การกระทำผิดจะนำทางมนุษย์ไปสู่นรก

เราตักเตือนพวกเจ้าไปมากและให้ความจริงที่ตั้งใจจะใช้พิชิตพวกเจ้าไปมากแล้ว  ถึงตอนนี้ พวกเจ้าทุกคนย่อมรู้สึกว่าก้าวหน้ากว่าแต่ก่อนมาก เข้าใจหลักธรรมเรื่องการประพฤติปฏิบัติตนไปเป็นอันมาก และขบคิดได้มากมายว่าผู้คนที่สัตย์ซื่อควรมีสามัญสำนึกเช่นใด  ทั้งหมดนี้คือดอกผลที่พวกเจ้าเก็บเกี่ยวมาตลอดหลายปีนี้  เราไม่ปฏิเสธความสำเร็จของพวกเจ้า แต่เราต้องกล่าวอย่างตรงไปตรงมาทีเดียวว่าเราไม่ปฏิเสธการกบฏและการทรยศจำนวนมากที่พวกเจ้ากระทำต่อเรามาตลอดหลายปีนี้เช่นกัน เพราะไม่มีคนบริสุทธิ์แม้แต่คนเดียวในหมู่พวกเจ้า—พวกเจ้าคือคนที่ถูกซาตานทำให้เสื่อมทรามไปแล้วโดยที่ไม่มีใครเป็นข้อยกเว้น พวกเจ้าคือศัตรูของพระคริสต์  จนถึงปัจจุบันนี้ การกระทำผิดและการกบฏของพวกเจ้ายังคงมากจนเกินนับ ดังนั้นจึงแทบไม่อาจถือว่าแปลกที่เราบ่นพวกเจ้าอยู่เสมอ  เราไม่อยากสมาคมกับพวกเจ้าในลักษณะนี้—แต่เพื่อจุดหมายปลายทางในอนาคตของพวกเจ้า เพื่อบั้นปลายของพวกเจ้า คราวนี้เราจะบ่นพวกเจ้าอีกสักครั้ง  เราหวังว่าพวกเจ้าจะสามารถเข้าใจ หวังว่าจะเชื่อทุกคำที่เราพูดและตระหนักรู้เจตนาอันลึกซึ้งเบื้องหลังวจนะของเรา  จงอย่ากังขาในสิ่งที่เรากล่าว  ไม่ต้องพูดถึงการหยิบยกวจนะของเราขึ้นมาตามใจและจากนั้นก็โยนวจนะเหล่านั้นทิ้งไปตามอำเภอใจ เราเห็นว่าการนี้สุดจะทนยอมรับได้  จงอย่าตัดสินวจนะของเราและและยิ่งน้อยกว่านั้นก็คือเจ้าไม่ควรคิดว่าวจนะเหล่านั้นไม่สลักสำคัญ หรือกล่าวว่าเราทดสอบพวกเจ้าอยู่เสมอ หรือแย่ไปกว่านั้นก็คือกล่าวว่าสิ่งที่เราได้บอกแก่เจ้านั้นไม่ถูกต้องแม่นยำ  เราพบว่าสิ่งเหล่านี้ก็สุดจะทนยอมรับได้ด้วยเช่นกัน  ด้วยความที่พวกเจ้ามีแต่เต็มไปด้วยความแคลงใจในตัวเราและสิ่งที่เรากล่าว เพิกเฉยต่อเราและวจนะของเราเสมอ เราขอบอกพวกเจ้าแต่ละคนอย่างจริงจังว่า จงอย่านำสิ่งที่เรากล่าวไปเชื่อมโยงกับหลักปรัชญา จงอย่านำวจนะของเราไปเชื่อมโยงกับคำโกหกของนักต้มตุ๋น  นับประสาอะไรที่เจ้าควรสุกเอาเผากินต่อวจนะของเราด้วยการเหยียดหยาม  บางทีในอนาคตอาจจะไม่มีใครสามารถบอกสิ่งที่เรากำลังบอกพวกเจ้า หรือพูดกับพวกเจ้าด้วยความเมตตาเช่นนี้ หรือยิ่งไม่สามารถชี้แนะพวกเจ้าไปทีละก้าวด้วยความอดทนเช่นนี้  พวกเจ้าจะใช้วันเวลาที่จะมาถึงนั้นรำลึกถึงช่วงเวลาที่ดี หรือร้องไห้เสียงดังหรือคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวด หรือใช้ชีวิตผ่านคืนมืดที่ปราศจากการให้ความจริงหรือชีวิต หรือเพียงเฝ้ารอ แต่ไร้ความหวังแม้แต่น้อย หรือจมอยู่กับความเสียใจที่ขมขื่นจนสิ้นสำนึกทั้งปวง…  ไม่มีพวกเจ้าคนใดสามารถหนีพ้นความเป็นไปได้เหล่านี้  นี่เป็นเพราะไม่มีพวกเจ้าคนใดมีที่ทางไว้ใช้นมัสการพระเจ้าอย่างแท้จริง กลับขลุกอยู่ในโลกแห่งความสำส่อนและความชั่ว เอาสิ่งต่างๆ มากมายที่ไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตและความจริง และที่จริงแล้วตรงข้ามกับชีวิตและความจริง มาผสมกับความเชื่อของพวกเจ้า ผสมกับวิญญาณ ดวงจิต และร่างกายของพวกเจ้า  ดังนั้น เราจึงหวังว่าพวกเจ้าจะสามารถได้มาซึ่งเส้นทางแห่งความสว่าง  ความหวังเพียงหนึ่งเดียวของเราก็คือพวกเจ้าจะสามารถถนอมรักตนเองและเห็นค่าของตนเอง และไม่ให้ความสำคัญกับบั้นปลายของตนมากนักระหว่างที่มองดูพฤติกรรมและการกระทำผิดของตนด้วยความเพิกเฉย

เป็นเวลานานแล้วที่ผู้คนซึ่งเชื่อในพระเจ้าต่างก็หวังอย่างจริงจังตั้งใจที่จะมีบั้นปลายอันงดงาม และผู้เชื่อทั้งหมดของพระเจ้าหวังว่าโชควาสนาจะมาสู่พวกเขาในทันทีทันใด  พวกเขาล้วนหวังว่าพวกเขาจะพบว่าตัวเองได้นั่งลงอย่างสงบ ณ ที่ใดที่หนึ่งในสวรรค์ ก่อนที่พวกเขาจะทันได้รู้ตัว  แต่เรากล่าวเลยว่า ด้วยความคิดอันน่ารักน่าชื่นชมของพวกเขา ผู้คนเหล่านี้ไม่เคยรู้เลยว่าพวกเขามีคุณสมบัติเหมาะที่จะได้รับโชควาสนาดังกล่าวที่ร่วงหล่นจากสวรรค์ หรือแม้แต่ที่จะได้นั่งบนที่นั่งในที่นั้นหรือไม่  พวกเจ้าในปัจจุบันมีความรู้ดีเกี่ยวกับตัวเจ้าเอง ถึงกระนั้น พวกเจ้าก็ยังคงหวังว่าจะรอดพ้นจากความวิบัติแห่งยุคสุดท้ายและพระหัตถ์ขององค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์เมื่อพระองค์ทรงลงโทษเหล่ามารร้าย  ดูเหมือนว่าการฝันหวานและความต้องการสิ่งทั้งหลายแค่ตามที่พวกเขาชอบนั้นเป็นคุณสมบัติพิเศษทั่วไปของผู้คนทั้งหมดที่ได้ถูกซาตานทำให้เสื่อมทราม และไม่ใช่ความเป็นอัจฉริยะอันโดดเด่นบางอย่างของปัจเจกบุคคลใดเพียงลำพัง  ถึงกระนั้น เรายังคงปรารถนาจะให้ความอยากได้อยากมีอันฟุ้งเฟ้อเหล่านี้ของพวกเจ้าตลอดจนความกระหายร้อนรนของพวกเจ้าที่จะได้รับพรนั้นจบสิ้นลง  ด้วยความที่การล่วงละเมิดของพวกเจ้ามีมากมายนัก และด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าการเป็นกบฏของพวกเจ้านั้นก็เติบโตขึ้นตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้สามารถเหมาะกับแบบพิมพ์เขียวอันน่ารักน่าชื่นชมสำหรับอนาคตของพวกเจ้าได้อย่างไรกัน?  หากเจ้าต้องการทำความผิดพลาดตามแต่เจ้าจะยินดี โดยไม่มีสิ่งใดมาหยุดรั้งเจ้าไว้ ทว่าในเวลาเดียวกันเจ้ายังคงต้องการให้ความฝันของเจ้ากลายเป็นจริง เช่นนั้นแล้วเราก็จะขอรบเร้าให้เจ้าคงอยู่ในความสะลึมสะลือของเจ้าต่อไปและไม่มีวันตื่นขึ้นมาเลย—เพราะความฝันของเจ้านั้นเป็นความฝันอันว่างเปล่า และในการสถิตของพระเจ้าผู้ทรงชอบธรรม พระองค์จะไม่ทรงทำการยกเว้นให้กับเจ้า  หากเจ้าเพียงแค่ต้องการให้ความฝันของเจ้ากลายเป็นจริง เช่นนั้นแล้วก็จงอย่าได้มีวันวาดฝันเลย ในทางตรงกันข้าม จงเผชิญกับความจริงและข้อเท็จจริงตลอดกาล  นี่คือหนทางเดียวที่เจ้าจะสามารถได้รับการช่วยให้รอดได้  ในทางรูปธรรมแล้ว อะไรหรือคือขั้นตอนทั้งหลายของวิธีการนี้?

ประการแรก จงตรวจสอบการกระทำผิดทั้งมวลของเจ้า ตรวจสอบพฤติกรรมและความคิดใดๆ ที่เจ้ามีซึ่งไม่ตรงตามความจริง

นี่คือสิ่งหนึ่งที่เจ้าทำได้อย่างง่ายดาย และเราเชื่อว่าผู้มีเชาวน์ปัญญาทุกคนสามารถทำสิ่งนี้ได้  อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้ที่ไม่เคยรู้ความหมายของการล่วงละเมิดและความจริงนั้นคือข้อยกเว้น เพราะโดยระดับพื้นฐานเบื้องต้นแล้ว พวกเขาไม่ใช่ผู้คนที่มีเชาวน์ปัญญา  เรากำลังพูดคุยอยู่กับผู้คนที่พระเจ้าทรงเห็นชอบแล้ว มีความซื่อสัตย์ ไม่ได้ละเมิดประกาศกฤษฎีกาบริหารใดอย่างร้ายแรง และสามารถหยั่งรู้ถึงการล่วงละเมิดของตัวพวกเขาเองได้อย่างง่ายดาย  แม้ว่าหนึ่งสิ่งนี้ที่เราพึงประสงค์จากพวกเจ้า ง่ายที่จะสำเร็จลุล่วงได้ แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งเดียวที่เราพึงประสงค์จากพวกเจ้า  ไม่ว่าอย่างไร เราก็หวังว่าพวกเจ้าจะไม่หัวเราะเยาะข้อกำหนดนี้อยู่ในใจ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หวังว่าเจ้าจะไม่ดูแคลนหรือดูเบาเรื่องนี้  เจ้าควรจริงจัง และไม่เพิกเฉย

ประการที่สอง สำหรับการกระทำผิดและการกบฏในแต่ละครั้งของเจ้า เจ้าควรมองหาความจริงที่เกี่ยวข้องมาใช้แก้ไข แล้วจากนั้นก็แทนที่การกระทำผิด รวมทั้งความคิดและการกระทำที่เป็นกบฏของเจ้าด้วยการปฏิบัติความจริงดังกล่าว

ประการที่สาม เจ้าควรเป็นคนที่ไร้เล่ห์มารยา อย่าพยายามทำตัวตลบตะแลง และอย่าเป็นคนหลอกลวง (ในที่นี้เรากำลังบอกพวกเจ้าอีกครั้งว่าให้เป็นคนที่ซื่อสัตย์)

ถ้าเจ้าทำสามข้อนี้ได้สำเร็จ เช่นนั้นแล้ว เจ้าก็เป็นคนที่มีโชค—เป็นคนที่มีฝันที่เป็นจริงและเป็นคนโชคดี  บางทีพวกเจ้าก็จะปฏิบัติต่อข้อพึงประสงค์ที่ไม่ยั่วใจสามประการนี้อย่างจริงจัง หรือบางทีเจ้าก็จะปฏิบัติต่อมันอย่างไม่รับผิดชอบ  ไม่ว่าจะทำเช่นใด จุดประสงค์ของเราก็คือการทำให้ความฝันของพวกเจ้าลุล่วง และทำให้ความมุ่งมาดปรารถนาของพวกเจ้าเป็นจริง ไม่ใช่เพื่อที่จะล้อหรือปั่นหัวพวกเจ้าเล่น

ข้อเรียกร้องทั้งหลายของเราอาจดูเรียบง่าย แต่สิ่งที่เรากำลังบอกพวกเจ้านั้นไม่เรียบง่ายเหมือนหนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสอง  หากทั้งหมดที่พวกเจ้าทำคือพูดคุยเกี่ยวกับการนี้อย่างเรื่อยเปื่อย หรือพูดเพ้อเจ้อถึงถ้อยแถลงที่ฟังดูดีมากแต่ว่างเปล่า เช่นนั้นแล้วแผนการของพวกเจ้ากับความปรารถนาทั้งหลายของพวกเจ้าก็จะเป็นเพียงหน้ากระดาษที่ว่างเปล่าไปตลอดกาล  เราจะไม่มีสำนึกแห่งความเวทนาให้แก่พวกเจ้าที่ทนทุกข์มาเป็นเวลาหลายปีและทำงานหนักมามาก ทว่ากลับยังไม่ได้ประโยชน์อันใดเลยจากมัน  ในทางตรงกันข้าม เราจะปฏิบัติต่อพวกที่ไม่ทำตามข้อเรียกร้องของเราด้วยการลงโทษ ไม่ใช่ด้วยบำเหน็จทั้งหลาย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความเห็นอกเห็นใจอันใด  พวกเจ้าอาจจะคิดว่า จากการที่ได้เป็นผู้ติดตามมาหลายปียิ่งนัก เจ้าได้ปฏิบัติงานอย่างหนักไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ตาม และเจ้าก็อาจจะคิดว่าไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เจ้าก็สามารถเป็นคนลงแรงและได้รับตั๋วอาหารในพระนิเวศของพระเจ้า  เราคงจะกล่าวได้ว่าพวกเจ้าส่วนมากคิดแบบนี้ เพราะพวกเจ้าได้ไล่ตามเสาะหาหลักการเกี่ยวกับวิธีที่จะใช้ประโยชน์จากสิ่งทั้งหลายและวิธีที่จะไม่ให้ถูกใครใช้ประโยชน์อยู่เสมอ  ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงกำลังบอกพวกเจ้าในบัดนี้อย่างจริงจังมากว่า เราไม่สนใจว่าเจ้าทำงานหนักมากและทำคุณประโยชน์ใหญ่ๆ เอาไว้ หรือมีอาวุโสมาก ติดตามเรามาอย่างใกล้ชิด มีชื่อเสียงโด่งดัง หรือว่ามีท่าทีที่ดีขึ้นแล้ว ตราบใดที่เจ้ายังไม่ทำตามข้อกำหนดของเรา เจ้าก็จะไม่มีวันได้รับการเห็นชอบจากเรา  พวกเจ้าควรลงมือขจัดแนวคิดและแผนการที่มีอยู่นั้นให้หมดไปทันทีที่ทำได้ และจริงจังกับข้อกำหนดของเรา  หาไม่แล้ว เราจะทำให้ทุกคนกลายเป็นเถ้าถ่าน อันเป็นการจบงานของเราเสีย อย่างมาก งานและความทุกข์นานหลายปีของเราก็จะสูญเปล่า—เพราะเราไม่อาจพาศัตรูของเรา รวมทั้งผู้คนที่ส่งกลิ่นชั่วและมีสภาพเสมือนซาตานเช่นเดิมนั้นเข้าสู่ราชอาณาจักรของเราหรือพาเข้าสู่ยุคถัดไปได้

เรามีความหวังเป็นอันมาก  เราหวังว่าพวกเจ้าจะสามารถประพฤติปฏิบัติตนได้อย่างถูกควรและทำตัวดี อุทิศตนให้กับการทำหน้าที่ของตน มีความจริงและความเป็นมนุษย์ เป็นผู้คนที่สามารถละทิ้งทุกสิ่ง รวมถึงชีวิตของตน เพื่อพระเจ้า และอื่นๆ  ความหวังทั้งหมดนี้มีความเกี่ยวเนื่องกับความขาดตกบกพร่อง ความเสื่อมทราม และความเป็นกบฏของพวกเจ้า  หากคำสนทนาใดที่เราได้มีไปกับพวกเจ้านั้นไม่มีอันใดเลยที่เพียงพอจะดึงดูดความสนใจจากพวกเจ้าได้ เช่นนั้นแล้วก็มีแววว่าทั้งหมดที่เราทำได้ในตอนนี้ก็คือการไม่กล่าวอะไรอีกแล้ว  อย่างไรก็ตาม พวกเจ้าก็เข้าใจว่าผลลัพธ์ของการนั้นจะเป็นสิ่งใด  ไม่บ่อยนักที่เราหยุดพัก ดังนั้นหากเราไม่พูด เราก็จะทำบางสิ่งให้ผู้คนมองดู  เราสามารถทำให้ลิ้นของใครบางคนเน่าได้ หรือเป็นเหตุให้ใครบางคนตายแบบแขนขาขาด  หรือให้ผู้คนมีความผิดปกติของเส้นประสาทและเป็นเหตุให้พวกเขาแลดูน่าเกลียดน่ากลัวได้ในหลายหนทาง  แต่ถึงอย่างไร เราก็สามารถทำให้ผู้คนต้องสู้ทนความทรมานที่เราชงขึ้นโดยเฉพาะเจาะจงสำหรับพวกเขาได้  ด้วยวิธีนี้ เราคงจะรู้สึกเปรมปรีดิ์ มีความสุขมาก และยินดีอย่างใหญ่หลวง  มีการกล่าวกันอยู่เสมอว่า “ทำดีได้ดี และทำชั่วได้ชั่ว” ดังนั้นเหตุใดจึงไม่เป็นเช่นนั้นเล่าในตอนนี้?  หากเจ้าปรารถนาที่จะต่อต้านเรา และทำการตัดสินเกี่ยวกับเรา เราก็จะทำให้ปากของเจ้าเน่า และนั่นก็จะทำให้เราปีติยินดีไปชั่วกัลป์  ในท้ายที่สุดแล้ว นี่ก็เป็นเพราะสิ่งที่เจ้าได้ทำไปนั้นไม่ใช่ความจริง  ที่แย่ยิ่งกว่าก็คือมันไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับชีวิตเลย ขณะที่ทุกสิ่งที่เราทำคือความจริง การกระทำของเราทั้งหมดสัมพันธ์กับหลักธรรมทั้งหลายของงานของเราและประกาศกฤษฎีกาบริหารที่เราได้กำหนดไว้  ด้วยเหตุนี้ เราจึงรบเร้าให้เจ้าแต่ละคนสั่งสมคุณธรรมเอาไว้บ้าง หยุดการทำความชั่วมากมายยิ่งนัก และใส่ใจต่อข้อเรียกร้องของเราในยามว่างของเจ้า  เช่นนั้นแล้วเราจึงจะรู้สึกชื่นบาน  หากพวกเจ้าจะมีส่วนร่วมสนับสนุน (หรือบริจาค) ให้กับความจริงแม้แต่หนึ่งในหนึ่งพันของความพยายามที่เจ้าใช้กับเนื้อหนัง เช่นนั้นแล้วเราย่อมกล่าวเลยว่าเจ้าคงจะไม่ได้กระทำผิดและมีปากเน่าเหม็นบ่อยนัก  นี่ไม่เห็นได้ชัดหรอกหรือ?

ยิ่งเจ้ากระทำผิดมากขึ้นเพียงใด เจ้าก็ยิ่งจะมีโอกาสเหมาะที่จะได้มาซึ่งบั้นปลายที่ดีน้อยลงเท่านั้น  ในทางกลับกัน ยิ่งเจ้ากระทำผิดน้อยลงเพียงใด โอกาสที่เจ้าจะกลายเป็นได้รับการสรรเสริญจากพระเจ้าก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น  หากการกระทำผิดของเจ้าเพิ่มมากขึ้นจนถึงจุดที่เป็นไปไม่ได้ที่เราจะยกโทษให้เจ้า เช่นนั้นแล้ว เจ้าก็จะเสียโอกาสอย่างถึงที่สุดในการที่จะได้รับการยกโทษ  ดังนั้นเอง บั้นปลายของเจ้าจะไม่ได้อยู่เบื้องบน แต่จะอยู่เบื้องล่าง  หากเจ้าไม่เชื่อเรา เช่นนั้นแล้วก็จงฮึกเหิมและกระทำผิดเถิด และดูว่านั่นจะนำสิ่งใดมาให้กับเจ้า  หากเจ้าเป็นบุคคลหนึ่งซึ่งการฝึกฝนปฏิบัติความจริงนั้นจริงจังตั้งใจอย่างยิ่ง เช่นนั้นแล้วเจ้าย่อมจะมีโอกาสที่จะได้รับการยกโทษสำหรับการกระทำผิดของเจ้าอย่างแน่นอน และเจ้าจะกบฏน้อยลงทุกที  หากเจ้าเป็นบุคคลหนึ่งซึ่งไม่เต็มใจจะฝึกฝนปฏิบัติความจริง เช่นนั้นแล้วการกระทำผิดเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าของเจ้าก็จะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างแน่นอน และเจ้าจะกบฏมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเจ้าไปถึงขีดจำกัด อันจะเป็นเวลาแห่งการทำลายล้างเจ้าจนสิ้นซาก  นี่จะเป็นเวลาที่ความฝันอันน่ายินดีของเจ้าที่จะได้รับพรถูกพังทลาย  จงอย่าคำนึงถึงการกระทำผิดของเจ้าว่าเป็นเพียงความผิดพลาดของบุคคลหนึ่งซึ่งยังไม่เป็นผู้ใหญ่หรือโง่เขลา จงอย่าใช้ข้ออ้างว่าเจ้าไม่ได้ฝึกฝนปฏิบัติความจริงเพราะขีดความสามารถต่ำของเจ้าทำให้เป็นไปไม่ได้ที่จะทำเช่นนั้น  ที่มากกว่านั้นก็คือ จงอย่าเพียงคำนึงถึงการกระทำผิดที่เจ้าได้ทำลงไปว่าเป็นการปฏิบัติตนของใครบางคนที่ไม่ได้รู้อะไรดีไปกว่านี้  หากเจ้าเก่งในการยกโทษให้ตัวเองและปฏิบัติต่อตัวเจ้าเองด้วยความใจกว้าง เช่นนั้นแล้วเราย่อมกล่าวว่าเจ้าคือคนขลาดที่จะไม่มีวันได้รับความจริง และการกระทำผิดของเจ้าจะไม่มีวันหยุดตามหลอกหลอนเจ้า พวกมันจะคอยกันไม่ให้เจ้าทำตามข้อเรียกร้องแห่งความจริงได้ และเป็นเหตุให้เจ้าคงความเป็นพวกพ้องที่จงรักภักดีของซาตานไปตลอดกาล  คำแนะนำของเราต่อเจ้ายังคงเป็นเช่นนี้คือ จงอย่าให้ความสนใจเฉพาะบั้นปลายของเจ้าเท่านั้น ในขณะเดียวกันก็ล้มเหลวที่จะสังเกตเห็นการกระทำผิดซึ่งซ่อนเร้นอยู่ของเจ้า จงมองเรื่องการกระทำผิดอย่างจริงจัง และจงอย่ามองข้ามการล่วงละเมิดอันใดไปเพราะการที่มัวแต่พะวงถึงบั้นปลายของเจ้า

ก่อนหน้า: การตักเตือนสามประการ

ถัดไป: การเข้าใจพระอุปนิสัยของพระเจ้านั้นสำคัญมาก

ปี 2026 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ

การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า ว่าด้วยการรู้จักพระเจ้า บทเสวนาโดยพระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย การเปิดโปงพวกศัตรูของพระคริสต์ หน้าที่รับผิดชอบของผู้นำและคนทำงาน ว่าด้วยการไล่ตามเสาะหาความจริง ว่าด้วยการไล่ตามเสาะหาความจริง การพิพากษาเริ่มต้นที่พระนิเวศของพระเจ้า แก่นพระวจนะจากพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ พระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน ความเป็นจริงความจริงที่ผู้เชื่อในพระเจ้าต้องเข้าสู่ ติดตามพระเมษโปดกและขับร้องบทเพลงใหม่ๆ แนวทางสำหรับการเผยแผ่ข่าวประเสริฐแห่งราชอาณาจักร แกะของพระเจ้าได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้า คำพยานจากประสบการณ์หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ (เล่มที่ 1) คำพยานจากประสบการณ์หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ (เล่มที่ 2) คำพยานจากประสบการณ์หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ (เล่มที่ 3) คำพยานจากประสบการณ์หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ (เล่มที่ 4) คำพยานจากประสบการณ์หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ (เล่มที่ 5) คำพยานจากประสบการณ์หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ (เล่มที่ 6) คำพยานจากประสบการณ์หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ (เล่มที่ 7) คำพยานจากประสบการณ์หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ (เล่มที่ 8) คำพยานจากประสบการณ์หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ (เล่มที่ 9) วิธีที่ข้าพเจ้าได้หันกลับไปสู่พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์

การตั้งค่า

  • ข้อความ
  • ธีม

สีเข้ม

ธีม

แบบอักษร

ขนาดตัวอักษร

ระยะห่างบรรทัด

ระยะห่างบรรทัด

ความกว้างของหน้า

เนื้อหา

ค้นหา

  • ค้นหาข้อความนี้
  • ค้นหาในหนังสือนี้

ติดต่อเราผ่าน Messenger