พระดำรัสของพระคริสต์ในยุคสุดท้าย (ข้อที่คัดสรร)

สีเข้ม

ธีม

แบบอักษร

ขนาดตัวอักษร

ระยะห่างบรรทัด

ความกว้างของหน้า

ผลลัพธ์ 0 รายการ

ไม่พบผลลัพธ์

การรักพระเจ้าเท่านั้นคือการเชื่อในพระเจ้าอย่างแท้จริง

วันนี้ ขณะที่พวกเจ้าพยายามที่จะรักและรู้จักพระเจ้า ในด้านหนึ่งนั้นเจ้าต้องอดทนต่อความยากลำบากและกระบวนการถลุง และในอีกด้านหนึ่ง พวกเจ้าต้องแลกมาด้วยบางอย่าง ไม่มีบทเรียนใดลึกซึ้งไปกว่าบทเรียนของการรักพระเจ้า และอาจกล่าวได้ว่าบทเรียนที่ผู้คนเรียนรู้จากเวลาทั้งชีวิตเกี่ยวกับความเชื่อก็คือจะรักพระเจ้าได้อย่างไรนั่นเอง กล่าวคือ หากเจ้าเชื่อในพระเจ้า เจ้าต้องรักพระเจ้า หากเจ้าเพียงแค่เชื่อในพระเจ้าแต่ไม่รักพระองค์และยังไม่ได้รับมาซึ่งความรู้เรื่องพระเจ้า และยังไม่เคยรักพระเจ้าด้วยความรักที่แท้จริงซึ่งมาจากภายในหัวใจของเจ้า เช่นนั้นแล้วความเชื่อในพระเจ้าของเจ้าก็ไร้ประโยชน์ หากในความเชื่อในพระเจ้าของเจ้านั้น เจ้าไม่รักพระเจ้า เช่นนั้นแล้วเจ้าก็มีชีวิตอยู่โดยเปล่าประโยชน์ และชีวิตทั้งชีวิตของเจ้าก็ต่ำต้อยที่สุดในบรรดาชีวิตทั้งหมด หากตลอดชั่วชีวิตของเจ้านั้น เจ้าไม่เคยรักหรือทำให้พระเจ้าทรงพึงพอพระทัย เช่นนั้นแล้วการที่เจ้ามีชีวิตอยู่จะมีประโยชน์อันใด? และความเชื่อในพระเจ้าของเจ้าจะมีประโยชน์อันใด? นั่นไม่ใช่ความพยายามที่สูญเปล่าหรอกหรือ? กล่าวคือ หากผู้คนต้องการที่จะเชื่อและรักพระเจ้า เช่นนั้นแล้วพวกเขาจะต้องแลกมาด้วยบางอย่าง แทนที่จะพยายามปฏิบัติตนด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งอย่างผิวเผิน พวกเขาควรแสวงหาวิจารณญาณที่แท้จริงในส่วนลึกของหัวใจของพวกเขา หากเจ้ามีความกระตือรือร้นในเรื่องการร้องเพลงและการเต้นรำ แต่ไม่สามารถนำความจริงมาปฏิบัติได้ จะพูดว่าเจ้ารักพระเจ้าได้อย่างไร? การรักพระเจ้าจำเป็นต้องมีการแสวงหาน้ำพระทัยพระเจ้าในทุกสรรพสิ่ง และจำเป็นที่เจ้าจะต้องสืบลึกลงไปภายในเมื่อบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นกับเจ้า พยายามที่จะเข้าใจน้ำพระทัยพระเจ้า และพยายามที่จะมองให้เห็นว่าน้ำพระทัยพระเจ้าคืออะไรในเรื่องนั้น พระองค์ทรงขอให้เจ้าสัมฤทธิ์ผลสิ่งใด และเจ้าควรใส่ใจในน้ำพระทัยของพระองค์อย่างไร ตัวอย่างเช่น: บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นซึ่งจำเป็นที่เจ้าจะต้องอดทนต่อความยากลำบาก ซึ่งในเวลานั้นเจ้าควรเข้าใจน้ำพระทัยพระเจ้าว่าคืออะไร และเจ้าควรใส่ใจในน้ำพระทัยของพระองค์อย่างไร เจ้าจะต้องไม่ทำให้ตนเองพึงพอใจ กล่าวคือ จงวางตัวเจ้าเองลงเสียก่อน ไม่มีสิ่งใดน่าสังเวชมากไปกว่าเนื้อหนัง เจ้าต้องพยายามที่จะทำให้พระเจ้าทรงพึงพอพระทัย และเจ้าต้องทำหน้าที่ของเจ้าให้สำเร็จลุล่วง ด้วยความคิดต่าง ๆ เช่นนี้ พระเจ้าจะทรงนำความรู้แจ้งอันพิเศษมาให้เจ้าในเรื่องนี้ และหัวใจของเจ้าจะพบการชูใจด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็ก เมื่อบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นกับเจ้า เจ้าต้องวางตัวเจ้าเองลงเสียก่อนและถือว่าเนื้อหนังนั้นต่ำต้อยที่สุดในบรรดาสรรพสิ่ง ยิ่งเจ้าตอบสนองความต้องการของเนื้อหนังมากขึ้นเท่าใด มันก็จะยิ่งเป็นอิสระมากขึ้นเท่านั้น หากเจ้าตอบสนองความต้องการของมันครั้งนี้ ครั้งต่อไปมันจะร้องขอมากขึ้นอีก และเมื่อเรื่องนี้ดำเนินต่อไป เจ้าก็จะมารักเนื้อหนังมากขึ้นไปอีก เนื้อหนังมีความอยากได้อยากมีต่าง ๆ ที่ฟุ่มเฟือยตลอดเวลา มันร้องขอให้เจ้าตอบสนองความต้องการของมันตลอดเวลาและให้เจ้าทำให้มันพอใจอยู่ภายใน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งต่าง ๆ ที่เจ้ากิน สิ่งที่เจ้าสวมใส่ หรือในการเสียอารมณ์สงบของเจ้า หรือการตามใจความอ่อนแอและความเกียจคร้านของเจ้าเอง…ยิ่งเจ้าตอบสนองความต้องการของเนื้อหนังมากขึ้นเท่าใด ความอยากได้อยากมีของมันก็จะยิ่งกลายเป็นมากขึ้นเท่านั้น และเนื้อหนังก็จะยิ่งกลายเป็นหยาบช้ามากขึ้นเท่านั้น จนกระทั่งถึงจุดที่เนื้อหนังของผู้คนเก็บงำมโนคติอันหลงผิดที่ลึกลงไปอีก และไม่เชื่อฟังพระเจ้า และยกย่องตัวมันเอง และกลายเป็นมีความเคลือบแคลงสงสัยเกี่ยวกับพระราชกิจของพระเจ้า ยิ่งเจ้าตอบสนองความต้องการของเนื้อหนังมากขึ้นเท่าใด ความอ่อนแอของเนื้อหนังก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น เจ้าจะรู้สึกตลอดเวลาว่าไม่มีใครเห็นอกเห็นใจในความอ่อนแอของเจ้า เจ้าจะเชื่อตลอดเวลาว่าพระเจ้าได้ทรงทำมากเกินไปแล้ว และเจ้าจะพูดว่า “พระเจ้าทรงเกรี้ยวกราดเช่นนั้นได้อย่างไร? ทำไมพระองค์จึงไม่ทรงให้ผู้คนได้พักบ้าง?” เมื่อผู้คนตอบสนองความต้องการของเนื้อหนังและเชิดชูมันมากเกินไป เช่นนั้นแล้วพวกเขาก็ทำลายตัวพวกเขาเอง หากเจ้ารักพระเจ้าอย่างแท้จริงและไม่ตอบสนองความต้องการของเนื้อหนัง เช่นนั้นแล้วเจ้าจะเห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่พระเจ้าทรงกระทำนั้นถูกต้องยิ่งนักและดียิ่งนัก และเห็นว่าคำสาปแช่งของพระองค์ในการกบฏของเจ้าและการพิพากษาความไม่ชอบธรรมของเจ้านั้นเป็นธรรมแล้ว จะมีช่วงเวลาที่พระเจ้าทรงสั่งสอนและทรงบ่มวินัยเจ้าและทรงให้มีสภาพแวดล้อมหนึ่งขึ้นมาเพื่อกล่อมเกลาเจ้า โดยกดดันให้เจ้ามาอยู่เฉพาะพระพักตร์ของพระองค์—และเจ้าจะรู้สึกตลอดเวลาว่าสิ่งที่พระเจ้าทรงกำลังกระทำอยู่นั้นน่าอัศจรรย์ ด้วยเหตุนี้เจ้าจะรู้สึกราวกับว่าไม่มีความเจ็บปวดมากนัก และรู้สึกว่าพระเจ้าทรงดีงามยิ่งนัก หากเจ้าตามใจความอ่อนแอทั้งหลายของเนื้อหนังและพูดว่าพระเจ้าทรงทำมากเกินไป เช่นนั้นแล้วเจ้าจะรู้สึกเจ็บปวดตลอดเวลา และจะซึมเศร้าตลอดเวลา และเจ้าจะไม่เข้าใจชัดเจนเกี่ยวกับพระราชกิจทั้งหมดของพระเจ้า และจะดูเหมือนว่าพระเจ้าทรงไม่เห็นใจในความอ่อนแอของมนุษย์เลยแม้แต่น้อยและทรงไม่ตระหนักถึงความยากลำบากต่าง ๆ ของมนุษย์ และดังนั้นเจ้าจะรู้สึกทุกข์ยากและโดดเดี่ยวตลอดเวลา ราวกับว่าเจ้าได้ทนทุกข์กับความอยุติธรรมอันยิ่งใหญ่มาตลอด และ ณ เวลานี้เจ้าจะเริ่มพร่ำบ่น ยิ่งเจ้าตามใจความอ่อนแอทั้งหลายของเนื้อหนังในวิธีนี้มากขึ้นเท่าใด เจ้าก็จะยิ่งรู้สึกว่าพระเจ้าทรงทำมากเกินไปแล้วยิ่งขึ้นเท่านั้น จนกระทั่งมันเลวร้ายเสียจนเจ้าปฏิเสธพระราชกิจของพระเจ้า และเริ่มที่จะต่อต้านพระเจ้า และกลายเป็นเต็มไปด้วยการไม่เชื่อฟัง ด้วยเหตุนี้ เจ้าต้องกบฏต่อเนื้อหนัง และไม่ตามใจมัน กล่าวคือ “สามี (ภรรยา) ลูก ๆ โอกาสที่มองว่าเป็นไปได้ต่าง ๆ การแต่งงาน ครอบครัวของฉัน—ไม่มีอะไรเลยในบรรดาสิ่งเหล่านี้ที่สำคัญ! ในหัวใจของฉันมีเพียงพระเจ้าเท่านั้น และฉันต้องพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อทำให้พระเจ้าทรงพอพระทัยและไม่ตอบสนองความต้องการของเนื้อหนัง” เจ้าจะต้องมีความตั้งใจแน่วแน่นี้ หากเจ้ามีความตั้งใจแน่วแน่เช่นนี้ตลอดเวลา เช่นนั้นแล้วเมื่อเจ้านำความจริงไปปฏิบัติและวางตัวเจ้าเองลงไว้ก่อน เจ้าจะสามารถทำเช่นนั้นได้ด้วยความพยายามเพียงเล็กน้อย กล่าวกันว่าครั้งหนึ่งมีชาวนาคนหนึ่งผู้ที่เห็นงูตัวหนึ่งซึ่งตัวเย็นแข็งทื่ออยู่บนถนน ชาวนาผู้นี้ได้จับมันขึ้นมาและกอดมันไว้แนบกับอกของเขา และหลังจากที่เจ้างูฟื้นตัวขึ้นมามันก็ได้กัดชาวนาผู้นี้จนถึงแก่ความตาย เนื้อหนังของมนุษย์ก็เป็นดั่งเจ้างูตัวนี้ กล่าวคือ เนื้อแท้ของมันคือการทำอันตรายแก่ชีวิตของพวกเขา—และเมื่อมันได้ดั่งใจมันอย่างสมบูรณ์ครบถ้วน ชีวิตของเจ้าก็กลายเป็นของที่ถูกริบ เนื้อหนังนั้นเป็นของซาตาน ภายในตัวมันคือความอยากได้อยากมีที่ฟุ่มเฟือย มันคิดเพียงเพื่อตัวมันเองเท่านั้น มันต้องการที่จะชื่นชมกับการชูใจและสำราญไปกับเวลาว่าง เกลือกกลิ้งในความเกียจคร้านและความเฉื่อยชา และเมื่อได้ตอบสนองความต้องการของมันจนถึงจุดหนึ่งที่แน่นอนแล้ว ท้ายที่สุดเจ้าก็จะถูกมันกินจนหมด กล่าวคือ หากเจ้าตอบสนองความต้องการของมันคราวนี้ คราวหน้ามันจะมาร้องขอมากยิ่งขึ้น มันมีความอยากได้อยากมีที่ฟุ่มเฟือยและความต้องการใหม่ ๆ ตลอดเวลา และฉวยประโยชน์จากการตามใจเนื้อหนังของเจ้าเพื่อทำให้เจ้าเชิดชูมันยิ่งขึ้นไปอีกและใช้ชีวิตท่ามกลางการชูใจของมัน—และหากเจ้าเอาชนะมันไม่ได้ ท้ายที่สุดแล้วเจ้าจะทำลายตัวเจ้าเอง การที่เจ้าจะสามารถได้รับชีวิตเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าหรือไม่และบทอวสานขั้นสุดท้ายของเจ้าจะเป็นอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าดำเนินการกบฏของเจ้าต่อเนื้อหนังอย่างไร พระเจ้าได้ทรงช่วยเจ้าให้รอดและทรงเลือกเจ้าและทรงกำหนดโชคชะตาเจ้าไว้ล่วงหน้าแล้ว กระนั้นหากวันนี้เจ้าไม่เต็มใจที่จะทำให้พระองค์ทรงพึงพอพระทัย เจ้าไม่เต็มใจที่จะนำความจริงไปปฏิบัติ เจ้าไม่เต็มใจที่จะกบฏต่อเนื้อหนังของเจ้าเองด้วยหัวใจที่รักพระเจ้าอย่างแท้จริงแล้ว ท้ายที่สุดแล้วเจ้าจะทำลายตัวเจ้าเอง และด้วยเหตุนี้จะต้องทนต่อความเจ็บปวดสุดขีด หากเจ้าตามใจเนื้อหนังตลอดเวลา ซาตานจะค่อย ๆ กลืนเจ้าจนหมดภายใน และทิ้งเจ้าไว้โดยปราศจากชีวิต หรือสัมผัสแห่งพระวิญญาณ จนกระทั่งวันนั้นมาถึงเมื่อเจ้ามืดมิดภายในอย่างสิ้นเชิง เมื่อเจ้าใช้ชีวิตอยู่ในความมืดมิด เจ้าจะได้ถูกซาตานจับเป็นเชลย เจ้าจะไม่มีพระเจ้าในหัวใจของเจ้าอีกต่อไป และ ณ เวลานั้นเจ้าจะปฏิเสธการดำรงอยู่ของพระเจ้าและทิ้งพระองค์ไป ด้วยเหตุนี้ หากเจ้าปรารถนาที่จะรักพระเจ้า เจ้าจะต้องจ่ายราคาเป็นความเจ็บปวดและทนฝ่าความยากลำบาก ไม่มีความจำเป็นสำหรับความศรัทธาอย่างแรงกล้าและความยากลำบากภายนอก การอ่านมากขึ้น และการวิ่งวุ่นทำงานมากขึ้น แทนที่จะเป็นเช่นนั้น เจ้าควรวางสิ่งต่าง ๆ ภายในตัวเจ้าลงไว้ก่อน ได้แก่ ความคิดอันฟุ้งเฟ้อทั้งหลาย ผลประโยชน์ส่วนตัวทั้งหลาย และข้อพิจารณาทั้งหลาย มโนคติอันหลงผิดทั้งหลาย และเจตนารมณ์ทั้งหลายของเจ้าเอง น้ำพระทัยพระเจ้าเป็นเช่นนั้นเอง

การจัดการกับอุปนิสัยภายนอกของผู้คนของพระเจ้านั้นเป็นส่วนหนึ่งของพระราชกิจของพระองค์ด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น การจัดการกับสภาวะความเป็นมนุษย์ที่ไม่ปกติภายนอกของผู้คน หรือรูปแบบการใช้ชีวิตและนิสัยใจคอของพวกเขา วิถีทางต่าง ๆ และขนบธรรมเนียมต่าง ๆ ของพวกเขา รวมทั้งการปฏิบัติภายนอกต่าง ๆ ของพวกเขาและความศรัทธาแรงกล้าของพวกเขา แต่เมื่อพระองค์ทรงขอให้ผู้คนนำความจริงไปปฏิบัติและเปลี่ยนแปลงอุปนิสัยของพวกเขา สิ่งที่ได้รับจัดการเป็นหลักก็คือเจตนารมณ์ต่าง ๆ และมโนคติอันหลงผิดต่าง ๆ ภายในตัวพวกเขา แค่การจัดการกับอุปนิสัยภายนอกของเจ้านั้นไม่ยาก มันก็เหมือนกับการขอให้เจ้าไม่กินสิ่งต่าง ๆ ที่เจ้ารัก ซึ่งเป็นเรื่องง่าย อย่างไรก็ดี สิ่งซึ่งพาดพิงถึงมโนคติอันหลงผิดต่าง ๆ ภายในตัวเจ้านั้นไม่ง่ายที่จะปล่อยวาง: มันจำเป็นที่เจ้าต้องกบฏต่อเนื้อหนัง และจ่ายราคา และทนทุกข์เฉพาะพระพักตร์พระเจ้า มันเป็นเช่นนี้โดยเฉพาะกับเจตนารมณ์ทั้งหลายของผู้คน ตั้งแต่ที่ผู้คนเริ่มเชื่อในพระเจ้า พวกเขาก็ได้เก็บงำเจตนารมณ์ต่าง ๆ ที่ไม่ถูกต้องเอาไว้มากมาย เมื่อเจ้าไม่นำความจริงไปปฏิบัติ เจ้ารู้สึกว่าเจตนารมณ์ทั้งหมดของเจ้านั้นถูกต้อง แต่เมื่อบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นกับเจ้า เจ้าจะเห็นว่ามีเจตนารมณ์ต่าง ๆ ที่ไม่ถูกต้องมากมายภายในตัวเจ้า ด้วยเหตุนี้ เมื่อพระเจ้าทรงทำให้มนุษย์มีความเพียบพร้อม พระองค์ทรงทำให้พวกเขาตระหนักว่ามีมโนคติอันหลงผิดมากมายภายในตัวพวกเขาที่กำลังปิดกั้นความรู้เรื่องพระเจ้าของพวกเขา เมื่อเจ้าตระหนักว่าเจตนารมณ์ต่าง ๆ ของเจ้านั้นผิด หากเจ้าสามารถหยุดการปฏิบัติตามมโนคติอันหลงผิดและเจตนารมณ์ทั้งหลายของเจ้า และสามารถเป็นคำพยานต่อพระเจ้า และตั้งมั่นในตำแหน่งของเจ้าในทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเจ้า นี่พิสูจน์ว่าเจ้าได้กบฏต่อเนื้อหนังแล้ว เมื่อเจ้ากบฏต่อเนื้อหนัง จะมีการสู้รบภายในตัวเจ้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซาตานจะพยายามทำให้ผู้คนติดตามมัน จะพยายามทำให้พวกเขาติดตามมโนคติอันหลงผิดต่าง ๆ ของเนื้อหนังและค้ำจุนผลประโยชน์ทั้งหลายของเนื้อหนัง—แต่พระวจนะของพระเจ้าจะให้ความรู้แจ้งและให้ความกระจ่างแจ้งแก่ผู้คนจากภายใน และ ณ เวลานี้ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้วว่าเจ้าจะติดตามพระเจ้าหรือติดตามซาตาน พระเจ้าทรงขอให้ผู้คนนำความจริงไปปฏิบัติเพื่อจัดการกับสิ่งต่าง ๆ ภายในตัวพวกเขาเป็นหลัก เพื่อจัดการกับความคิดต่าง ๆ และมโนคติอันหลงผิดต่าง ๆ ของพวกเขาที่ไม่ได้เป็นไปตามพระทัยของพระเจ้า พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสัมผัสผู้คนในหัวใจของพวกเขาและทรงให้ความรู้แจ้งและให้ความกระจ่างแจ้งแก่พวกเขา ดังนั้นเบื้องหลังทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็คือการสู้รบ: ทุกครั้งที่ผู้คนนำความจริงไปปฏิบัติ หรือนำความรักพระเจ้าไปปฏิบัติ จะมีการสู้รบที่ยิ่งใหญ่ และแม้ว่าทุกคนจะดูเหมือนสบายดีด้วยเนื้อหนังของพวกเขา ในความเป็นจริงแล้ว ในส่วนลึกของหัวใจของพวกเขาการสู้รบระหว่างชีวิตและความตายจะดำเนินต่อไป—และหลังจากการสู้รบอันหนักหน่วงนี้ หลังจากการตรึกตรองในปริมาณที่มากมายมหาศาลแล้วเท่านั้น จึงจะสามารถตัดสินการมีชัยชนะหรือการพ่ายแพ้ได้ เราไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี เพราะเจตนารมณ์มากภายในผู้คนนั้นผิด หรือไม่ก็เพราะส่วนมากของพระราชกิจของพระเจ้านั้นไม่ลงรอยกันกับมโนคติอันหลงผิดต่าง ๆ ของพวกเขา เมื่อผู้คนนำความจริงไปปฏิบัติ การสู้รบที่ยิ่งใหญ่จึงเกิดเบื้องหลังฉาก เมื่อนำความจริงนี้ไปปฏิบัติแล้ว เบื้องหลังฉาก ผู้คนจะได้หลั่งน้ำตาแห่งความเศร้านับไม่ถ้วนก่อนที่ท้ายที่สุดพวกเขาจะได้ตัดสินใจที่จะทำให้พระเจ้าทรงพึงพอพระทัย เป็นเพราะการสู้รบครั้งนี้นี่เองที่ผู้คนทนกับความทุกข์และกระบวนการถลุง นี่คือความทุกข์ที่แท้จริง เมื่อการสู้รบนั้นมาถึงเจ้า หากเจ้าสามารถยืนในฝ่ายของพระเจ้าได้อย่างแท้จริง เจ้าจะสามารถทำให้พระเจ้าทรงพึงพอพระทัยได้ ความทุกข์ในระหว่างการปฏิบัติความจริงนั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากเมื่อผู้คนนำความจริงไปปฏิบัติ ทุกสิ่งทุกอย่างภายในพวกเขานั้นถูกต้อง เช่นนั้นแล้วพวกเขาก็คงจะไม่จำเป็นต้องให้พระเจ้าทำให้มีความเพียบพร้อม และคงจะไม่มีการสู้รบ และพวกเขาคงจะไม่ทนทุกข์ เป็นเพราะมีหลายสิ่งหลายอย่างภายในตัวผู้คนที่ไม่เหมาะจะให้พระเจ้าทรงใช้งาน และเพราะมีอุปนิสัยอันเป็นกบฏส่วนมากของเนื้อหนังนั่นเอง ที่ผู้คนจำเป็นต้องเรียนรู้บทเรียนของการเป็นกบฏต่อเนื้อหนังอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น นี่คือสิ่งที่พระเจ้าทรงเรียกว่าความทุกข์ซึ่งพระองค์ได้ทรงขอให้มนุษย์ก้าวผ่านไปกับพระองค์ เมื่อเจ้าเผชิญกับความยากลำบากต่าง ๆ จงเร่งรีบแล้วอธิษฐานต่อพระเจ้าว่า “โอ พระเจ้า! ข้าพระองค์ปรารถนาที่จะทำให้พระองค์ทรงพึงพอพระทัย ข้าพระองค์ปรารถนาที่จะทนต่อความยากลำบากขั้นสุดท้ายเพื่อทำให้พระทัยของพระองค์พึงพอพระทัย และไม่ว่าข้าพระองค์จะเผชิญกับความล้มเหลวต่าง ๆ ที่ยิ่งใหญ่เพียงใดก็ตาม ข้าพเจ้าจะยังคงต้องทำให้พระองค์ทรงพึงพอพระทัย แม้ว่าข้าพระองค์จำต้องสละทั้งชีวิตของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ก็จะยังคงต้องทำให้พระองค์ทรงพึงพอพระทัย” ด้วยความตั้งใจที่แน่วแน่นี้ เมื่อเจ้าอธิษฐานดังนั้น เจ้าจะสามารถตั้งมั่นในคำพยานของเจ้าได้ แต่ละครั้งที่พวกเขานำความจริงไปปฏิบัติ แต่ละครั้งที่พวกเขาเผชิญกับกระบวนการถลุง แต่ละครั้งที่พวกเขาถูกทดสอบ และแต่ละครั้งที่พระราชกิจของพระเจ้ามาถึงพวกเขา ผู้คนต้องทนต่อความเจ็บปวดสุดขีด ทั้งหมดนี้เป็นการทดสอบสำหรับผู้คน และดังนั้นภายในตัวพวกเขาทั้งหมดจึงมีการสู้รบ นี่คือราคาจริงที่พวกเขาจ่าย การอ่านพระวจนะของพระเจ้ามากขึ้นและการวิ่งวุ่นทำงานมากขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของราคานั้น มันคือสิ่งผู้คนควรทำ มันคือหน้าที่ของพวกเขา และความรับผิดชอบที่พวกเขาควรทำให้สำเร็จลุล่วง แต่ผู้คนต้องวางสิ่งที่อยู่ภายในตัวพวกเขาลงไว้ก่อนซึ่งจำเป็นต้องถูกวางลงไว้ก่อน หากเจ้าไม่ทำ เช่นนั้นแล้วไม่สำคัญว่าความทุกข์ภายนอกของเจ้าจะยิ่งใหญ่เพียงใด ไม่สำคัญว่าเจ้าจะยุ่งกับการทำงานหลายอย่างมากเพียงใด ทั้งหมดจะเปล่าประโยชน์! กล่าวคือ การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ภายในตัวเจ้าเท่านั้นที่สามารถพิจารณาว่าความยากลำบากภายนอกของเจ้านั้นมีค่าหรือไม่ เมื่ออุปนิสัยภายในของเจ้าได้เปลี่ยนไปและเจ้าได้นำความจริงไปปฏิบัติ เช่นนั้นแล้วความทุกข์ภายนอกทั้งหมดของเจ้าจะได้รับการยอมรับจากพระเจ้า หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงในอุปนิสัยภายในของเจ้า เช่นนั้นแล้วไม่สำคัญว่าเจ้าจะทนกับความทุกข์มากมายเพียงใดหรือเจ้าจะวิ่งวุ่นทำงานกับเรื่องภายนอกมากเพียงใด จะไม่มีการยอมรับจากพระเจ้า—และความยากลำบากที่ไม่ได้รับการยืนยันจากพระเจ้าก็จะเปล่าประโยชน์ ด้วยเหตุนี้ การที่ราคาที่เจ้าได้จ่ายไปแล้วจะได้รับการยอมรับจากพระเจ้าหรือไม่นั้น จะพิจารณาจากการที่มีการเปลี่ยนแปลงในตัวเจ้าหรือไม่ และจากการที่ที่ว่าเจ้านำความจริงไปปฏิบัติและกบฏต่อเจตนารมณ์ต่าง ๆ และมโนคติอันหลงผิดต่าง ๆ ของเจ้าเองเพื่อให้ได้รับความพึงพอพระทัยจากน้ำพระทัยพระเจ้า ความรู้เรื่องพระเจ้า และความรักภักดีต่อพระเจ้าหรือไม่ ไม่สำคัญว่าเจ้าจะวิ่งวุ่นทำงานมากมายเพียงใด หากเจ้าไม่เคยรู้จักที่จะกบฏต่อเจตนารมณ์ต่าง ๆ ของเจ้าเอง แต่เพียงแค่แสวงหาการกระทำต่าง ๆ และความศรัทธาแรงกล้าภายนอกเท่านั้น และไม่เคยให้ความสนใจใดๆ ต่อชีวิตของเจ้า เช่นนั้นแล้วความยากลำบากของเจ้าก็จะเปล่าประโยชน์ หากในสภาพแวดล้อมบางอย่าง เจ้ามีบางสิ่งบางอย่างที่เจ้าต้องการพูด แต่ภายในแล้วเจ้ารู้สึกว่าการพูดมันออกมานั้นไม่ถูกต้อง รู้สึกว่าการพูดมันออกมานั้นไม่เป็นประโยชน์ต่อบรรดาพี่น้องชายหญิงของเจ้าและอาจทำให้พวกเขาเจ็บปวดได้ เช่นนั้นแล้วเจ้าจะไม่พูดมันออกมา โดยเลือกที่จะเจ็บปวดอยู่ภายใน เพราะถ้อยคำเหล่านี้ไร้ความสามารถที่จะสนองน้ำพระทัยพระเจ้าได้ ณ เวลานี้ จะมีการสู้รบภายในตัวเจ้า แต่เจ้าจะเต็มใจที่จะทนทุกข์กับความเจ็บปวดและยอมสละสิ่งซึ่งเจ้ารัก เจ้าจะเต็มใจที่จะทนฝ่าต่อความยากลำบากนี้เพื่อทำให้พระเจ้าทรงพึงพอพระทัย และแม้ว่าเจ้าจะทนทุกข์กับความเจ็บภายใน เจ้าจะไม่ตามใจเนื้อหนัง และพระทัยของพระเจ้าจะได้พึงพอพระทัย และดังนั้นเจ้าจะได้รับการปลอบใจอยู่ภายในด้วยเช่นกัน นี่คือการจ่ายราคาอย่างแท้จริง และคือราคาที่พระเจ้าทรงประสงค์ หากเจ้าปฏิบัติอย่างนี้ พระเจ้าจะทรงอำนวยพรเจ้าอย่างแน่นอน หากเจ้าไม่สามารถสัมฤทธิ์ผลสิ่งนี้ได้ เช่นนั้นแล้ว ไม่สำคัญว่าเจ้าจะเข้าใจมากเพียงใด หรือเจ้าจะสามารถพูดได้ดีเพียงใด ทั้งหมดนั้นจะไม่มีประโยชน์อันใดเลย! หากบนถนนไปสู่การรักพระเจ้า เจ้าสามารถยืนอยู่ในฝ่ายของพระเจ้าได้เมื่อพระองค์ทรงสู้รบกับซาตาน และเจ้าไม่หวนกลับไปหาซาตาน เช่นนั้นแล้ว เจ้าจะได้บรรลุการรักพระเจ้า และเจ้าจะได้ตั้งมั่นในคำพยานของเจ้า

ในทุก ๆ ขั้นตอนของพระราชกิจที่พระเจ้าทรงกระทำภายในผู้คนนั้น ภายนอกแล้วดูเหมือนว่าจะเป็นการปฏิสัมพันธ์ต่าง ๆ ระหว่างผู้คน ราวกับว่ากำเนิดมาจากการจัดการเตรียมการของมนุษย์หรือจากการแทรกแซงของมนุษย์ แต่หลังฉากนั้น ทุก ๆ ขั้นตอนของพระราชกิจ และทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น คือเดิมพันที่ซาตานได้วางไว้เฉพาะพระพักตร์พระเจ้า และจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้คนต้องตั้งมั่นในคำพยานของพวกเขาต่อพระเจ้า เพื่อเป็นตัวอย่าง จงดูเมื่อโยบถูกทดสอบ: หลังฉากนั้น ซาตานกำลังวางเดิมพันกับพระเจ้า และสิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับโยบนั้นคือความประพฤติของพวกมนุษย์และการแทรกแซงของพวกมนุษย์ เบื้องหลังทุกๆ ขั้นตอนของพระราชกิจที่พระเจ้าทรงกระทำในตัวพวกเจ้าคือเดิมพันของซาตานกับพระเจ้า—เบื้องหลังมันทั้งหมดคือการสู้รบ ตัวอย่างเช่น หากเจ้ามีอคติต่อบรรดาพี่น้องชายหญิงของเจ้า เจ้าจะมีถ้อยคำที่เจ้าต้องการพูด—ถ้อยคำซึ่งเจ้ารู้สึกว่าอาจเป็นที่ไม่พึงพอพระทัยต่อพระเจ้า—แต่หากเจ้าไม่พูดถ้อยคำเหล่านั้น เจ้าจะรู้สึกถึงความกระอักกระอ่วนภายใน และ ณ ช่วงเวลานี้ การสู้รบจะเริ่มขึ้นภายในตัวเจ้า: “ฉันจะพูดหรือไม่พูดดี” นี่คือการสู้รบ ด้วยเหตุนี้ ในทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าเผชิญหน้ามีการสู้รบอย่างหนึ่ง และเมื่อมีการสู้รบภายในตัวเจ้า เนื่องเพราะความร่วมมือจริงและความทุกข์จริงของเจ้า พระเจ้าจึงทรงพระราชกิจภายในตัวเจ้า ท้ายที่สุด เจ้าจะสามารถวางเรื่องนั้นลงไว้ก่อนภายในตัวของเจ้าและโทสะก็ดับไปตามธรรมชาติ เช่นนั้นคือผลจากความร่วมมือของเจ้ากับพระเจ้า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้คนทำกำหนดให้พวกเขาจำเป็นต้องจ่ายราคาหนึ่งในความพยายามต่าง ๆ ของพวกเขา หากปราศจากความยากลำบากจริง พวกเขาจะไม่สามารถทำให้พระเจ้าทรงพึงพอพระทัยได้ พวกเขาไม่แม้กระทั่งใกล้เคียงกับการทำให้พระเจ้าทรงพึงพอพระทัยเลย และพวกเขาก็แค่พ่นคำขวัญที่ว่างเปล่าต่าง ๆ เท่านั้น! คำขวัญที่ว่างเปล่าเหล่านี้จะสามารถทำให้พระเจ้าทรงพึงพอพระทัยได้หรือ? เมื่อพระเจ้าและซาตานทำการสู้รบในอาณาจักรฝ่ายวิญญาณ เจ้าควรทำให้พระเจ้าทรงพึงพอพระทัยอย่างไร และเจ้าควรตั้งมั่นในคำพยานของเจ้าต่อพระองค์อย่างไร? เจ้าควรรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเจ้าเป็นการทดสอบที่ยิ่งใหญ่และเป็นเวลาที่พระเจ้าทรงต้องการให้เจ้าเป็นคำพยาน แม้สิ่งเหล่านั้นอาจดูเหมือนว่าไม่สำคัญจากภายนอก แต่เมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นพวกมันแสดงให้เห็นว่าเจ้ารักพระเจ้าหรือไม่ หากเจ้ารัก เจ้าจะสามารถตั้งมั่นในคำพยานของเจ้าต่อพระองค์ได้ และหากเจ้าไม่ได้นำการรักพระองค์ไปปฏิบัติ นี่แสดงให้เห็นว่าเจ้าไม่ใช่ใครบางคนที่นำความจริงไปปฏิบัติ แสดงให้เห็นว่าเจ้าปราศจากความจริง และปราศจากชีวิต แสดงให้เห็นว่าเจ้าคือแกลบ! ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับผู้คนเกิดขึ้นเมื่อพระเจ้าทรงประสงค์ให้พวกเขาตั้งมั่นในคำพยานของพวกเขาต่อพระองค์ แม้ไม่มีอะไรที่สำคัญกำลังเกิดขึ้นกับเจ้า ณ เวลานี้และเจ้าไม่ได้เป็นคำพยานที่ยิ่งใหญ่ แต่ทุกรายละเอียดในชีวิตประจำวันของเจ้าก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับคำพยานต่อพระเจ้า หากเจ้าสามารถได้รับความเลื่อมใสจากบรรดาพี่น้องชายหญิงของเจ้า บรรดาสมาชิกครอบครัวของเจ้า และทุก ๆ คนรอบตัวเจ้า หากวันหนึ่ง บรรดาผู้ที่ไม่เชื่อมาหา และเลื่อมใสทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าทำ และเห็นว่าทั้งหมดที่พระเจ้าทรงกระทำนั้นน่ามหัศจรรย์ เช่นนั้นแล้ว เจ้าก็จะได้เป็นคำพยานแล้ว แม้ว่าเจ้าไม่มีความเข้าใจลึกซึ้งและขีดความสามารถของเจ้านั้นต่ำ เจ้าจะสามารถทำให้พระองค์พอพระทัยและใส่ใจน้ำพระทัยของพระองค์ได้โดยผ่านทางการการทำให้มีความเพียบพร้อมโดยพระเจ้า คนอื่น ๆ จะเห็นว่าพระราชกิจยิ่งใหญ่ใดที่พระองค์ได้ทรงทำไปในผู้คนที่มีขีดขาดความสามารถต่ำที่สุด พวกเขาจะเห็นผู้คนเหล่านี้ได้มารู้จักพระเจ้าและได้กลายเป็นผู้ชนะทั้งหลายต่อหน้าซาตาน รักภักดีต่อพระเจ้าเป็นอย่างมาก ไม่มีผู้ใดจะมีความกล้ามากไปกว่าผู้คนกลุ่มนี้ นี่จะเป็นคำพยานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แม้ว่าเจ้าจะไร้ความสามารถในการทำงานที่ยิ่งใหญ่ เจ้าก็สามารถทำให้พระเจ้าทรงพึงพอพระทัยได้ คนอื่น ๆ ไม่สามารถวางมโนคติอันหลงผิดทั้งหลายของพวกเขาลงไว้ก่อนได้ แต่เจ้าสามารถทำได้ คนอื่น ๆ ไม่สามารถเป็นคำพยานต่อพระเจ้าในระหว่างประสบการณ์จริงของพวกเขาได้ แต่เจ้าสามารถใช้วุฒิภาวะแท้จริงและการกระทำต่าง ๆ ของเจ้าเพื่อตอบแทนความรักของพระเจ้าและเป็นคำพยานที่ดังกึกก้องต่อพระองค์ได้ นี่เท่านั้นที่ถือเป็นการรักพระเจ้าอย่างแท้จริง หากเจ้าไร้ความสามารถในเรื่องนี้ เช่นนั้นแล้ว เจ้าก็ไม่ได้เป็นคำพยานท่ามกลางบรรดาสมาชิกในครอบครัวของเจ้า ท่ามกลางบรรดาพี่น้องชายหญิงของเจ้า หรือต่อหน้าผู้คนของโลก หากเจ้าไม่สามารถเป็นคำพยานต่อหน้าซาตานได้ ซาตานจะหัวเราะเยาะเจ้า มันจะปฏิบัติกับเจ้าอย่างตัวตลกตัวหนึ่ง อย่างของเล่นชิ้นหนึ่ง มันจะหลอกเจ้าและทำให้เจ้าเสียสติบ่อย ๆ ในอนาคต การทดสอบที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลายอาจเกิดขึ้นกับเจ้า—แต่ในวันนี้ หากเจ้ารักพระเจ้าด้วยหัวใจแท้จริง และหากเจ้าสามารถตั้งมั่นในคำพยานของเจ้าและสามารถทำให้พระเจ้าทรงพึงพอพระทัยได้ไม่ว่าการทดสอบทั้งหลายข้างหน้าจะยิ่งใหญ่เพียงใด ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเจ้า เช่นนั้นแล้ว หัวใจของเจ้าจึงจะได้รับการปลอบโยน และเจ้าจะไม่เกรงกลัวไม่ว่าการทดสอบทั้งหลายที่เจ้าเผชิญในอนาคตจะยิ่งใหญ่เพียงใด พวกเจ้าไม่สามารถเห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต พวกเจ้าสามารถเพียงทำให้พระเจ้าทรงพึงพอพระทัยได้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ของวันนี้เท่านั้น พวกเจ้าไร้ความสามารถในการทำงานที่ยิ่งใหญ่ใด ๆ และควรมุ่งความสนใจกับการทำให้พระเจ้าทรงพึงพอพระทัยโดยการได้รับประสบการณ์กับพระวจนะของพระองค์ในชีวิตจริง และเป็นคำพยานอันหนักแน่นและดังกึกก้องซึ่งนำความอับอายมาสู่ซาตาน แม้ว่าเนื้อหนังของเจ้าจะยังคงไม่พอใจและจะได้ทนทุกข์อยู่ เจ้าจะได้ทำให้พระเจ้าทรงพึงพอพระทัยและได้นำความอับอายมาสู่ซาตาน หากเจ้าปฏิบัติอย่างนี้ตลอดเวลา พระเจ้าจะทรงเปิดเส้นทางเบื้องหน้าเจ้า เมื่อวันหนึ่ง การทดสอบที่ยิ่งใหญ่มาถึง คนอื่น ๆ จะล้มลง แต่เจ้าจะยังคงสามารถตั้งมั่นอยู่ได้: เพราะราคาที่เจ้าได้จ่ายไปแล้ว พระเจ้าจะทรงปกป้องเจ้าเพื่อให้เจ้าสามารถตั้งมั่นได้และไม่ล้มลง หากตามปกติแล้ว เจ้าสามารถนำความจริงไปปฏิบัติและทำให้พระเจ้าทรงพึงพอพระทัยได้ด้วยหัวใจที่รักพระองค์อย่างแท้จริง เช่นนั้นแล้ว พระเจ้าจะทรงปกป้องเจ้าในระหว่างการทดสอบทั้งหลายในอนาคตอย่างแน่นอน แม้เจ้าจะโง่เขลาและมีวุฒิภาวะน้อยนิดและมีขีดความสามารถต่ำ พระเจ้าจะไม่ทรงเลือกที่รักมักที่ชังกับเจ้า มันขึ้นอยู่กับว่าเจตนารมณ์ทั้งหลายของเจ้านั้นถูกต้องหรือไม่ วันนี้ เจ้าสามารถทำให้พระเจ้าทรงพึงพอพระทัยได้ ซึ่งเจ้าใส่ใจต่อรายละเอียดที่เล็กที่สุด เจ้าทำให้พระเจ้าทรงพึงพอพระทัยได้ในทุกสรรพสิ่ง เจ้ามีหัวใจที่รักพระเจ้าอย่างแท้จริง เจ้ามอบหัวใจที่แท้จริงของเจ้าแด่พระเจ้า และแม้ว่าจะมีบางสิ่งบางอย่างที่เจ้าไม่สามารถเข้าใจได้ เจ้าก็สามารถมาอยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้าเพื่อแก้ไขเจตนารมณ์ต่าง ๆ ของเจ้าให้ถูกต้องและแสวงหาน้ำพระทัยพระเจ้า และเจ้าทำทุกสิ่งที่จำเป็นเพื่อทำให้พระเจ้าทรงพึงพอพระทัย บางทีบรรดาพี่น้องชายหญิงของเจ้าอาจจะทิ้งเจ้าไป แต่หัวใจของเจ้าจะเป็นที่พึงพอพระทัยของพระเจ้า และเจ้าจะไม่ปรารถนาความเพลิดเพลินของเนื้อหนัง หากเจ้าปฏิบัติอย่างนี้ตลอดเวลา เจ้าจะได้รับการปกป้องเมื่อการทดสอบที่ยิ่งใหญ่มาถึงเจ้า

การทดสอบทั้งหลายมุ่งหมายไปที่สภาวะภายในอันใดในผู้คน? การทดสอบทั้งหลายนั้นมีเป้าหมายอยู่ที่อุปนิสัยอันเป็นกบฏในผู้คนซึ่งไร้ความสามารถในการทำให้พระเจ้าทรงพึงพอพระทัย มีอะไรมากมายที่ไม่บริสุทธิ์ภายในผู้คน และอะไรมากมายที่หน้าซื่อใจคด และดังนั้นพระเจ้าจึงทรงทำให้ผู้คนได้รับการทดสอบทั้งหลายเพื่อที่จะชำระพวกเขาให้บริสุทธิ์ แต่หากวันนี้ เจ้าสามารถทำให้พระองค์ทรงพึงพอพระทัยได้ เช่นนั้นแล้ว การทดสอบทั้งหลายในอนาคตก็จะเป็นการมีความเพียบพร้อมสำหรับเจ้า หากวันนี้ เจ้าไม่สามารถทำให้พระองค์ทรงพึงพอพระทัยได้ เช่นนั้นแล้ว การทดสอบทั้งหลายในอนาคตจะทดลองเจ้า เจ้าจะล้มลงโดยไม่ทันรู้ตัว และในเวลานั้นเจ้าจะไม่สามารถช่วยตัวเจ้าเองได้ เพราะเจ้าไม่สามารถตามพระราชกิจของพระเจ้าทันและไม่มีวุฒิภาวะที่แท้จริง และดังนั้น หากเจ้าปรารถนาที่จะสามารถตั้งมั่นได้ในอนาคต เพื่อทำให้พระเจ้าทรงพึงพอพระทัยได้ดียิ่งขึ้น และเพื่อติดตามพระองค์ไปจนถึงที่สุด วันนี้เจ้าต้องสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง เจ้าจะต้องทำให้พระเจ้าทรงพึงพอพระทัยโดยการนำความจริงไปปฏิบัติในทุกสรรพสิ่งและใส่ใจต่อน้ำพระทัยของพระองค์ หากเจ้าปฏิบัติอย่างนี้ตลอดเวลา จะมีรากฐานภายในตัวเจ้า และพระเจ้าจะทรงสร้างแรงบันดาลใจในหัวใจของเจ้าที่รักพระองค์ และพระองค์จะทรงมอบความเชื่อแก่เจ้า วันหนึ่ง เมื่อการทดสอบอย่างหนึ่งเกิดขึ้นกับเจ้าอย่างแท้จริง เจ้าอาจทนทุกข์กับความเจ็บปวดบางอย่างและรู้สึกเสียใจถึงจุดหนึ่ง และทนทุกข์กับความเศร้าโศกที่บีบคั้น ราวกับว่าเจ้าได้ตายไปแล้ว—แต่การรักพระเจ้าของเจ้าจะไม่เปลี่ยนแปลง และจะยิ่งหยั่งลึกขึ้นไปอีก เช่นนั้นคือพระพรของพระเจ้า หากเจ้าสามารถยอมรับทุกอย่างที่พระเจ้าตรัสและทรงกระทำในวันนี้ด้วยหัวใจแห่งการเชื่อฟัง เช่นนั้นแล้ว เจ้าจะได้รับการอวยพรจากพระเจ้าอย่างแน่นอน และดังนั้น เจ้าจะเป็นใครบางคนที่ได้รับการอวยพรจากพระเจ้าและได้รับพระสัญญาของพระองค์ หากในวันนี้ เจ้าไม่ปฏิบัติ เมื่อการทดสอบทั้งหลายเกิดขึ้นกับเจ้าในวันหนึ่ง เจ้าจะปราศจากความเชื่อหรือหัวใจที่มีรัก และในเวลานั้นการทดสอบนั้นจะกลายเป็นการทดลอง เจ้าจะถลำลงไปท่ามกลางการทดลองของซาตานและจะไม่มีหนทางที่จะหลบหนี วันนี้ เจ้าอาจสามารถตั้งมั่นอยู่ได้เมื่อการทดสอบเล็กๆเกิดขึ้นกับเจ้า แต่ไม่จำเป็นว่าเจ้าจะสามารถตั้งมั่นอยู่ได้เมื่อการทดสอบใหญ่เกิดขึ้นกับเจ้าวันหนึ่ง บางคนนั้นอวดดีและคิดว่าพวกเขาใกล้จะมีความเพียบพร้อมแล้ว หากเจ้าไม่ไปให้ลึกกว่านั้นในช่วงเวลาเช่นนั้น และยังคงพึงพอใจ เช่นนั้นแล้ว เจ้าจะตกอยู่ในอันตราย วันนี้ พระเจ้าไม่ทรงพระราชกิจของการทดสอบที่ยิ่งใหญ่ขึ้นและทุกอย่างดูเหมือนว่าเรียบร้อยดี แต่เมื่อพระเจ้าทรงทดสอบเจ้า เจ้าจะค้นพบว่าเจ้าขาดพร่องเกินไป เพราะวุฒิภาวะของเจ้านั้นเล็กเกินไปและเจ้าไร้ความสามารถที่จะทนฝ่าการทดสอบที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย หากในวันนี้ เจ้าไม่เคลื่อนไปข้างหน้า หากเจ้าอยู่ในที่เดิม เช่นนั้นแล้ว เมื่อลมที่ยิ่งใหญ่มาถึง เจ้าจะล้ม พวกเจ้าควรหมั่นดูว่าวุฒิภาวะของพวกเจ้านั้นเล็กเพียงใด ด้วยวิธีนี้เท่านั้นเจ้าจึงจะก้าวหน้าได้ หากมีเพียงในระหว่างการทดสอบทั้งหลายเท่านั้นที่เจ้าจะมองเห็นว่าวุฒิภาวะของเจ้านั้นเล็กยิ่งนัก เห็นว่าจิตตานุภาพของเจ้าอ่อนกำลังยิ่งนัก เห็นว่าภายในตัวเจ้าที่เป็นจริงนั้นเล็กน้อยเกินไป และเห็นว่าเจ้าไม่ดีพอสำหรับน้ำพระทัยพระเจ้า—หากเจ้าตระหนักในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เฉพาะตอนนั้นเท่านั้น มันก็จะสายเกินไป

หากเจ้าไม่รู้พระอุปนิสัยของพระเจ้า เช่นนั้นแล้ว เจ้าจะล้มลงระหว่างการทดสอบทั้งหลายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเจ้าไม่ตระหนักว่าพระเจ้าทรงทำให้ผู้คนมีความเพียบพร้อมอย่างไร พระเจ้าทรงทำให้พวกเขามีความเพียบพร้อมด้วยวิธีการใด และการทดสอบทั้งหลายของพระเจ้าจะมาถึงเจ้าเมื่อใดและการทดสอบเหล่านั้นไม่ตรงกันกับมโนคติอันหลงผิดต่างๆ ของเจ้า เจ้าจะไม่สามารถตั้งมั่นได้ ความรักที่แท้จริงของพระเจ้าคือพระอุปนิสัยทั้งหมดทั้งมวลของพระองค์ และเมื่อพระอุปนิสัยทั้งหมดทั้งมวลของพระเจ้าได้ถูกแสดงแก่เจ้า การนี้จะนำสิ่งใดมาสู่เนื้อหนังของเจ้า? เมื่อพระอุปนิสัยอันชอบธรรมของพระเจ้าถูกแสดงแก่เจ้า เนื้อหนังของเจ้าจะทนทุกข์กับความเจ็บปวดมากมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากเจ้าไม่ทนทุกข์กับความเจ็บปวดนี้ เช่นนั้นแล้ว เจ้าจะไม่สามารถได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อมโดยพระเจ้าได้ และเจ้าจะไม่สามารถอุทิศความรักที่แท้จริงแด่พระเจ้าได้ หากพระเจ้าทรงทำให้เจ้ามีความเพียบพร้อม พระองค์จะทรงแสดงพระอุปนิสัยทั้งหมดทั้งมวลของพระองค์แก่เจ้าอย่างแน่นอน จากเวลาในการทรงสร้างจนถึงวันนี้ พระเจ้าไม่เคยทรงแสดงพระอุปนิสัยทั้งหมดทั้งมวลของพระองค์ต่อมนุษย์—แต่ระหว่างยุคสุดท้ายพระองค์ทรงเปิดเผยมันต่อผู้คนกลุ่มนี้ผู้ซึ่งพระองค์ได้ทรงกำหนดไว้ล่วงหน้าและได้ทรงคัดเลือกไว้แล้ว และโดยการทำให้ผู้คนมีความเพียบพร้อม พระองค์ทรงเผยให้เห็นพระอุปนิสัยของพระองค์ ซึ่งพระองค์ได้ทรงใช้ทำให้ผู้คนกลุ่มหนึ่งครบบริบูรณ์ เช่นนั้นคือความรักที่แท้จริงของพระองค์ต่อผู้คน การได้รับประสบการณ์กับความรักที่แท้จริงของพระเจ้าทำให้ผู้คนจำเป็นต้องทนฝ่าความเจ็บปวดสุดขีด และต้องจ่ายราคาสูง หลังจากการนี้เท่านั้นพวกเขาจึงจะได้รับการรับไว้โดยพระเจ้าและสามารถถวายความรักที่แท้จริงของพวกเขากลับคืนแด่พระเจ้าได้ และเมื่อนั้นเท่านั้นพระทัยของพระเจ้าจึงจะพึงพอพระทัย หากผู้คนปรารถนาที่จะได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อมโดยพระเจ้า และหากพวกเขาปรารถนาที่จะทำตามน้ำพระทัยของพระองค์ และถวายความรักที่แท้จริงของพวกเขาแด่พระเจ้าอย่างครบถ้วนเต็มที่ เช่นนั้นแล้ว พวกเขาจะต้องได้รับประสบการณ์กับความทุกข์มากมายและความระทมทุกข์หลายอย่างจากสถานการณ์ต่าง ๆ ของพวกเขา เพื่อทนทุกข์กับความเจ็บปวดที่เลวร้ายกว่าความตาย ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาจะถูกบีบให้ถวายหัวใจที่แท้จริงของพวกเขากลับคืนแด่พระเจ้า การที่ใครบางคนคนรักพระเจ้าอย่างแท้จริงหรือไม่นั้นจะถูกเปิดเผยในระหว่างความยากลำบากและกระบวนการถลุง พระเจ้าทรงชำระความรักของผู้คนให้บริสุทธิ์ และการนี้สัมฤทธิ์ผลได้ท่ามกลางความยากลำบากและกระบวนการถลุงเท่านั้นด้วยเช่นกัน

ก่อนหน้า:ทุกสิ่งสัมฤทธิ์ได้ด้วยพระวจนะแห่งพระเจ้า

ถัดไป:บทสนทนารวบรัดเกี่ยวกับ “อาณาจักรพันปีได้มาถึงแล้ว”

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง