัดสองสิ่งนั้นได้อย่างไร และดังนั้นเราจึงบอกว่า เจ้าควรตีฝ่ามโนคติเรื่องสัญชาติและชาติพันธุ์เพื่อแสวงหาการทรงปรากฏของพระเจ้า เช่นนี้เท่านั้นเจ้าจึงจะไม่ถูกจำกัดด้วยมโนคติของเจ้าเอง เช่นนี้เท่านั้นเจ้าจึงจะมีคุณสมบัติที่จะต้อนรับการทรงปรากฏของพระเจ้า มิฉะนั้น เจ้าจะยังคงอยู่ในความมืดนิรันดร์ และไม่มีวันได้รับการยอมรับจากพระเจ้า

ตัดตอนมาจาก “การทรงปรากฏของพระเจ้าได้นำมาซึ่งยุคใหม่” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าของเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งมวล พระองค์ไม่ทรงถือว่าพระองค์เป็นสมบัติส่วนตัวของประเทศหรือผู้คนใด ๆ แต่ทรงปฏิบัติพระราชกิจของพระองค์ตามที่พระองค์ได้ทรงวางแผนไว้ โดยไร้ข้อจำกัด ทั้งในรูปแบบ ประเทศ หรือผู้คนใด ๆ บางทีเจ้าอาจไม่เคยจินตนาการถึงรูปแบบนี้ หรือบางที ทัศนคติของเจ้าที่มีต่อรูปแบบนี้เป็นไปในทางปฏิเสธ หรือบางที ประเทศที่พระเจ้าทรงเปิดเผยพระองค์และผู้คนที่พระองค์ทรงเปิดเผยพระองค์อาจบังเอิญถูกเลือกปฏิบัติโดยทุกคน และบังเอิญเป็นผู้คนที่ล้าหลังที่สุดบนโลก ถึงอย่างนั้น พระเจ้าทรงมีพระปรีชาญาณของพระองค์ ด้วยมหิทธานุภาพของพระองค์ และโดยอาศัยความจริงของพระองค์และพระอุปนิสัยของพระองค์ พระองค์ได้ทรงรับไว้อย่างแท้จริงซึ่งผู้คนกลุ่มหนึ่งซึ่งมีจิตใจตรงกันกับพระองค์ และผู้คนกลุ่มหนึ่งซึ่งพระองค์ทรงปรารถนาจะปรับปรุงให้สมบูรณ์แบบ—กลุ่มคนภายใต้การปกครองของพระองค์ ผู้ซึ่งได้อดทนผ่านความทรมานและความทุกข์ยากทุกรูปแบบและการข่มเหงทุกรูปแบบ สามารถติดตามพระองค์จนถึงที่สุดท้ายปลายทาง จุดมุ่งหมายของการทรงปรากฏของพระเจ้า ซึ่งเป็นอิสระจากข้อจำกัดของรูปแบบหรือประเทศใด ๆ คือการทำให้พระองค์ทรงสามารถปฏิบัติพระราชกิจของพระองค์ให้เสร็จสมบูรณ์ได้ตามที่พระองค์ได้ทรงวางแผนไว้ นี่เป็นเหมือนเมื่อครั้งพระเจ้าทรงบังเกิดเป็นมนุษย์ในมณฑลยูดาห์: จุดมุ่งหมายของพระองค์คือการบรรลุพระราชกิจแห่งการถูกตรึงกางเขนเพื่อไถ่บาปให้เผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งมวล แม้กระนั้น ชาวยิวเชื่อว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่พระเจ้าจะทรงทำเช่นนี้ และพวกเขาคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่พระเจ้าจะทรงสามารถเป็นเนื้อหนังและทรงอยู่ในรูปร่างของพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า “ความเป็นไปไม่ได้” ของพวกเขากลายเป็นพื้นฐานให้พวกเขาประณามและต่อต้านพระเจ้า และในที่สุดก็นำไปสู่การทำลายล้างประเทศอิสราเอล วันนี้ผู้คนมากมายได้กระทำความผิดที่คล้ายกัน พวกเขาป่าวประกาศด้วยพละกำลังทั้งหมดของพวกเขาถึงการทรงปรากฏของพระเจ้าที่กำลังใกล้เข้ามา แต่ในเวลาเดียวกันก็ประณามการทรงปรากฏของพระองค์ “ความเป็นไปไม่ได้” ของพวกเขาจำกัดการทรงปรากฏของพระเจ้าภายในขอบเขตของจินตนาการของพวกเขาอีกครั้ง และดังนั้นเราจึงได้เห็นผู้คนมากมายระเบิดหัวเราะอย่างป่าเถื่อนและแหบห้าวหลังจากที่ได้มาพบกับพระวจนะของพระเจ้า แต่เสียงหัวเราะนี้แตกต่างจากการประณามและการดูหมิ่นของชาวยิวเพียงใดหรือไม่ พวกเจ้าไม่เคารพยำเกรงเมื่ออยู่ต่อหน้าความจริง และยิ่งไม่มีความรู้สึกโหยหาเลย ทั้งหมดที่เจ้าทำคือศึกษาโดยไร้ความพิถีพิถันและรอคอยด้วยความไม่แยแสสะเพร่า เจ้าจะสามารถได้อะไรจากการศึกษาและการรอคอยเช่นนี้ เจ้าคิดว่าเจ้าจะได้รับคำแนะนำส่วนตัวจากพระเจ้าหรือ หากเจ้าไม่สามารถเข้าใจพระดำรัสของพระเจ้าแล้ว เจ้าจะมีคุณสมบัติในทางใดที่จะประจักษ์ในการทรงปรากฏของพระเจ้า ที่ใดก็ตามที่พระเจ้าทรงปรากฏ ความจริงก็จะถูกแสดงที่นั่น และพระสุรเสียงของพระเจ้าก็จะอยู่ที่นั่น เฉพาะบรรดาผู้ที่สามารถยอมรับความจริงเท่านั้นจะสามารถได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้า และเฉพาะผู้คนเช่นนี้เท่านั้นมีคุณสมบัติที่จะประจักษ์ในการทรงปรากฏของพระเจ้า จงปลดปล่อยมโนคติของเจ้า! จงเงียบเสียงตัวเจ้าเองและนำถ้อยคำเหล่านี้มาอ่านอย่างระมัดระวัง หากเจ้าถวิลหาความจริง พระเจ้าจะทรงให้ความรู้แจ้งกับเจ้าและเจ้าจะเข้าใจน้ำพระทัยของพระองค์และพระวจนะของพระองค์ จงปลดปล่อยความเห็นของพวกเจ้าเกี่ยวกับ “ความเป็นไปไม่ได้”! ยิ่งผู้คนเชื่อว่าบางสิ่งเป็นไปไม่ได้มากเท่าใด มันก็มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นมากเท่านั้น เพราะพระปรีชาญาณของพระเจ้าทะยานสูงกว่าฟ้าสวรรค์ พระราชดำริของพระเจ้าอยู่สูงกว่าความคิดของมนุษย์ และพระราชกิจของพระเจ้าอยู่เหนือขอบเขตของความคิดและมโนคติของมนุษย์ ยิ่งบางสิ่งเป็นไปไม่ได้มากขึ้นเท่าใด มันก็ยิ่งมีความจริงที่สามารถค้นหาได้มากขึ้นเท่านั้น ยิ่งบางสิ่งอยู่เลยมโนคติและจินตนาการของมนุษย์มากเท่าใด มันยิ่งบรรจุน้ำพระทัยของพระเจ้ามากขึ้นเท่านั้น นี่เป็นเพราะ ไม่ว่าพระองค์จะทรงเปิดเผยพระองค์ที่ใด พระเจ้าก็ยังคงเป็นพระเจ้า และเนื้อแท้ของพระองค์จะไม่เปลี่ยนแปลงด้วยเหตุของสถานที่หรือลักษณะของการทรงปรากฏของพระองค์ พระอุปนิสัยของพระเจ้ายังคงเหมือนเดิมไม่ว่ารอยพระบาทของพระองค์จะอยู่ที่ใด และไม่ว่ารอยพระบาทของพระเจ้าจะอยู่ที่ใด พระองค์ก็เป็นพระเจ้าของมนุษยชาติทั้งปวง เช่นเดียวกับที่องค์พระเยซูเจ้าไม่เพียงทรงเป็นพระเจ้าของชาวอิสราเอลเท่านั้น แต่เป็นพระเจ้าของผู้คนทั้งหมดในทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาอีกด้วย และยิ่งไปกว่านั้นอีก พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าหนึ่งเดียวในจักรวาลทั้งมวล ดังนั้นให้เราแสวงหาน้ำพระทัยของพระเจ้าและค้นพบการทรงปรากฏของพระองค์ในพระดำรัสของพระองค์ และก้าวตามให้ทันก้าวพระบาทของพระองค์! พระเจ้าคือความจริง หนทาง และชีวิต พระวจนะของพระองค์และการทรงปรากฏของพระองค์ทรงดำรงอยู่ในเวลาเดียวกัน และพระอุปนิสัยและรอยพระบาทของพระองค์เปิดกว้างต่อมนุษยชาติตลอดเวลา พี่น้องชายหญิงที่รัก เราหวังว่าพวกเจ้าสามารถเห็นการทรงปรากฏของพระเจ้าในคำพูดเหล่านี้ เริ่มติดตามก้าวพระบาทของพระองค์ในขณะที่เจ้าก้าวไปข้างหน้าสู่ยุคใหม่ และเข้าสู่สวรรค์และโลกใหม่ที่สวยงามซึ่งพระเจ้าได้ทรงเตรียมไว้สำหรับบรรดาผู้ที่กำลังรอคอยการทรงปรากฏของพระองค์!

ตัดตอนมาจาก “การทรงปรากฏของพระเจ้าได้นำมาซึ่งยุคใหม่” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

ก่อนหน้า:การรู้ที่มาของการต่อต้านของผู้คนที่มีต่อพระราชกิจใหม่ของพระเจ้า ในการเชื่อในพระเจ้าของพวกเขา

ถัดไป:ในการที่เชื่อในพระเจ้า เจ้าควรสร้างสัมพันธภาพที่เป็นปกติกับพระเจ้า