ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการควบคุมและอำนาจครอบครองที่พระผู้สร้างทรงมีเหนือทุกสรรพสิ่งและสิ่งมีชีวิตทั้งหลายนั้น ชี้ให้เห็นถึงการดำรงอยู่อย่างแท้จริงแห่งสิทธิอำนาจของพระผู้สร้าง

วันที่ 02 เดือน 10 ปี 2020

ในทำนองเดียวกันนี้ การอวยพรโยบของพระยาห์เวห์ก็มีบันทึกอยู่ในหนังสือโยบ พระเจ้าประทานสิ่งใดให้แก่โยบ? “และพระยาห์เวห์ทรงอวยพรชีวิตตอนปลายของโยบมากยิ่งกว่าตอนต้นของท่าน และท่านมีแกะ 14,000 ตัว อูฐ 6,000 ตัว วัวผู้ 1,000 คู่ และลาตัวเมีย 1,000 ตัว” (โยบ 42:12) จากมุมมองของมนุษย์ สิ่งเหล่านี้ที่ประทานแก่โยบคืออะไร? ใช่ทรัพย์สินของมวลมนุษย์หรือไม่? ด้วยทรัพย์สินเหล่านี้ โยบจะไม่มั่งคั่งอย่างมากในยุคนั้นหรอกหรือ? เช่นนั้นแล้ว เขาได้ทรัพย์สินดังกล่าวมาอย่างไร? สิ่งใดคือเหตุแห่งความมั่งคั่งของเขา? เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะพรของพระเจ้า โยบจึงได้ครอบครองทรัพย์สินเหล่านี้ โยบมีทรรศนะกับทรัพย์สินเหล่านี้อย่างไร และเขาคำนึงถึงพรของพระเจ้าอย่างไรนั้น ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะเสวนากันในที่นี้ เมื่อกล่าวถึงพรของพระเจ้า ผู้คนทั้งหมดล้วนโหยหาทั้งวันทั้งคืนที่จะได้รับพรจากพระเจ้า กระนั้นมนุษย์ก็ไม่สามารถควบคุมได้ว่าเขาจะมีทรัพย์สินมากเพียงใดในชั่วชีวิตของเขา หรือ เขาจะสามารถได้รับพรจากพระเจ้าหรือไม่—นี่คือข้อเท็จจริงที่มิอาจโต้แย้งได้! พระเจ้าทรงมีสิทธิอำนาจ และฤทธานุภาพที่จะประทานทรัพย์สินอันใดก็ได้ให้แก่มนุษย์ ที่จะเปิดโอกาสให้มนุษย์ได้รับการอำนวยพรเช่นไรก็ได้ แต่ทว่ามีหลักธรรมอยู่ประการหนึ่งในพรของพระเจ้า พระเจ้าทรงอวยพรผู้คนประเภทใด? พระองค์ทรงอวยพรผู้คนที่พระองค์โปรด แน่นอนอยู่แล้ว! อับราฮัมและโยบได้รับพรจากพระเจ้าทั้งคู่ แต่ทว่าพรที่พวกเขาได้รับนั้นไม่เหมือนกัน พระเจ้าทรงอวยพรให้อับราฮัมมีพงศ์พันธุ์มากมายดังเม็ดทรายและดวงดาว เมื่อพระองค์ทรงอวยพรอับราฮัม พระองค์ทรงทำให้พงศ์พันธุ์ของชายคนเดียวและชนชาติหนึ่งกลายมามีอำนาจและเจริญรุ่งเรือง ในการนี้ สิทธิอำนาจของพระเจ้าปกครองมวลมนุษย์ที่หายใจด้วยลมปราณของพระเจ้าท่ามกลางสรรพสิ่งและสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ภายใต้อธิปไตยแห่งสิทธิอำนาจของพระเจ้า มวลมนุษย์นี้ได้ทวีจำนวนและดำรงอยู่ด้วยความเร็ว และภายในวงเขตที่พระเจ้าทรงกำหนดเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การอยู่รอด อัตราการขยายตัว และอายุขัยของชนชาตินี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเตรียมการของพระเจ้า และหลักธรรมของทั้งหมดนี้ล้วนเป็นไปตามสัญญาที่พระเจ้าทรงทำไว้กับอับราฮัมทั้งสิ้น การนี้หมายความว่าไม่ว่ารูปการณ์แวดล้อมจะเป็นเช่นไร สัญญาของพระเจ้าจะดำเนินต่อไปโดยปราศจากการขัดขวางและจะกลายเป็นจริงภายใต้การดูแลจัดเตรียมแห่งสิทธิอำนาจของพระเจ้า ในสัญญาที่พระเจ้าทรงทำไว้กับอับราฮัมนั้น ไม่ว่าโลกจะเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่โตสักกี่ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใด ไม่ว่ามวลมนุษย์จะทนฝ่ามหันตภัยกี่ครา พงศ์พันธุ์ของอับราฮัมจะไม่เสี่ยงต่อการถูกสูญสลาย และชาติของพวกเขาจะไม่ล้มตายจนสิ้น อย่างไรก็ตาม พรที่พระเจ้าประทานแก่โยบทำให้เขามั่งคั่งสุดขีด สิ่งที่พระเจ้าประทานแก่เขาคือสิ่งทรงสร้างที่มีชีวิตมีลมหายใจจำนวนมากเหลือหลาย ซึ่งรายละเอียดต่างๆ ของสิ่งเหล่านี้—จำนวนของพวกมัน ความเร็วในการขยายพันธุ์ อัตราการรอดชีวิต ปริมาณไขมันในร่างกายของพวกมัน และอื่นๆ—ก็อยู่ภายใต้การควบคุมของพระเจ้าเช่นกัน ถึงแม้ว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะพูดไม่ได้ แต่พวกมันก็เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเตรียมการของพระผู้สร้างเช่นกัน และหลักธรรมเบื้องหลังการจัดการเตรียมการที่พระเจ้าทรงมีให้พวกมันนั้นเกิดขึ้นบนพื้นฐานของพรที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้กับโยบ ในพรทั้งหลายที่พระเจ้าประทานแก่อับราฮัมและโยบ แม้สิ่งที่สัญญาไว้จะแตกต่างกัน แต่สิทธิอำนาจที่พระเจ้าทรงใช้ปกครองสรรพสิ่งและสิ่งมีชีวิตทั้งหลายคืออย่างเดียวกัน ทุกรายละเอียดแห่งสิทธิอำนาจและฤทธานุภาพของพระเจ้าถูกแสดงออกมาในสัญญาและพรที่แตกต่างกันของอับราฮัมและโยบ และแสดงให้มวลมนุษย์เห็นอีกครั้งหนึ่งว่า สิทธิอำนาจของพระเจ้าพ้นวิสัยแห่งจินตนาการของมนุษย์ไปมาก รายละเอียดเหล่านี้บอกมวลมนุษย์อีกครั้งหนึ่งว่า หากเขาปรารถนาที่จะรู้จักสิทธิอำนาจของพระเจ้า เช่นนั้นแล้ว การนี้จะสามารถสัมฤทธิ์ได้ก็โดยผ่านทางพระวจนะของพระเจ้า และโดยผ่านทางการมีประสบการณ์กับพระราชกิจของพระเจ้าเท่านั้น

สิทธิอำนาจแห่งอธิปไตยเหนือทุกสรรพสิ่งของพระเจ้าเปิดโอกาสให้มนุษย์มองเห็นข้อเท็จจริงประการหนึ่งว่า สิทธิอำนาจของพระเจ้ามิได้ถูกจำแลงเฉพาะในรูปของพระวจนะที่ว่า “พระเจ้าตรัสว่าจงเกิดความสว่าง ความสว่างก็เกิดขึ้น และ จงเกิดภาคพื้น และภาคพื้นก็เกิดขึ้น และจงเกิดแผ่นดิน และแผ่นดินก็เกิดขึ้น” เท่านั้น แต่ยิ่งไปกว่านั้น สิทธิอำนาจของพระองค์ยังสำแดงอยู่ในวิธีการที่พระองค์ทรงทำให้ความสว่างนั้นดำเนินต่อไป ป้องกันไม่ให้พื้นฟ้าปลาสนาการไป และทำให้แผ่นดินกับน้ำแยกจากกันตลอดไป รวมทั้งในรายละเอียดของการปกครองและบริหารจัดการสิ่งทั้งหลายที่พระองค์ทรงสร้าง อันได้แก่ ความสว่าง พื้นฟ้า และแผ่นดิน มีสิ่งใดอีกที่พวกเจ้ามองเห็นในพรที่พระเจ้าประทานแก่มวลมนุษย์? เห็นได้อย่างชัดเจนว่า หลังจากที่พระเจ้าทรงอวยพรอับราฮัมและโยบแล้ว ย่างพระบาทของพระเจ้ามิได้ยุติลง เพราะพระองค์เพิ่งจะทรงเริ่มใช้สิทธิอำนาจของพระองค์เท่านั้น และพระองค์ได้ตั้งพระทัยที่จะทำให้พระวจนะของพระองค์ทุกคำเป็นจริง และทำให้ทุกรายละเอียดที่พระองค์ตรัสถึงนั้นกลายเป็นจริง และดังนั้นในอีกหลายปีที่จะมาถึง พระองค์จึงทรงทำทุกสิ่งทุกอย่างที่พระองค์ตั้งพระทัยไว้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากพระเจ้าทรงมีสิทธิอำนาจ สำหรับมนุษย์แล้วบางครั้งจึงอาจดูเหมือนว่าพระเจ้าไม่จำเป็นต้องทรงขยับแม้ปลายนิ้ว เพียงตรัสเท่านั้น ทุกเรื่องราวและทุกสิ่งก็สำเร็จลุล่วง ความคิดฝันเช่นนั้นไร้สาระอย่างยิ่ง! หากเจ้าใช้ทรรศนะเพียงด้านเดียวมามองการที่พระเจ้าทรงทำพันธสัญญากับมนุษย์โดยใช้พระวจนะ และการที่พระเจ้าทรงสำเร็จลุล่วงทุกสิ่งทุกอย่างโดยใช้พระวจนะ และเจ้าไม่สามารถมองเห็นหมายสำคัญและข้อเท็จจริงต่างๆ ที่ว่า สิทธิอำนาจของพระเจ้ามีอำนาจครอบครองเหนือการดำรงอยู่ของทุกสรรพสิ่ง เช่นนั้นแล้ว ความเข้าใจที่เจ้ามีต่อสิทธิอำนาจของพระเจ้าก็ไร้แก่นสารและน่าขันยิ่งนัก! หากมนุษย์จินตนาการว่าพระเจ้าต้องเป็นดังนั้น เช่นนั้นแล้วก็ต้องกล่าวว่าความรู้ที่มนุษย์มีเกี่ยวกับพระเจ้าถูกไล่ให้จนแต้มและไปถึงทางตันแล้ว เพราะพระเจ้าที่มนุษย์จินตนาการนั้นเป็นแต่เพียงเครื่องจักรคอยออกคำสั่ง ไม่ใช่พระเจ้าผู้ทรงครองสิทธิอำนาจ เจ้ามองเห็นสิ่งใดผ่านทางตัวอย่างของอับราฮัมและโยบ? เจ้ามองเห็นด้านที่สัมพันธ์กับชีวิตจริงแห่งสิทธิอำนาจและฤทธานุภาพของพระเจ้าหรือยัง? หลังจากที่พระเจ้าทรงอวยพรอับราฮัมและโยบแล้ว พระเจ้ามิได้ประทับในที่ซึ่งพระองค์สถิตอยู่ อีกทั้งพระองค์ก็มิได้ทรงให้ทูตสื่อสารของพระองค์ทำงาน พลางทรงรอดูว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นใด ในทางตรงกันข้าม ทันทีที่พระเจ้าดำรัสพระวจนะของพระองค์ ทุกสรรพสิ่งก็เริ่มเป็นไปตามพระราชกิจที่พระเจ้าตั้งพระทัยว่าจะทำ ภายใต้การนำแห่งสิทธิอำนาจของพระเจ้า และมีการตระเตรียมผู้คน เป้าหมาย และสิ่งทั้งหลาย ที่พระเจ้าทรงพึงประสงค์ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ทันทีที่มีการดำรัสพระวจนะจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า ก็เริ่มมีการใช้สิทธิอำนาจของพระเจ้าทั่วทั้งแผ่นดิน และพระองค์ทรงกำหนดครรลองที่จะทำให้สัญญาที่พระองค์ทรงทำไว้กับอับราฮัมและโยบนั้นสำเร็จและลุล่วง พลางทรงวางแผนการทั้งปวงและตระเตรียมทุกอย่างที่พึงต้องใช้อย่างถูกต้องเหมาะสมสำหรับทุกขั้นตอนและแต่ละช่วงระยะที่สำคัญที่พระองค์ทรงวางแผนไว้ว่าจะดำเนินการ ในระหว่างเวลานี้ พระเจ้าไม่เพียงทรงโยกย้ายทูตสื่อสารของพระองค์เท่านั้น แต่ยังทรงยักย้ายทุกสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างไว้อีกด้วย กล่าวคือ ภายในวงเขตที่มีการใช้สิทธิอำนาจของพระเจ้านั้นไม่ได้มีเพียงบรรดาทูตสื่อสารเท่านั้น แต่ยังมีทุกสรรพสิ่งในการทรงสร้างที่ถูกยักย้ายเพื่อให้เป็นไปตามพระราชกิจที่พระองค์ตั้งพระทัยที่จะทำให้สำเร็จลุล่วง เหล่านี้คือรูปแบบเฉพาะของการใช้สิทธิอำนาจของพระเจ้า ในความคิดฝันของพวกเจ้านั้น บางคนอาจจะมีความเข้าใจในสิทธิอำนาจของพระเจ้าดังต่อไปนี้คือ พระเจ้าทรงมีสิทธิอำนาจ และพระเจ้าทรงมีฤทธานุภาพ และดังนั้นพระเจ้าเพียงแค่ต้องประทับอยู่ในสวรรค์ชั้นที่สาม หรือในสถานที่ที่เป็นหลักแหล่งสักแห่ง และไม่ต้องทรงพระราชกิจอันใดเป็นการเฉพาะ และพระราชกิจทั้งปวงของพระเจ้าก็เสร็จสมบูรณ์อยู่ในพระดำริของพระองค์ บางคนอาจเชื่อด้วยว่า ถึงแม้พระเจ้าจะทรงอวยพรอับราฮัม แต่พระเจ้าก็ไม่จำเป็นต้องทรงทำสิ่งใด พระองค์เพียงตรัสพระวจนะของพระองค์เท่านั้นก็พอ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงหรือ? เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่! ถึงแม้ว่าพระเจ้าจะทรงครองสิทธิอำนาจและฤทธานุภาพ แต่สิทธิอำนาจของพระองค์ก็เที่ยงแท้และเป็นจริง มิใช่ว่างเปล่า ความจริงแท้และความเป็นจริงแห่งสิทธิอำนาจและฤทธานุภาพของพระเจ้าค่อยๆ เผยให้เห็นและสำแดงออกมาในการสร้างสรรพสิ่งของพระองค์ ในการควบคุมทุกสรรพสิ่งของพระองค์ และในกระบวนการที่พระองค์ทรงนำและบริหารจัดการมวลมนุษย์ ทุกวิธีการ ทุกแง่มุม และทุกรายละเอียดเกี่ยวกับอธิปไตยที่พระเจ้าทรงมีเหนือมวลมนุษย์และทุกสรรพสิ่ง และพระราชกิจทั้งหมดที่พระเจ้าทรงทำให้สำเร็จลุล่วง รวมทั้งความเข้าใจที่พระองค์ทรงมีในทุกสรรพสิ่ง—ทั้งหมดนี้ล้วนพิสูจน์อย่างแท้จริงว่าสิทธิอำนาจและฤทธานุภาพของพระเจ้าไม่ใช่ถ้อยคำที่ว่างเปล่า สิทธิอำนาจและฤทธานุภาพของพระองค์มีการแสดงออกและเผยให้เห็นอยู่เป็นนิจและในทุกสรรพสิ่ง การสำแดงและการเปิดเผยเหล่านี้บ่งบอกถึงการดำรงอยู่จริงแห่งสิทธิอำนาจของพระเจ้า เพราะพระองค์กำลังทรงใช้สิทธิอำนาจและฤทธานุภาพของพระองค์เพื่อดำเนินพระราชกิจของพระองค์ต่อไป และเพื่อบัญชาทุกสรรพสิ่ง และปกครองทุกสรรพสิ่งในทุกขณะ ฤทธานุภาพและสิทธิอำนาจของพระองค์ไม่สามารถถูกแทนที่ได้ไม่ว่าจะโดยทูตสวรรค์หรือทูตสื่อสารของพระเจ้า พระเจ้าได้ตัดสินพระทัยว่าพระองค์จะประทานพรใดแก่อับราฮัมและโยบ—นี่เป็นสิ่งที่พระองค์ต้องเป็นผู้ตัดสินพระทัย ถึงแม้ว่าทูตสื่อสารของพระเจ้าคือผู้ที่ไปเยือนอับราฮัมและโยบ แต่การกระทำของพวกเขาก็เป็นไปตามพระบัญชาของพระเจ้า และพวกเขาก็กระทำการภายใต้สิทธิอำนาจของพระเจ้า และในทำนองเดียวกัน บรรดาทูตสื่อสารก็อยู่ภายใต้อธิปไตยของพระเจ้า ถึงแม้มนุษย์จะเห็นว่าทูตสื่อสารของพระเจ้าไปเยือนอับราฮัม และไม่ได้ประจักษ์ว่าพระยาห์เวห์พระเจ้าทรงกระทำสิ่งใดด้วยพระองค์เองในบันทึกของพระคัมภีร์ แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว พระเจ้าพระองค์เองคือองค์หนึ่งเดียวเท่านั้นที่ทรงใช้ฤทธานุภาพและสิทธิอำนาจ และการนี้ไม่เปิดทางให้มนุษย์สงสัยเป็นอันขาด! ถึงแม้เจ้าจะเห็นแล้วว่าบรรดาทูตสวรรค์และทูตสื่อสารมีพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่และได้แสดงปาฏิหาริย์ทั้งหลาย หรือเห็นว่าพวกเขาได้ทำสิ่งต่างๆ ตามพระบัญชาของพระเจ้า แต่การกระทำของพวกเขาก็เป็นไปเพื่อทำให้พระบัญชาของพระเจ้าสำเร็จสมบูรณ์เท่านั้น และไม่ได้แสดงถึงสิทธิอำนาจของพระเจ้าแต่อย่างใด—เพราะไม่มีมนุษย์หรือวัตถุใดที่มีหรือครองสิทธิอำนาจในการสร้างทุกสรรพสิ่งและปกครองทุกสรรพสิ่งดังพระผู้สร้าง ดังนั้นจึงไม่มีมนุษย์หรือวัตถุใดจะสามารถใช้หรือแสดงสิทธิอำนาจของพระผู้สร้างได้

—พระวจนะฯ เล่ม 2 ว่าด้วยการรู้จักพระเจ้า, พระเจ้าพระองค์เอง พระผู้ทรงเอกลักษณ์ 1

ปี 2026 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

มีเพียงพระเจ้าผู้ทรงมีอัตลักษณ์แห่งพระผู้สร้างเท่านั้นที่ทรงครองสิทธิอำนาจอันทรงเอกลักษณ์

อัตลักษณ์พิเศษของซาตานทำให้ผู้คนมากมายแสดงความสนใจอย่างแรงกล้าในแง่มุมต่างๆ ที่มันสำแดงออกมา...

อัตลักษณ์ของพระผู้สร้างนั้นทรงเอกลักษณ์ และพวกเจ้าไม่ควรยึดปฏิบัติตามแนวคิดแบบพหุเทวนิยม

ถึงแม้ทักษะและความสามารถของซาตานจะยิ่งใหญ่กว่าทักษะและความสามารถของมนุษย์ ถึงแม้ว่ามันจะสามารถทำสิ่งทั้งหลายที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้...

รูปแบบและลักษณะเฉพาะอันทรงเอกลักษณ์แห่งถ้อยดำรัสของพระผู้สร้าง คือสัญลักษณ์แห่งอัตลักษณ์และสิทธิอำนาจอันทรงเอกลักษณ์ของพระผู้สร้าง

ปฐมกาล 17:4-6 จงดู พันธสัญญาของเราอยู่กับเจ้า เจ้าจะเป็นบิดาของประชาชาติมากมาย ชื่อของเจ้าจะไม่ใช่อับรามอีกต่อไป...

สิทธิอำนาจของพระผู้สร้างไม่ถูกจำกัดควบคุมโดยกาลเวลา พื้นที่ หรือภูมิประเทศ และสิทธิอำนาจของพระผู้สร้างนั้นมิอาจคิดคำนวณได้

พวกเรามาดูปฐมกาล 22:17-18 กันเถิด นี่คืออีกบทตอนหนึ่งที่พระยาห์เวห์พระเจ้าตรัสไว้ ในบทตอนนี้พระองค์ตรัสกับอับราฮัมว่า...

Leave a Reply

ติดต่อเราผ่าน Messenger