เส้นทาง… (3)

ในชีวิตของเรา เรายินดีเสมอที่ได้มอบความคิดจิตใจและร่างกายของเราแด่พระเจ้าทั้งหมดทั้งสิ้น  เมื่อถึงตอนนั้นเท่านั้น มโนธรรมของเราจึงจะปราศจากการตำหนิติเตียนและมีสันติสุขอยู่บ้าง  บรรดาผู้ที่ไล่ตามเสาะหาชีวิตต้องมอบทั้งหัวใจของพวกเขาแด่พระเจ้าก่อน นี่คือเงื่อนไขเบื้องต้นอย่างหนึ่ง  เราอยากให้พี่น้องชายหญิงของเราอธิษฐานต่อพระเจ้าร่วมกับเราว่า “โอ้พระเจ้า!  ขอให้พระวิญญาณของพระองค์ที่ทรงสถิตในสวรรค์ทรงประทานพระคุณแก่ผู้คนที่อยู่บนแผ่นดินโลก เพื่อที่หัวใจของเราจะได้หันกลับไปหาพระองค์อย่างเต็มเปี่ยม เพื่อที่จิตวิญญาณของเราจะได้รับการขับเคลื่อนโดยพระองค์ เพื่อที่เราจะได้มองเห็นความดีงามของพระองค์ในหัวใจของเราและในจิตวิญญาณของเรา และเพื่อที่คนเหล่านั้นบนแผ่นดินโลกจะได้รับพระพรที่จะได้มองเห็นความงามของพระองค์  ข้าแต่พระเจ้า!  ขอให้พระวิญญาณของพระองค์ทรงขับเคลื่อนจิตวิญญาณของพวกเราอีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่ความรักของพวกเราจะได้เป็นนิรันดร์กาลและไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้!”  ในบรรดาพวกเราทั้งหมด พระเจ้าทรงทดสอบหัวใจของพวกเราก่อน—และทันทีที่พวกเราได้เทหัวใจของพวกเราให้แก่พระองค์แล้ว พระองค์ก็จะทรงขับเคลื่อนจิตวิญญาณของพวกเรา  มีเพียงในจิตวิญญาณของพวกเราเท่านั้นที่เราสามารถมองเห็นความดีงาม มไหศวรรย์ และความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าได้  นี่คือเส้นทางของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในพวกมนุษย์  เจ้ามีชีวิตแบบนี้หรือไม่?  เจ้าเคยได้รับประสบการณ์กับชีวิตแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์หรือไม่?  จิตวิญญาณของเจ้าเคยได้รับการขับเคลื่อนโดยพระเจ้าหรือไม่?  เจ้าเคยมองเห็นวิธีที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงพระราชกิจในผู้คนหรือไม่?  เจ้าได้มอบหัวใจทั้งหมดของเจ้าแด่พระเจ้าหรือไม่?  เมื่อเจ้าได้มอบหัวใจทั้งหมดของเจ้าแด่พระเจ้าแล้ว เจ้าก็จะสามารถได้รับประสบการณ์กับชีวิตแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้โดยตรง และพระราชกิจของพระองค์จะทรงสำแดงแก่เจ้าอยู่เป็นเนืองนิตย์  เมื่อถึงเวลานั้น เจ้าจะกลายเป็นใครบางคนที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงใช้  เจ้าปรารถนาที่จะกลายเป็นบุคคลแบบนั้นหรือไม่?  ตอนที่เราได้รับการขับเคลื่อนโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์และได้มอบหัวใจของเราแด่พระเจ้าเป็นครั้งแรก เราจำได้ว่าเราได้ล้มตัวลงเฉพาะพระพักตร์พระองค์อย่างไรและได้ร้องว่า “โอ้ พระเจ้า!  พระองค์ได้ทรงเปิดดวงตาของข้าพระองค์และได้ทรงอนุญาตให้ข้าพระองค์ได้รู้จักความรอดของพระองค์  ข้าพระองค์ปรารถนาที่จะมอบหัวใจของข้าพระองค์แด่พระองค์จนหมดสิ้น และข้าพระองค์ขอเพียงแค่ให้น้ำพระทัยของพระองค์สัมฤทธิ์ผลเท่านั้น ข้าพระองค์ปรารถนาเพียงเพื่อให้หัวใจของข้าพระองค์อาจได้รับการรับรองของพระองค์เฉพาะพระพักตร์พระองค์เท่านั้น และข้าพระองค์ขอเพียงแค่ได้ติดตามน้ำพระทัยของพระองค์เท่านั้น”  เราจะไม่มีวันลืมคำอธิษฐานนั้นเลย เราได้รับการขับเคลื่อนอย่างลึกซึ้ง และเราร้องไห้ร่ำไรด้วยน้ำตาแห่งความระทมเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า  นั่นคือคำอธิษฐานที่บรรลุผลสำเร็จครั้งแรกของเราเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าในฐานะใครบางคนที่ได้รับการช่วยให้รอด และมันคือความประสงค์ครั้งแรกในหัวใจของเรา  หลังจากนั้น เราได้รับการขับเคลื่อนโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่บ่อยครั้ง  เจ้าเคยมีประสบการณ์แบบนี้หรือไม่?  พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงพระราชกิจในตัวเจ้าอย่างไร?  เราคิดว่าบรรดาผู้ที่พยายามรักพระเจ้าทุกคนมีประสบการณ์นี้ร่วมกันในระดับหนึ่ง—เพียงแค่ว่าพวกเขาลืมกันไปแล้ว  หากใครบางคนกล่าวว่าพวกเขายังไม่มีประสบการณ์เช่นนั้น นี่ก็พิสูจน์ว่าพวกเขายังไม่ได้รับการช่วยให้รอด และว่าพวกเขายังคงอยู่ภายใต้แดนครอบครองของซาตาน  พระราชกิจแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่เป็นเรื่องปกติสำหรับพวกเราทุกคนคือเส้นทางแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ และคือเส้นทางของบรรดาผู้ที่เชื่อในพระเจ้าและแสวงหาพระเจ้าด้วยเช่นกัน  ขั้นตอนแรกของพระราชกิจที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสำแดงในตัวผู้คนคือการทรงขับเคลื่อนจิตวิญญาณของพวกเขา ซึ่งหลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มรักพระเจ้า และไล่ตามเสาะหาชีวิต และทุกคนที่เดินบนเส้นทางนี้อยู่ในกระแสแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์  เหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่พลังแห่งพระราชกิจของพระเจ้าในจีนแผ่นดินใหญ่เท่านั้น แต่ในทั้งจักรวาลด้วย  ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงทรงพระราชกิจในทุก ๆ คน  หากใครบางคนยังไม่เคยได้รับการขับเคลื่อน นี่ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาอยู่ภายนอกกระแสแห่งการฟื้นคืน  ในหัวใจของเรา เราอธิษฐานต่อพระเจ้าโดยไม่หยุดหย่อน และขอให้พระองค์ทรงขับเคลื่อนผู้คนทั้งหมด ให้ทุกคนที่อยู่ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ได้รับการขับเคลื่อนโดยพระองค์และเดินตามเส้นทางนี้  นี่อาจเป็นคำขอที่ไม่สำคัญจากเราต่อพระเจ้าเพียงคำขอเดียว แต่เราเชื่อว่าพระองค์จะทรงทำสิ่งนี้  เราหวังว่าพี่น้องชายหญิงทั้งหมดจะอธิษฐานขอสิ่งนี้ หวังว่าน้ำพระทัยของพระเจ้าคงจะสัมฤทธิ์ผล และหวังว่าพระราชกิจของพระองค์คงจะสรุปปิดตัวในไม่ช้า เพื่อที่พระวิญญาณของพระองค์ในสวรรค์จะสามารถพักผ่อนได้  นี่คือความหวังอันน้อยนิดของเราเอง

เราเชื่อว่าเนื่องจากพระเจ้าได้ทรงสามารถเริ่มต้นพระราชกิจของพระองค์ในป้อมปราการหนึ่งของพวกมารแล้ว แน่นอนว่าพระองค์ทรงสามารถทำเช่นนั้นได้ในป้อมปราการอื่นๆ เกินคณานับทั่วทั้งจักรวาลได้  พวกเราผู้ซึ่งเป็นคนในยุคสุดท้ายมั่นใจว่าจะได้เห็นวันแห่งพระสิริของพระเจ้า อย่างที่มีกล่าวไว้ว่า “ผู้ที่ติดตามไปจวบจนวาระสุดท้ายจะได้รับการช่วยให้รอด”  ไม่มีใครสามารถแทนที่พระเจ้าได้ในช่วงระยะนี้ของพระราชกิจของพระองค์—พระเจ้าพระองค์เองเท่านั้นที่ทรงสามารถปฏิบัติพระราชกิจนี้ได้ เพราะช่วงระยะนี้ของพระราชกิจเป็นช่วงเวลาพิเศษ นี่เป็นช่วงระยะของพระราชกิจแห่งการพิชิตชัย และผู้คนไม่สามารถพิชิตชัยคนอื่นๆ ได้  ผู้คนได้รับการพิชิตชัยก็ต่อเมื่อพระเจ้าตรัสด้วยพระโอษฐ์ของพระองค์เองและทรงปฏิบัติด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เองเท่านั้น  ในบรรดาทั่วจักรวาลทั้งสิ้น พระเจ้าทรงใช้ประเทศแห่งพญานาคใหญ่สีแดงให้เป็นสนามแห่งการทดสอบ ซึ่งหลังจากนั้นพระองค์จะทรงเริ่มดำเนินการพระราชกิจนี้ทั่วทั้งจักรวาล  ดังนั้นเอง พระองค์จะทรงดำเนินงานพระราชกิจที่ยิ่งใหญ่กว่าไปทั่วจักรวาล และผู้คนทั้งหมดของจักรวาลจะได้รับพระราชกิจแห่งการพิชิตชัยของพระเจ้า  ผู้คนจากทุกศาสนาและทุกนิกายต้องยอมรับช่วงระยะนี้ของพระราชกิจ  นี่คือเส้นทางที่ต้องรับไว้—ไม่มีใครสามารถหลบหนีได้  เจ้าเต็มใจยอมรับสิ่งนี้ซึ่งพระเจ้าทรงวางใจมอบหมายให้เจ้าหรือไม่? เรารู้สึกเสมอว่าการยอมรับพระบัญชาของพระวิญญาณบริสุทธิ์คือสิ่งที่มีสง่าราศี  ตามที่เรามองเห็น นี่คือพระบัญชายิ่งใหญ่ที่สุดที่พระเจ้าทรงมอบให้แก่มวลมนุษย์  เราหวังว่าพี่น้องชายหญิงของเราจะทำงานอย่างหนักเคียงข้างเราและยอมรับพระบัญชานี้จากพระเจ้า เพื่อที่พระเจ้าอาจได้รับสง่าราศีไปทั่วทั้งจักรวาลและอาณาจักรเบื้องบน และชีวิตของพวกเราจะไม่ไร้ซึ่งประโยชน์  พวกเราควรทำบางสิ่งถวายแด่พระเจ้า หรือไม่เราก็ควรที่จะกล่าวคำสาบาน  หากผู้คนไม่ไล่ตามเสาะหาเป้าหมายใดๆ เมื่อพวกเขาเชื่อในพระเจ้า เช่นนั้นแล้วชีวิตของพวกเขาก็คงจะไร้ประโยชน์ และเมื่อถึงเวลาที่พวกเขาต้องตาย พวกเขาจะมองเห็นแต่เพียงท้องฟ้าสีครามและผืนดินที่เต็มไปด้วยฝุ่น  นั่นคือชีวิตที่มีความหมายหรือ?  หากเจ้าสามารถทำให้ข้อพึงประสงค์ทั้งหลายของพระเจ้าลุล่วงขณะที่เจ้ากำลังใช้ชีวิต นี่ไม่ใช่สิ่งที่งดงามหรอกหรือ?  เหตุใดเจ้าจึงนำแต่ปัญหามาให้กับตัวเจ้าเองอยู่เสมอ และเหตุใดเจ้าจึงหดหู่ใจอยู่เสมอ?  ที่เจ้ากระทำตนเยี่ยงนั้น เจ้าได้รับสิ่งใดจากพระเจ้าหรือไม่?  และพระเจ้าทรงสามารถได้รับสิ่งใดจากเจ้าหรือไม่?  ในคำสาบานเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้าของเรา มีแต่คำสัญญาจากหัวใจของเราเท่านั้น เราไม่ได้กำลังพยายามที่จะหลอกลวงพระองค์ด้วยถ้อยคำ  เราคงจะไม่มีวันทำสิ่งเช่นนั้น—เราปรารถนาเพียงแค่ได้ชูใจพระเจ้าที่เรารักด้วยหัวใจของเรา เพื่อที่พระวิญญาณของพระองค์ในสวรรค์อาจได้รับการนำความชูใจมาให้  หัวใจอาจมีคุณค่า แต่ทว่าความรักล้ำค่ากว่ามาก  เราคงจะมอบความรักที่ล้ำค่าที่สุดในหัวใจของเราแด่พระเจ้า เพื่อที่พระองค์อาจจะได้ทรงชื่นชมสิ่งที่สวยงามที่สุดที่เรามี และเพื่อที่พระองค์อาจจะทรงอิ่มเอมใจด้วยความรักที่เรามอบถวายแด่พระองค์  เจ้าเต็มใจที่จะมอบความรักของเจ้าแด่พระเจ้าเพื่อให้พระองค์ได้ทรงชื่นชมหรือไม่?  เจ้าเต็มใจที่จะทำให้การนี้เป็นทุนของการดำรงอยู่ของเจ้าหรือไม่?  ในประสบการณ์ของเรา เราได้มองเห็นว่ายิ่งเรามอบความรักแด่พระเจ้ามากเท่าใด เราก็ยิ่งพบความชื่นบานยินดีในการใช้ชีวิตมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งกว่านั้น กำลังของเราไม่มีขีดจำกัด และเรายินดีมอบถวายร่างกายและจิตใจของเราทั้งหมด และเรามีความรู้สึกอยู่เนืองนิตย์ว่าเราไม่อาจสามารถรักพระเจ้าได้เพียงพอ  ดังนั้นแล้วความรักของเจ้าเป็นความรักที่เล็กน้อย หรือว่ามากมายใหญ่โต มิอาจวัดได้?  หากเจ้าปรารถนาอย่างแท้จริงที่จะรักพระเจ้า เจ้าจะมีความรักที่มากกว่าที่จะมอบตอบคืนแด่พระองค์เสมอ—และหากเป็นกรณีนั้น จะมีบุคคลหรือสิ่งใดเล่าที่จะสามารถยืนกั้นขวางทางแห่งความรักของเจ้าที่มีต่อพระเจ้าได้? 

พระเจ้าทรงทะนุถนอมความรักของมนุษย์ทุกคน  พระพรของพระองค์เพิ่มเป็นทวีคูณต่อทุกคนที่รักพระองค์ ด้วยว่าความรักของมนุษย์หาได้ยากยิ่ง และมีเพียงเล็กน้อยมาก จนแทบจะมองไม่เห็น  ทั่วทั้งจักรวาล พระเจ้าได้ทรงสอบขอให้ผู้คนรักพระองค์กลับ แต่ตลอดหลายยุคหลายสมัยจนกระทั่งปัจจุบัน มีผู้คนเพียงไม่กี่คน—เพียงหยิบมือเดียว—ที่เคยมอบความรักที่แท้จริงกลับคืนแด่พระองค์  เท่าที่เราจำได้ เปโตรคือผู้หนึ่ง แต่เขาได้รับการทรงนำโดยพระเยซูด้วยพระองค์เอง และตอนที่เขาตายเท่านั้นที่เขาได้มอบความรักเต็มเปี่ยมแด่พระเจ้า และหลังจากนั้นชีวิตของเขาได้สิ้นสุดลง  และดังนั้นแล้ว ภายใต้สภาวะอันชั่วร้ายทั้งหลายเหล่านี้ พระเจ้าได้ทรงทำให้ขอบเขตแห่งพระราชกิจของพระองค์ในจักรวาลแคบลง และได้ทรงใช้ประเทศแห่งพญานาคใหญ่สีแดงเป็นเขตของการสาธิต โดยทรงเน้นพลังงานทั้งหมดของพระองค์และความพยายามทั้งหมดของพระองค์ในสถานที่แห่งเดียว เพื่อทำให้พระราชกิจของพระองค์มีประสิทธิผลมากขึ้น และเป็นประโยชน์มากขึ้นต่อคำพยานของพระองค์  ภายใต้เงื่อนไขสองข้อนี้นี่เองที่พระเจ้าได้ทรงส่งผ่านพระราชกิจแห่งทั้งจักรวาลของพระองค์ไปสู่ผู้คนเหล่านี้ในจีนแผ่นดินใหญ่ ผู้ซึ่งมีขีดความสามารถต่ำที่สุดในบรรดาผู้คนทั้งปวง และได้ทรงเริ่มพระราชกิจแห่งการพิชิตชัยอันเปี่ยมไปด้วยความรักของพระองค์  และหลังจากที่พระองค์ได้ทรงทำให้พวกเขาทั้งหมดรักพระองค์แล้ว พระองค์จะทรงดำเนินการพระราชกิจขั้นต่อไปของพระองค์ ซึ่งเป็นแผนการของพระเจ้า  ด้วยเหตุนี้พระราชกิจของพระองค์จึงสัมฤทธิ์ผลยิ่งใหญ่ที่สุด  ขอบเขตแห่งพระราชกิจของพระองค์มีทั้งแกนสำคัญและข้อจำกัด  เป็นที่ชัดเจนว่าราคาที่พระเจ้าทรงจ่ายไปนั้นมากเพียงใดและความพยายามที่พระองค์ได้ทรงทุ่มเทเมื่อทรงดำเนินพระราชกิจของพระองค์ในตัวพวกเรานั้นมีมากมายเพียงใด เพื่อที่วันของพวกเราจะได้มาถึง  นี่คือพระพรของพวกเรา  ด้วยเหตุนี้เอง สิ่งที่ก่อให้เกิดความสับสนต่อมโนคติอันหลงผิดของผู้คนคือการที่พวกชาวตะวันตกอิจฉาพวกเราที่ได้ถือกำเนิดในสถานที่อันน่าอยู่ แต่พวกเราทั้งหมดมองตัวพวกเราเองว่าต่ำต้อยและยากไร้  นี่ไม่ใช่การที่พระเจ้าทรงยกชูพวกเราขึ้นหรอกหรือ?  พงศ์พันธุ์ของพญานาคใหญ่สีแดง ผู้ซึ่งถูกเหยียบย่ำอยู่ตลอดเวลา กลับได้รับการยกย่องจากพวกชาวตะวันตก—นี่คือพระพรของพวกเราอย่างแท้จริง  เมื่อเรานึกถึงเรื่องนี้ เราถูกครอบงำด้วยความใจดีมีเมตตาของพระเจ้า และโดยความเป็นที่รักและความใกล้ชิดของพระองค์  นี่แสดงให้เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่พระเจ้าทรงกระทำขัดแย้งกับมโนคติอันหลงผิดของมนุษย์  ถึงแม้ว่าบรรดาผู้คนเหล่านี้ทั้งหมดถูกสาปแช่ง พระองค์ก็ไม่ทรงถูกบังคับด้วยการบังคับควบคุมของกฎ และพระองค์ไม่ทรงตั้งพระทัยที่จะส่งผ่านศูนย์กลางแห่งพระราชกิจของพระองค์ไปสู่แผ่นดินโลกผืนนี้  นี่คือเหตุผลที่เราเปรมปรีดิ์ เหตุผลที่เรารู้สึกมีความสุขอย่างล้นพ้น  ในฐานะใครบางคนที่รับบทนำในพระราชกิจนี้ เฉกเช่นปุโรหิตในท่ามกลางคนอิสราเอล เราสามารถดำเนินพระราชกิจแห่งพระวิญญาณได้โดยตรงและรับใช้พระวิญญาณของพระเจ้าได้โดยตรง นี่คือพระพรของเรา  ใครจะกล้าจินตนาการสิ่งเช่นนี้ได้?  แต่วันนี้ สิ่งนี้ได้มาถึงเราแล้วอย่างไม่ได้คาดหมาย  เป็นความชื่นชมอย่างใหญ่หลวงแท้จริงที่ควรได้รับงานฉลองจากพวกเรา  เราหวังว่าพระเจ้าจะทรงอวยพรพวกเราต่อไป และทรงยกชูพวกเราขึ้น เพื่อที่บรรดาพวกเราเหล่านั้นที่ใช้ชีวิตอยู่ในกองมูลสัตว์นี้จะได้เป็นประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อพระเจ้า และด้วยเหตุนี้จึงเป็นการตอบแทนความรักของพระองค์

เส้นทางที่เราเดินอยู่ในตอนนี้คือเส้นทางของการตอบแทนความรักของพระเจ้า กระนั้นเราก็ยังมีความรู้สึกอยู่เป็นเนืองนิตย์ว่านี่ไม่ใช่น้ำพระทัยของพระเจ้า หรือเป็นเส้นทางที่เราควรจะกำลังเดินอยู่  แต่การที่จะได้เป็นประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อพระเจ้า—นี่แหละคือน้ำพระทัยของพระเจ้า และนี่คือเส้นทางแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์  บางทีเราอาจจะผิด แต่เราคิดว่านี่คือเส้นทางของเรา เราได้ให้คำสาบานต่อพระเจ้านานมาแล้วว่าเราได้ปรารถนาที่จะให้พระองค์ทรงนำทางเรา ว่าเราอาจได้วางเท้าลงบนเส้นทางที่เราควรเดินไปอย่างเร่งรีบที่สุด และทำให้สมดังน้ำพระทัยของพระเจ้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  ไม่ว่าคนอื่นๆ จะคิดสิ่งใด เราเชื่อว่าการติดตามน้ำพระทัยของพระเจ้าคือสิ่งสำคัญที่สุด  ไม่มีสิ่งใดที่สำคัญไปกว่านี้ในชีวิตของเรา และไม่มีใครที่จะสามารถถอดถอนสิทธิ์นี้ไปจากเราได้  นี่คือทรรศนะส่วนตัวของเรา และบางทีอาจจะมีบางคนที่ไม่สามารถเข้าใจได้ แต่เราไม่คิดว่าเราต้องแก้ต่างในเรื่องนี้กับใคร  เราจะใช้เส้นทางที่เราควรใช้—ทันทีที่เราตระหนักถึงเส้นทางที่เราควรเดินไป เราก็จะเดินบนเส้นทางนั้นและจะไม่ถอยกลับ  ดังนี้แล้ว เราขอย้อนกลับมาที่ถ้อยคำเหล่านี้ กล่าวคือ เราได้กำหนดใจของเราแล้วว่าจะทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า  เราแน่ใจว่าพี่น้องชายหญิงของเราจะไม่วิพากษ์วิจารณ์เรา!  โดยทั่วไป ตามที่เรามองเห็นด้วยตนเอง คนอื่นๆ สามารถกล่าวสิ่งที่พวกเขาชอบ แต่เรารู้สึกว่าการติดตามน้ำพระทัยของพระเจ้าคือสิ่งที่สำคัญที่สุด และว่าไม่ควรมีอะไรมายับยั้งเราได้ในการนี้  การติดตามน้ำพระทัยของพระเจ้าไม่อาจมีวันผิดได้เลย!  และมันไม่ใช่การกระทำเพื่อประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่ง!  เราเชื่อว่าพระเจ้าได้ทรงมองดูข้างในหัวใจของเรา!  ดังนั้นแล้ว เจ้าน่าจะเข้าใจเรื่องนี้ได้ว่าอย่างไร?  เจ้าเต็มใจมอบถวายตัวพวกเจ้าเองให้พระเจ้าหรือไม่?  เจ้าเต็มใจที่จะให้พระเจ้าทรงใช้งานหรือไม่?  เจ้าให้คำสาบานว่าจะติดตามน้ำพระทัยของพระเจ้าหรือไม่?  เราหวังว่าถ้อยคำของเราจะสามารถช่วยพี่น้องชายหญิงของเราได้บ้าง  แม้ว่าจะไม่มีสิ่งใดที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจเชิงลึกของเรา เราก็ยังคงบอกสิ่งเหล่านั้นกับพวกเจ้า เพื่อที่พวกเราอาจจะได้มีความรู้สึกส่วนลึกที่สุดร่วมกันโดยไม่มีสิ่งขวางกั้นใดๆ ระหว่างพวกเรา และเพื่อที่พระเจ้าจะทรงสถิตย์อยู่ท่ามกลางพวกเราไปชั่วนิรันดร์  เหล่านี้คือถ้อยคำจากหัวใจของเรา  เอาล่ะ!  นั่นคือทั้งหมดที่เราต้องกล่าวจากหัวใจของเราในวันนี้  เราหวังว่าพี่น้องชายหญิงของเราจะทำงานอย่างหนักต่อไป และเราหวังว่าพระวิญญาณของพระเจ้าจะคอยดูแลพวกเราอยู่เสมอ!

ก่อนหน้า: เส้นทาง… (2)

ถัดไป: เส้นทาง… (4)

พระเจ้าได้เสด็จมาอย่างลับๆ ก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงและได้ทรงสร้างกลุ่มผู้มีชัยชนะขึ้นแล้ว จากนั้น พระเจ้าจะทรงปรากฏอย่างเปิดเผยและทรงให้รางวัลคนดีและลงโทษคนชั่ว คุณต้องการต้อนรับองค์พระผู้เป็นเจ้าและให้พระเจ้าช่วยให้รอดก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงหรือไม่? อย่าลังเลที่จะติดต่อเราตอนนี้เพื่อหาวิธี
ติดต่อเราผ่าน Messenger
ติดต่อเราผ่าน Line

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

การสนทนาเรื่องชีวิตในคริสตจักรและชีวิตจริง

ผู้คนรู้สึกว่าพวกเขาสามารถเปลี่ยนสภาพได้เฉพาะภายในชีวิตในคริสตจักรเท่านั้น และหากพวกเขาไม่ได้อยู่ภายในชีวิตในคริสตจักร เช่นนั้นแล้ว...

เฉพาะบรรดาผู้ที่รู้จักพระราชกิจของพระเจ้าวันนี้เท่านั้น ที่อาจรับใช้พระเจ้าได้

เพื่อที่จะเป็นคำพยานต่อพระเจ้าและทำให้พญานาคใหญ่สีแดงนั้นอับอาย คนเราจำต้องมีหลักการ และคนเราต้องทำได้ตามเงื่อนไขประการหนึ่ง นั่นก็คือ...

พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์ การพิพากษาเริ่มต้นที่พระนิเวศของพระเจ้า แก่นพระวจนะจากพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ พระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน ข้อคัดสรรของพระวจนะแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ 170 หลักธรรมเกี่ยวกับการปฏิบัติความจริง ติดตามพระเมษโปดกและขับร้องบทเพลงใหม่ๆ การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย แนวทางสำหรับการเผยแผ่ข่าวประเสริฐแห่งราชอาณาจักร แกะของพระเจ้าได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้า (แก่นสารสำคัญของผู้เชื่อใหม่) คำพยานเกี่ยวกับประสบการณ์ทั้งหลายหน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ วิธีที่ข้าพเจ้าได้หันกลับไปสู่พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์

การตั้งค่า

  • ข้อความ
  • ธีม

สีเข้ม

ธีม

แบบอักษร

ขนาดตัวอักษร

ระยะห่างบรรทัด

ระยะห่างบรรทัด

ความกว้างของหน้า

เนื้อหา

ค้นหา

  • ค้นหาข้อความนี้
  • ค้นหาในหนังสือนี้