สิทธิอำนาจของพระผู้สร้างไม่ถูกจำกัดควบคุมโดยกาลเวลา พื้นที่ หรือภูมิประเทศ และสิทธิอำนาจของพระผู้สร้างนั้นมิอาจคิดคำนวณได้
พวกเรามาดูปฐมกาล 22:17-18 กันเถิด นี่คืออีกบทตอนหนึ่งที่พระยาห์เวห์พระเจ้าตรัสไว้ ในบทตอนนี้พระองค์ตรัสกับอับราฮัมว่า...
พวกเราต้อนรับผู้แสวงหาทุกคนที่ถวิลหาการทรงปรากฏของพระเจ้า!
โยบ 2:6 และพระยาห์เวห์ตรัสกับซาตานว่า “ดูเถิด เขาอยู่ในมือเจ้า จงไว้ชีวิตเขาเท่านั้น”
นี่คือบทตัดตอนจากหนังสือโยบ และ “เขา” ในพระวจนะเหล่านี้อ้างอิงถึงโยบ แม้จะสั้น แต่ประโยคนี้ก็ชี้แจงหลายประเด็น ประโยคนี้กล่าวถึงบทสนทนาตอนหนึ่งระหว่างพระเจ้ากับซาตานในโลกวิญญาณ และบอกพวกเราว่าพระวจนะของพระเจ้าพุ่งเป้าไปที่ซาตาน ประโยคนี้ยังบันทึกสิ่งที่พระเจ้าตรัสไว้เป็นการเฉพาะอีกด้วย พระวจนะของพระเจ้าคือพระบัญชาและคำสั่งที่ทรงมีแก่ซาตาน รายละเอียดเฉพาะของคำสั่งนี้เกี่ยวข้องกับการไว้ชีวิตโยบและเส้นที่พระองค์ทรงขีดไว้ให้ซาตานปฏิบัติต่อโยบ นั่นคือซาตานต้องไว้ชีวิตโยบ สิ่งแรกที่พวกเราเรียนรู้จากประโยคนี้ก็คือว่า นี่คือพระวจนะที่พระเจ้าตรัสแก่ซาตาน ตัวบทเดิมของหนังสือโยบบอกให้พวกเรารู้ถึงที่มาของพระวจนะดังกล่าว นั่นคือ ซาตานปรารถนาที่จะกล่าวหาโยบ และดังนั้นมันจึงต้องได้รับการเห็นชอบจากพระเจ้าก่อน มันจึงจะสามารถทดลองเขาได้ เมื่อทรงยินยอมตามข้อเรียกร้องของซาตานที่จะทดลองโยบแล้ว พระเจ้าได้ทรงวางเงื่อนไขต่อไปนี้แก่ซาตานว่า “โยบอยู่ในมือเจ้า จงไว้ชีวิตเขาเท่านั้น” อะไรคือธรรมชาติของพระวจนะเหล่านี้? เห็นได้ชัดว่านี่คือพระบัญชา เป็นคำสั่ง เมื่อเข้าใจธรรมชาติของพระวจนะเหล่านี้แล้ว แน่นอนว่าเจ้าควรจับความเข้าใจด้วยว่า องค์หนึ่งเดียวผู้ทรงออกคำสั่งนี้ก็คือพระเจ้า และผู้ที่รับคำสั่งนี้และเชื่อฟังคำสั่งนี้คือซาตาน ไม่จำเป็นต้องกล่าวก็ได้ว่า สัมพันธภาพระหว่างพระเจ้ากับซาตานในคำสั่งนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดสำหรับทุกคนที่อ่านพระวจนะเหล่านี้ แน่นอนว่านี่ยังเป็นสัมพันธภาพระหว่างพระเจ้ากับซาตานในโลกวิญญาณอีกด้วย และเป็นความแตกต่างระหว่างอัตลักษณ์และสถานะของพระเจ้ากับซาตาน ตามที่ระบุไว้ในบันทึกทั้งหลายถึงบทสนทนาแลกเปลี่ยนระหว่างพระเจ้ากับซาตานในองค์พระคัมภีร์เหล่านี้ และเป็นความแตกต่างอันชัดเจนระหว่างอัตลักษณ์และสถานะของพระเจ้ากับซาตานที่มนุษย์ในปัจจุบันสามารถเรียนรู้ได้จากตัวอย่างและบันทึกข้อความที่ยกมาเป็นการเฉพาะนี้ ณ จุดนี้เราจำต้องกล่าวว่า บันทึกพระวจนะเหล่านี้เป็นเอกสารสำคัญชิ้นหนึ่งในความรู้ที่มวลมนุษย์มีเกี่ยวกับอัตลักษณ์และสถานะของพระเจ้า ทั้งยังจัดเตรียมข้อมูลที่สำคัญให้แก่ความรู้ที่มวลมนุษย์มีเกี่ยวกับพระเจ้า มนุษย์สามารถเข้าใจแง่มุมเฉพาะในด้านสิทธิอำนาจของพระผู้สร้างเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งประการผ่านทางบทสนทนาแลกเปลี่ยนระหว่างพระผู้สร้างกับซาตานในโลกวิญญาณนี้ พระวจนะเหล่านี้คืออีกหนึ่งคำพยานให้แก่สิทธิอำนาจอันทรงเอกลักษณ์ของพระผู้สร้าง
ดูจากภายนอก พระยาห์เวห์พระเจ้ากำลังทรงสนทนากับซาตาน ในแง่ของแก่นแท้แล้ว ท่าทีในการตรัสของพระยาห์เวห์พระเจ้าและตำแหน่งที่พระองค์ทรงยืนอยู่นั้นสูงกว่าซาตาน กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ พระยาห์เวห์พระเจ้ากำลังมีพระบัญชาแก่ซาตานด้วยพระกระแสเสียงของการออกคำสั่ง และกำลังตรัสบอกซาตานว่ามันควรทำและไม่ควรทำสิ่งใด ว่าโยบนั้นอยู่ในมือของมันแล้ว และว่ามันมีอิสระที่จะปฏิบัติต่อโยบอย่างไรก็ได้ตามที่มันปรารถนา—แต่มันต้องไม่เอาชีวิตของโยบ ความหมายที่แฝงอยู่ก็คือ ถึงแม้จะให้โยบอยู่ในมือของซาตาน แต่ก็ไม่ได้ส่งมอบชีวิตของเขาให้แก่ซาตาน ไม่มีผู้ใดสามารถเอาชีวิตของโยบไปจากพระหัตถ์ของพระเจ้าได้ เว้นแต่พระเจ้าจะทรงอนุญาต ท่าทีของพระเจ้าแสดงไว้อย่างชัดเจนในพระบัญชาที่มีต่อซาตานนี้ และพระบัญชานี้ยังสำแดงและเผยให้เห็นว่า พระยาห์เวห์พระเจ้าทรงสนทนากับซาตานจากตำแหน่งใด ในการนี้ พระยาห์เวห์พระเจ้าไม่เพียงทรงถือครองสถานะของพระเจ้าผู้ทรงสร้างความสว่าง อากาศ ทุกสรรพสิ่ง และสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย สถานะของพระเจ้าผู้ทรงถือครองอธิปไตยเหนือสรรพสิ่งและสิ่งมีชีวิตทั้งหลายเท่านั้น แต่ยังทรงถือครองสถานะของพระเจ้าผู้ทรงบัญชามวลมนุษย์ และบัญชาแดนคนตาย พระเจ้าผู้ทรงควบคุมความเป็นและความตายของสิ่งมีชีวิตทั้งปวงด้วย ในโลกวิญญาณ นอกจากพระเจ้าแล้ว ยังจะมีผู้ใดกล้าออกคำสั่งเช่นนั้นแก่ซาตานอีก? และเหตุใดพระเจ้าจึงทรงออกคำสั่งของพระองค์แก่ซาตานด้วยพระองค์เอง? เพราะชีวิตของมนุษย์ซึ่งรวมถึงชีวิตของโยบนั้นอยู่ในความควบคุมของพระเจ้า พระเจ้าไม่ทรงอนุญาตให้ซาตานทำอันตรายหรือเอาชีวิตของโยบ และแม้กระทั่งเมื่อพระเจ้าทรงอนุญาตให้ซาตานทดลองโยบ พระเจ้าก็ยังไม่ทรงลืมที่จะออกคำสั่งดังกล่าวเป็นพิเศษ และมีพระบัญชาแก่ซาตานอีกครั้งว่าจงอย่าเอาชีวิตของโยบ ซาตานไม่เคยกล้าฝ่าฝืนสิทธิอำนาจของพระเจ้า และยิ่งไปกว่านั้น มันยังตั้งใจรับฟังและเชื่อฟังคำสั่งและพระบัญชาที่พระเจ้าทรงมีเป็นการเฉพาะอยู่เสมอ ไม่เคยกล้าเยาะเย้ยท้าทายพระบัญชาและคำสั่งเหล่านั้น และแน่นอนว่ามันย่อมไม่กล้าปรับเปลี่ยนคำสั่งใดๆ ของพระเจ้าอย่างเสรี เช่นนั้นเองคือข้อจำกัดที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้ให้ซาตาน และดังนั้น ซาตานจึงไม่เคยกล้าก้าวข้ามข้อจำกัดเหล่านั้น การนี้มิใช่อิทธิฤทธิ์แห่งสิทธิอำนาจของพระเจ้าหรอกหรือ? นี่มิใช่คำพยานให้แก่สิทธิอำนาจของพระเจ้าหรอกหรือ? ซาตานมีการจับความเข้าใจที่ชัดเจนกว่ามวลมนุษย์มากนักว่าควรประพฤติตนเช่นไรกับพระเจ้า และควรมองพระเจ้าอย่างไร และดังนั้นในโลกวิญญาณ ซาตานจึงมองเห็นสถานะและสิทธิอำนาจของพระเจ้าอย่างชัดเจนยิ่ง และซึ้งคุณค่าในอิทธิฤทธิ์แห่งสิทธิอำนาจของพระเจ้าและหลักธรรมที่อยู่เบื้องหลังการใช้สิทธิอำนาจของพระองค์อย่างลึกซึ้ง มันไม่กล้ามองข้ามสิ่งเหล่านี้แต่อย่างใด อีกทั้งไม่กล้าละเมิดสิ่งเหล่านี้ไม่ว่าจะในหนทางใด ไม่กล้าทำสิ่งใดที่ฝ่าฝืนสิทธิอำนาจของพระเจ้า และมันก็ไม่กล้าท้าทายพระพิโรธของพระเจ้าในหนทางใดเลย ถึงแม้ว่าธรรมชาติของซาตานจะชั่วและโอหัง แต่มันไม่เคยกล้าที่จะข้ามเขตคั่นและข้อจำกัดที่พระเจ้าได้ทรงกำหนดไว้ให้ เป็นเวลาหลายล้านปีแล้วที่มันยึดปฏิบัติตามเส้นแบ่งเขตเหล่านี้อย่างเคร่งครัด มันยึดปฏิบัติตามพระบัญชาและคำสั่งทุกประการที่พระเจ้าทรงมีกับมัน และไม่เคยกล้าก้าวข้ามเครื่องหมายนั้น แม้ซาตานจะมุ่งร้าย แต่มันก็มีปัญญากว่ามวลมนุษย์ที่เสื่อมทรามอยู่มาก มันรู้จักอัตลักษณ์ของพระผู้สร้าง และรู้จักอาณาเขตของมันเอง จากการกระทำ “ที่นบนอบ” ของซาตานจะเห็นได้ว่า สิทธิอำนาจและฤทธานุภาพของพระเจ้าคือประกาศิตจากสวรรค์ที่ซาตานไม่อาจฝ่าฝืนได้ และเห็นได้ว่า เป็นเพราะเอกลักษณ์และสิทธิอำนาจของพระเจ้าโดยแท้ ทุกสรรพสิ่งจึงเปลี่ยนแปลงและแพร่หลายอย่างเป็นระเบียบ และมวลมนุษย์ก็สามารถดำรงชีวิตและทวีจำนวนอยู่ภายในครรลองที่พระเจ้าทรงสถาปนาขึ้น โดยไม่มีบุคคลหรือวัตถุใดสามารถทำลายระบบระเบียบนี้ได้ และไม่มีบุคคลหรือวัตถุใดสามารถเปลี่ยนแปลงธรรมบัญญัตินี้ได้—เพราะทั้งหมดนี้ล้วนมาจากพระหัตถ์ของพระผู้สร้าง และจากการดลบันดาลและสิทธิอำนาจของพระผู้สร้าง
—พระวจนะฯ เล่ม 2 ว่าด้วยการรู้จักพระเจ้า, พระเจ้าพระองค์เอง พระผู้ทรงเอกลักษณ์ 1
ปี 2026 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ
พวกเรามาดูปฐมกาล 22:17-18 กันเถิด นี่คืออีกบทตอนหนึ่งที่พระยาห์เวห์พระเจ้าตรัสไว้ ในบทตอนนี้พระองค์ตรัสกับอับราฮัมว่า...
ปฐมกาล 9:11-13 “เราจะตั้งพันธสัญญาของเราไว้กับพวกเจ้าว่าจะไม่ทำลายมนุษย์และสัตว์ทั้งปวงโดยให้น้ำท่วมอีก...
ในทำนองเดียวกันนี้ การอวยพรโยบของพระยาห์เวห์ก็มีบันทึกอยู่ในหนังสือโยบ พระเจ้าประทานสิ่งใดให้แก่โยบ?...
ถึงแม้ทักษะและความสามารถของซาตานจะยิ่งใหญ่กว่าทักษะและความสามารถของมนุษย์ ถึงแม้ว่ามันจะสามารถทำสิ่งทั้งหลายที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้...