พวกเจ้าทั้งหมดมีบุคลิกลักษณะต่ำช้าเหลือเกิน!

พวกเจ้าทั้งหมดนั่งในที่นั่งที่สง่างาม อบรมสั่งสอนพวกคนรุ่นหลังที่เป็นคนประเภทเดียวกับพวกเจ้า และให้พวกเขาทั้งหมดนั่งกับเจ้า  เจ้ารู้น้อยนิดว่า “พงศ์พันธุ์” ของพวกเจ้าหายใจแทบไม่ทันและสูญเสียงานของเรานานมาแล้ว?  สง่าราศีของเราสาดแสงจากแผ่นดินแห่งทิศตะวันออกสู่แผ่นดินแห่งทิศตะวันตก กระนั้นเมื่อสง่าราศีของเราแพร่กระจายไปยังปลายสุดแห่งแผ่นดินโลก และเริ่มปรากฏขึ้นและสาดแสงออกมา เราจะเอาสง่าราศีของเราจากทิศตะวันออกและนำไปยังทิศตะวันตกเพื่อที่ผู้คนแห่งความมืดที่ได้ทอดทิ้งเราไปในทิศตะวันออก จะถูกทำให้สูญเสียความกระจ่างตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นไป  เมื่อการนั้นเกิดขึ้น พวกเจ้าจะใช้ชีวิตอยู่ในหุบเขาแห่งเงา  แม้ว่าผู้คนในสมัยนี้จะดีกว่าเมื่อก่อนเป็นร้อยเท่า แต่พวกเขาก็ยังคงไม่สามารถตอบสนองข้อพึงประสงค์ของเราได้ และพวกเขายังคงไม่ใช่คำพยานต่อสง่าราศีของเรา  การที่พวกเจ้าสามารถดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนเป็นร้อยเท่าเป็นผลของงานของเราทั้งสิ้น เป็นดอกผลที่กำเนิดจากงานของเราบนแผ่นดินโลก  อย่างไรก็ตาม เรายังคงรู้สึกขยะแขยงกับคำพูดและความประพฤติของพวกเจ้า ตลอดจนบุคลิกลักษณะของพวกเจ้า และเรารู้สึกถึงความขุ่นเคืองอย่างไม่น่าเชื่อต่อวิธีที่พวกเจ้าปฏิบัติตัวต่อหน้าเรา เพราะพวกเจ้าไม่มีความเข้าใจใดๆ เกี่ยวกับเรา  เช่นนั้นแล้ว เจ้าจะสามารถมาดำเนินชีวิตตามสง่าราศีของเราได้อย่างไร และเจ้าจะสามารถจงรักภักดีอย่างที่สุดต่องานในอนาคตของเราได้อย่างไร?  ศรัทธาของพวกเจ้านั้นสวยงามมาก เจ้าพูดว่าเจ้าเต็มใจที่จะสละเวลาทั้งชีวิตของเจ้าในนามแห่งงานของเรา และพูดว่าเจ้ายินดีที่จะพลีอุทิศชีวิตของพวกเจ้าเพื่องานนั้น แต่อุปนิสัยของพวกเจ้าไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก  เจ้าเพียงพูดจาด้วยความโอหัง แม้ว่าในข้อเท็จจริงแล้ว พฤติกรรมจริงแท้ของเจ้าต่ำช้ามาก  เป็นราวกับว่าลิ้นและริมฝีปากของผู้คนอยู่ในฟ้าสวรรค์ แต่ขาของพวกเขาอยู่ต่ำเตี้ยบนแผ่นดินโลก และผลก็คือ คำพูดและความประพฤติของพวกเขาและภาพลักษณ์ของพวกเขายังคงอยู่ในสภาพกะรุ่งกะริ่งและย่อยยับ  ความมีหน้ามีตาของพวกเจ้าได้ถูกทำลายไปแล้ว กิริยามารยาทของพวกเจ้าต่ำทราม วิธีพูดของเจ้าต่ำช้า และชีวิตของพวกเจ้าน่ารังเกียจ แม้แต่สภาวะความเป็นมนุษย์ของพวกเจ้าทั้งปวงก็ได้จมลงสู่ความต่ำช้าถึงก้นบึ้ง  เจ้าใจแคบต่อผู้อื่น และเจ้าต่อรองราคาทุกสิ่งเล็กสิ่งน้อย  เจ้าทะเลาะกันในเรื่องความมีหน้ามีตาและสถานะของเจ้าเอง จนถึงจุดที่เจ้าถึงกับเต็มใจที่จะลงไปสู่นรกและลงไปในบึงไฟ  คำพูดและความประพฤติปัจจุบันของพวกเจ้าก็เพียงพอให้เราตัดสินว่าพวกเจ้ามีบาป  ท่าทีของเจ้าต่องานของเราก็เพียงพอให้เรากำหนดพิจารณาว่าพวกเจ้าเป็นคนไม่ชอบธรรม และอุปนิสัยทั้งหมดของพวกเจ้าก็เพียงพอที่จะชี้ให้เห็นว่าพวกเจ้าเป็นดวงจิตสกปรกที่เต็มไปด้วยสิ่งน่าสะอิดสะเอียน  การสำแดงทั้งหลายของพวกเจ้า และสิ่งที่พวกเจ้าเปิดเผยก็เพียงพอที่จะพูดว่าพวกเจ้าคือผู้คนที่ได้ดื่มโลหิตจากจิตวิญญาณสกปรกจนเต็มอิ่ม  เมื่อการเข้าสู่ราชอาณาจักรได้รับการกล่าวถึง พวกเจ้าไม่เปิดเผยความรู้สึกของพวกเจ้า  พวกเจ้าเชื่อหรือไม่ว่าวิธีที่เจ้าเป็นในตอนนี้เพียงพอแล้วที่จะให้เจ้าเดินผ่านประตูสู่อาณาจักรสวรรค์ของเรา?  พวกเจ้าเชื่อหรือไม่ว่าพวกเจ้าสามารถได้รับการเข้าสู่แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์แห่งงานและวจนะของเราได้โดยที่คำพูดและความประพฤติของพวกเจ้าเองไม่ได้ถูกเราทดสอบเสียก่อน?  ใครเล่าจะสามารถตบตาเราได้?  พฤติกรรมและการสนทนาที่น่ารังเกียจและต่ำช้าของพวกเจ้าจะหนีรอดจากสายตาของเราไปได้อย่างไร?  ชีวิตของพวกเจ้าได้ถูกเรากำหนดพิจารณาไว้แล้วให้เป็นชีวิตแห่งการดื่มโลหิตและกินเนื้อหนังของจิตวิญญาณสกปรกเหล่านั้น เพราะพวกเจ้าเลียนแบบพวกเขาต่อหน้าเราทุกวัน  ต่อหน้าเราพฤติกรรมของเจ้าเลวเป็นพิเศษ ดังนั้นเราจะไม่สามารถเห็นว่าเจ้าน่าขยะแขยงได้อย่างไร?  คำพูดของเจ้าประกอบด้วยสิ่งไม่บริสุทธิ์ของจิตวิญญาณสกปรก กล่าวคือ เจ้าป้อยอ ปกปิด และประจบเฉกเช่นพวกที่เกี่ยวพันกับการใช้เวทมนตร์ และเฉกเช่นพวกที่คิดไม่ซื่อและดื่มโลหิตของคนไม่ชอบธรรม  การแสดงออกทั้งหมดของมนุษย์ไม่ชอบธรรมอย่างสุดขีด ดังนั้นผู้คนทั้งหมดจะสามารถได้รับการจัดวางในแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ที่ซึ่งคนชอบธรรมอยู่ได้อย่างไร?  เจ้าคิดหรือว่าพฤติกรรมที่น่ารังเกียจของเจ้าสามารถยกเจ้าให้เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์เมื่อเทียบกับคนไม่ชอบธรรมเหล่านั้น?  ในที่สุดแล้ว ลิ้นที่คล้ายงูของเจ้าจะทำลายเนื้อหนังนี้ของเจ้า ที่นำมาซึ่งการทำลายล้างและกระทำสิ่งน่าสะอิดสะเอียน และมือเหล่านั้นของเจ้าที่ถูกปกคลุมด้วยโลหิตของจิตวิญญาณสกปรกก็จะดึงดวงจิตของเจ้าลงสู่นรกในที่สุดเช่นกัน  เช่นนั้นแล้ว เหตุใดเจ้าจึงไม่กระโจนใส่โอกาสนี้เพื่อชำระล้างมือที่ปกคลุมด้วยสิ่งสกปรกของเจ้าให้สะอาด?  และเหตุใดเจ้าจึงไม่ใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้เพื่อตัดลิ้นของเจ้าที่พูดคำพูดที่ไม่ชอบธรรมไปเสีย?  จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าเจ้าเต็มใจทนทุกข์ในเปลวเพลิงแห่งนรกเพื่อประโยชน์ของมือ ลิ้น และริมฝีปากของเจ้า?  เราเฝ้าดูแลหัวใจของทุกคนด้วยตาทั้งสองข้าง เพราะเป็นเวลานานก่อนที่เราได้สร้างมวลมนุษย์ เราได้กุมหัวใจพวกเขาไว้ภายในมือของเรา  นานมาแล้วเราได้เห็นทะลุหัวใจของผู้คน ดังนั้นความคิดของพวกเขาจะสามารถรอดพ้นจากสายตาของเราได้อย่างไร?  มันจะไม่สามารถสายเกินไปสำหรับพวกเขาที่จะรอดพ้นจากการถูกเผาโดยวิญญาณของเราได้อย่างไร?

ริมฝีปากของเจ้าอ่อนโยนกว่านกพิราบ แต่หัวใจของเจ้าน่ากลัวยิ่งกว่างูแห่งกาลเก่า  ริมฝีปากของเจ้าสวยเทียบเท่าสาวชาวเลบานอนด้วยซ้ำ ทว่าหัวใจของเจ้าไม่อ่อนโยนกว่าหัวใจของพวกเขา และแน่นอนว่าไม่สามารถเปรียบเทียบกับความงามของชาวคานาอันได้  หัวใจของเจ้าช่างทรยศนัก!  สิ่งทั้งหลายที่เราเกลียดเป็นเพียงริมฝีปากของผู้ไม่ชอบธรรมและหัวใจของพวกเขา และข้อพึงประสงค์ของเราต่อผู้คนไม่สูงกว่าสิ่งที่เราคาดหวังจากเหล่าวิสุทธิชนแม้แต่น้อย เป็นเพียงว่าเรารู้สึกถึงความเดียดฉันท์อย่างมากต่อความประพฤติชั่วของผู้ไม่ชอบธรรม และเราหวังว่าพวกเขาอาจจะสามารถปลดทิ้งความโสโครกของพวกเขา และหนีพ้นจากสภาวะลำบากใจปัจจุบันของพวกเขาได้ เพื่อที่พวกเขาจะได้สามารถโดดเด่นจากผู้ไม่ชอบธรรมเหล่านั้น และใช้ชีวิตและมีความบริสุทธิ์ร่วมกับพวกที่ชอบธรรมได้  พวกเจ้าอยู่ในรูปการณ์แวดล้อมเดียวกันกับเรา กระนั้นพวกเจ้าก็ถูกปกคลุมด้วยความโสโครก เจ้าไม่มีแม้แต่สภาพเหมือนดั้งเดิมที่เล็กที่สุดของมนุษย์ที่ทรงสร้างในปฐมกาล  ยิ่งไปกว่านั้น เพราะทุกวันพวกเจ้าเลียนแบบสภาพเหมือนของจิตวิญญาณสกปรกเหล่านั้น ทำสิ่งที่พวกเขาทำ และพูดสิ่งที่พวกเขาพูด ทุกส่วนของพวกเจ้า—แม้แต่ลิ้นและริมฝีปากของพวกเจ้า—จึงเปียกชุ่มด้วยน้ำเน่าของพวกเขา จนถึงจุดที่พวกเจ้าถูกปกคลุมด้วยคราบเช่นนี้จนทั่ว และไม่มีส่วนใดของเจ้าเลยสามารถนำมาใช้กับงานของเราได้  มันช่างเจ็บปวดหัวใจเหลือเกิน!  พวกเจ้าอาศัยอยู่ในโลกแห่งอาชาและฝูงปศุสัตว์เช่นนี้ แต่จริงๆ แล้วพวกเจ้าไม่รู้สึกลำบากใจ เจ้าเต็มไปด้วยความชื่นบานและใช้ชีวิตอย่างอิสระและง่ายดาย  เจ้ากำลังว่ายน้ำวนไปมาในน้ำเน่านั่น กระนั้นเจ้าไม่ได้ตระหนักอย่างจริงแท้ว่าเจ้าได้ตกสู่สภาวะลำบากใจเช่นนี้แล้ว  ทุกวันเจ้าคบหาสมาคมกับจิตวิญญาณสกปรก และมีปฏิสัมพันธ์กับ “สิ่งปฏิกูล”  ชีวิตของพวกเจ้าต่ำช้าทีเดียว กระนั้นพวกเจ้าก็ไม่ได้ตระหนักรู้อย่างจริงแท้ว่าเจ้าไม่มีอยู่จริงในโลกมนุษย์อย่างแน่นอน และว่าเจ้าไม่สามารถควบคุมตัวเองได้  เจ้าไม่รู้หรอกหรือว่าชีวิตของเจ้าได้ถูกเหยียบย่ำโดยจิตวิญญาณสกปรกเหล่านั้นมานานแล้ว หรือว่าบุคลิกลักษณะของเจ้าถูกทำให้มีมลทินโดยน้ำเน่ามานานแล้ว?  เจ้าคิดหรือว่าเจ้ากำลังใช้ชีวิตอยู่ในสวรรค์บนดิน และว่าเจ้าอยู่ท่ามกลางความสุข?  เจ้าไม่รู้หรอกหรือว่าเจ้าได้ใช้ชีวิตเคียงข้างจิตวิญญาณสกปรก และว่าเจ้าได้อยู่ร่วมกับทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาได้ตระเตรียมไว้ให้เจ้า?  วิธีที่เจ้าใช้ชีวิตจะสามารถมีความหมายใดๆ ได้อย่างไร?  ชีวิตของเจ้าจะสามารถมีคุณค่าใดๆ ได้อย่างไร?  เจ้าได้วิ่งวนไปมาเพื่อบิดามารดาของเจ้า บิดามารดาของจิตวิญญาณสกปรก กระนั้นเจ้าก็ไม่รู้เลยจริงๆ ว่าพวกที่ล่อให้เจ้าติดกับนั้นคือบิดามารดาของจิตวิญญาณสกปรกที่ได้ให้กำเนิดเจ้าและได้เลี้ยงดูเจ้า  ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าไม่ตระหนักรู้ว่าสิ่งโสโครกทั้งหมดของเจ้าจริงๆ แล้วเป็นพวกเขาที่ให้เจ้ามา ทั้งหมดที่เจ้ารู้คือว่าพวกเขาสามารถนำพา “ความชื่นชมยินดี” มาให้เจ้า พวกเขาไม่ตีสอนเจ้า อีกทั้งพวกเขาไม่พิพากษาเจ้า และพวกเขาไม่ด่าทอเจ้าโดยเฉพาะ  พวกเขาไม่เคยได้ระเบิดความโกรธใส่เจ้า แต่ปฏิบัติต่อเจ้าด้วยการรักใคร่เอ็นดูและความใจดีมีเมตตา  คำพูดของพวกเขาบำรุงเลี้ยงหัวใจของเจ้า และทำให้เจ้าหลงใหลเพื่อที่เจ้าจะได้กลายเป็นเสียศูนย์ และโดยไม่ตระหนักถึงมัน เจ้าจะถูกดูดเข้าไปและเต็มใจที่จะรับใช้พวกเขา กลายเป็นหน้าร้านและบ่าวของพวกเขา  เจ้าไม่มีเรื่องร้องทุกข์ใดๆ เลย แต่เต็มใจทำงานเพื่อพวกเขาดั่งสุนัข ดั่งอาชา เจ้าถูกพวกเขาหลอกลวง  ด้วยเหตุผลนี้เจ้าจึงไม่มีปฏิกิริยาอย่างสิ้นเชิงต่องานที่เราทำ  ไม่น่าแปลกใจที่เจ้าต้องการแอบลอดผ่านนิ้วมือของเราไปอย่างลับๆ เสมอ และไม่น่าแปลกใจที่เจ้าต้องการใช้คำหวานเพื่อหลอกล่อรับเอาความโปรดปรานจากเราเสมอ  กลับกลายเป็นว่าเจ้าได้มีแผนอื่น การจัดการเตรียมการอื่นอยู่แล้ว  เจ้าสามารถเห็นการกระทำของเราเล็กน้อยในฐานะองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ แต่เจ้าไม่มีความรู้แม้แต่น้อยเกี่ยวกับการพิพากษาและการตีสอนของเรา  เจ้าไม่รู้เลยว่าการตีสอนของเราได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อใด เจ้าเพียงแต่รู้วิธีโกงเรา—กระนั้นเจ้าไม่รู้ว่าเราจะไม่ยอมผ่อนปรนต่อการฝ่าฝืนใดๆ จากมนุษย์  ในเมื่อเจ้าได้สร้างปณิธานไว้แล้วว่าจะรับใช้เรา เราก็จะไม่ปล่อยเจ้าไป  เราเป็นพระเจ้าที่เกลียดชังความชั่ว และเราเป็นพระเจ้าที่หวงแหนมนุษยชาติ  ในเมื่อเจ้าได้วางคำพูดของเจ้าไว้บนแท่นบูชาแล้ว เราก็จะไม่ยอมผ่อนปรนต่อการที่เจ้าวิ่งจากไปต่อหน้าต่อตาเรา อีกทั้งเราจะไม่ยอมผ่อนปรนต่อการที่เจ้ารับใช้เจ้านายสองคน  เจ้าได้คิดหรือว่าเจ้าจะสามารถมีความรักครั้งที่สองได้หลังจากได้วางคำพูดของเจ้าไว้บนแท่นบูชาของเราและต่อหน้าต่อตาเราแล้ว?  เราจะสามารถให้โอกาสแก่ผู้คนเพื่อทำให้เราเป็นเหมือนคนโง่ด้วยวิธีเช่นนี้ได้อย่างไร?  เจ้าได้คิดหรือว่าเจ้าจะสามารถสร้างคำปฏิญญาและคำปฏิญาณอย่างลวกๆ กับเราด้วยลิ้นของเจ้าได้?  เจ้าจะสามารถสบถคำปฏิญาณข้างบัลลังก์ของเราได้อย่างไร บัลลังก์ของเราผู้ซึ่งอยู่สูงที่สุด?  เจ้าได้คิดหรือว่าคำปฏิญาณของเจ้าได้ล่วงลับไปแล้ว?  เราขอบอกพวกเจ้าว่า แม้ว่าเนื้อหนังของพวกเจ้าอาจล่วงลับไป แต่คำปฏิญาณของพวกเจ้าไม่สามารถล่วงลับไปได้  ในท้ายที่สุดเราจะกล่าวโทษพวกเจ้าบนพื้นฐานของคำปฏิญาณของพวกเจ้า  อย่างไรก็ตาม พวกเจ้าเชื่อว่าเจ้าสามารถจัดการกับเราได้โดยการวางคำพูดของพวกเจ้าไว้เบื้องหน้าเรา และเชื่อว่าหัวใจของพวกเจ้าสามารถรับใช้จิตวิญญาณสกปรกและจิตวิญญาณชั่วได้  ความโกรธของเราจะสามารถยอมผ่อนปรนต่อผู้คนที่คล้ายสุนัข คล้ายสุกรเหล่านี้ที่โกงเราได้อย่างไร?  เราต้องดำเนินการตามประกาศกฤษฎีกาบริหารของเรา และแย่งชิงพวกที่ “เคร่งศาสนา” หัวโบราณเหล่านั้นทั้งหมดที่มีศรัทธาในเรากลับจากมือของจิตวิญญาณสกปรก เพื่อที่พวกเขาอาจจะ “คอยรับใช้” เราในรูปแบบที่มีวินัย เป็นโคของเรา เป็นอาชาของเรา และอยู่ภายใต้การจัดวางเรียบเรียงการสังหารหมู่ของเรา  เราจะให้เจ้าหยิบความมุ่งมั่นก่อนหน้านี้ของเจ้า และรับใช้เราอีกครั้ง  เราจะไม่ยอมผ่อนปรนต่อสิ่งทรงสร้างใดๆ ที่โกงเรา  เจ้าได้คิดหรือว่าเจ้าจะสามารถเพียงแค่ทำการเรียกร้องและโกหกต่อหน้าเราอย่างหยาบโลนได้?  เจ้าได้คิดหรือว่าเราไม่เคยได้ยินหรือได้เห็นคำพูดและความประพฤติทั้งหลายของเจ้า?  คำพูดและความประพฤติทั้งหลายของเจ้าจะไม่ได้สามารถอยู่ในสายตาของเราได้อย่างไร?  เราจะสามารถเคยให้ผู้คนหลอกลวงเราเช่นนั้นได้อย่างไร?

เราได้อยู่ท่ามกลางพวกเจ้า คบหาสมาคมกับพวกเจ้ามาหลายฤดูใบไม้ผลิและหลายฤดูใบไม้ร่วง เราได้ใช้ชีวิตท่ามกลางพวกเจ้ามานานแล้ว และได้ใช้ชีวิตกับพวกเจ้า  พฤติกรรมที่น่ารังเกียจของพวกเจ้ามีมากน้อยเพียงใดที่ได้หลุดรอดไปต่อหน้าต่อตาเรา?  คำพูดที่จริงใจเหล่านั้นของพวกเจ้ากำลังสะท้อนอยู่ในหูของเราตลอดเวลา ความทะเยอทะยานนับหลายล้านอย่างของเจ้าถูกวางบนแท่นบูชาของเรา—มากจนเกินกว่าจะนับได้  อย่างไรก็ตาม สำหรับเรื่องการทุ่มเทอุทิศของพวกเจ้าและสิ่งที่พวกเจ้ายอมสละ พวกเจ้าไม่ให้แม้เพียงกระผีกริ้น  พวกเจ้าไม่วางความจริงใจแม้เพียงหยดเล็กจิ๋วบนแท่นบูชาของเรา  ดอกผลแห่งของการเชื่อของพวกเจ้าในเราอยู่ที่ใด?  พวกเจ้าได้รับพระคุณที่ไม่มีที่สิ้นสุดจากเรา และพวกเจ้าได้เห็นความล้ำลึกทั้งหลายที่ไม่รู้จบจากสวรรค์ เราถึงกับได้แสดงให้พวกเจ้าเห็นเปลวเพลิงแห่งสวรรค์ แต่เราไม่ได้มีแก่ใจที่จะเผาพวกเจ้า  อย่างไรก็ตามพวกเจ้าได้ให้เรามากเพียงใดเพื่อเป็นการตอบแทน?  พวกเจ้าเต็มใจให้เรามากเพียงใด?  ด้วยอาหารที่เราได้ให้เจ้าในมือ เจ้าก็หันกลับและถวายอาหารนั้นให้เรา และถึงกับออกมาพูดว่ามันเป็นบางสิ่งที่เจ้าได้รับเพื่อตอบแทนหยาดเหงื่อแห่งการทำงานหนักของเจ้าเอง และว่าเจ้ากำลังถวายทุกสิ่งที่เจ้าเป็นเจ้าของให้กับเรา  เจ้าจะไม่สามารถรู้ได้อย่างไรว่า “การมีส่วนร่วมสนับสนุน” ของเจ้าต่อเรานั้นเป็นเพียงสิ่งทั้งหลายที่ได้ถูกขโมยไปจากแท่นบูชาของเรา?  ยิ่งไปกว่านั้น บัดนี้เจ้ากำลังถวายสิ่งเหล่านั้นให้เรา เจ้าไม่ได้กำลังโกงเราอยู่หรอกหรือ?  เจ้าจะไม่สามารถรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่เราชื่นชมในวันนี้คือของถวายทั้งหมดบนแท่นบูชาของเรา และไม่ใช่สิ่งที่เจ้าได้หามาจากการทำงานหนักของเจ้าและจากนั้นก็มอบถวายให้เรา?  พวกเจ้ากล้าที่จะโกงเราด้วยวิธีนี้จริงๆ ดังนั้นเราจะสามารถให้อภัยพวกเจ้าได้อย่างไร?  พวกเจ้าสามารถคาดหวังให้เราสู้ทนการนี้ต่อไปอีกได้อย่างไร?  เราได้ให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่พวกเจ้าแล้ว  เราได้เปิดกว้างทุกสิ่งทุกอย่างแก่พวกเจ้า จัดเตรียมสิ่งที่พวกเจ้าจำเป็นต้องมี และเปิดตาของพวกเจ้า กระนั้นพวกเจ้าก็โกงเราเช่นนี้ โดยเพิกเฉยต่อมโนธรรมของเจ้า  เราได้ประทานทุกสิ่งทุกอย่างให้กับพวกเจ้าอย่างไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน เพื่อที่แม้ว่าพวกเจ้าจะทนทุกข์ แต่พวกเจ้าก็ยังคงได้รับทุกสิ่งทุกอย่างที่เราได้นำมาจากสวรรค์จากเรา  แม้กระนั้นก็ตาม พวกเจ้าก็ไม่มีความทุ่มเทอุทิศเลย และต่อให้เจ้าได้มีส่วนร่วมสนับสนุนน้อยนิด เจ้าก็พยามยาม “ชำระบัญชี” กับเราหลังจากนั้น  การมีส่วนร่วมสนับสนุนของเจ้าจะไม่เกิดผลใดๆ หรอกหรือ?  สิ่งที่เจ้าได้มอบให้เราเป็นเพียงทรายหนึ่งเม็ด กระนั้นสิ่งที่เจ้าได้ขอจากเราคือทองคำหนึ่งตัน  เจ้าไม่ได้แค่กำลังไร้เหตุผลหรอกหรือ?  เราทำงานท่ามกลางพวกเจ้า  ไม่มีร่องรอยอย่างสิ้นเชิงของร้อยละสิบที่เราควรได้รับมา นับประสาอะไรกับการพลีอุทิศเพิ่มเติมใดๆ  ยิ่งไปกว่านั้น ร้อยละสิบที่ได้รับส่วนร่วมสนับสนุนจากบรรดาผู้ที่มีใจศรัทธานั้นได้ถูกพวกคนชั่วยึดไป  พวกเจ้าทั้งหมดไม่ได้กระจัดกระจายจากเราหรอกหรือ?  พวกเจ้าทั้งหมดไม่ได้เป็นปฏิปักษ์กับเราหรอกหรือ?  พวกเจ้าทั้งหมดไม่ได้กำลังพังแท่นบูชาของเราหรอกหรือ?  ผู้คนเช่นนี้จะสามารถถูกมองว่าเป็นสมบัติล้ำค่าในสายตาของเราได้อย่างไร?  พวกเขาไม่ใช่สุกรและสุนัขที่เราเกลียดหรอกหรือ?  เราจะสามารถอ้างถึงการทำชั่วของเจ้าว่าเป็นสมบัติล้ำค่าได้อย่างไร?  จริงๆ แล้วงานของเราทำเพื่อใครกัน?  จะเป็นไปได้ไหมว่าจุดประสงค์ของงานของเราคือเพื่อบดขยี้พวกเจ้าทั้งหมดจนคว่ำลงไปเพื่อเปิดเผยสิทธิอำนาจของเรา?  ชีวิตของพวกเจ้าทั้งหมดไม่ได้แขวนอยู่กับวจนะคำเดียวจากเราหรอกหรือ?  เหตุใดเราจึงกำลังใช้เพียงวจนะเพื่ออบรมพวกเจ้า และไม่ได้เปลี่ยนวจนะให้เป็นข้อเท็จจริงเพื่อบดขยี้พวกเจ้าทันทีที่เราสามารถทำได้?  จุดประสงค์ของวจนะและงานของเราเป็นเพียงเพื่อบดขยี้มวลมนุษย์จนคว่ำลงไปหรอกหรือ?  เราเป็นพระเจ้าที่ฆ่าคนบริสุทธิ์อย่างไม่เลือกหน้าหรอกหรือ?  บัดนี้มีพวกเจ้ากี่คนที่มาอยู่เบื้องหน้าเราพร้อมกับความเป็นอยู่ทั้งปวงของเจ้าเพื่อแสวงหาเส้นทางที่ถูกต้องของชีวิตมนุษย์?  เป็นเพียงร่างกายของพวกเจ้าที่อยู่เบื้องหน้าเรา แต่หัวใจของเจ้ายังคงเป็นอิสระ และอยู่ห่างไกลจากเรามาก  เพราะพวกเจ้าไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วงานของเราคืออะไร จึงมีพวกเจ้าจำนวนหนึ่งที่ปรารถนาจะออกห่างจากเรา และเว้นระยะห่างของพวกเจ้าจากเรา โดยหวังว่าจะได้ใช้ชีวิตในสวรรค์ที่ซึ่งไม่มีการตีสอนหรือการพิพากษาแทน  นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผู้คนปรารถนาในหัวใจของพวกเขาหรอกหรือ?  แน่นอนว่าเราไม่ได้กำลังพยายามบีบเจ้าให้ยอม  เส้นทางใดก็ตามที่เจ้าใช้คือตัวเลือกของเจ้าเอง  เส้นทางของวันนี้เป็นเส้นทางที่มีการพิพากษาและการด่าทอร่วมทางไปด้วย แต่พวกเจ้าทุกคนควรรู้ว่าทั้งหมดที่เราได้ประทานแก่พวกเจ้า—ไม่ว่าจะเป็นการพิพากษาหรือการตีสอน—เป็นของขวัญที่ดีที่สุดที่เราสามารถมอบให้พวกเจ้าได้ และเหล่านั้นคือทุกสรรพสิ่งที่พวกเจ้าต้องการอย่างเร่งด่วน

ก่อนหน้า: งานแห่งการเผยแผ่ข่าวประเสริฐคืองานแห่งการช่วยมนุษย์ให้รอดด้วยเช่นกัน

ถัดไป: พระราชกิจในยุคธรรมบัญญัติ

พระเจ้าได้เสด็จมาอย่างลับๆ ก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงและได้ทรงสร้างกลุ่มผู้มีชัยชนะขึ้นแล้ว จากนั้น พระเจ้าจะทรงปรากฏอย่างเปิดเผยและทรงให้รางวัลคนดีและลงโทษคนชั่ว คุณต้องการต้อนรับองค์พระผู้เป็นเจ้าและให้พระเจ้าช่วยให้รอดก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงหรือไม่? อย่าลังเลที่จะติดต่อเราตอนนี้เพื่อหาวิธี
ติดต่อเราผ่าน Messenger
ติดต่อเราผ่าน Line

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทที่ 103

เสียงอย่างฟ้าร้องบังเกิดดังลั่น เขย่าทั่วทั้งจักรวาล  เสียงนั้นดังสนั่นหวั่นไหวจนผู้คนไม่สามารถหลบเลี่ยงออกนอกทางได้ทัน  ...

การสถาปนาสัมพันธภาพปกติกับพระเจ้าคือสิ่งสำคัญยิ่ง

วิธีที่ผู้คนเชื่อในพระเจ้า รักพระเจ้า และทำให้พระเจ้าพึงพอพระทัยนั้นเป็นได้โดยการสัมผัสกับพระวิญญาณของพระเจ้าด้วยหัวใจของพวกเขา...

อะไรคือความเข้าใจของเจ้าเกี่ยวกับพระเจ้า?

ผู้คนเชื่อในพระเจ้ามานาน ถึงกระนั้นพวกเขาส่วนใหญ่ไม่มีความเข้าใจว่าคำว่า “พระเจ้า” หมายถึงอะไร และเพียงติดตามด้วยความว้าวุ่นสับสนเท่านั้น...

พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์ การพิพากษาเริ่มต้นที่พระนิเวศของพระเจ้า แก่นพระวจนะจากพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ พระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน ข้อคัดสรรของพระวจนะแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ 170 หลักธรรมเกี่ยวกับการปฏิบัติความจริง ติดตามพระเมษโปดกและขับร้องบทเพลงใหม่ๆ การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย แนวทางสำหรับการเผยแผ่ข่าวประเสริฐแห่งราชอาณาจักร แกะของพระเจ้าได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้า (แก่นสารสำคัญของผู้เชื่อใหม่) คำพยานเกี่ยวกับประสบการณ์ทั้งหลายหน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ วิธีที่ข้าพเจ้าได้หันกลับไปสู่พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์

การตั้งค่า

  • ข้อความ
  • ธีม

สีเข้ม

ธีม

แบบอักษร

ขนาดตัวอักษร

ระยะห่างบรรทัด

ระยะห่างบรรทัด

ความกว้างของหน้า

เนื้อหา

ค้นหา

  • ค้นหาข้อความนี้
  • ค้นหาในหนังสือนี้