ซาตานไม่เคยกล้าฝ่าฝืนสิทธิอำนาจของพระผู้สร้าง และด้วยเหตุนี้ทุกสรรพสิ่งจึงดำรงชีวิตอยู่อย่างเป็นระเบียบ
โยบ 2:6 และพระยาห์เวห์ตรัสกับซาตานว่า “ดูเถิด เขาอยู่ในมือเจ้า จงไว้ชีวิตเขาเท่านั้น” นี่คือบทตัดตอนจากหนังสือโยบ และ “เขา”...
พวกเราต้อนรับผู้แสวงหาทุกคนที่ถวิลหาการทรงปรากฏของพระเจ้า!
อัตลักษณ์พิเศษของซาตานทำให้ผู้คนมากมายแสดงความสนใจอย่างแรงกล้าในแง่มุมต่างๆ ที่มันสำแดงออกมา มีแม้กระทั่งคนเขลาจำนวนมากที่เชื่อว่าซาตานมีสิทธิอำนาจเช่นเดียวกับพระเจ้า เพราะซาตานสามารถแสดงปาฏิหาริย์ได้ และสามารถทำสิ่งทั้งหลายที่เป็นไปไม่ได้สำหรับมวลมนุษย์ ด้วยเหตุนี้ นอกจากนมัสการพระเจ้าแล้ว มวลมนุษย์จึงสงวนที่ทางในหัวใจของเขาไว้ให้แก่ซาตาน และถึงกับเคารพบูชาซาตานในฐานะพระเจ้า ผู้คนเหล่านี้ทั้งน่าเวทนาและน่ารังเกียจ พวกเขาน่าเวทนาเพราะความไม่รู้เท่าทันของพวกเขา และน่ารังเกียจเพราะความนอกรีตและธาตุแท้อันชั่วในตัวของพวกเขา ณ จุดนี้เรารู้สึกว่าจำเป็นต้องบอกพวกเจ้าว่าสิทธิอำนาจคือสิ่งใด เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งใด และเป็นตัวแทนของสิ่งใด กล่าวโดยกว้างๆ ก็คือพระเจ้าพระองค์เองคือสิทธิอำนาจ สิทธิอำนาจของพระองค์คือสัญลักษณ์แทนความยิ่งใหญ่สูงสุดและแก่นแท้ของพระเจ้า และสิทธิอำนาจของพระเจ้าพระองค์เองเป็นตัวแทนของสถานะและอัตลักษณ์ของพระเจ้า ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ซาตานกล้าพูดหรือไม่ว่าตัวมันเองคือพระเจ้า? ซาตานกล้าพูดหรือไม่ว่ามันได้สร้างทุกสรรพสิ่งและถือครองอธิปไตยเหนือทุกสรรพสิ่ง? แน่นอนว่ามันไม่กล้า! เพราะมันไม่สามารถสร้างสรรพสิ่งขึ้นมาได้ จนถึงทุกวันนี้มันยังไม่เคยสร้างสิ่งใดที่พระเจ้าทรงสร้างเอาไว้ และไม่เคยสร้างสิ่งใดที่มีชีวิตเลย เนื่องจากมันไม่มีสิทธิอำนาจของพระเจ้า จึงไม่มีวันเป็นไปได้ที่มันจะสามารถครองสถานะและสิทธิอำนาจของพระเจ้า และนี่เป็นไปตามแก่นแท้ของมัน มันมีฤทธานุภาพเช่นเดียวกับพระเจ้าหรือไม่? แน่นอนว่ามันไม่มี! พวกเราเรียกพฤติการณ์ของซาตาน และปาฏิหาริย์ทั้งหลายที่ซาตานแสดงออกมาว่าอย่างไร? เป็นฤทธานุภาพหรือ? สามารถเรียกว่าสิทธิอำนาจได้หรือไม่? แน่นอนว่าไม่! ซาตานกำกับกระแสแห่งความชั่ว และก่อกวน บั่นทอนและทำให้พระราชกิจของพระเจ้าหยุดชะงัก หลายพันปีให้หลังมานี้ นอกจากทารุณและทำให้มวลมนุษย์เสื่อมทราม ชักพาให้หลงผิด และล่อหลอกให้มนุษย์ชั่วช้าและปฏิเสธพระเจ้าจนมนุษย์เดินไปสู่หุบเขาแห่งเงามรณะแล้ว ซาตานเคยทำสิ่งใดที่สมควรแก่การที่มนุษย์จะรำลึกถึง ชมเชย หรือทะนุถนอมสักนิดหรือไม่? หากซาตานได้มีสิทธิอำนาจและฤทธานุภาพ มวลมนุษย์ก็คงจะถูกมันทำให้เสื่อมทรามไปแล้วมิใช่หรือ? หากซาตานมีสิทธิอำนาจและอำนาจ มันก็คงจะสร้างความเสียหายให้แก่มวลมนุษย์ไปแล้วมิใช่หรือ? หากซาตานครอบครองฤทธานุภาพและสิทธิอำนาจ มวลมนุษย์คงจะละทิ้งพระเจ้าแล้วหันไปหาความตายกันแล้วมิใช่หรือ? ในเมื่อซาตานไม่มีสิทธิอำนาจหรือฤทธานุภาพ พวกเราควรจะสรุปแก่นแท้ของทุกสิ่งที่มันทำว่าอย่างไร? มีผู้นิยามทุกสิ่งที่ซาตานทำลงไปว่าเป็นเพียงการใช้เล่ห์เพทุบาย กระนั้นเราเชื่อว่าคำนิยามเช่นนั้นยังไม่เหมาะสมนัก ความประพฤติชั่วที่มันทำให้มวลมนุษย์เสื่อมทรามเป็นแค่เล่ห์เพทุบายเท่านั้นเองหรือ? กำลังบังคับชั่วที่ซาตานใช้ทารุณโยบ และความอยากทารุณและอยากกลืนกินเขาอันแสนดุดันของมันนั้น ไม่อาจที่จะสัมฤทธิ์ได้ด้วยการใช้เพียงเล่ห์กระเท่ห์เท่านั้น เมื่อมองย้อนกลับไป ภายในพริบตาเดียวฝูงแกะฝูงวัวของโยบที่กระจัดกระจายกว้างไกลไปทั่วเนินเขาและภูเขาก็มีอันหายวับไป ภายในพริบตาเดียว โชคลาภอันยิ่งใหญ่ของโยบก็มีอันปลาสนาการไป การนั้นสามารถสัมฤทธิ์ได้โดยใช้แค่เล่ห์กระเท่ห์กระนั้นหรือ? ธรรมชาติของทุกสิ่งที่ซาตานทำล้วนสอดรับและเหมาะกับคำศัพท์ด้านลบอย่างเช่น การบั่นทอน การทำให้หยุดชะงัก การทำลาย การสร้างความเสียหาย ความชั่ว ความมุ่งร้าย และความมืด และดังนั้นการเกิดขึ้นของทุกสิ่งที่ไม่ยุติธรรมและชั่วย่อมโยงใยกับพฤติการณ์ของซาตานอย่างแนบแน่น และไม่อาจแยกจากแก่นแท้อันชั่วร้ายของซาตานได้ ไม่ว่าซาตานจะ “ทรงพลัง” เพียงใด ไม่ว่ามันจะฮึกเหิมหรือทะเยอทะยานเพียงใด ไม่ว่าความสามารถของมันในการก่อความเสียหายจะมีมากเพียงใด ไม่ว่ากลเม็ดที่มันใช้ยั่วยวนและทำให้มนุษย์เสื่อมทรามจะมีขอบเขตกว้างขวางเพียงใด ไม่ว่าเล่ห์เหลี่ยมและกลอุบายที่มันใช้ข่มขวัญมนุษย์จะฉลาดแยบยลเพียงใด ไม่ว่ารูปสัณฐานที่มันใช้ในการดำรงอยู่จะสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้มากมายเพียงใด แต่มันก็ไม่เคยสามารถสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมาได้สักสิ่งเดียว ไม่เคยสามารถกำหนดธรรมบัญญัติหรือกฎเกณฑ์ต่างๆ สำหรับการดำรงอยู่ของสรรพสิ่ง และไม่เคยสามารถปกครองและควบคุมวัตถุใดๆ ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ทั่วทั้งจักรวาลและพื้นฟ้านั้นไม่มีบุคคลหรือวัตถุใดที่กำเนิดจากมัน หรือดำรงอยู่เพราะมัน ไม่มีบุคคลใดหรือวัตถุใดที่อยู่ใต้ปกครองของมัน หรือในการควบคุมของมัน ในทางตรงกันข้าม มันไม่เพียงต้องดำรงชีวิตอยู่ภายใต้อำนาจครอบครองของพระเจ้าเท่านั้น แต่ยิ่งไปกว่านั้น มันยังต้องนบนอบคำสั่งและพระบัญชาทั้งหมดของพระเจ้าอีกด้วย หากไม่ได้รับอนุญาตจากพระเจ้า ก็เป็นการยากที่ซาตานจะแตะต้องแม้น้ำสักหยดหรือทรายสักเม็ดบนแผ่นดินได้ หากไม่ได้รับอนุญาตจากพระเจ้า ซาตานก็ไม่มีอิสระที่จะเคลื่อนย้ายฝูงมดไปมาบนแผ่นดินด้วยซ้ำ ไม่พักต้องพูดถึงมวลมนุษย์ที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นมา ในสายพระเนตรของพระเจ้า ซาตานด้อยค่ากว่าดอกลิลลี่บนภูเขา นกที่บินอยู่ในอากาศ ปลาในทะเล และหนอนแมลงบนแผ่นดินโลก บทบาทของมันท่ามกลางสรรพสิ่งก็คือการรับใช้ทุกสิ่ง รับใช้มวลมนุษย์ และรับใช้พระราชกิจของพระเจ้าและแผนการบริหารจัดการของพระองค์ ไม่ว่าธรรมชาติของมันจะมุ่งร้ายเพียงใด และไม่ว่าแก่นแท้ของมันจะชั่วเพียงใด สิ่งเดียวที่มันสามารถทำได้คือทำงานของมันไปตามหน้าที่ นั่นคือ การรับใช้พระเจ้า และการเป็นตัวประกอบเสริมความเด่นให้พระเจ้า เช่นนั้นเองที่เป็นธาตุแท้และตำแหน่งของซาตาน แก่นแท้ของมันไม่ได้เชื่อมโยงกับชีวิต ไม่ได้เชื่อมโยงกับฤทธานุภาพ ไม่ได้เชื่อมโยงกับสิทธิอำนาจ มันเป็นเพียงของเล่นในพระหัตถ์ของพระเจ้า แค่เครื่องจักรที่รับใช้พระเจ้าเท่านั้น!
เมื่อเข้าใจโฉมหน้าที่แท้จริงของซาตานแล้ว ผู้คนหลายคนก็ยังคงไม่เข้าใจว่าสิทธิอำนาจคือสิ่งใด ดังนั้นให้เราได้บอกเจ้าเถิด! ตัวสิทธิอำนาจเองนั้น สามารถอธิบายได้ว่าเป็นฤทธานุภาพของพระเจ้า ก่อนอื่นอาจกล่าวได้อย่างแน่นอนว่า ทั้งสิทธิอำนาจและฤทธานุภาพเป็นบวก ทั้งสองสิ่งไม่มีความเชื่อมโยงกับสิ่งใดที่เป็นลบเลย และไม่เกี่ยวโยงกับสิ่งมีชีวิตทรงสร้างหรือที่มิได้ทรงสร้างใดๆ ฤทธานุภาพของพระเจ้าสามารถสร้างสิ่งทั้งหลายในรูปแบบใดก็ได้ที่มีชีวิตและกำลังวังชา และการนี้มีชีวิตของพระเจ้าเป็นเครื่องกำหนด พระเจ้าคือชีวิต ดังนั้นพระองค์จึงทรงเป็นแหล่งกำเนิดของสิ่งมีชีวิตทั้งปวง ยิ่งไปกว่านั้น สิทธิอำนาจของพระเจ้าสามารถทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งปวงนบนอบพระวจนะทุกคำของพระเจ้า นั่นคือ เกิดขึ้นมาตามพระวจนะจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า และดำรงชีวิตและสืบพันธุ์ตามพระบัญชาของพระเจ้า ซึ่งหลังจากนั้นพระเจ้าก็ทรงปกครองและบัญชาสิ่งมีชีวิตทั้งปวง และจะไม่มีวันมีการเบี่ยงเบนไปจนชั่วกาลนาน ไม่ว่าบุคคลหรือวัตถุใดก็ไม่มีสิ่งเหล่านี้ มีเพียงพระผู้สร้างเท่านั้นที่ทรงครองและกุมฤทธานุภาพเช่นนี้ และดังนั้นฤทธานุภาพจึงถูกเรียกว่าสิทธิอำนาจ นี่คือเอกลักษณ์ของพระผู้สร้าง เมื่อเป็นเช่นนั้น ไม่ว่าจะเป็นคำว่า “สิทธิอำนาจ” เอง หรือแก่นแท้ของสิทธิอำนาจนี้ แต่ละอย่างเชื่อมโยงได้แต่กับพระผู้สร้างเท่านั้น เพราะเป็นสัญลักษณ์แห่งอัตลักษณ์และแก่นแท้อันทรงเอกลักษณ์ของพระผู้สร้าง และเป็นตัวแทนแห่งอัตลักษณ์และสถานะของพระผู้สร้าง นอกเหนือจากพระผู้สร้างแล้วไม่มีบุคคลหรือวัตถุใดที่สามารถเชื่อมโยงกับคำว่า “สิทธิอำนาจ” ได้ นี่คือการตีความสิทธิอำนาจอันทรงเอกลักษณ์ของพระผู้สร้างอย่างหนึ่ง
แม้ซาตานจะมองโยบด้วยสายตาอันละโมบ แต่หากไม่ได้รับอนุญาตจากพระเจ้า มันก็ไม่กล้าแตะต้องแม้ขนสักเส้นบนร่างกายของโยบ ถึงแม้ว่าซาตานจะชั่วและโหดร้ายโดยกำเนิด แต่หลังจากที่พระเจ้าทรงออกคำสั่งของพระองค์แก่มัน มันก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยึดปฏิบัติตามพระบัญชาของพระเจ้า ด้วยเหตุนี้ ถึงแม้ซาตานจะคลั่งดุจหมาป่าท่ามกลางฝูงแกะเมื่อกล่าวถึงโยบ แต่มันก็ไม่กล้าลืมเลือนข้อจำกัดที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้ให้กับมัน ไม่กล้าละเมิดคำสั่งของพระเจ้า และในทุกสิ่งที่ซาตานทำนั้น มันไม่กล้าเบี่ยงเบนไปจากหลักธรรมและข้อจำกัดในพระวจนะของพระเจ้า—นี่มิใช่ข้อเท็จจริงหรอกหรือ? จากการนี้สามารถมองเห็นว่า ซาตานไม่กล้าขัดพระวจนะอันใดของพระยาห์เวห์พระเจ้า สำหรับซาตานแล้ว พระวจนะทุกคำที่ออกจากพระโอษฐ์ของพระเจ้าคือคำสั่งและธรรมบัญญัติจากสวรรค์ เป็นการแสดงออกถึงสิทธิอำนาจของพระเจ้า—เพราะเบื้องหลังพระวจนะทุกคำของพระเจ้าแสดงนัยถึงการลงโทษที่พระเจ้าทรงมีต่อพวกที่ละเมิดคำสั่งของพระเจ้า และพวกที่ไม่เชื่อฟังและต่อต้านธรรมบัญญัติจากสวรรค์ ซาตานรู้อย่างชัดเจนว่าหากมันละเมิดคำสั่งของพระเจ้า เช่นนั้นแล้ว มันต้องยอมรับผลสืบเนื่องของการฝ่าฝืนสิทธิอำนาจของพระเจ้าและต่อต้านธรรมบัญญัติจากสวรรค์ แล้วผลสืบเนื่องเหล่านี้คืออะไร? ไม่จำเป็นต้องกล่าวเลยว่าผลสิบเนื่องเหล่านี้คือการที่มันถูกพระเจ้าลงโทษ สิ่งที่ซาตานทำกับโยบนั้นเป็นแค่หน่วยจุลภาคของการที่มันทำให้มนุษย์เสื่อมทราม และเมื่อซาตานกำลังกระทำการเหล่านี้ ข้อจำกัดที่พระเจ้าทรงกำหนดและคำสั่งที่พระองค์ทรงมีแก่ซาตานก็เป็นเพียงหน่วยจุลภาคของหลักธรรมเบื้องหลังทุกสิ่งที่มันทำ นอกจากนี้บทบาทและตำแหน่งของซาตานในเรื่องนี้ก็เป็นเพียงหน่วยจุลภาคของบทบาทและตำแหน่งที่มันมีในพระราชกิจบริหารจัดการของพระเจ้า และการเชื่อฟังพระเจ้าโดยบริบูรณ์ของซาตานในการที่มันทดลองโยบย่อมเป็นเพียงหน่วยจุลภาคของการที่ซาตานไม่กล้าต่อต้านพระเจ้าแม้แต่น้อยในพระราชกิจบริหารจัดการของพระเจ้า หน่วยจุลภาคเหล่านี้กำลังเตือนพวกเจ้าว่าอย่างไร? ท่ามกลางทุกสรรพสิ่งรวมถึงซาตานนั้น ไม่มีบุคคลหรือสิ่งใดที่สามารถฝ่าฝืนธรรมบัญญัติและประกาศิตจากสวรรค์ที่พระผู้สร้างทรงกำหนดขึ้นได้ และไม่มีบุคคลหรือสิ่งใดที่กล้าละเมิดธรรมบัญญัติและประกาศิตจากสวรรค์เหล่านี้ เพราะไม่มีบุคคลหรือวัตถุใดที่สามารถปรับเปลี่ยนหรือหนีรอดจากการลงโทษที่พระผู้สร้างทรงมีต่อพวกที่ไม่เชื่อฟังธรรมบัญญัติและประกาศิตเหล่านี้ มีเพียงพระผู้สร้างเท่านั้นที่สามารถกำหนดธรรมบัญญัติและประกาศิตจากสวรรค์ได้ มีเพียงพระผู้สร้างเท่านั้นที่ทรงมีฤทธานุภาพที่จะบังคับใช้สิ่งเหล่านี้ และมีเพียงฤทธานุภาพของพระผู้สร้างเท่านั้นที่มิอาจมีบุคคลหรือสิ่งใดฝ่าฝืนได้ นี่คือสิทธิอำนาจอันทรงเอกลักษณ์ของพระผู้สร้าง และนี่คือสิทธิอำนาจสูงสุดท่ามกลางสรรพสิ่ง และดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะกล่าวว่า “พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่ที่สุด และซาตานคือหมายเลขสอง” เว้นแต่พระผู้สร้างผู้ทรงครองสิทธิอำนาจอันทรงเอกลักษณ์แล้ว ย่อมไม่มีพระเจ้าองค์อื่น!
บัดนี้พวกเจ้ามีความรู้ใหม่ในเรื่องสิทธิอำนาจของพระเจ้าแล้วใช่หรือไม่? ก่อนอื่นมีความแตกต่างระหว่างสิทธิอำนาจของพระเจ้าที่เพิ่งกล่าวถึงไป กับพลังอำนาจของมนุษย์หรือไม่? สิ่งใดคือความแตกต่าง? ผู้คนบางคนกล่าวว่าไม่อาจนำสองสิ่งนี้มาเปรียบเทียบกัน นั่นถูกต้องแล้ว! และถึงแม้ผู้คนจะกล่าวว่าไม่ควรเปรียบเทียบสองสิ่งนี้ แต่ในความคิดและมโนคติอันหลงผิดของมนุษย์ยังมีบ่อยครั้งที่เอาอำนาจของมนุษย์มาสับสนปนเปกับสิทธิอำนาจ และมีอยู่บ่อยครั้งที่สองสิ่งนี้ถูกนำมาเทียบเคียงกัน เกิดอะไรขึ้นตรงนี้? ไม่ใช่ว่าผู้คนกำลังทำผิดพลาดด้วยการเอาสิ่งหนึ่งมาแทนที่อีกสิ่งหนึ่งโดยไม่ได้เจตนาหรอกหรือ? สองสิ่งนี้ไม่เชื่อมโยงกัน และไม่ควรนำมาเปรียบเทียบกัน กระนั้นผู้คนก็ยังคงอดไม่ได้ การนี้ควรแก้ไขอย่างไร? หากเจ้าปรารถนาที่จะหาทางแก้ไขอย่างแท้จริง มีหนทางเดียวเท่านั้นคือมาเข้าใจและรู้จักสิทธิอำนาจอันทรงเอกลักษณ์ของพระเจ้า หลังจากที่เข้าใจและรู้จักสิทธิอำนาจของพระผู้สร้างแล้ว เจ้าจะไม่กล่าวถึงอำนาจของมนุษย์และสิทธิอำนาจของพระเจ้าไปพร้อมกัน
อำนาจของมนุษย์หมายถึงสิ่งใด? กล่าวง่ายๆ ก็คือเป็นความสามารถหรือทักษะที่ทำให้อุปนิสัยอันเสื่อมทราม ความอยากได้อยากมี และความทะเยอทะยานของมนุษย์สามารถแผ่ขยายหรือสำเร็จลุล่วงจนถึงระดับสูงสุดได้ การนี้นับว่าเป็นสิทธิอำนาจหรือไม่? ไม่ว่าความทะเยอทะยานและความอยากได้อยากมีของมนุษย์จะพองโตหรือให้ผลตอบแทนมากเพียงใด ก็ไม่สามารถกล่าวได้ว่าบุคคลนั้นครองสิทธิอำนาจ อย่างมากที่สุดอาการพองโตและความสำเร็จนี้ก็เพียงแสดงให้เห็นถึงการเล่นตลกโปกฮาของซาตานท่ามกลางมนุษย์เท่านั้น อย่างมากที่สุดก็เป็นละครตลกที่ซาตานแสดงเป็นบรรพบุรุษของตัวมันเอง เพื่อลุล่วงความทะเยอทะยานที่จะเป็นพระเจ้าของมัน
บัดนี้ โดยแท้แล้วเจ้ามีทรรศนะต่อสิทธิอำนาจของพระเจ้าอย่างไร? บัดนี้เมื่อได้สามัคคีธรรมถึงพระวจนะเหล่านี้แล้ว เจ้าควรจะมีความรู้ใหม่เกี่ยวกับสิทธิอำนาจของพระเจ้า ดังนั้นเราจะถามพวกเจ้าว่า สิทธิอำนาจของพระเจ้าเป็นสัญลักษณ์แทนสิ่งใด? เป็นสัญลักษณ์แทนอัตลักษณ์ของพระเจ้าพระองค์เองหรือไม่? เป็นสัญลักษณ์แทนฤทธานุภาพของพระเจ้าพระองค์เองหรือไม่? เป็นสัญลักษณ์แทนสถานะอันทรงเอกลักษณ์ของพระเจ้าพระองค์เองหรือไม่? ท่ามกลางทุกสรรพสิ่ง เจ้ามองเห็นสิทธิอำนาจของพระเจ้าในสิ่งใดบ้าง? เจ้ามองเห็นว่าเป็นอย่างไร? ในแง่ของฤดูกาลทั้งสี่ที่มนุษย์มีประสบการณ์ด้วยนั้น จะมีผู้ใดสามารถเปลี่ยนแปลงธรรมบัญญัติแห่งการหมุนเวียนเปลี่ยนผันของฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาวได้? ในฤดูใบไม้ผลิ ต้นไม้แตกตาอ่อนและออกดอก ในฤดูร้อน พวกมันมีใบไม้ปกคลุม ในฤดูใบไม้ร่วง พวกมันออกผล และในฤดูหนาว ใบไม้ก็ร่วงหล่น มีผู้ใดสามารถปรับเปลี่ยนธรรมบัญญัติข้อนี้ได้? การนี้สะท้อนให้เห็นแง่มุมหนึ่งแห่งสิทธิอำนาจของพระเจ้าหรือไม่? พระเจ้าตรัสว่า “จงเกิดความสว่าง” แล้วความสว่างก็เกิดขึ้น ความสว่างนี้ยังคงมีอยู่หรือไม่? และมีอยู่เนื่องจากสิ่งใด? แน่นอนว่ามีอยู่เนื่องจากพระวจนะของพระเจ้า และเนื่องจากสิทธิอำนาจของพระเจ้า อากาศที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นยังคงมีอยู่หรือไม่? อากาศที่มนุษย์หายใจใช่มาจากพระเจ้าหรือไม่? มีผู้ใดสามารถเอาสิ่งทั้งหลายที่มาจากพระเจ้าไปได้? มีผู้ใดสามารถปรับเปลี่ยนแก่นแท้และหน้าที่ของพวกมัน? มีผู้ใดสามารถทำให้คืนและวันที่พระเจ้าทรงจัดสรรไว้ และธรรมบัญญัติแห่งคืนและวันที่พระเจ้าทรงวางระเบียบไว้มีอันยุ่งเหยิงได้? ซาตานสามารถทำสิ่งดังกล่าวได้หรือไม่? ต่อให้เจ้าไม่หลับไม่นอนในเวลากลางคืน และใช้กลางคืนเสมือนเป็นกลางวัน แต่มันก็ยังคงเป็นยามราตรี เจ้าอาจเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวันของเจ้า แต่เจ้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงธรรมบัญญัติแห่งการสลับสับเปลี่ยนระหว่างกลางคืนและกลางวันได้—ไม่มีบุคคลใดสามารถปรับเปลี่ยนข้อเท็จจริงนี้ได้หรือมิใช่? ผู้ใดบ้างที่สามารถทำให้สิงโตไถพรวนเหมือนวัวได้? ผู้ใดบ้างที่สามารถเปลี่ยนช้างให้เป็นลา? ผู้ใดบ้างที่สามารถทำให้ไก่โผบินไปในอากาศเหมือนนกอินทรี? ผู้ใดบ้างที่สามารถทำให้หมาป่ากินหญ้าเหมือนแกะ? (ไม่มี) ผู้ใดบ้างที่สามารถทำให้ปลาในน้ำดำรงชีวิตอยู่บนบกได้? มนุษย์ทำเช่นนั้นไม่ได้ เหตุใดจึงไม่ได้? นั่นเป็นเพราะพระเจ้าทรงบัญชาให้ปลาดำรงชีวิตอยู่ในน้ำ ดังนั้นพวกมันจึงดำรงชีวิตอยู่ในน้ำ ไม่สามารถรอดชีวิตบนบกและย่อมจะตาย พวกมันไม่สามารถฝ่าฝืนข้อจำกัดที่พระเจ้ามีพระบัญชาเอาไว้ ทุกสรรพสิ่งมีธรรมบัญญัติและข้อจำกัดในการดำรงอยู่ของตน และแต่ละชนิดก็มีสัญชาตญาณของตนเอง เหล่านี้ถูกกำหนดโดยพระผู้สร้าง และไม่มีมนุษย์คนใดสามารถปรับเปลี่ยนหรือก้าวล่วงได้ ตัวอย่างเช่น สิงโตย่อมจะดำรงชีวิตอยู่ในป่า ห่างไกลจากชุมชนของมนุษย์เสมอ และไม่มีวันที่จะว่านอนสอนง่ายและสัตย์ซื่อเหมือนวัวที่ดำรงชีวิตร่วมกับมนุษย์และทำงานให้มนุษย์ ถึงแม้ว่าช้างและลาจะเป็นสัตว์ทั้งคู่และมีสี่ขาทั้งคู่ และเป็นสรรพสิ่งทรงสร้างที่หายใจเอาอากาศ แต่พวกมันก็เป็นสายพันธุ์ที่แตกต่างกัน เพราะพระเจ้าทรงแยกให้ต่างชนิดกัน แต่ละประเภทก็มีสัญชาตญาณของตนเอง และดังนั้นจึงไม่มีวันสลับสับเปลี่ยนกันได้ ถึงแม้ว่าไก่จะมีขาและปีกสองข้างเหมือนนกอินทรี แต่มันจะไม่มีวันบินไปในอากาศได้ อย่างมากที่สุดก็ทำได้เพียงบินขึ้นไปบนต้นไม้—การนี้มีสัญชาตญาณของมันเป็นเครื่องกำหนด ไม่จำเป็นต้องกล่าวเลยว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะคำบัญชาแห่งสิทธิอำนาจของพระเจ้า
ในพัฒนาการของมวลมนุษย์ทุกวันนี้ สามารถกล่าวได้ว่าวิทยาศาสตร์ของมวลมนุษย์กำลังเฟื่องฟู และสามารถพูดได้ว่าความสำเร็จในการสำรวจเชิงวิทยาศาสตร์ของมนุษย์นั้นน่าประทับใจ ส่วนความสามารถของมนุษย์ ต้องกล่าวว่ากำลังเติบโตยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็มีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์อย่างหนึ่งที่มวลมนุษย์ยังไม่สามารถทำได้ กล่าวคือ มวลมนุษย์สร้างเครื่องบิน เรือบรรทุกเครื่องบิน และระเบิดปรมาณู มวลมนุษย์เดินทางไปในอวกาศ เดินบนดวงจันทร์ ประดิษฐ์คิดค้นอินเทอร์เน็ต และมีวิถีชีวิตที่ใช้วิทยาการขั้นสูง กระนั้นมวลมนุษย์ก็ยังไม่สามารถสร้างสิ่งมีชีวิตที่มีลมหายใจ สัญชาตญาณของสิ่งทรงสร้างที่มีชีวิตทุกชนิด และธรรมบัญญัติที่พวกมันใช้ดำรงชีวิต และวัฏจักรแห่งความเป็นและความตายของสิ่งมีชีวิตทุกประเภท—ทั้งหมดนี้ล้วนพ้นวิสัยของพลังอำนาจแห่งวิทยาศาสตร์ของมวลมนุษย์ และวิทยาศาสตร์ของมนุษย์ก็ไม่สามารถควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้ด้วย ณ จุดนี้ต้องกล่าวว่า ไม่ว่าวิทยาศาสตร์ของมนุษย์จะประสบความสำเร็จสูงส่งเพียงใด ก็มิอาจเทียมทันพระดำริใดๆ ของพระผู้สร้าง และไม่สามารถหยั่งรู้ความมหัศจรรย์แห่งการทรงสร้างของพระผู้สร้างและอิทธิฤทธิ์แห่งสิทธิอำนาจของพระองค์ มีมหาสมุทรมากมายยิ่งนักบนแผ่นดินโลก กระนั้น มหาสมุทรเหล่านี้ก็ไม่เคยฝ่าฝืนข้อจำกัดของพวกมันและขึ้นมาบนบกตามใจชอบ และนั่นเป็นเพราะพระเจ้าได้ทรงกำหนดอาณาเขตให้แก่มหาสมุทรแต่ละแห่ง พวกมันจึงอยู่ในที่ใดก็ตามที่พระองค์ทรงบัญชาให้อยู่ และหากไม่ได้รับอนุญาตจากพระเจ้า พวกมันจะไม่สามารถเคลื่อนที่ไปมาได้อย่างอิสระ หากไม่ได้รับอนุญาตจากพระเจ้า พวกมันก็ไม่อาจล่วงล้ำกัน และจะเคลื่อนที่ได้ก็ต่อเมื่อพระเจ้าตรัสเช่นนั้นเท่านั้น และที่ซึ่งมหาสมุทรเคลื่อนไปและหยุดยั้งอยู่ ก็มีสิทธิอำนาจของพระเจ้าเป็นเครื่องกำหนด
กล่าวตามตรงก็คือ “สิทธิอำนาจของพระเจ้า” หมายความว่า ขึ้นอยู่กับพระเจ้า พระเจ้าทรงมีสิทธิ์ในการตัดสินว่าจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างไร และนั่นย่อมจะเสร็จสิ้นไปในลักษณะใดก็ตามที่พระองค์ทรงปรารถนา กฎของทุกสรรพสิ่งขึ้นอยู่กับพระเจ้า และมิได้ขึ้นอยู่กับมนุษย์ อีกทั้งมนุษย์ก็ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ กฎของทุกสิ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปรไปตามเจตจำนงของมนุษย์ แต่กลับเปลี่ยนแปลงตามพระดำริของพระเจ้า พระปัญญาของพระเจ้า และการลิขิตไว้ล่วงหน้าของพระเจ้า นี่คือข้อเท็จจริงที่ไม่มีมนุษย์คนใดสามารถปฏิเสธได้ ฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกและทุกสรรพสิ่ง จักรวาล ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว และฤดูกาลทั้งสี่ของปี สิ่งที่มนุษย์มองเห็นและมองไม่เห็น—ทั้งหมดล้วนดำรงอยู่ ทำหน้าที่ และเปลี่ยนแปลงไปโดยไม่มีความผิดพลาดแม้แต่น้อย ภายใต้สิทธิอำนาจของพระเจ้า ตามการลิขิตไว้ล่วงหน้าของพระเจ้า ตามพระบัญญัติทั้งหลายของพระเจ้า และตามกฎตั้งแต่ครั้งปฐมกาลของการสร้างโลก ไม่มีบุคคลหรือวัตถุใดจะสามารถเปลี่ยนแปลงกฎของตนได้ หรือเปลี่ยนแปลงครรลองแห่งการทำหน้าที่ของตนตามธรรมชาติ สรรพสิ่งเกิดมีขึ้นเนื่องจากสิทธิอำนาจของพระเจ้า และพินาศไปเนื่องจากสิทธิอำนาจของพระเจ้า นี่คือสิทธิอำนาจของพระเจ้าโดยแท้ บัดนี้เมื่อได้กล่าวมามากมายถึงเพียงนี้แล้ว เจ้ารู้สึกได้หรือไม่ว่าสิทธิอำนาจของพระเจ้าคือสัญลักษณ์อย่างหนึ่งแห่งอัตลักษณ์และสถานะของพระเจ้า? สิ่งมีชีวิตทรงสร้างหรือที่มิได้ทรงสร้างใดๆ จะสามารถครองสิทธิอำนาจของพระเจ้าได้หรือไม่? บุคคล สิ่งของ หรือวัตถุใดๆ จะสามารถเลียนแบบ ปลอมแปลง หรือแทนที่สิทธิอำนาจนั้นได้หรือไม่?
—พระวจนะฯ เล่ม 2 ว่าด้วยการรู้จักพระเจ้า, พระเจ้าพระองค์เอง พระผู้ทรงเอกลักษณ์ 1
ปี 2026 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ
โยบ 2:6 และพระยาห์เวห์ตรัสกับซาตานว่า “ดูเถิด เขาอยู่ในมือเจ้า จงไว้ชีวิตเขาเท่านั้น” นี่คือบทตัดตอนจากหนังสือโยบ และ “เขา”...
ซาตานทำให้มวลมนุษย์เสื่อมทรามมาหลายพันปีแล้ว มันทำความชั่วมานับไม่ถ้วน ชักพาให้ผู้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่าหลงผิด...
พวกเจ้ามองเห็นสิ่งใดในสามส่วนนี้ขององค์พระคัมภีร์? พวกเจ้ามองเห็นว่ามีหลักธรรมในการที่พระเจ้าทรงใช้สิทธิอำนาจของพระองค์หรือไม่?...
ปฐมกาล 9:11-13 “เราจะตั้งพันธสัญญาของเราไว้กับพวกเจ้าว่าจะไม่ทำลายมนุษย์และสัตว์ทั้งปวงโดยให้น้ำท่วมอีก...