เส้นทาง… (5)

ในอดีต ไม่มีใครได้รู้จักพระวิญญาณบริสุทธิ์ นับประสาอะไรที่พวกเขาจะได้ตระหนักรู้ถึงเส้นทางที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงดำเนินไป  นั่นคือเหตุผลที่ผู้คนทำให้ตัวพวกเขาเองดูเป็นคนโง่เฉพาะพระพักตร์ของพระจ้าเสมอ  เป็นการยุติธรรมที่จะกล่าวว่าเกือบทุกคนที่เชื่อในพระเจ้าไม่รู้จักพระวิญญาณบริสุทธิ์ และว่าความเชื่อของพวกเขายุ่งเหยิงและสับสน เห็นได้ชัดว่า ผู้คนไม่เข้าใจพระเจ้า และแม้ว่าปากของพวกเขาอาจพูดว่าพวกเขาเชื่อในพระองค์ แต่ในสาระสำคัญแล้ว เมื่อยึดตามพื้นฐานความประพฤติของพวกเขา พวกเขาก็เชื่อในตัวพวกเขาเอง ไม่ใช่พระเจ้า  จากประสบการณ์แท้จริงของเราเอง เราได้เห็นว่าพระเจ้าทรงเป็นพยานถึงการที่พระเจ้าทรงจุติเป็นมนุษย์ และจากภายนอกปรากฏให้เห็นว่าผู้คนถูกบังคับให้ยอมรับคำพยานของพระเจ้า แทบจะไม่สามารถกล่าวได้เลยว่าพวกเขาเชื่อว่าพระวิญญาณของพระเจ้าปราศจากความผิดโดยบริบูรณ์  อย่างไรก็ตาม เรากล่าวว่าสิ่งที่ผู้คนเชื่อไม่ใช่บุคคลผู้นี้ นับประสาอะไรที่จะเชื่อในพระวิญญาณของพระเจ้า แต่กลับเชื่อในความรู้สึกของพวกเขาเอง  พวกเขาไม่ได้แค่เชื่อในตัวพวกเขาเองด้วยการทำเช่นนั้นหรอกหรือ? สิ่งที่เรากล่าวเป็นจริง  เราไม่ได้กำลังตราหน้าผู้คน ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่เราต้องอธิบายให้ชัดเจน กล่าวคือ สำหรับผู้คนที่ได้รับการนำพาให้มาถึงวันนี้ การที่พวกเขาจะได้รับการอธิบายให้ชัดเจนหรือสับสนหรือไม่นั้น ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับพระวิญญาณบริสุทธิ์ทั้งสิ้น  มันไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะควบคุมได้เลย  นี่คือตัวอย่างของสิ่งที่เราได้เอ่ยไปก่อนหน้านี้เกี่ยวกับที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงบังคับความเชื่อของผู้คน นี่คือวิธีที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงปฏิบัติพระราชกิจ และมันคือเส้นทางที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงดำเนินไป  ในสาระสำคัญแล้ว ไม่สำคัญว่าผู้คนจะเชื่อในผู้ใด พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงมอบความรู้สึกชนิดหนึ่งแก่ผู้คนโดยการบังคับ โดยทำให้พวกเขาเชื่อในพระเจ้าในหัวใจของพวกเขา  นั่นไม่ใช่วิธีที่เจ้าเชื่อหรอกหรือ? เจ้าไม่รู้สึกว่าความเชื่อในพระเจ้าของเจ้าเป็นสิ่งที่แปลกหรอกหรือ? เจ้าไม่คิดว่าประหลาดหรือที่เจ้าไม่สามารถรอดพ้นจากกระแสนี้ได้? เจ้ามิได้ใช้ความพยายามใดเลยในการขบคิดเกี่ยวกับการนี้หรอกหรือ? นี่มิใช่หมายสำคัญและสิ่งมหัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาสิ่งทั้งปวงหรอกหรือ? ต่อให้เจ้ามีแรงกระตุ้นที่จะหนีให้รอดพ้นมาหลายครั้งหลายครา ทว่ายังมีพลังชีวิตอันเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ดึงดูดเจ้าและทำให้เจ้าลังเลที่จะเดินหนีไปเสมอมา  และทุกครั้งที่เจ้าพบตัวเจ้าเองอยู่ในรูปการณ์แวดล้อมเช่นนั้น เจ้าก็เริ่มร่ำไห้และสะอึกสะอื้นต่อการสูญเสียอยู่ทุกครั้งโดยไม่รู้ว่าจะทำสิ่งใดต่อไป  พวกเจ้าบางคนพยายามอย่างแท้จริงที่จะจากไป แต่เมื่อเจ้าพยายามจะไป ก็กลับรู้สึกเหมือนว่ามีมีดทิ่มแทงหัวใจของเจ้า รู้สึกเหมือนว่าดวงวิญญาณของเจ้าถูกพรากไปจากเจ้าโดยผีในโลกนี้บางตัว ทิ้งให้หัวใจของเจ้าทุรนทุรายและปราศจากสันติสุข  หลังจากนั้น เจ้าก็ต้องเตรียมใจตัวเองและกลับมาหาพระเจ้าอย่างช่วยไม่ได้เลย...เจ้าไม่เคยมีประสบการณ์นี้มาก่อนหรอกหรือ? เราไม่มีความสงสัยเลยว่าพี่น้องชายหญิงหนุ่มสาวผู้ซึ่งสามารถเปิดหัวใจของพวกเขา จะกล่าวว่า “ใช่แล้ว! ข้าพระองค์เคยมีประสบการณ์เช่นนี้มาหลายครั้งมาก มันทำให้ข้าพระองค์ละอายใจเมื่อนึกถึงมัน!”  ในชีวิตประจำวันของเราเอง เรามีความสุขเสมอที่จะปฏิบัติต่อพี่น้องชายหญิงหนุ่มสาวของเราในฐานะเพื่อนสนิท ทั้งนี้เพราะมีความบริสุทธิ์มากเหลือเกินในพวกเขา—พวกเขาสะอาดบริสุทธิ์และดีงามยิ่งนัก  พวกเขาเป็นเหมือนมิตรสหายของเรา  นั่นคือเหตุผลที่เรามองหาโอกาสเสมอที่จะนำเพื่อนสนิททั้งหมดของเรามาอยู่รวมกันเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับอุดมคติของพวกเราและแผนการของพวกเรา  ขอน้ำพระทัยของพระเจ้าจงดำเนินการในพวกเราด้วย เพื่อที่พวกเราทั้งหมดจะได้เป็นเหมือนเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน โดยไม่มีสิ่งขวางกั้นใดหรือระยะทางมาคั่นระหว่างพวกเราไว้  ขอพวกเราทั้งหมดจงอธิษฐานต่อพระเจ้าว่า “โอ้พระเจ้า! หากเป็นน้ำพระทัยของพระองค์ พวกเราขอวิงวอนให้พระองค์ทรงมอบสภาพแวดล้อมที่ถูกต้องให้แก่พวกเราด้วยเถิด เพื่อที่พวกเราอาจจะทำให้ความปรารถนาในหัวใจของพวกเราลุล่วงได้  ขอพระองค์ทรงโปรดมีความปรานีต่อพวกเราผู้อ่อนวัยและขาดเหตุผล และให้เราได้ทุ่มเทพละกำลังภายในหัวใจของเรา!”  เราวางใจว่านี่คือน้ำพระทัยของพระเจ้า เราได้อธิษฐานต่อพระเจ้านานมาแล้วและกล่าวว่า “ข้าแต่พระบิดา! พวกเราร้องเรียกไปยังพระองค์อยู่เสมอบนแผ่นดินโลก ปรารถนาว่าน้ำพระทัยของพระองค์จะครบบริบูรณ์บนแผ่นดินโลกในไม่ช้านี้  เราขอแสวงหาน้ำพระทัยของพระองค์  ขอพระองค์ทรงทำสิ่งที่พระองค์ทรงต้องประสงค์ที่จะทำ และทรงให้พระบัญชาของพระองค์ครบบริบูรณ์ในตัวข้าพระองค์อย่างเร่งรีบที่สุดด้วยเถิด  ข้าพระองค์เต็มใจแม้แต่ที่จะให้พระองค์ทรงเปิดเส้นทางใหม่ในท่ามกลางพวกเรา หากว่ามันหมายถึงการที่น้ำพระทัยของพระองค์จะสำเร็จลุล่วงในไม่ช้านี้! ข้าพระองค์ขอเพียงให้พระราชกิจของพระองค์ครบบริบูรณ์ในไม่ช้า และข้าพระองค์วางใจว่าจะไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ สามารถยับยั้งได้!”  นั่นคือพระราชกิจของพระเจ้าวันนี้ เจ้ามองไม่เห็นเส้นทางที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงดำเนินไปหรอกหรือ? ทุกครั้งที่เราพบปะพี่น้องชายหญิงผู้อาวุโสกว่า เรามีสำนึกรับรู้อันสุดที่จะพรรณนาได้ถึงการบีบคั้นนี้  เมื่อเราพบปะกับพวกเขา เรามองเห็นว่าพวกเขาเต็มไปด้วยสังคม มโนคติอันหลงผิดทางศาสนาของพวกเขา ประสบการณ์ในการรับมือกับสิ่งต่าง ๆ ของพวกเขา ลักษณะการพูดของพวกเขา คำพูดที่พวกเขาใช้ และอื่น ๆ อีกมาก—พวกเขาล้วนน่ารำคาญทั้งสิ้น  พวกเขาควรที่จะเปี่ยมไปด้วย “ปัญญา”  เรารักษาระยะห่างจากพวกเขาให้ไกลที่สุดเท่าที่เราจะทำได้เสมอ ทั้งนี้เพราะ โดยส่วนตัวสำหรับเราแล้ว เรามิได้พร้อมไปด้วยหลักปรัชญามากมายสำหรับการใช้ชีวิตในโลก  ทุกครั้งที่เราพบปะกับผู้คนเหล่านี้ พวกเขาทำให้เราเหนื่อยล้าในภายหลัง ศีรษะของเราเต็มไปด้วยเหงื่อ บางครั้งเราก็รู้สึกถูกบีบคั้นมากจนเราแทบจะไม่สามารถหายใจได้  ด้วยเหตุนี้เอง ในชั่วขณะที่น่ากลัวนี้ พระเจ้าทรงมอบทางออกที่ยิ่งใหญ่ให้แก่เรา  บางที นั่นอาจจะเป็นเพียงความคิดเห็นที่ผิดของเรา  เราใส่ใจเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดประโยชน์ต่อพระเจ้าเท่านั้น การทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าคือสิ่งสำคัญที่สุด  เราอยู่ห่างจากผู้คนเหล่านี้ แต่หากว่าพระเจ้าพึงประสงค์ให้เราพบปะพวกเขา เราก็ยังคงเชื่อฟัง  ไม่ใช่ว่าพวกเขาน่าชิงชัง แต่ทว่า “ปัญญา” ของพวกเขา มโนคติอันหลงผิดของพวกเขา และปรัชญาการใช้ชีวิตในโลกของพวกเขาน่ารังเกียจมาก  เราอยู่ที่นั่นเพื่อทำให้พระบัญชาของพระเจ้าครบบริบูรณ์ ไม่ใช่เพื่อเรียนรู้วิธีการที่พวกเขาทำสิ่งต่างๆ  เราจำได้ถึงครั้งหนึ่งที่พระเจ้าทรงกล่าวกับเราว่า “บนแผ่นดินโลก จงพยายามที่จะทำตามน้ำพระทัยของพระบิดาของเจ้าเท่านั้นและทำให้พระบัญชาของพระองค์ครบบริบูรณ์ โดยที่เจ้าไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับสิ่งอื่นใดเลย”  เมื่อนึกถึงถ้อยคำนี้ก็ทำให้เรามีสันติสุขเล็กน้อย  นั่นเป็นเพราะเรารู้สึกเสมอว่ากิจการมนุษย์ยุ่งยากซับซ้อนยิ่งนัก เราไม่สามารถทำความเข้าใจเรื่องเหล่านั้นได้ และเราไม่เคยรู้เลยว่าจะต้องทำอะไร  ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงถูกทิ้งให้สับสนอยู่หลายครั้งจนนับไม่ถ้วนโดยการนี้ และได้เกลียดชังมวลมนุษย์ เหตุใดผู้คนถึงต้องสลับซับซ้อนมากนักเล่า? เหตุใดพวกเขาจึงไม่สามารถทำตัวเรียบง่ายได้? เหตุใดต้องพยายามที่จะทำตัวฉลาดมากนัก? เมื่อเราพบปะผู้คน ส่วนใหญ่แล้วเราพบปะโดยอยู่บนพื้นฐานแห่งพระบัญชาของพระเจ้าที่ทรงมอบให้แก่เรา  อาจมีบางคราเมื่อนั่นไม่ใช่กรณีนั้น แต่ใครจะรู้ได้เล่าว่ามีสิ่งใดแอบซ่อนอยู่ในส่วนลึกของหัวใจของเรา?

หลายครั้งที่เราได้ให้คำปรึกษาแก่พี่น้องชายหญิงผู้อยู่กับเราว่าพวกเขาควรเชื่อในพระเจ้าด้วยหัวใจของพวกเขา ว่าพวกเขาไม่ควรมองหาประโยชน์ของเขาเอง แต่ควรใส่ใจต่อน้ำพระทัยของพระเจ้า  หลายครั้งที่เราได้ร่ำไห้ด้วยความระทมเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้า ว่าเหตุใดผู้คนจึงไม่ใส่ใจต่อน้ำพระทัยของพระเจ้า? แน่นอนว่าพระราชกิจของพระเจ้าไม่สามารถหายไปโดยไร้ร่องรอยอย่างไม่มีเหตุผลใช่หรือไม่? เราไม่รู้เหตุผลด้วยเช่นกันว่าทำไม—การนี้เกือบจะได้กลายเป็นปริศนาในจิตใจของเรา—ว่าเหตุใดผู้คนไม่เคยตระหนักถึงเส้นทางที่ดำเนินโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ถึงกระนั้นก็ดี พวกเขายังคงยึดอยู่กับสัมพันธภาพอันไม่เหมาะสมที่พวกเขามีกับผู้อื่น? การได้เห็นผู้คนเยี่ยงนี้ทำให้เราคลื่นไส้  แทนที่จะมองไปที่เส้นทางแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ พวกเขากลับมุ่งเน้นไปที่ความประพฤติของมนุษย์แทน  พระเจ้าจะทรงสมพระทัยโดยการนี้ได้หรือไม่? เรารู้สึกเศร้าใจอยู่บ่อยครั้งจากการนี้  มันเกือบจะกลายเป็นภาระของเรา—และมันยังเป็นการก่อกวนพระวิญญาณบริสุทธิ์อีกด้วย  เจ้าไม่รู้สึกถึงการตำหนิติเตียนใดๆ ในหัวใจของเจ้าหรอกหรือ? ขอพระเจ้าทรงเปิดตาฝ่ายจิตวิญญาณของพวกเราด้วยเถิด  หลายครั้งที่เราผู้ซึ่งนำทางผู้คนให้เข้าในการเข้าสู่จิตวิญญาณ ได้อธิษฐานต่อพระเจ้าว่า “โอ้พระบิดา! ข้าพระองค์ขอให้น้ำพระทัยของพระองค์คือแกนสำคัญ ข้าพระองค์ขอแต่ให้ได้ค้นหาน้ำพระทัยของพระองค์ ข้าพระองค์ขอให้ข้าพระองค์สัตย์ซื่อต่อพระบัญชาของพระองค์ด้วยเถิด เพื่อที่พระองค์จะได้ทรงรับผู้คนกลุ่มนี้ไว้  ขอพระองค์ทรงรับพวกเราไว้ในแผ่นดินแห่งอิสรภาพ เพื่อที่พวกเราจะได้สัมผัสพระองค์ด้วยจิตวิญญาณของพวกเรา และขอพระองค์ทรงปลุกให้ความรู้สึกฝ่ายจิตวิญญาณภายในหัวใจของพวกเราให้ตื่นขึ้น!”  เราขอให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ด้วยเหตุนี้เราจึงอธิษฐานอยู่เสมอเพื่อให้พระวิญญาณของพระองค์ทรงให้ความรู้แจ้งแก่พวกเราเรื่อยไป ให้เราอาจจะได้เดินบนเส้นทางที่ได้รับการทรงนำโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์—ด้วยว่าเส้นทางที่เราเดินคือเส้นทางแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์  และใครผู้ใดอีกเล่าที่จะเดินเส้นทางนี้แทนเราได้? นี่คือสิ่งที่ทำให้ภาระของเราหนักยิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ  เรารู้สึกราวกับว่าเรากำลังจะตกลงไป แต่เรามีความเชื่อว่าพระเจ้าคงจะไม่มีวันทรงทำให้พระราชกิจของพระองค์ล่าช้า  บางที พวกเราอาจจะเพียงแค่ต้องแยกทางกัน ทันทีที่พระบัญชาของพระองค์ครบบริบูรณ์แล้ว  ด้วยเหตุนี้ บางทีมันอาจจะเป็นเพราะผลแห่งพระวิญญาณของพระเจ้าก็เป็นได้ที่เรารู้สึกอยู่เสมอว่าเราแตกต่าง  มันเป็นราวกับว่ามีพระราชกิจที่พระเจ้าทรงต้องประสงค์ที่จะปฏิบัติ แต่เรายังคงไม่สามารถจับความเข้าใจได้ว่ามันคืออะไร  ถึงกระนั้น เรายังวางใจว่าไม่มีใครบนแผ่นดินโลกที่จะดีกว่าเพื่อนสนิทของเรา และเราวางใจว่าพวกเขาจะอธิษฐานให้กับเราเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้า อันเป็นสิ่งที่เราสำนึกในบุญคุณอย่างล้นพ้น  เราปรารถนาให้พี่น้องชายหญิงกล่าวร่วมกับเราว่า “โอ้พระเจ้า! ขอน้ำพระทัยของพระองค์ทรงสำแดงอย่างเต็มเปี่ยมในพวกเราผู้อยู่ในยุคสุดท้าย เพื่อที่พวกเราอาจได้รับพระพรด้วยชีวิตแห่งจิตวิญญาณ และได้เห็นกิจการแห่งพระวิญญาณของพระเจ้า และได้มองดูพระพักตร์ที่แท้จริงของพระองค์!”  ทันทีที่พวกเราได้มาถึงขั้นตอนนี้ พวกเราจะได้ใช้ชีวิตอยู่ภายใต้การทรงนำของพระวิญญาณอย่างแท้จริง และเมื่อนั้นเท่านั้นที่เราจะสามารถมองดูพระพักตร์ที่แท้จริงของพระเจ้าได้  ซึ่งกล่าวได้ว่า ผู้คนจะสามารถเข้าใจความหมายที่แท้จริงของความจริงทั้งปวงตามการรู้แจ้งแห่งน้ำพระทัยของพระวิญญาณของพระเจ้า ไม่ใช่การสามารถเข้าใจหรือจับใจความได้ตามมโนคติอันหลงผิดของมนุษย์  นี่คือพระราชกิจของพระเจ้าพระองค์เองทั้งหมด ไม่มีแนวความคิดมนุษย์อยู่ในนั้นเลย กล่าวคือมันคือแผนการแห่งพระราชกิจของพระองค์สำหรับกิจการที่พระองค์ทรงปรารถนาที่จะทำให้ประจักษ์ชัดบนแผ่นดินโลก และมันคือส่วนสุดท้ายแห่งพระราชกิจของพระองค์บนแผ่นดินโลก  เจ้าปรารถนาที่จะร่วมในพระราชกิจนี้หรือไม่? เจ้าต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของพระราชกิจหรือไม่? เจ้าทะเยอทะยานอยากได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อมโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์และแบ่งปันชีวิตแห่งจิตวิญญาณหรือไม่?

สิ่งที่เป็นกุญแจในวันนี้คือการเข้าถึงให้ลึกซึ้งมากขึ้นจากรากฐานดั้งเดิมของพวกเรา  เราต้องไปสู่ความจริง นิมิต และชีวิตให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น—แต่ก่อนอื่นเราต้องเตือนพี่น้องชายหญิงว่า เพื่อที่จะเข้าสู่ขั้นตอนแห่งพระราชกิจนั้น เจ้าต้องละทิ้งมโนคติอันหลงผิดเมื่อก่อนนี้ของเจ้าเสีย  นั่นก็คือ เจ้าต้องเปลี่ยนวิถีทางที่เจ้าใช้ชีวิต ทำการวางแผนใหม่ กลับตัวเสียใหม่  หากเจ้ายังคงยึดอยู่กับสิ่งที่เคยล้ำค่าต่อเจ้าในเวลาที่ผ่านมา พระวิญญาณบริสุทธิ์จะไม่สามารถทรงพระราชกิจในตัวเจ้าได้ และพระองค์แทบจะไม่สามารถทรงรักษาชีวิตของเจ้าให้ยั่งยืนได้  ผู้คนเหล่านั้นที่ไม่ไล่ตามเสาะหา หรือเข้าสู่ หรือทำการวางแผนล้วนจะถูกพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงทอดทิ้งอย่างเต็มที่—และจึงมีการกล่าวกันว่าพวกเขาถูกทอดทิ้งภายในยุคนี้ เราหวังว่าพี่น้องชายหญิงทั้งหมดจะสามารถเข้าใจหัวใจของเราได้ และเราหวังว่าจะมี “สมาชิกใหม่” เพิ่มมากขึ้น ผู้ที่จะยืนหยัดเพื่อร่วมมือกับพระเจ้าและทำให้งานนี้บริบูรณ์ร่วมกัน  เราวางใจว่าพระเจ้าจะทรงอวยพระพรแก่พวกเรา  ด้วยเหตุนี้ เราก็วางใจว่าพระเจ้าจะทรงมอบมิตรสนิทมากมายยิ่งขึ้นให้แก่เราด้วย เพื่อที่เราอาจจะได้เดินไปยังทั่วทุกมุมของแผ่นดินโลก และอาจมีความรักยิ่งใหญ่ขึ้นระหว่างพวกเรา  ยิ่งไปกว่านั้น เราวางใจว่าพระเจ้าจะทรงแผ่ขยายราชอาณาจักรของพระองค์เพราะความพยายามของพวกเรา เราอยากให้ความพยายามเหล่านี้ของพวกเราไปถึงระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ให้พระเจ้าทรงได้รับคนหนุ่มสาวไว้มากขึ้น  เราต้องการให้พวกเราใช้เวลามากขึ้นอธิษฐานให้กับการนี้ เราต้องการให้พวกเราอธิษฐานอยู่เสมอ เพื่อที่พวกเราจะได้ใช้ชีวิตทั้งมวลของพวกเราเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้า และอยู่ใกล้ชิดกับพระเจ้าให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้  ขอจงอย่ามีสิ่งใดกั้นอยู่ระหว่างพวกเราอีกเลย และขอพวกเราทั้งหมดจงกล่าวคำสาบานนี้เฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้าดังนี้คือ เพื่อการทำงานอย่างหนักร่วมกัน! เพื่อที่จะรักภักดีจวบจนวาระสุดท้าย! เพื่อที่จะไม่เคยแยกจากกัน และอยู่ร่วมกันเสมอ! เราหวังว่าพี่น้องชายหญิงทั้งหมดจะทำสัญญานี้เฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้า เพื่อที่หัวใจของพวกเราจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง และความมุ่งมั่นของพวกเราจะไม่มีวันหวั่นไหว! เพื่อเห็นแก่ประโยชน์แห่งน้ำพระทัยของพระเจ้า เราขอกล่าวอีกครั้งว่า ขอให้พวกเราทำงานอย่างหนัก! ขอให้พวกเราเพียรพยายามสุดกำลังของพวกเรา! พระเจ้าจะทรงอวยพระพรพวกเราอย่างแน่นอน!

ก่อนหน้า: เส้นทาง… (4)

ถัดไป: เส้นทาง… (6)

พระเจ้าได้เสด็จมาอย่างลับๆ ก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงและได้ทรงสร้างกลุ่มผู้มีชัยชนะขึ้นแล้ว จากนั้น พระเจ้าจะทรงปรากฏอย่างเปิดเผยและทรงให้รางวัลคนดีและลงโทษคนชั่ว คุณต้องการต้อนรับองค์พระผู้เป็นเจ้าและให้พระเจ้าช่วยให้รอดก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงหรือไม่? อย่าลังเลที่จะติดต่อเราตอนนี้เพื่อหาวิธี
ติดต่อเราผ่าน Messenger
ติดต่อเราผ่าน Line

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เนื้อแท้ของพระคริสต์คือการเชื่อฟังน้ำพระทัยของพระบิดาแห่งสวรรค์

พระเจ้าผู้ทรงจุติเป็นมนุษย์เรียกว่าพระคริสต์ และพระคริสต์คือเนื้อหนังมนุษย์ที่พระวิญญาณของพระเจ้าทรงจุติมา...

เส้นทาง… (2)

พี่น้องชายหญิงของเราอาจมีแนวความคิดอยู่บ้างในเรื่องลำดับ ขั้นตอน และวิธีการทั้งหลายในพระราชกิจของพระเจ้าในจีนแผ่นดินใหญ่...

การตั้งค่า

  • ข้อความ
  • ธีม

สีเข้ม

ธีม

แบบอักษร

ขนาดตัวอักษร

ระยะห่างบรรทัด

ระยะห่างบรรทัด

ความกว้างของหน้า

เนื้อหา

ค้นหา

  • ค้นหาข้อความนี้
  • ค้นหาในหนังสือนี้