ค. คำเตือนของพระเจ้าสำหรับมนุษย์
644. พวกที่ปรารถนาที่จะได้รับชีวิตโดยไม่พึ่งพาความจริงที่พระคริสต์ตรัสคือผู้คนที่ไร้สาระน่าขันที่สุดบนแผ่นดินโลก และพวกที่ไม่ยอมรับหนทางแห่งชีวิตซึ่งพระคริสต์ทรงนำพามาคือคนที่หลงอยู่ในความเพ้อฝัน และดังนั้นเราจึงกล่าวว่าพวกที่ไม่ยอมรับพระคริสต์ของยุคสุดท้ายจะถูกพระเจ้าทรงเกลียดชังไปตลอดกาล พระคริสต์ทรงเป็นประตูให้มนุษย์ไปสู่ราชอาณาจักรในยุคสุดท้าย และไม่มีใครสามารถเลี่ยงพระองค์ได้ อาจไม่มีใครเลยที่พระเจ้าทรงทำให้มีความเพียบพร้อมเว้นแต่จะผ่านทางพระคริสต์ เจ้าเชื่อในพระเจ้า และดังนั้นเจ้าต้องยอมรับพระวจนะของพระองค์และนบนอบพระวจนะของพระองค์ อย่าเอาแต่นึกถึงการได้รับพรระหว่างที่ยังไม่สามารถยอมรับความจริงและยังไม่อาจรับมอบชีวิตได้ พระคริสต์เสด็จมาในยุคสุดท้ายเพื่อให้พระองค์ทรงจัดเตรียมชีวิตให้ทุกคนซึ่งเชื่อในพระองค์อย่างจริงใจ พระราชกิจนี้มีขึ้นเพื่อการสรุปปิดตัวยุคเก่าและเข้าสู่ยุคใหม่ และพระราชกิจนี้คือเส้นทางที่บรรดาผู้ที่จะผ่านเข้าสู่ยุคใหม่ล้วนต้องใช้เดิน หากเจ้าไม่ยอมรับรู้เกี่ยวกับพระคริสต์ และยิ่งไปกว่านั้นกลับกล่าวโทษ หมิ่นประมาท หรือข่มเหงพระองค์ เช่นนั้นแล้วแน่นอนว่าเจ้าไม่แคล้วถูกเผาไหม้ไปชั่วนิรันดร์และจะไม่มีวันเข้าสู่ราชอาณาจักรของพระเจ้าได้ นี่เป็นเพราะพระคริสต์พระองค์นี้ทรงเป็นการแสดงออกด้วยพระองค์เองของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ทรงเป็นการแสดงออกของพระเจ้า ทรงเป็นองค์หนึ่งเดียวที่พระเจ้าได้ไว้วางพระทัยมอบหมายให้ปฏิบัติพระราชกิจของพระองค์บนแผ่นดินโลก และดังนั้นเราจึงกล่าวว่าหากเจ้าไม่สามารถยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำโดยพระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย เช่นนั้นแล้วเจ้าย่อมหมิ่นประมาทพระวิญญาณบริสุทธิ์ การลงทัณฑ์อันสาสมสำหรับพวกที่หมิ่นประมาทพระวิญญาณบริสุทธิ์นั้นประจักษ์ชัดอยู่ในตัวของมันเองต่อทุกคน เรายังบอกเจ้าดังนี้ด้วยว่าหากเจ้าขัดขืนพระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย หากเจ้าปฏิเสธพระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย เช่นนั้นก็จะไม่มีใครอื่นแบกรับผลที่ตามมาเพราะการนี้แทนเจ้าได้ ยิ่งไปกว่านั้น นับจากจุดนั้นเป็นต้นไป เจ้าจะไม่มีโอกาสได้รับการเห็นชอบจากพระเจ้าอีกเลย ต่อให้เจ้าปรารถนาจะไถ่ตัวเอง เจ้าก็จะไม่อาจได้เห็นพระพักตร์ของพระเจ้าอีกแล้ว นี่เป็นเพราะสิ่งที่เจ้ากำลังต่อต้านอยู่นั้นไม่ใช่มนุษย์ สิ่งที่เจ้ากำลังปฏิเสธนั้นไม่ใช่คนที่ไม่มีความสำคัญแต่เป็นพระคริสต์ เจ้ารู้หรือไม่ว่าผลสืบเนื่องของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร? เจ้าไม่ได้กำลังทำความผิดพลาดเล็กๆ แต่กำลังก่อบาปอันชั่วร้าย และดังนั้นเราจึงแนะนำทุกคนว่าจงอย่าแยกเขี้ยวและเงื้อง่ากรงเล็บของตน หรือแสดงความคิดเห็นตามอำเภอใจเมื่ออยู่ต่อหน้าความจริง เพราะความจริงเท่านั้นที่สามารถนำชีวิตมาสู่เจ้าได้ และไม่มีอะไรนอกจากความจริงเท่านั้นที่สามารถเปิดโอกาสให้เจ้าเกิดใหม่และได้มองเห็นพระพักตร์ของพระเจ้าอีกครั้ง
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, พระคริสต์แห่งยุคสุดท้ายเท่านั้นที่สามารถประทานหนทางแห่งชีวิตนิรันดร์แก่มนุษย์ได้
645. พวกเราเชื่อว่า ไม่มีประเทศหรือพลังอำนาจใดสามารถมาขวางทางในสิ่งที่พระเจ้าทรงปรารถนาที่จะสัมฤทธิ์ คนเหล่านั้นที่ขัดขวางพระราชกิจของพระเจ้า ต่อต้านพระวจนะของพระเจ้า และก่อกวนและทำให้แผนการของพระเจ้าเสียหาย จะต้องถูกพระเจ้าทรงลงโทษในท้ายที่สุด ใครก็ตามที่ต่อต้านพระราชกิจของพระเจ้าจะต้องถูกส่งไปลงนรก ประเทศใดที่ต่อต้านพระราชกิจของพระเจ้าจะต้องถูกทำลาย ชนชาติใดก็ตามที่ลุกขึ้นมาเป็นปฏิปักษ์ต่อพระราชกิจของพระเจ้าจะต้องถูกกวาดล้างออกไปจากแผ่นดินโลกและถึงกาลดับสูญ เราขอรบเร้าประชาชนของทุกชนชาติและทุกประเทศ และแม้แต่วงการธุรกิจทั้งปวงให้คอยฟังพระสุรเสียงของพระเจ้า ให้เฝ้ามองพระราชกิจของพระเจ้า และให้ใส่ใจในชะตากรรมของมวลมนุษย์ เพื่อที่จะทำให้พระเจ้าทรงมีความศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ทรงมีเกียรติที่สุด ทรงเป็นสิ่งสักการะสูงสุดและสิ่งสักการะเดียวเท่านั้นท่ามกลางมวลมนุษย์ และเพื่อยอมให้มวลมนุษย์ทั้งปวงมีชีวิตอยู่ภายใต้การอวยพรของพระเจ้า เช่นเดียวกับพงศ์พันธุ์ของอับราฮัมที่มีชีวิตอยู่ภายใต้พระสัญญาของพระยาห์เวห์ และเช่นเดียวกับที่อาดัมและเอวา ผู้ที่พระเจ้าได้ทรงสร้างขึ้นมาก่อน ได้ใช้ชีวิตอยู่ในสวนเอเดน
พระราชกิจของพระเจ้าถั่งโถมรุดหน้าไปราวลูกคลื่นอันทรงอิทธิฤทธิ์ ไม่มีใครสามารถขัดขวางพระองค์ได้ และไม่มีใครสามารถชะลอรั้งก้าวพระบาทของพระองค์ มีเพียงผู้คนที่รับฟังพระวจนะของพระองค์อย่างตั้งใจ และผู้ที่แสวงหาและกระหายในพระองค์เท่านั้น ที่สามารถติดตามย่างพระบาทของพระองค์และได้รับพระสัญญาจากพระองค์ พวกคนที่ไม่ทำเช่นนั้นจะต้องตกอยู่ภายใต้ความวิบัติอันท่วมท้น และการลงโทษอันสมควรแล้ว
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, ภาคผนวก 2: พระเจ้าทรงครองอธิปไตยเหนือชะตากรรมของมวลมนุษย์ทั้งปวง
646. พระเจ้าทรงแสวงหาบรรดาผู้ที่ถวิลหาให้พระองค์ทรงปรากฏ พระองค์ทรงแสวงหาบรรดาผู้ที่สามารถได้ยินพระวจนะของพระองค์ ผู้ที่ยังไม่ลืมพระบัญชาของพระองค์ และมอบถวายหัวใจและร่างกายของพวกเขาแด่พระองค์ พระองค์ทรงแสวงหาผู้ที่นบนอบเฉพาะพระพักตร์พระองค์ดุจทารก และไม่ต่อต้านพระองค์ หากเจ้ายอมอุทิศตัวเจ้าให้กับพระเจ้าโดยไม่ถูกยับยั้งจากพลังอำนาจหรือกำลังบังคับใดๆ พระเจ้าก็จะทรงมองดูพวกเจ้าด้วยความโปรดปราน และจะประทานพรของพระองค์ให้กับเจ้า หากเจ้าอยู่ในสถานะอันสูงส่ง มีภาพลักษณ์อันทรงเกียรติ ครองความรู้อันอุดม เป็นเจ้าของสินทรัพย์ล้นเหลือและได้รับการสนับสนุนจากผู้คนมากมาย กระนั้น สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ป้องกันเจ้าจากการมาอยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้าเพื่อยอมรับการทรงเรียกของพระองค์และยอมรับพระบัญชาของพระองค์ และทำในสิ่งที่พระเจ้าทรงขอให้เจ้าทำ เช่นนั้นแล้วทุกสิ่งที่เจ้าทำก็จะเป็นงานที่เปี่ยมความหมายที่สุดบนแผ่นดินโลก และเป็นกิจอันควรอย่างที่สุดของมวลมนุษย์ หากเจ้าปฏิเสธการทรงเรียกของพระเจ้าเพื่อประโยชน์ของสถานภาพและเป้าหมายของตัวเจ้าเอง ทั้งหมดที่เจ้าทำก็จะถูกสาปแช่ง และอาจถึงขั้นถูกดูหมิ่นโดยพระเจ้า บางที เจ้าอาจเป็นประธานาธิบดี นักวิทยาศาสตร์ ศิษยาภิบาล หรือผู้สูงอายุคนหนึ่ง แต่ไม่สำคัญว่าอำนาจในตำแหน่งของเจ้าจะสูงส่งเพียงใด หากเจ้าพึ่งพาความรู้ของเจ้าและความสามารถในหน้าที่รับผิดชอบต่างๆ ของเจ้า เมื่อนั้นเจ้าก็จะเป็นผู้ที่ล้มเหลวเสมอ และจะสูญสิ้นพรจากพระเจ้าเสมอ เพราะพระเจ้าไม่ทรงยอมรับสิ่งใดทั้งสิ้นที่เจ้าทำ และพระองค์ไม่ทรงยอมรับว่างานของเจ้าเป็นงานอันควร หรือยอมรับว่าเจ้ากำลังทำงานเพื่อประโยชน์ของมวลมนุษย์ พระองค์จะตรัสว่า ทุกสิ่งที่เจ้าทำนั้นทำไปเพื่อใช้ความรู้และความแข็งแกร่งของมวลมนุษย์เพื่อผลักไสการทรงอารักขาของพระเจ้าไปจากมนุษย์ และว่านั่นทำไปเพื่อที่จะปฏิเสธพรของพระเจ้า พระองค์จะตรัสว่า เจ้ากำลังนำทางมวลมนุษย์ไปสู่ความมืดมิด ไปสู่ความตาย และไปสู่จุดเริ่มต้นของการดำรงอยู่อย่างปราศจากขีดจำกัด ในจุดที่มนุษย์ได้สูญเสียพระเจ้าและพรของพระองค์ไปแล้ว
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, ภาคผนวก 2: พระเจ้าทรงครองอธิปไตยเหนือชะตากรรมของมวลมนุษย์ทั้งปวง
647. พวกเจ้าปรารถนาที่จะรู้ต้นตอหรือไม่ว่าทำไมพวกฟาริสีจึงต่อต้านพระเยซู? พวกเจ้าปรารถนาที่จะรู้แก่นแท้ของพวกฟาริสีหรือไม่? พวกเขาเต็มไปด้วยความเพ้อฝันเกี่ยวกับพระเมสสิยาห์ ที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ พวกเขาเชื่อเพียงว่าพระเมสสิยาห์จะเสด็จมา ทว่าไม่ได้ไล่ตามเสาะหาความจริงชีวิต และดังนั้น แม้กระทั่งวันนี้พวกเขาก็ยังคงรอคอยพระเมสสิยาห์ เพราะพวกเขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับหนทางแห่งชีวิต และไม่รู้ว่าหนทางแห่งความจริงคืออะไร พวกเจ้าพูดว่า ผู้คนที่โง่เขลา ดื้อรั้น และไม่รู้ความเช่นนั้นได้รับพรของพระเจ้าได้อย่างไร? พวกเขาจะสามารถมองเห็นพระเมสสิยาห์ได้อย่างไร? พวกเขาต่อต้านพระเยซูเพราะพวกเขาไม่รู้ทิศทางของพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพราะพวกเขาไม่รู้หนทางแห่งความจริงที่พระเยซูตรัส และยิ่งไปกว่านั้น เพราะพวกเขาไม่เข้าใจพระเมสสิยาห์ และเนื่องจากพวกเขาไม่เคยพบเห็นพระเมสสิยาห์และไม่เคยข้องเกี่ยวกับพระเมสสิยาห์ พวกเขาจึงทำผิดพลาดด้วยการยึดติดกับพระนามของพระเมสสิยาห์เท่านั้น พลางต่อต้านแก่นแท้ของพระเมสสิยาห์ในทุกวิถีทางที่เป็นไปได้ โดยแก่นแท้แล้ว พวกฟาริสีเหล่านี้ดื้อรั้น โอหัง และไม่เชื่อฟังความจริง หลักธรรมของความเชื่อที่พวกเขามีในพระเจ้าคือ ไม่ว่าการประกาศของพระองค์จะลุ่มลึกเพียงใดก็ตาม ไม่ว่าสิทธิอำนาจของพระองค์จะสูงส่งเพียงใดก็ตาม พระองค์ไม่ใช่พระคริสต์หากพระนามของพระองค์ไม่ใช่พระเมสสิยาห์ การเชื่อแบบนี้ไม่โง่เขลาและไร้สาระน่าขันหรอกหรือ? เราถามพวกเจ้าต่อไปอีกว่า ด้วยความที่พวกเจ้าไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับพระเยซูเลยแม้แต่น้อย พวกเจ้าจะไม่ทำผิดพลาดอย่างพวกฟาริสีในเวลานั้นได้อย่างง่ายดายยิ่งหรอกหรือ? เจ้ามีความสามารถที่จะใช้วิจารณญาณแยกแยะหนทางแห่งความจริงหรือไม่? เจ้ารับประกันได้อย่างแท้จริงหรือไม่ว่าเจ้าจะไม่ต่อต้านพระคริสต์? เจ้ามีความสามารถที่จะติดตามพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้หรือไม่? หากเจ้าไม่รู้ว่าเจ้าจะต่อต้านพระคริสต์หรือไม่ เช่นนั้นแล้วเราพูดเลยว่าเจ้าก็กำลังใช้ชีวิตหมิ่นเหม่ใกล้ความตายแล้ว ผู้ที่ไม่รู้จักพระเมสสิยาห์ต่างสามารถที่จะต่อต้านพระเยซู ปฏิเสธพระเยซู ใส่ร้ายป้ายสีพระองค์ ผู้คนที่ไม่เข้าใจพระเยซูล้วนสามารถที่จะปฏิเสธพระองค์และประณามพระองค์ ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาสามารถมองว่าการทรงกลับมาของพระเยซูเป็นการชักนำไปในทางที่ผิดของซาตาน และผู้คนเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วจะพากันกล่าวโทษพระเยซูผู้ทรงกลับสู่เนื้อหนัง ทั้งหมดนี้ไม่ทำให้พวกเจ้ารู้สึกกลัวหรือ? พวกเจ้าจะเผชิญกับการหมิ่นประมาทพระวิญญาณบริสุทธิ์ การทำลายพระวจนะที่พระวิญญาณบริสุทธิ์มีต่อคริสตจักรทั้งหลาย และการรังเกียจเดียดฉันท์ทุกสิ่งที่พระเยซูทรงแสดง พวกเจ้าจะสามารถได้รับสิ่งใดจากพระเยซูหรือ หากพวกเจ้ามึนงงสับสนถึงเพียงนี้? พวกเจ้าจะสามารถเข้าใจพระราชกิจที่พระเยซูทรงทำเมื่อพระองค์ทรงกลับมาสู่เนื้อหนังบนเมฆขาวได้อย่างไร หากพวกเจ้าดื้อดึงไม่ยอมตระหนักถึงความผิดพลาดของพวกเจ้า? เราขอบอกพวกเจ้าดังนี้ว่า ผู้คนที่ไม่ยอมรับความจริง แต่กลับรอการเสด็จมาถึงของพระเยซูบนเมฆขาวอย่างมืดบอด คือบรรดาผู้ที่หมิ่นประมาทพระวิญญาณบริสุทธิ์อย่างแน่นอน และเป็นพวกที่จะถูกทำลายเป็นแน่ พวกเจ้าเพียงปรารถนาพระคุณของพระเยซู และเพียงต้องการสุขสำราญกับอาณาจักรอันผาสุกแห่งสวรรค์ ทว่าพวกเจ้าไม่เคยเชื่อฟังพระวจนะที่พระเยซูตรัส และไม่เคยยอมรับความจริงที่พระเยซูทรงแสดงเมื่อพระองค์ทรงกลับมาสู่เนื้อหนัง พวกเจ้าจะยกสิ่งใดขึ้นมาแลกกับข้อเท็จจริงที่ว่าพระเยซูทรงกลับมาบนเมฆขาว? สิ่งนั้นก็คือความจริงใจที่พวกเจ้าทำบาปซ้ำๆ แล้วก็พูดคำสารภาพบาปของพวกเจ้าซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่ในนั้นใช่หรือไม่? พวกเจ้าจะถวายสิ่งใดเพื่อพลีอุทิศให้แก่พระเยซูผู้ทรงกลับมาบนเมฆขาว? สิ่งนั้นก็คือต้นทุนจากงานหลายปีที่พวกเจ้าใช้ยกย่องตัวเองใช่หรือไม่? พวกเจ้าจะยกสิ่งใดขึ้นมาทำให้พระเยซูผู้ทรงกลับมาไว้เนื้อเชื่อใจพวกเจ้า? สิ่งนั้นคือธรรมชาติอันโอหังของพวกเจ้าที่ไม่นบนอบต่อความจริงใดเลยใช่หรือไม่?
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, ในเวลาที่เจ้าได้เห็นกายจิตวิญญาณของพระเยซู พระเจ้าจะได้ทรงสร้างสวรรค์และแผ่นดินโลกขึ้นใหม่แล้ว
648. เราบอกพวกเจ้าเลยว่า พวกที่เชื่อในพระเจ้าเนื่องจากหมายสำคัญทั้งหลาย เป็นหมวดหมู่ที่จะถูกทำลายอย่างแน่นอน พวกที่ไม่สามารถยอมรับพระวจนะของพระเยซูผู้ทรงกลับมาสู่เนื้อหนังได้นั้นคือผู้สืบสันดานของนรก คือพงศ์พันธุ์ของหัวหน้าทูตสวรรค์ คือหมวดหมู่ที่จะต้องถูกทำลายล้างตลอดกาล ผู้คนมากมายอาจไม่ใส่ใจในสิ่งที่เราพูด แต่เรายังอยากบอกทุกคนที่ได้ชื่อว่าธรรมิกชนผู้ติดตามพระเยซูว่า เมื่อพวกเจ้ามองเห็นพระเยซูเสด็จลงมาจากสวรรค์บนเมฆขาวด้วยตาของพวกเจ้าเองแล้ว นั่นย่อมจะเป็นเวลาที่ดวงอาทิตย์แห่งความชอบธรรมปรากฏแก่สาธารณชน บางทีนั่นอาจเป็นเวลาแห่งความตื่นเต้นอย่างใหญ่หลวงสำหรับเจ้า อย่างไรก็ดี เจ้าควรรู้ไว้ว่าเวลาที่เจ้าเป็นพยานว่าพระเยซูเสด็จลงมาจากสวรรค์จะเป็นเวลาที่เจ้าลงนรกเพื่อรับการลงโทษเช่นกัน เป็นเวลาที่กล่าวประกาศกันแล้วว่าถึงกาลสิ้นสุดแผนการบริหารจัดการของพระเจ้า และถึงเวลาที่พระเจ้าจะทรงปูนบำเหน็จคนดีและลงโทษคนชั่ว เพราะการพิพากษาของพระเจ้าจะสิ้นสุดลงก่อนที่มนุษย์จะมองเห็นหมายสำคัญทั้งหลาย ในเวลาที่มีเพียงการแสดงออกของความจริงเท่านั้น บรรดาผู้ที่ยอมรับความจริงและไม่แสวงหาหมายสำคัญ และดังนั้นจึงได้รับการชำระให้บริสุทธิ์แล้ว จะได้ถูกนำมาอยู่หน้าบัลลังก์ของพระเจ้า และเข้าสู่อ้อมกอดของพระผู้สร้าง มีเพียงบรรดาผู้ที่ยืนกรานในการเชื่อว่า “พระเยซูที่ไม่ได้ประทับมาบนเมฆขาวคือพระคริสต์เทียมเท็จ” เท่านั้นที่จะต้องอยู่ภายใต้การลงโทษชั่วนิรันดร์กาล เพราะพวกเขาเชื่อในพระเยซูผู้ทรงแสดงหมายสำคัญเท่านั้น แต่ไม่ยอมรับพระเยซูผู้ทรงแสดงการพิพากษาที่รุนแรงและปลดปล่อยชีวิตและหนทางที่แท้จริง และดังนั้น จึงเป็นได้เพียงว่าพระเยซูทรงจัดการกับพวกเขาเมื่อพระองค์ทรงกลับมาบนเมฆขาวอย่างเปิดเผย พวกเขาดื้อรั้นเกินไป มั่นใจในตัวเองเกินไป โอหังเกินไป คนเหลือขอเยี่ยงนี้จะได้รับการปูนบำเหน็จจากพระเยซูได้อย่างไร? การเสด็จกลับมาของพระเยซูเป็นความรอดที่ยิ่งใหญ่สำหรับผู้ที่สามารถยอมรับความจริงได้ แต่สำหรับพวกที่ไม่สามารถยอมรับความจริงได้นั้น นี่คือเครื่องหมายของการกล่าวโทษ พวกเจ้าควรเลือกเส้นทางของตนเอง และไม่ควรหมิ่นประมาทพระวิญญาณบริสุทธิ์และปฏิเสธความจริง พวกเจ้าไม่ควรเป็นคนที่ไม่รู้ความและโอหัง แต่ควรเป็นคนที่นบนอบการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ รวมทั้งกระหายและแสวงหาความจริง พวกเจ้าจะได้รับประโยชน์ด้วยวิธีนี้เท่านั้น เราแนะนำให้พวกเจ้าก้าวไปบนเส้นทางแห่งการเชื่อในพระเจ้าด้วยความรอบคอบ อย่าด่วนสรุปตามอำเภอใจ ยิ่งไปกว่านั้น อย่าเชื่อในพระเจ้าอย่างฉาบฉวยและมักง่าย พวกเจ้าควรรู้ว่าอย่างน้อยที่สุด บรรดาผู้ที่เชื่อในพระเจ้าควรมีความถ่อมใจและมีหัวใจที่ยำเกรงพระเจ้า พวกที่เคยได้ยินความจริงแต่กลับเชิดหน้าใส่ความจริงนั้นคือผู้โง่เขลาและไม่รู้ความ พวกที่เคยได้ฟังความจริงแต่ยังด่วนสรุปอย่างไม่ระมัดระวังหรือกล่าวโทษความจริงนั้นคือคนโอหัง คนที่เชื่อในพระเยซูไม่มีใครมีคุณสมบัติที่จะสาปแช่งหรือกล่าวโทษผู้อื่น พวกเจ้าทุกคนควรเป็นคนที่มีสำนึกและยอมรับความจริง บางที เมื่อได้ฟังหนทางแห่งความจริงและได้อ่านพระวจนะแห่งชีวิตแล้ว เจ้าอาจจะเชื่อว่ามีพระวจนะเพียงหนึ่งใน 10,000 เท่านั้นที่สอดคล้องกับพระคัมภีร์และมุมมองของเจ้า ดังนั้น ตัวเจ้าจึงควรแสวงหาพระวจนะหนึ่งใน 10,000 นั้นภายในพระวจนะเหล่านี้ต่อไป เรายังคงแนะนำให้เจ้าถ่อมใจ อย่ามั่นใจเกินไป และอย่ายกย่องตัวเองให้สูงส่งจนเกินไป ด้วยหัวใจที่ยำเกรงพระเจ้าซึ่งเจ้าพอจะมีอยู่บ้าง เจ้าย่อมจะได้รับความสว่างมากขึ้น หากเจ้าตรวจดูอย่างถี่ถ้วนและไตร่ตรองพระวจนะเหล่านี้ซ้ำๆ เจ้าจะเข้าใจว่าพระวจนะเหล่านี้เป็นความจริงหรือไม่ และพระวจนะเหล่านี้คือชีวิตหรือไม่ บางทีหลังจากที่ได้อ่านเพียงไม่กี่ประโยค คนบางคนจะกล่าวโทษพระวจนะเหล่านี้อย่างหูหนวกตาบอด และพูดว่า “นี่ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าความรู้แจ้งบางส่วนของพระวิญญาณบริสุทธิ์” หรือ “นี่คือพระคริสต์เทียมเท็จที่มาเพื่อชักนำผู้คนไปในทางที่ผิด” พวกที่พูดอะไรเช่นนั้นเป็นผู้ที่ตาบอดด้วยความไม่รู้เท่าทัน! เจ้าเข้าใจพระราชกิจและพระปัญญาของพระเจ้าน้อยเกินไป และเราแนะนำให้เจ้าเริ่มใหม่อีกครั้งตั้งแต่ต้นเลย! พวกเจ้าต้องไม่กล่าวโทษพระวจนะที่พระเจ้าทรงแสดงนี้อย่างมืดบอดเพราะการปรากฏตัวของพระคริสต์เทียมเท็จในช่วงยุคสุดท้าย และพวกเจ้าต้องไม่เป็นคนที่หมิ่นประมาทพระวิญญาณบริสุทธิ์เพราะพวกเจ้ากลัวการถูกชักนำไปในทางที่ผิด นั่นจะไม่เป็นความน่าเวทนาอันใหญ่หลวงหรอกหรือ? หลังจากการตรวจดูมากมาย หากเจ้ายังคงเชื่อว่าพระวจนะเหล่านี้ไม่ใช่ความจริง ไม่ใช่หนทาง และไม่ใช่การแสดงออกของพระเจ้า เช่นนั้นแล้วเจ้าจะได้รับการลงโทษในท้ายที่สุด และเจ้าจะปราศจากพร หากเจ้าไม่สามารถยอมรับความจริงที่ถูกกล่าวอย่างราบเรียบยิ่งนักและชัดเจนยิ่งนักดังกล่าวได้ เช่นนั้นแล้วเจ้าไม่ใช่ไม่เหมาะสมสำหรับความรอดของพระเจ้าหรอกหรือ? เจ้าไม่ใช่ผู้ที่ไม่ได้รับพรเพียงพอที่จะกลับคืนสู่หน้าบัลลังก์ของพระเจ้าหรือ? จงตรองดูเถิด! อย่าหุนหันพลันแล่นและใจเร็ว และอย่าทำเหมือนว่าการเชื่อในพระเจ้าเป็นเกม จงขบคิดเพื่อประโยชน์แห่งบั้นปลายของเจ้า เพื่อประโยชน์ของความสำเร็จที่คาดว่าน่าจะเป็นไปได้ของเจ้า เพื่อประโยชน์ของชีวิตของเจ้า และอย่าเล่นกับตัวเจ้าเอง เจ้าสามารถยอมรับพระวจนะเหล่านี้ได้หรือไม่?
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, ในเวลาที่เจ้าได้เห็นกายจิตวิญญาณของพระเยซู พระเจ้าจะได้ทรงสร้างสวรรค์และแผ่นดินโลกขึ้นใหม่แล้ว
649. พระคริสต์แห่งยุคสุดท้ายจะทรงใช้ความจริงเพื่อสั่งสอนผู้คนทั่วโลกและทำให้ความจริงทั้งหมดเป็นที่รู้จักของพวกเขา นี่คือพระราชกิจแห่งการพิพากษาของพระเจ้า ผู้คนมากมายรู้สึกไม่สบายใจในเรื่องการประสูติเป็นมนุษย์ครั้งที่สองของพระเจ้า เพราะผู้คนพบว่ายากที่จะเชื่อว่าพระเจ้าจะทรงบังเกิดเป็นเนื้อหนังเพื่อทรงพระราชกิจแห่งการพิพากษา อย่างไรก็ตาม เราต้องบอกเจ้าว่า บ่อยครั้งที่พระราชกิจของพระเจ้าไปไกลเกินความคาดหมายทั้งหลายของมนุษย์และเป็นเรื่องยากที่จิตใจของมนุษย์จะยอมรับ เพราะผู้คนเป็นเพียงหนอนแมลงบนแผ่นดิน ในขณะที่พระเจ้าทรงเป็นหนึ่งเดียวสูงสุดผู้เติมเต็มจักรวาล จิตใจของมนุษย์เปรียบเสมือนบ่อน้ำเน่าซึ่งแพร่พันธุ์หนอนแมลงเท่านั้น ในขณะที่แต่ละช่วงระยะของพระราชกิจซึ่งชี้นำโดยพระดำริของพระเจ้าคือสิ่งซึ่งกลั่นกรองจากพระปัญญาของพระเจ้า ผู้คนพยายามชิงดีชิงเด่นกับพระเจ้าตลอดเวลา ซึ่งเราบอกเลยว่ามันชัดเจนอยู่ในตัวเองว่า ใครจะพลาดท่าเสียทีไปในที่สุด เราขอเตือนพวกเจ้าทุกคนว่า อย่าคิดว่าตนเองมีค่ายิ่งกว่าทองคำ หากคนอื่นๆ สามารถยอมรับการพิพากษาของพระเจ้า เหตุใดกันเจ้าถึงไม่สามารถ? เจ้ายืนสูงกว่าคนอื่นๆ มากแค่ไหน? หากคนอื่นๆ สามารถยอมศิโรราบต่อความจริง เหตุใดเจ้าจึงทำเช่นพวกเขาไม่ได้? พระราชกิจของพระเจ้ามีแรงเหวี่ยงที่หยุดไม่ได้ พระองค์จะไม่ทรงพระราชกิจแห่งการพิพากษาซ้ำอีกครั้งเพียงเพราะเจ้าสร้าง “คุณูปการ” เอาไว้ และเจ้าจะท่วมท้นด้วยความสลดใจที่ปล่อยให้โอกาสดีเช่นนี้หลุดลอยไป หากเจ้าไม่เชื่อถ้อยคำของเรา เช่นนั้นแล้ว จงแค่รอให้มหาบัลลังก์สีขาวบนท้องฟ้าแสดงการพิพากษาต่อเจ้าเถิด! เจ้าต้องรู้ว่าคนอิสราเอลทั้งหมดปฏิเสธและไม่ยอมรับพระเยซู แต่กระนั้น ข้อเท็จจริงเรื่องการไถ่บาปมวลมนุษย์ของพระเยซูยังคงแพร่ไปทั่วจักรวาลและสุดขอบแผ่นดินโลก นี่คือข้อเท็จจริงที่พระเจ้าทรงสำเร็จลุล่วงไปนานแล้วมิใช่หรือ? หากเจ้ายังคงกำลังรอให้พระเยซูพาเจ้าขึ้นสู่สวรรค์ เช่นนั้นแล้วเราก็บอกได้เลยว่าเจ้าคือตอไม้ที่ตายแล้ว[ก] พระเยซูจะไม่ทรงยอมรับผู้เชื่อจอมปลอมเช่นเจ้า ผู้ที่ไม่จงรักภักดีต่อความจริงและแสวงหาเพียงพรเท่านั้น ในทางตรงกันข้าม พระองค์จะทรงแสดงความไร้เมตตาในการโยนเจ้าลงไปในบึงไฟเพื่อถูกเผาไหม้เป็นเวลานับหมื่นๆ ปี
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, พระคริสต์ทรงพระราชกิจแห่งการพิพากษาด้วยความจริง
เชิงอรรถ:
ก. ตอไม้ที่ตายแล้ว สำนวนจีน หมายถึง “เกินกว่าที่จะช่วยได้”
650. พระเจ้าได้ทรงสร้างโลกนี้ขึ้นมา พระองค์ได้ทรงสร้างมวลมนุษย์นี้ขึ้นมา และยิ่งไปกว่านั้น พระองค์ทรงเป็นสถาปนิกแห่งวัฒนธรรมกรีกโบราณและอารยธรรมมนุษย์ มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่ทรงปลอบประโลมมวลมนุษย์นี้ และมีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่ทรงดูแลเอาใจใส่มวลมนุษย์นี้ทั้งคืนและวัน พัฒนาการและความก้าวหน้าของมนุษย์นั้นไม่สามารถแยกออกจากอำนาจอธิปไตยของพระเจ้าได้ อีกทั้งประวัติศาสตร์และอนาคตของมวลมนุษย์ก็ไม่อาจพ้นไปจากการจัดการเตรียมการโดยพระหัตถ์ของพระเจ้า หากเจ้าเป็นคริสตชนแท้คนหนึ่ง เจ้าย่อมจะเชื่ออย่างแน่นอนว่า ความรุ่งเรืองและความตกต่ำของประเทศหรือชนชาติใดก็ตกอยู่ภายใต้การจัดการเตรียมการของพระเจ้า พระเจ้าเพียงลำพังเท่านั้นที่ทรงรู้ชะตากรรมของประเทศหรือชนชาติใดก็ตาม และพระเจ้าเพียงลำพังเท่านั้นที่ทรงควบคุมครรลองของมวลมนุษย์นี้ หากมวลมนุษย์ปรารถนาจะมีชะตากรรมที่ดี หากประเทศหนึ่งปรารถนาจะมีชะตากรรมที่ดี มนุษย์ต้องน้อมคำนับนมัสการพระเจ้า และมาเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าเพื่อกลับใจและสารภาพต่อพระองค์ หรือหากไม่เช่นนั้น ชะตากรรมและปลายทางของมนุษย์ก็จะต้องเป็นมหันตภัยอย่างหนึ่งซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, ภาคผนวก 2: พระเจ้าทรงครองอธิปไตยเหนือชะตากรรมของมวลมนุษย์ทั้งปวง
651. เพื่อประโยชน์ของชะตากรรมของตัวพวกเจ้าเอง พวกเจ้าควรได้รับการยอมรับจากพระเจ้า กล่าวคือ ในเมื่อพวกเจ้ารับรู้แล้วว่าพวกเจ้าคือสมาชิกคนหนึ่งในพระนิเวศของพระเจ้า เมื่อนั้นพวกเจ้าก็ควรที่จะนำพาสันติสุขในจิตใจมาสู่พระเจ้า และทำให้พระองค์พึงพอพระทัยในทุกสรรพสิ่ง พูดอีกอย่างก็คือ เจ้าจะต้องมีหลักธรรมในการกระทำต่างๆ ของเจ้า และจะต้องปฏิบัติอย่างประจวบพ้องกับความจริงในการกระทำเหล่านั้น หากนี่เป็นสิ่งซึ่งเกินกว่าที่เจ้าจะทำได้ เช่นนั้นแล้วเจ้าก็จะถูกพระเจ้ารังเกียจเดียดฉันท์ และถูกมนุษย์ทุกคนปฏิเสธ ทันทีที่เจ้าตกไปอยู่ในสภาวะลำบากใจดังกล่าว เจ้าย่อมไม่สามารถถูกนับรวมเข้าไปอยู่ท่ามกลางพระนิเวศของพระเจ้า นี่เองที่เป็นความหมายตรงตัวของการไม่ได้รับการยอมรับจากพระเจ้า
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, การตักเตือนสามประการ
652. ข้อเรียกร้องทั้งหลายของเราอาจดูเรียบง่าย แต่สิ่งที่เรากำลังบอกพวกเจ้านั้นไม่เรียบง่ายเหมือนหนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสอง หากทั้งหมดที่พวกเจ้าทำคือพูดคุยเกี่ยวกับการนี้อย่างเรื่อยเปื่อย หรือพูดเพ้อเจ้อถึงถ้อยแถลงที่ฟังดูดีมากแต่ว่างเปล่า เช่นนั้นแล้วแผนการของพวกเจ้ากับความปรารถนาทั้งหลายของพวกเจ้าก็จะเป็นเพียงหน้ากระดาษที่ว่างเปล่าไปตลอดกาล เราจะไม่มีสำนึกแห่งความเวทนาให้แก่พวกเจ้าที่ทนทุกข์มาเป็นเวลาหลายปีและทำงานหนักมามาก ทว่ากลับยังไม่ได้ประโยชน์อันใดเลยจากมัน ในทางตรงกันข้าม เราจะปฏิบัติต่อพวกที่ไม่ทำตามข้อเรียกร้องของเราด้วยการลงโทษ ไม่ใช่ด้วยบำเหน็จทั้งหลาย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความเห็นอกเห็นใจอันใด พวกเจ้าอาจจะคิดว่า จากการที่ได้เป็นผู้ติดตามมาหลายปียิ่งนัก เจ้าได้ปฏิบัติงานอย่างหนักไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ตาม และเจ้าก็อาจจะคิดว่าไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เจ้าก็สามารถเป็นคนลงแรงและได้รับตั๋วอาหารในพระนิเวศของพระเจ้า เราคงจะกล่าวได้ว่าพวกเจ้าส่วนมากคิดแบบนี้ เพราะพวกเจ้าได้ไล่ตามเสาะหาหลักการเกี่ยวกับวิธีที่จะใช้ประโยชน์จากสิ่งทั้งหลายและวิธีที่จะไม่ให้ถูกใครใช้ประโยชน์อยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงกำลังบอกพวกเจ้าในบัดนี้อย่างจริงจังมากว่า เราไม่สนใจว่างานที่หนักของเจ้านั้นมีความดีความชอบเพียงใด คุณวุฒิของเจ้าน่าประทับใจเพียงใด เจ้าติดตามเราอย่างใกล้ชิดเพียงใด เจ้าเป็นที่รู้จักมากเพียงใด หรือว่าเจ้าได้ปรับปรุงท่าทีของเจ้าไปมากเพียงใดแล้ว ตราบเท่าที่เจ้ายังไม่ทำตามข้อเรียกร้องของเรา เจ้าจะไม่มีวันได้รับคำสรรเสริญจากเราเลย จงขีดฆ่าแนวคิดและการคำนวณเหล่านั้นของพวกเจ้าออกไปทั้งหมดให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ และเริ่มปฏิบัติต่อข้อพึงประสงค์ของเราอย่างจริงจัง หาไม่แล้ว เราจะทำให้ทุกคนกลายเป็นเถ้าถ่านเพื่อจบงานของเรา และในกรณีที่เลวร้ายที่สุด เราจะทำให้งานและความทุกข์นานหลายปีของเราสูญสลาย เพราะเราไม่สามารถพาศัตรูทั้งหลายของเราและบรรดาผู้คนที่ส่งกลิ่นความชั่วและยังมีสภาพเสมือนแบบเดิมๆ ของซาตานเข้าสู่อาณาจักรของเราหรือพาพวกเขาเข้าสู่ยุคถัดไปได้
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, การฝ่าฝืนจะนำทางมนุษย์ไปสู่นรก
653. บัดนี้คือยามที่วิญญาณของเราจะปฏิบัติงานอันยิ่งใหญ่ และเป็นเวลาที่เราจะเริ่มงานของเราท่ามกลางชนต่างชาติ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นเวลาที่เราจะจำแนกสิ่งมีชีวิตทรงสร้างทั้งปวง แยกแต่ละสิ่งไปตามหมวดหมู่ที่สอดคล้องกัน เพื่อให้งานของเราคืบหน้าเร็วขึ้นและสัมฤทธิ์ผลมากขึ้น ดังนั้น สิ่งที่เราขอจึงยังคงเป็นการให้พวกเจ้ามอบตัวตนทั้งหมดของพวกเจ้าให้แก่งานทั้งปวงของเรา ยิ่งไปกว่านั้นยังให้พวกเจ้าใช้วิจารณญาณดูงานทั้งหมดที่เราทำในตัวพวกเจ้าได้อย่างชัดเจน มองเห็นทั้งหมดนั้นอย่างถูกต้อง และทุ่มเทพละกำลังทั้งมวลเพื่อให้งานของเราสัมฤทธิ์ผลได้ดีขึ้น นี่คือสิ่งที่เจ้าต้องเข้าใจ จงหยุดแก่งแย่งกัน หยุดมองหาแผนสำรอง หรือเสาะหาความสะดวกสบายให้กับเนื้อหนังของเจ้า เพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้งานของเราล่าช้า และกีดขวางอนาคตอันวิเศษของเจ้า แทนที่จะคุ้มครองเจ้า การทำเช่นนั้นมีแต่จะทำลายเจ้าให้ย่อยยับเท่านั้น นี่จะไม่ใช่ความโง่เขลาของเจ้าหรอกหรือ? สิ่งที่เจ้าลุ่มหลงอยู่ในวันนี้คือสิ่งที่กำลังทำลายอนาคตของเจ้าโดยแท้ ส่วนความเจ็บปวดที่เจ้าสู้ทนในวันนี้กลับเป็นสิ่งที่กำลังคุ้มครองเจ้าอย่างแท้จริง เจ้าจะต้องตระหนักรู้สิ่งเหล่านี้อย่างชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของการทดลองทั้งหลายซึ่งเจ้าจะพบว่ายากแก่การพาตัวหลุดออกมา และเพื่อไม่ให้หลงเข้าไปในหมอกหนาและไม่สามารถหาดวงอาทิตย์พบอีกเลย เมื่อหมอกทึบจางลง เจ้าจะพบว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางการพิพากษาในวันอันยิ่งใหญ่ เมื่อถึงเวลานั้น วันของเราย่อมใกล้จะมาเยือนมวลมนุษย์แล้ว เจ้าจะหลีกหนีการพิพากษาของเราได้อย่างไร? เจ้าจะสู้ทนความร้อนที่แผดเผาของแสงอาทิตย์ได้อย่างไร? เมื่อเราให้ความไพบูลย์แก่มนุษย์ เขาไม่ได้ทะนุถนอมมันไว้ในอกของเขา แต่กลับขว้างมันทิ้งไปในที่ที่ไม่มีใครจะสังเกตเห็น เมื่อวันของเราลงมายังมนุษย์ เขาจะไม่สามารถค้นพบความไพบูลย์ของเรา หรือพบวจนะแห่งความจริงที่ขมขื่นยิ่งกว่าที่เราได้กล่าวแก่เขานานมาแล้วได้อีกต่อไป เขาจะร้องไห้และคร่ำครวญ เพราะว่าเขาได้สูญเสียความเจิดจ้าของความสว่างไปและได้ตกลงสู่ความมืด สิ่งที่พวกเจ้าเห็นในวันนี้เป็นเพียงดาบคมกริบจากปากของเราเท่านั้น เจ้ายังไม่ได้เห็นไม้เท้าในมือของเราหรือเปลวไฟซึ่งเราใช้เผามนุษย์ และนั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเจ้าจึงยังคงหยิ่งผยองและไม่ยับยั้งชั่งใจต่อหน้าเรา นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมเจ้าจึงยังคงต่อสู้กับเราในบ้านของเรา โต้แย้งด้วยลิ้นมนุษย์ของเจ้าในสิ่งที่เราได้กล่าวด้วยปากของเรา มนุษย์ไม่ครั่นคร้ามต่อเรา และอย่างไรก็ตามเขาก็แสดงความเป็นปรปักษ์กับเราอย่างต่อเนื่องแม้กระทั่งวันนี้ เขาก็ยังคงไม่กลัวโดยสิ้นเชิง พวกเจ้ามีลิ้นและฟันแห่งความอธรรมในปากของพวกเจ้า คำพูดและความประพฤติทั้งหลายของพวกเจ้าก็เหมือนคำพูดและความประพฤติของงูที่ได้ล่อลวงเอวาไปสู่บาป พวกเจ้าเรียกร้องการตอบแทนชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟัน จากกันและกัน และพวกเจ้าดิ้นรนต่อสู้ต่อหน้าเราเพื่อแย่งชิงตำแหน่ง ชื่อเสียง และผลกำไรสำหรับพวกเจ้าเอง ทว่าพวกเจ้ากลับไม่รู้ว่าเรากำลังเฝ้าดูคำพูดและความประพฤติทั้งหลายของพวกเจ้าอยู่อย่างลับๆ เราได้ฟังก้นบึ้งหัวใจของพวกเจ้าแล้ว ก่อนที่พวกเจ้าจะได้มาอยู่ต่อหน้าเราเสียด้วยซ้ำ มนุษย์ปรารถนาที่จะหลีกหนีให้พ้นมือของเราและหลบหลีกการสังเกตของสายตาของเราเสมอมา แต่เราไม่เคยเลี่ยงไปจากคำพูดหรือความประพฤติทั้งหลายของเขาเลย แทนที่จะเป็นเช่นนั้น เรากลับยอมให้คำพูดและความประพฤติเหล่านั้นเข้าสู่สายตาของเราอย่างมีจุดประสงค์ ซึ่งเราอาจตีสอนความไม่ชอบธรรมของมนุษย์และดำเนินการพิพากษาต่อความเป็นกบฏของเขา ดังนั้น คำพูดและความประพฤติที่เป็นความลับทั้งหลายของมนุษย์จึงยังคงอยู่ต่อหน้าบัลลังก์พิพากษาของเราเสมอ และการพิพากษาของเราก็ไม่เคยจากมนุษย์ไป เพราะความเป็นกบฏของเขานั้นมากเกินไป งานของเราคือการเผาและชำระล้างคำพูดและพฤติกรรมทั้งหมดของมนุษย์ที่ถูกเอ่ยและกระทำลงไปต่อหน้าวิญญาณของเรา ดังนี้[ก] เมื่อเราออกไปจากแผ่นดินโลก ผู้คนจะยังคงรักษาความจงรักภักดีของตนต่อเราไว้ และจะยังคงรับใช้เราเฉกเช่นที่บรรดาผู้รับใช้ที่บริสุทธิ์ของเราทำในงานของเรา ซึ่งเปิดโอกาสให้งานของเราบนแผ่นดินโลกดำเนินต่อไปจนถึงวันที่งานนั้นครบบริบูรณ์
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, งานแห่งการเผยแผ่ข่าวประเสริฐคืองานแห่งการช่วยมนุษย์ให้รอดด้วยเช่นกัน
เชิงอรรถ:
ก. ข้อความต้นฉบับไม่มีวลี “ดังนี้”
654. บนแผ่นดินโลก วิญญาณชั่วทุกรูปแบบเดินเพ่นพ่านตลอดกาลเพื่อหาที่พักผ่อน และกำลังค้นหาซากศพมนุษย์ที่สามารถบริโภคได้อย่างไม่รู้จบ คนของเรา! เจ้าต้องยังคงอยู่ในการดูแลและการปกป้องของเรา จงอย่าเหลวไหลเป็นอันขาด! จงอย่าประพฤติตัวโดยไร้ความยั้งคิดเป็นอันขาด! เจ้าควรมอบถวายความจงรักภักดีของเจ้าในบ้านของเรา และด้วยความจงรักภักดีเท่านั้นที่เจ้าจะสามารถจัดให้มีการตีโต้เล่ห์เหลี่ยมของหมู่มารได้ ไม่ว่ารูปการณ์แวดล้อมจะเป็นเช่นใด เจ้าไม่ควรประพฤติตัวเช่นที่เจ้าได้ทำในอดีต คือทำสิ่งหนึ่งต่อหน้าเราและทำสิ่งอื่นลับหลังเรา หากเจ้าทำตัวแบบนี้ เช่นนั้นแล้วเจ้าก็อยู่ไกลออกไปจากการไถ่แล้ว เราไม่ได้เอ่ยวจนะเช่นนี้มากเกินพอไปแล้วหรือ? แน่นอนว่าเป็นเพราะธรรมชาติเก่าของมนุษยชาตินั้นไม่สามารถแก้ไขได้ เราจึงต้องให้มีการเตือนความจำแก่ผู้คนซ้ำๆ จงอย่าเบื่อ! ทั้งหมดที่เราพูดก็เพื่อให้แน่ใจในโชคชะตาของพวกเจ้า! สถานที่ที่สามานย์และโสมมเป็นสิ่งที่ซาตานต้องการอย่างแน่นอน ยิ่งเจ้าสิ้นหวังที่จะได้รับการไถ่มากขึ้นเท่าใดและยิ่งเจ้าเหลวไหลมากขึ้นเท่าใด โดยปฏิเสธที่จะนบนอบต่อการยับยั้งชั่งใจ เช่นนั้นแล้ว วิญญาณที่มีมลทินเหล่านั้นก็จะยิ่งกอบโกยโอกาสให้ตัวพวกมันเองแทรกซึมเข้าไปในตัวเจ้ามากขึ้นเท่านั้น หากเจ้าได้มาถึงจุดนี้แล้ว ความจงรักภักดีของพวกเจ้าก็จะไม่เป็นอะไรเลยนอกจากคำพูดพล่อยๆ ที่ปราศจากความเป็นจริงใดๆ แม้แต่น้อย และวิญญาณที่มีมลทินก็จะเขมือบปณิธานของพวกเจ้าลงไป และเปลี่ยนให้เป็นการกบฏและแผนการร้ายเยี่ยงซาตานเพื่อใช้ในการทำให้งานของเราหยุดชะงัก จากตรงนั้น เจ้าสามารถถูกเราเฆี่ยนตีได้ไม่ว่าเวลาใด ไม่มีใครเข้าใจถึงความรุนแรงของสถานการณ์นี้ ผู้คนทั้งหมดเพียงแค่ทำหูทวนลมกับสิ่งที่พวกเขาได้ยิน และไม่ระมัดระวังเลยแม้แต่น้อย เราจำไม่ได้ว่าสิ่งใดถูกทำไปแล้วในอดีต เจ้ายังคงรออย่างจริงจังให้เราผ่อนปรนต่อเจ้าด้วยการ “ลืม” อีกครั้งกระนั้นหรือ?
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, พระวจนะของพระเจ้าถึงทั้งจักรวาล บทที่ 10
655. ผู้คนมากมายยอมที่จะถูกกล่าวโทษให้ลงนรกมากกว่าที่จะพูดและกระทำการด้วยความซื่อสัตย์ ไม่น่าประหลาดใจเลยที่เรามีวิธีปฏิบัติอีกแบบหนึ่งต่อผู้ที่ไม่มีความซื่อสัตย์ตระเตรียมไว้ แน่นอนว่า เรารู้ดียิ่งว่าการเป็นคนซื่อสัตย์ลำบากยากเย็นสำหรับพวกเจ้าเพียงใด เพราะพวกเจ้าล้วน “ฉลาดแยบยล” เหลือเกิน เก่งมากในเรื่องการประเมินวัดหัวใจของคนที่สูงส่งตามวิธีคิดที่ต่ำต้อยของตนเอง นี่ยิ่งทำให้งานของเรายิ่งเรียบง่ายขึ้น และเนื่องจากพวกเจ้าแต่ละคนล้วนกกกอดความลับไว้แนบอก เช่นนั้นแล้ว เราจะส่งพวกเจ้าไปสู่ความวิบัติทีละคน เพื่อให้ “ได้รับการสั่งสอน” ด้วยไฟ แล้วหลังจากนั้น พวกเจ้าจะได้ตั้งใจแน่วแน่ต่อการเชื่อของเจ้าในวจนะของเรา ท้ายที่สุด เราจะบีบบังคับเอาคำว่า “พระเจ้าคือพระเจ้าผู้สัตย์ซื่อ” ออกมาจากปากของพวกเจ้า หลังจากนั้น พวกเจ้าจะตีอกชกหัวและคร่ำครวญว่า “หัวใจของมนุษย์ช่างหลอกลวงนัก!” สภาวะจิตใจของพวกเจ้าเวลานั้นจะเป็นเช่นใด? เจ้าจะไม่หลงระเริงด้วยความทะนงตนเช่นในเวลานี้อย่างแน่นอน! และนับประสาอะไรที่เจ้าจะมีความ “ลุ่มลึกและยากที่จะเข้าใจ” ดังที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ในการสถิตของพระเจ้านั้น บางคนก็สงบเสงี่ยมสำรวมไปเสียทุกเรื่อง รวมทั้ง “ประพฤติตัวดี” เป็นพิเศษ แต่พวกเขากลับแยกเขี้ยวและกางกรงเล็บในการสถิตของพระวิญญาณ พวกเจ้าจะนับผู้คนแบบนี้ว่าอยู่ในหมู่คนซื่อสัตย์อย่างนั้นหรือ? หากเจ้าเป็นคนประเภทหน้าซื่อใจคดคนหนึ่ง เป็นใครบางคนที่มีทักษะใน “สัมพันธภาพระหว่างบุคคล” เมื่อนั้นเราพูดเลยว่า เจ้าคือใครบางคนที่ช่างพยายามล้อเล่นกับพระเจ้าโดยแน่แท้ หากคำพูดของเจ้าพรุนไปด้วยข้อแก้ตัวกับเหตุผลข้ออ้างที่ไร้คุณค่า เช่นนั้นแล้วเราพูดเลยว่า เจ้าคือใครบางคนที่ไม่เต็มใจนำความจริงมาปฏิบัติ หากเจ้ามีเรื่องส่วนตัวมากมายซึ่งยากที่จะพูดถึง หากเจ้าไม่ชอบอย่างมากในการนำความลับของเจ้า—ความลำบากยากเย็นของเจ้า—มาตีแผ่ต่อหน้าผู้อื่นเพื่อแสวงหาหนทางแห่งความสว่าง เช่นนั้นแล้วเราพูดเลยว่า เจ้าคือใครบางคนที่จะประสบความลำบากยากเย็นใหญ่หลวงในการบรรลุความรอด และเป็นผู้ที่จะประสบความลำบากยากเย็นในการโผล่พ้นจากความมืดมิด… ชะตากรรมของคนเราจะออกมาเป็นอย่างไรในปลายทางนั้นแขวนอยู่กับการที่พวกเขามีหัวใจที่ซื่อสัตย์และเป็นสีแดงเข้มแบบเลือดหรือไม่ และพวกเขามีดวงจิตที่ปราศจากราคีหรือไม่ หากเจ้าเป็นใครบางคนที่ไม่มีความซื่อสัตย์อย่างมาก ใครบางคนซึ่งมีหัวใจคิดร้าย ใครบางคนซึ่งมีดวงจิตที่ไม่สะอาด เช่นนั้นแล้วเจ้าก็จงมั่นใจได้เลยว่าจะได้พบจุดจบในสถานที่ที่มนุษย์ถูกลงโทษ ตามที่ถูกขีดเขียนไว้ในบันทึกชะตากรรมของเจ้านั่นเอง หากเจ้ากล่าวอ้างว่าตัวเองมีความซื่อสัตย์อย่างมาก แต่กระนั้นก็ยังไม่เคยบริหารจัดการที่จะปฏิบัติไปโดยสอดคล้องกับความจริงหรือกล่าวคำพูดที่เป็นความจริงได้สำเร็จเสียที เช่นนั้นแล้วเจ้ายังคงกำลังรอคอยให้พระเจ้าทรงปูนบำเหน็จเจ้าอยู่อีกหรือ? เจ้ายังคงหวังให้พระเจ้าคำนึงถึงเจ้าดุจแก้วตาดวงใจของพระองค์อยู่อีกหรือ? การคิดเช่นนั้นไม่วิปริตหรอกหรือ? เจ้าหลอกลวงพระเจ้าในทุกสรรพสิ่ง แล้วพระนิเวศของพระเจ้าจะให้ที่พักแก่คนมือไม่สะอาดอย่างเจ้าได้เช่นไร?
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, การตักเตือนสามประการ
656. ตอนนี้ การที่การไล่ตามเสาะหาของพวกเจ้าจะมีประสิทธิภาพหรือไม่นั้นถูกประเมินวัดโดยสิ่งที่พวกเจ้ามีในปัจจุบัน นี่คือสิ่งที่ใช้ในการกำหนดพิจารณาจุดจบของพวกเจ้า กล่าวคือ จุดจบของพวกเจ้าได้รับการเปิดเผยในการพลีอุทิศที่พวกเจ้าได้ทำและสิ่งทั้งหลายที่พวกเจ้าได้ทำ จุดจบของพวกเจ้าจะรู้ได้ก็โดยการไล่ตามเสาะหาของพวกเจ้า ความเชื่อของพวกเจ้า และสิ่งที่พวกเจ้าได้ทำ ท่ามกลางพวกเจ้าทั้งหมด มีหลายคนที่เกินกว่าจะได้รับความรอดไปแล้ว ด้วยเหตุที่วันนี้คือวันแห่งการเปิดเผยจุดจบของผู้คน และเราจะไม่สับสนปนเปในงานของเรา เราจะไม่นำทางพวกที่เกินกว่าจะได้รับความรอดอย่างครบถ้วนบริบูรณ์เข้าสู่ยุคถัดไป จะมีเวลาที่งานของเราแล้วเสร็จ เราจะไม่ทำงานกับบรรดาซากศพส่งกลิ่นเหม็นและไร้จิตวิญญาณเหล่านั้นที่ไม่สามารถได้รับการช่วยให้รอดเลย ตอนนี้คือยุคสุดท้ายแห่งความรอดของมนุษย์ และเราจะไม่ทำงานที่ไร้ประโยชน์ จงอย่าท้วงติงฟ้าและแผ่นดินโลก—บทอวสานของโลกกำลังมา นั่นมิอาจหลีกเลี่ยงได้ สิ่งทั้งหลายได้มาถึงจุดนี้ และไม่มีสิ่งใดที่เจ้าในฐานะมนุษย์สามารถทำเพื่อหยุดสิ่งเหล่านั้นได้ เจ้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งทั้งหลายดั่งที่เจ้าปรารถนาได้ เมื่อวานนี้ เจ้าไม่ได้จ่ายราคาเพื่อไล่ตามเสาะหาความจริงและเจ้าไม่ได้จงรักภักดี วันนี้ เวลานั้นได้มาถึงแล้ว เจ้าเกินกว่าจะได้รับความรอด และพรุ่งนี้เจ้าจะถูกกำจัดออกไป และจะไม่มีการเอ้อระเหยสำหรับความรอดของเจ้า ถึงแม้ว่าหัวใจของเราจะอ่อนโยนและเรากำลังทำอย่างสุดความสามารถที่จะช่วยเจ้าให้รอด หากเจ้าไม่เพียรพยายามในนามของเจ้าเองหรือไม่คิดอะไรด้วยตัวเจ้าเอง การนี้มีอันใดหรือที่เกี่ยวข้องกับเรา? พวกที่คิดถึงเพียงแค่เนื้อหนังของพวกเขาเท่านั้นและพวกที่ชื่นชมสิ่งชูใจ พวกที่ดูเหมือนว่าเชื่อแต่เป็นผู้ที่ไม่ได้เชื่ออย่างแท้จริง พวกที่เข้าร่วมในเวชกรรมและเวทมนตร์ชั่ว พวกที่สำส่อน และอยู่ในสภาพเลวร้าย พวกที่ขโมยเครื่องบูชาแด่พระยาห์เวห์และสิ่งที่พระองค์ทรงมี พวกที่รักการติดสินบน พวกที่ฝันถึงการขึ้นสู่สวรรค์อย่างหาสาระไม่ได้ พวกที่โอหังและทะนงตน พวกที่เพียรพยายามเพียงเพื่อชื่อเสียงและผลประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้น พวกที่กระจายคำพูดล่วงเกินไม่รู้จักสูงต่ำ พวกที่หมิ่นประมาทพระเจ้าพระองค์เอง พวกที่ไม่ทำสิ่งใดเลยนอกจากทำการตัดสินต่อต้านและใส่ร้ายป้ายสีพระเจ้าพระองค์เอง พวกที่จัดตั้งหมู่คณะและแสวงหาความเป็นอิสระ พวกที่ยกย่องตัวพวกเขาเองเหนือพระเจ้า พวกผู้ชายและผู้หญิงวัยหนุ่มสาว วัยกลางคน และวัยชราหยิบหย่งเหลาะแหละเหล่านั้นที่ติดบ่วงอยู่ในความมักมากในกาม พวกผู้ชายและผู้หญิงเหล่านั้นที่สำราญในชื่อเสียงและผลประโยชน์ส่วนตัวและไล่ตามเสาะหาสถานะส่วนตัวท่ามกลางคนอื่น พวกผู้คนที่ไม่กลับใจเหล่านั้นที่ติดกับดักอยู่ในบาป—พวกเขาทั้งหมดไม่เกินกว่าจะได้รับความรอดหรอกหรือ? ความมักมากในกาม บาปหนา เวชกรรมชั่ว เวทมนตร์ ความจ้วงจาบหยาบคาย คำพูดล่วงเกินไม่รู้จักสูงต่ำล้วนแต่วิ่งพล่านอยู่ท่ามกลางพวกเจ้า และความจริงและพระวจนะแห่งชีวิตก็ถูกเหยียบย่ำในท่ามกลางพวกเจ้า และภาษาอันบริสุทธิ์ก็ถูกทำให้มัวหมองท่ามกลางพวกเจ้า พวกเจ้าคนต่างชาติทั้งหลายที่ลำพองไปด้วยความโสมมและความเป็นกบฏ! จุดจบสุดท้ายของพวกเจ้าจะเป็นอย่างไร? พวกที่รักเนื้อหนัง ผู้ที่กระทำเวทมนตร์เกี่ยวกับเนื้อหนัง และผู้ที่ติดบ่วงอยู่ในบาปแบบมักมากในกามสามารถมีความกล้าบ้าบิ่นที่จะดำรงชีวิตต่อไปได้อย่างไร! เจ้าไม่รู้หรือว่าผู้คนเช่นพวกเจ้านั้นคือบรรดาหนอนแมลงที่เกินกว่าจะได้รับความรอด? สิ่งใดเล่าทำให้เจ้ามีสิทธิ์เรียกร้องการนี้และการนั้น? จนถึงวันนี้ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้เพียงเล็กน้อยในพวกที่ไม่รักความจริงและรักเพียงเนื้อหนังเท่านั้น—ผู้คนเช่นนั้นจะสามารถได้รับการช่วยให้รอดได้อย่างไร? พวกที่ไม่รักหนทางแห่งชีวิต ผู้ที่ไม่ยกย่องพระเจ้าและเป็นคำพยานต่อพระองค์ ผู้ที่วางอุบายเพื่อประโยชน์แห่งสถานะของพวกเขาเอง ผู้ที่สรรเสริญตัวพวกเขาเอง—แม้กระทั่งวันนี้พวกเขาไม่ใช่ยังคงเป็นเหมือนเดิมหรอกหรือ? สิ่งใดหรือคือคุณค่าในการช่วยพวกเขาให้รอด? การที่เจ้าจะสามารถได้รับการช่วยให้รอดได้หรือไม่นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าความอาวุโสของเจ้านั้นมีมากน้อยเพียงใดหรือว่าเจ้าได้ทำงานมาจนถึงขณะนี้เป็นเวลากี่ปีแล้ว และนับประสาอะไรที่จะขึ้นอยู่กับว่าเจ้าได้สร้างสมวิทยฐานะมามากน้อยเพียงใด แทนที่จะเป็นเช่นนั้น การนี้ขึ้นอยู่กับว่าการไล่ตามเสาะหาของเจ้าได้ให้ผลแล้วหรือไม่ เจ้าควรที่จะรู้ว่าบรรดาผู้ที่ได้รับการช่วยให้รอดคือ “ต้นไม้” ที่ให้ผล ไม่ใช่ต้นไม้ที่มีใบไม้เขียวชอุ่มและดอกไม้อันอุดมที่ยังไม่เคยออกผลเลย ต่อให้เจ้าได้ใช้เวลาหลายปีร่อนเร่ไปตามท้องถนน นั่นสำคัญอะไรเล่า? คำพยานของเจ้าอยู่ที่ใด? เจ้ามีหัวใจที่ยำเกรงพระเจ้าน้อยกว่าที่เจ้ามีในหัวใจซึ่งรักตัวเจ้าเองและความอยากได้อยากมีอันเต็มไปด้วยตัณหาของเจ้ามากมายนัก—บุคคลประเภทนี้ไม่ใช่คนเสื่อมหรอกหรือ? พวกเขาจะสามารถเป็นวัตถุตัวอย่างและแบบอย่างสำหรับความรอดได้อย่างไร? ธรรมชาติของเจ้านั้นไม่สามารถแก้ไขได้ เจ้าเป็นกบฏมากเกินไป เจ้านั้นเกินกว่าที่จะได้รับความรอด! ผู้คนเช่นนั้นไม่ใช่พวกที่จะถูกกำจัดออกไปหรอกหรือ? เวลาที่งานของเราแล้วเสร็จไม่ใช่เวลาแห่งการมาถึงของวันสุดท้ายของเจ้าหรอกหรือ? เราได้ทำงานมากมายเหลือเกินและได้กล่าววจนะไปมากมายเหลือเกินท่ามกลางพวกเจ้า—สิ่งเหล่านั้นมากมายเพียงใดได้เข้าหูของพวกเจ้าอย่างแท้จริง? สิ่งเหล่านั้นมากมายเพียงใดที่เจ้าได้เคยนบนอบ? เมื่องานของเราสิ้นสุด นั่นจะเป็นเวลาที่เจ้าหยุดต่อต้านเรา เวลาที่เจ้าหยุดยืนต้านเรา ขณะที่เราทำงาน พวกเจ้าปฏิบัติตนต่อต้านเราอยู่เนืองนิตย์ พวกเจ้าไม่เคยปฏิบัติตามวจนะของเรา เราทำงานของเรา และเจ้าก็ทำ “งาน” ของเจ้าเอง สร้างราชอาณาจักรน้อยของเจ้าเอง พวกเจ้าไม่ใช่สิ่งใดนอกจากฝูงสุนัขจิ้งจอกและสุนัข ทำทุกสิ่งทุกอย่างอันเป็นการต่อต้านเรา! เจ้ากำลังพยายามอยู่เนืองนิตย์ที่จะนำพาพวกที่มอบความรักอันไม่แบ่งแยกของพวกเขาให้แก่เจ้าเข้ามาสู่อ้อมกอดของเจ้า—หัวใจที่เปี่ยมความยำเกรงของเจ้าอยู่ที่ใดหรือ? ทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าทำนั้นหลอกลวง! เจ้าไม่มีการนบนอบหรือความยำเกรงเลย และทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าทำนั้นหลอกลวงและเป็นการหมิ่นประมาท! ผู้คนเช่นนั้นสามารถได้รับการช่วยให้รอดได้หรือ? พวกมนุษย์ที่ไร้ศีลธรรมในทางเพศและบ้าตัณหาต้องการที่จะดึงดูดหญิงโสเภณียั่วสวาทเข้ามาหาพวกเขาเสมอเพื่อความชื่นชมยินดีของพวกเขาเอง เราจะไม่ช่วยพวกปีศาจที่ไร้ศีลธรรมในทางเพศเช่นนั้นอย่างแน่นอน เราเกลียดชังพวกเจ้าปีศาจโสมม และความบ้าตัณหาและความยั่วสวาทของพวกเจ้าจะผลักพวกเจ้าลงสู่นรก พวกเจ้ามีสิ่งใดหรือที่จะพูดเพื่อตัวพวกเจ้าเอง? พวกเจ้าปีศาจโสมมและวิญญาณชั่วนั้นช่างน่าอาเจียนนัก! เจ้าช่างน่าขยะแขยงนัก! ขยะเช่นนั้นจะสามารถได้รับการช่วยให้รอดได้อย่างไร? พวกเขาที่ติดบ่วงในบาปยังคงสามารถได้รับการช่วยให้รอดได้หรือ? ในวันนี้ ความจริงนี้ หนทางนี้ และชีวิตนี้ไม่ได้ดึงดูดใจพวกเจ้า แทนที่จะเป็นเช่นนั้น พวกเจ้ากลับถูกดึงดูดใจโดยบาปหนา โดยเงินตรา โดยจุดยืน ชื่อเสียง และผลกำไร โดยความชื่นชมยินดีของเนื้อหนัง โดยความหล่อเหลาของพวกผู้ชายและเสน่ห์ของพวกผู้หญิง สิ่งใดหรือที่ทำให้พวกเจ้ามีคุณสมบัติที่จะได้เข้าสู่ราชอาณาจักรของเรา? ภาพลักษณ์ของพวกเจ้ายิ่งใหญ่กว่าของพระเจ้าเสียด้วยซ้ำ สถานะของพวกเจ้าสูงกว่าของพระเจ้าเสียด้วยซ้ำ คงไม่ต้องพูดถึงเกียรติยศของพวกเจ้าท่ามกลางพวกมนุษย์—พวกเจ้าได้กลายเป็นรูปเคารพที่ผู้คนเคารพบูชา เจ้าไม่ได้กลายเป็นหัวหน้าทูตสวรรค์แล้วหรอกหรือ? เมื่อจุดจบของผู้คนถูกเปิดเผย ซึ่งก็เป็นเวลาที่พระราชกิจแห่งความรอดจะเข้าใกล้ตอนจบด้วยเช่นกัน คนเหล่านั้นมากมายในท่ามกลางพวกเจ้าจะเป็นซากศพที่พ้นวิสัยของการได้รับความรอดและจะต้องถูกกำจัดออกไป ในช่วงระหว่างพระราชกิจแห่งการช่วยให้รอด เราใจดีและดีต่อผู้คนทั้งหมด เมื่อพระราชกิจสรุปปิดตัวลง จุดจบของผู้คนต่างชนิดกันจะถูกเปิดเผย และในเวลานั้น เราจะไม่เมตตาและดีงามอีกต่อไป ด้วยเหตุที่จุดจบของผู้คนจะได้ถูกเปิดเผยแล้ว และแต่ละคนจะได้ถูกแยกชั้นไปตามประเภทของพวกเขาแล้ว และจะไม่มีประโยชน์เลยในการทำงานแห่งความรอดอันใดอีก เพราะยุคแห่งความรอดจะได้ผ่านไปแล้ว และเมื่อได้ผ่านไปแล้ว มันก็จะไม่หวนคืน
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, การปฏิบัติ (7)
657. เราได้ให้คำเตือนแก่พวกเจ้าไปแล้วมากมาย และมอบความจริงมากหลายแก่พวกเจ้าอันมีเจตนาที่จะพิชิตพวกเจ้า ถึงตอนนี้ พวกเจ้าล้วนรู้สึกได้ว่าพวกเจ้าบริบูรณ์ขึ้นมากกว่าที่พวกเจ้าเคยเป็นในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ พวกเจ้าได้เข้าใจถึงหลักธรรมเรื่องการประพฤติตนของมนุษย์มากมาย และเจ้าได้มาครองสามัญสำนึกมากมายอย่างที่ผู้คนซึ่งสัตย์ซื่อควรจะมี ทั้งหมดนี้คือผลเก็บเกี่ยวที่พวกเจ้าได้เก็บเกี่ยวไปตลอดครรลองของช่วงเวลาหลายปี เราหาได้ปฏิเสธผลสัมฤทธิ์ทั้งหลายของพวกเจ้าไม่ แต่เราต้องกล่าวอย่างค่อนข้างตรงไปตรงมาเช่นกันว่า เราก็มิได้ปฏิเสธการกบฏและการทรยศเกินคณานับที่พวกเจ้าได้กระทำต่อเราในช่วงเวลาหลายปีนี้เช่นกัน ด้วยว่าไม่มีวิสุทธิชนอยู่ในหมู่พวกเจ้าแม้แต่คนเดียว พวกเจ้าคือผู้คนที่ซาตานได้ทำให้เสื่อมทรามโดยไม่มีข้อยกเว้น พวกเจ้าก็คือพวกศัตรูของพระคริสต์ จวบจนกระทั่งบัดนี้ การกระทำผิดและการกบฏของพวกเจ้านั้นมีมากมายนับไม่ถ้วน ด้วยเหตุนี้ จึงแทบจะไม่สามารถถือว่าแปลกได้เลยกับการที่เรากำลังทำให้พวกเจ้ารำคาญอยู่เสมอ เราไม่ปรารถนาจะอยู่ร่วมกับพวกเจ้าในลักษณะนี้—แต่เพื่อประโยชน์ของอนาคตของพวกเจ้า เพื่อประโยชน์แห่งบั้นปลายของพวกเจ้า เราจะถากถางพวกเจ้าอีกครั้ง ณ ที่นี้และตอนนี้ เราหวังว่าพวกเจ้าจะสามารถแสดงความเข้าใจ และยิ่งกว่านั้น หวังว่าเจ้าจะสามารถเชื่อทุกถ้อยคำของเราและชื่นชมความหมายอันลึกซึ้งแห่งวจนะของเราได้ จงอย่ากังขาในสิ่งที่เรากล่าว ไม่ต้องพูดถึงการหยิบยกวจนะของเราขึ้นมาตามใจและจากนั้นก็โยนวจนะเหล่านั้นทิ้งไปตามอำเภอใจ เราเห็นว่าการนี้สุดจะทนยอมรับได้ จงอย่าตัดสินวจนะของเราและและยิ่งน้อยกว่านั้นก็คือเจ้าไม่ควรคิดว่าวจนะเหล่านั้นไม่สลักสำคัญ หรือกล่าวว่าเราทดสอบพวกเจ้าอยู่เสมอ หรือแย่ไปกว่านั้นก็คือกล่าวว่าสิ่งที่เราได้บอกแก่เจ้านั้นไม่ถูกต้องแม่นยำ เราพบว่าสิ่งเหล่านี้ก็สุดจะทนยอมรับได้ด้วยเช่นกัน ด้วยความที่พวกเจ้ามีแต่เต็มไปด้วยความแคลงใจในตัวเราและสิ่งที่เรากล่าว เพิกเฉยต่อเราและวจนะของเราเสมอ เราขอบอกพวกเจ้าแต่ละคนอย่างจริงจังว่า จงอย่านำสิ่งที่เรากล่าวไปเชื่อมโยงกับหลักปรัชญา จงอย่านำวจนะของเราไปเชื่อมโยงกับคำโกหกของนักต้มตุ๋น นับประสาอะไรที่เจ้าควรสุกเอาเผากินต่อวจนะของเราด้วยการเหยียดหยาม บางทีอาจจะไม่มีผู้ใดในอนาคตที่สามารถบอกสิ่งที่เรากำลังบอกกับพวกเจ้าได้ หรือพูดกับพวกเจ้าอย่างใจบุญนัก หรือที่ยิ่งน้อยกว่านั้นก็คือคอยอธิบายชี้แนะประเด็นเหล่านี้แก่พวกเจ้าอย่างอดทน วันในอนาคตเหล่านั้นจะถูกเจ้าใช้ไปกับการมาหวนคิดถึงช่วงเวลาที่ดี หรือสะอึกสะอื้นเสียงดังหรือร้องครางด้วยความเจ็บปวด หรือไม่พวกเจ้าก็จะกำลังดำรงชีวิตผ่านค่ำคืนอันมืดมิดโดยปราศจากการจัดเตรียมเศษเสี้ยวแห่งความจริงหรือชีวิต หรือเพียงแต่เฝ้าคอยอย่างสิ้นหวัง หรือดำรงอยู่ด้วยความเสียใจขมขื่นมากจนพวกเจ้าสูญเสียเหตุผลทั้งหมด… แทบจะไม่มีพวกเจ้าคนใดเลยที่สามารถรอดพ้นจากความเป็นไปได้เหล่านี้ เนื่องเพราะไม่มีพวกเจ้าคนใดยึดครองที่นั่งซึ่งพวกเจ้านมัสการพระเจ้าอย่างแท้จริงจากที่นั่งนี้ แต่กลับดื่มด่ำตัวพวกเจ้าเองอยู่ในโลกแห่งความมักมากในกามและความชั่ว ซึ่งคลุกเคล้าเข้าไปในการเชื่อทั้งหลายของพวกเจ้า เข้าไปในจิตวิญญาณ ดวงจิต และร่างกายของพวกเจ้า อันเป็นสิ่งทั้งหลายมากมายนักที่ไม่เกี่ยวกันเลยกับชีวิตและความจริง และเป็นสิ่งซึ่งอันที่จริงแล้วต่อต้านชีวิตและความจริง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราหวังในตัวพวกเจ้าก็คือเส้นทางที่พวกเจ้าได้มาซึ่งความสว่าง ความหวังเดียวของเราก็คือการที่พวกเจ้าสามารถกลายมามีความสามารถในการใส่ใจตัวเอง ในการดูแลตัวพวกเจ้าเอง และการที่เจ้าไม่มัวแต่เน้นเรื่องบั้นปลายของเจ้ามากนักในขณะเดียวกันก็มีทรรศนะที่ไม่แยแสต่อความประพฤติและการกระทำผิดของเจ้าเลย
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, การฝ่าฝืนจะนำทางมนุษย์ไปสู่นรก
658. ยิ่งเจ้ากระทำผิดมากขึ้นเพียงใด เจ้าก็ยิ่งจะมีโอกาสเหมาะที่จะได้มาซึ่งบั้นปลายที่ดีน้อยลงเท่านั้น ในทางกลับกัน ยิ่งเจ้ากระทำผิดน้อยลงเพียงใด โอกาสที่เจ้าจะกลายเป็นได้รับการสรรเสริญจากพระเจ้าก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น หากการกระทำผิดของเจ้าเพิ่มมากขึ้นจนถึงจุดที่เป็นไปไม่ได้ที่เราจะยกโทษให้เจ้า เช่นนั้นแล้ว เจ้าก็จะเสียโอกาสอย่างถึงที่สุดในการที่จะได้รับการยกโทษ ดังนั้นเอง บั้นปลายของเจ้าจะไม่ได้อยู่เบื้องบน แต่จะอยู่เบื้องล่าง หากเจ้าไม่เชื่อเรา เช่นนั้นแล้วก็จงฮึกเหิมและกระทำผิดเถิด และดูว่านั่นจะนำสิ่งใดมาให้กับเจ้า หากเจ้าเป็นบุคคลหนึ่งซึ่งการฝึกฝนปฏิบัติความจริงนั้นจริงจังตั้งใจอย่างยิ่ง เช่นนั้นแล้วเจ้าย่อมจะมีโอกาสที่จะได้รับการยกโทษสำหรับการกระทำผิดของเจ้าอย่างแน่นอน และเจ้าจะกบฏน้อยลงทุกที หากเจ้าเป็นบุคคลหนึ่งซึ่งไม่เต็มใจจะฝึกฝนปฏิบัติความจริง เช่นนั้นแล้วการกระทำผิดเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าของเจ้าก็จะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างแน่นอน และเจ้าจะกบฏมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเจ้าไปถึงขีดจำกัด อันจะเป็นเวลาแห่งการทำลายล้างเจ้าจนสิ้นซาก นี่จะเป็นเวลาที่ความฝันอันน่ายินดีของเจ้าที่จะได้รับพรถูกพังทลาย จงอย่าคำนึงถึงการกระทำผิดของเจ้าว่าเป็นเพียงความผิดพลาดของบุคคลหนึ่งซึ่งยังไม่เป็นผู้ใหญ่หรือโง่เขลา จงอย่าใช้ข้ออ้างว่าเจ้าไม่ได้ฝึกฝนปฏิบัติความจริงเพราะขีดความสามารถต่ำของเจ้าทำให้เป็นไปไม่ได้ที่จะทำเช่นนั้น ที่มากกว่านั้นก็คือ จงอย่าเพียงคำนึงถึงการกระทำผิดที่เจ้าได้ทำลงไปว่าเป็นการปฏิบัติตนของใครบางคนที่ไม่ได้รู้อะไรดีไปกว่านี้ หากเจ้าเก่งในการยกโทษให้ตัวเองและปฏิบัติต่อตัวเจ้าเองด้วยความใจกว้าง เช่นนั้นแล้วเราย่อมกล่าวว่าเจ้าคือคนขลาดที่จะไม่มีวันได้รับความจริง และการกระทำผิดของเจ้าจะไม่มีวันหยุดตามหลอกหลอนเจ้า พวกมันจะคอยกันไม่ให้เจ้าทำตามข้อเรียกร้องแห่งความจริงได้ และเป็นเหตุให้เจ้าคงความเป็นพวกพ้องที่จงรักภักดีของซาตานไปตลอดกาล คำแนะนำของเราต่อเจ้ายังคงเป็นเช่นนี้คือ จงอย่าให้ความสนใจเฉพาะบั้นปลายของเจ้าเท่านั้น ในขณะเดียวกันก็ล้มเหลวที่จะสังเกตเห็นการกระทำผิดซึ่งซ่อนเร้นอยู่ของเจ้า จงมองเรื่องการกระทำผิดอย่างจริงจัง และจงอย่ามองข้ามการล่วงละเมิดอันใดไปเพราะการที่มัวแต่พะวงถึงบั้นปลายของเจ้า
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, การฝ่าฝืนจะนำทางมนุษย์ไปสู่นรก
659. แม้ว่าแก่นแท้ของพระเจ้าจะมีองค์ประกอบของความรักอยู่ด้วย และพระองค์ก็ทรงกรุณาต่อทุกๆ คน แต่ผู้คนก็ได้มองข้ามและลืมข้อเท็จจริงที่ว่าแก่นแท้ของพระองค์นั้นเป็นแก่นแท้แห่งพระเกียรติภูมิเช่นกัน การที่พระองค์ทรงมีความรักไม่ได้หมายความว่าผู้คนสามารถล่วงเกินพระองค์ได้อย่างอิสระโดยไม่ทำให้พระองค์ทรงเกิดความรู้สึกทั้งหลายหรือปฏิกิริยาอย่างใดอย่างหนึ่ง อีกทั้งข้อเท็จจริงที่ว่าพระองค์ทรงมีความกรุณาก็ไม่ได้หมายความว่าพระองค์ไม่ทรงมีหลักธรรมในการปฏิบัติต่อผู้คน พระเจ้าทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ พระองค์ทรงดำรงอยู่อย่างแท้จริง พระองค์ไม่ได้ทรงเป็นหุ่นเชิดที่จินตนาการขึ้นหรือวัตถุอื่นใด ในเมื่อพระองค์ทรงดำรงอยู่จริง พวกเราควรตั้งใจฟังเสียงของพระทัยของพระเจ้าตลอดเวลา ให้ความสนใจใกล้ชิดต่อท่าทีของพระองค์ และมาเข้าใจความรู้สึกทั้งหลายของพระองค์ พวกเราไม่ควรใช้จินตนาการของมนุษย์มาตีกรอบพระเจ้า อีกทั้งพวกเราไม่ควรบังคับใช้ความคิดหรือความปรารถนาของมนุษย์กับพระองค์ โดยทำให้พระเจ้าทรงปฏิบัติต่อผู้คนโดยใช้วิธีการของมนุษย์บนพื้นฐานของจินตนาการทั้งหลายของมนุษย์ หากเจ้าทำการนี้ เช่นนั้นแล้วเจ้าก็กำลังทำให้พระเจ้ากริ้ว กระตุ้นพระพิโรธของพระองค์ และท้าทายพระเกียรติภูมิของพระองค์! ด้วยเหตุนี้ ทันทีที่พวกเจ้าได้มาเข้าใจความรุนแรงของเรื่องนี้แล้ว เราขอรบเร้าให้พวกเจ้าทุกๆ คนระมัดระวังและรอบคอบในการกระทำของพวกเจ้าและในวาทะของพวกเจ้า และแน่นอนที่สุดว่าจงระมัดระวังและรอบคอบเท่าที่พวกเจ้าสามารถทำได้เกี่ยวกับวิธีที่เจ้าปฏิบัติต่อพระเจ้า! เมื่อเจ้าไม่เข้าใจว่าอะไรคือท่าทีของพระเจ้า จงงดเว้นการพูดอย่างประมาท จงอย่าประมาทในการกระทำของเจ้า และจงอย่าตีตราด้วยความฉาบฉวย ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น จงอย่ามาทำข้อสรุปตามอำเภอใจ เจ้าควรรอและแสวงหาแทน การกระทำเหล่านี้ก็เป็นการแสดงออกถึงการยำเกรงพระเจ้าและหลบเลี่ยงความชั่วเช่นกัน เหนือสิ่งอื่นใด หากเจ้าสามารถสัมฤทธิ์การนี้ได้ และเหนือสิ่งอื่นใด หากเจ้ามีท่าทีเช่นนี้ เช่นนั้นแล้วพระเจ้าจะไม่ทรงโทษเจ้าเพราะความโง่ ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และการขาดความเข้าใจในเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังสิ่งทั้งหลายของเจ้า ตรงกันข้าม เนื่องจากท่าทีของเจ้าเกี่ยวกับความกลัวต่อการทำให้พระเจ้าทรงขุ่นเคือง ความเคารพต่อเจตนารมณ์ของพระองค์ และความเต็มใจที่จะนบนอบต่อพระองค์ พระเจ้าก็จะทรงจดจำเจ้า ทรงนำทางและทรงให้ความรู้แจ้งแก่เจ้า หรือทรงยอมผ่อนปรนต่อความไม่เป็นผู้ใหญ่และความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเจ้า ในทางกลับกัน หากท่าทีของเจ้าต่อพระองค์นั้นไม่มีความเคารพ—ตัดสินพระองค์ตามที่เจ้าปรารถนา หรือเดาและนิยามแนวคิดของพระองค์ตามอำเภอใจ—พระเจ้าก็จะทรงกล่าวโทษเจ้า บ่มวินัยเจ้า และแม้กระทั่งลงโทษเจ้า หรือพระองค์อาจประทานความเห็นเกี่ยวกับเจ้า บางที ความเห็นนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับจุดจบของเจ้า เพราะฉะนั้นเราปรารถนาที่จะเน้นอีกครั้ง กล่าวคือ พวกเจ้าแต่ละคนควรระมัดระวังและรอบคอบเกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่างที่มาจากพระเจ้า จงอย่าพูดอย่างประมาท และจงอย่าประมาทในการกระทำของพวกเจ้า ก่อนที่เจ้าจะพูดสิ่งใด เจ้าควรหยุดและคิดว่า การกระทำครั้งนี้ของฉันจะทำให้พระเจ้ากริ้วหรือไม่? ในการทำสิ่งนั้น ฉันกำลังยำเกรงพระเจ้าอยู่หรือไม่? แม้ในเรื่องที่เรียบง่าย เจ้าควรพยายามขบคำถามเหล่านี้ให้แตก และใช้เวลามากขึ้นในการพิจารณาคำถามเหล่านี้ หากเจ้าสามารถฝึกฝนปฏิบัติโดยสอดคล้องกับหลักธรรมเหล่านี้ได้อย่างแท้จริงในทุกๆ ด้าน ในทุกๆ สิ่ง ตลอดเวลา และนำท่าทีเช่นนี้ไปใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจ้าไม่เข้าใจบางสิ่ง เช่นนั้นแล้วพระเจ้าจะทรงนำทางเจ้าและทรงให้เส้นทางให้เจ้าติดตาม ไม่สำคัญว่าผู้คนจะเสนอการแสดงแบบใด พระเจ้าก็ทรงเห็นพวกเขาอย่างชัดเจนและชัดแจ้ง และพระองค์จะประทานการประเมินที่ถูกต้องและเหมาะสมสำหรับการแสดงเหล่านี้ของเจ้า หลังจากที่เจ้าได้ก้าวผ่านบททดสอบสุดท้ายแล้ว พระเจ้าก็จะทรงนำพฤติกรรมทั้งหมดของเจ้ามาสรุปรวมกันอย่างครบบริบูรณ์ เพื่อที่จะกำหนดพิจารณาจุดจบของเจ้า ผลลัพธ์นี้จะโน้มน้าวให้ทุกๆ บุคคลเชื่ออย่างสิ้นสงสัย สิ่งที่เราอยากจะบอกพวกเจ้าในที่นี้คือว่า ทุกความประพฤติของพวกเจ้า ทุกการกระทำของพวกเจ้า และทุกความคิดของพวกเจ้าตัดสินชะตากรรมของพวกเจ้า
—พระวจนะฯ เล่ม 2 ว่าด้วยการรู้จักพระเจ้า, วิธีรู้จักพระอุปนิสัยของพระเจ้าและผลลัพธ์ที่พระราชกิจของพระองค์จะสัมฤทธิ์
660. ในส่วนของวิธีที่ผู้คนแสวงหา และวิธีที่ผู้คนเข้าหาพระเจ้า ท่าทีของผู้คนมีความสำคัญอันดับแรก จงไม่เพิกเฉยต่อพระเจ้าเหมือนพระองค์ทรงเป็นเพียงอากาศว่างเปล่าก้อนหนึ่งที่ลอยอยู่รอบๆ ที่ด้านหลังของหัวเจ้า จงคิดถึงพระเจ้าที่เจ้าเชื่อในฐานะพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ พระเจ้าที่เป็นจริงเสมอ พระองค์ไม่ได้กำลังประทับอยู่บนนั้นในสวรรค์ชั้นที่สามโดยไม่มีสิ่งใดให้ทรงทำ ตรงกันข้ามพระองค์กำลังทรงเฝ้ามองหัวใจของทุกคน ทรงสังเกตการณ์สิ่งที่เจ้าคิดจะทำ ทรงเฝ้ามองทุกคำพูดและทุกความประพฤติของพวกเจ้า ทรงเฝ้าดูว่าเจ้าประพฤติตนอย่างไร และทรงเห็นว่าอะไรคือท่าทีของเจ้าต่อพระองค์ อย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าเจ้าจะเต็มใจมอบตัวเองให้กับพระเจ้าหรือไม่ พฤติกรรมของเจ้าทั้งหมดและความคิดและแนวคิดข้างในสุดของเจ้าถูกแผ่วางเฉพาะพระพักตร์พระองค์และกำลังถูกพระองค์ทรงพินิจพิเคราะห์ เนื่องจากพฤติกรรมของเจ้า เนื่องจากความประพฤติของเจ้า และเนื่องจากท่าทีของเจ้าต่อพระองค์ ข้อคิดเห็นของพระเจ้าเกี่ยวกับเจ้า และท่าทีของพระองค์ต่อเจ้าจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราอยากจะให้คำแนะนำบางอย่างแก่ผู้คนบางคนว่าจงอย่าวางตัวของเจ้าเองเหมือนเด็กทารกในพระหัตถ์ของพระเจ้า ราวกับว่าพระองค์ควรทรงหลงใหลเจ้า ราวกับว่าพระองค์ไม่มีวันสามารถจากเจ้าไป และราวกับว่าท่าทีของพระองค์ต่อเจ้าได้ถูกกำหนดตายตัวแล้วและไม่มีวันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ และเราขอแนะนำให้เจ้าเลิกฝัน! พระเจ้าทรงชอบธรรมในการที่พระองค์ทรงปฏิบัติต่อทุกๆ บุคคล และพระองค์ทรงจริงจังในวิธีการเข้าหาของพระองค์ในพระราชกิจแห่งการพิชิตและช่วยผู้คนให้รอด นี่คือการบริหารจัดการของพระองค์ พระองค์ทรงปฏิบัติต่อทุกๆ คนอย่างจริงจัง และไม่ใช่เหมือนสัตว์เลี้ยงที่จะเล่นด้วย ความรักของพระเจ้าต่อพวกมนุษย์นั้นไม่ใช่แบบที่เอาใจหรือตามใจ อีกทั้งความกรุณาและความยอมผ่อนปรนของพระองค์ต่อมวลมนุษย์ก็ไม่ตามใจและไม่เพิกเฉย ในทางตรงกันข้าม ความรักของพระเจ้าต่อพวกมนุษย์นั้นเกี่ยวข้องกับการทะนุถนอม การสงสาร และการเคารพชีวิต ความกรุณาและความยอมผ่อนปรนของพระองค์สื่อถึงความคาดหวังของพระองค์ต่อพวกเขา และเป็นสิ่งที่มนุษยชาติต้องการเพื่อที่จะอยู่รอด พระเจ้าทรงพระชนม์อยู่ และพระเจ้าทรงดำรงอยู่จริง ท่าทีของพระองค์ต่อมวลมนุษย์นั้นมีหลักธรรม ไม่ใช่ข้อบังคับประเภทหนึ่งแต่อย่างใด และสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เจตนารมณ์ของพระองค์ต่อมนุษยชาติกำลังค่อยๆ เปลี่ยนแปลงและแปลงสภาพไปตามกาลเวลา ขึ้นอยู่กับรูปการณ์แวดล้อมขณะที่เกิดขึ้น และพร้อมกับท่าทีของทุกๆ บุคคล เพราะฉะนั้น เจ้าควรรู้ในหัวใจของเจ้าด้วยความชัดเจนอย่างแท้จริงว่าแก่นแท้ของพระเจ้านั้นไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ และพระอุปนิสัยของพระองค์จะปรากฏออกมาในเวลาที่ต่างกันและในบริบทที่แตกต่างกัน เจ้าอาจไม่คิดว่านี่เป็นเรื่องจริงจัง และเจ้าอาจใช้มโนคติที่หลงผิดส่วนตัวของเจ้าเองเพื่อจินตนาการว่าพระเจ้าควรทรงทำสิ่งทั้งหลายอย่างไร อย่างไรก็ตาม มีบางครั้งที่ทัศนคติขั้วตรงข้ามของเจ้าเป็นจริง และด้วยการใช้มโนคติที่หลงผิดส่วนตัวของเจ้าเองเพื่อพยายามวัดพระเจ้า เจ้าก็ได้ทำให้พระองค์ทรงพระพิโรธแล้ว นี่เป็นเพราะพระเจ้าไม่ทรงดำเนินการตามวิธีที่เจ้าคิดว่าพระองค์ทรงทำ อีกทั้งพระองค์จะไม่ทรงปฏิบัติต่อเรื่องนี้เหมือนที่เจ้าบอกว่าพระองค์จะทรงทำ ด้วยเหตุนี้ เราเตือนความจำเจ้าให้ระมัดระวังและรอบคอบในการเข้าหาทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเจ้า และเรียนรู้ที่จะปฏิบัติไปตามหลักธรรมของ “การเดินตามทางของพระเจ้า—การยำเกรงพระเจ้าและหลบเลี่ยงความชั่ว” ในทุกสรรพสิ่ง เจ้าต้องพัฒนาความเข้าใจที่แม่นยำโดยคำนึงถึงเรื่องทั้งหลายเกี่ยวกับเจตนารมณ์ของพระเจ้าและท่าทีของพระเจ้า เจ้าต้องหาผู้คนที่รู้แจ้งเพื่อสื่อสารเรื่องเหล่านี้กับเจ้า และเจ้าต้องแสวงหาอย่างจริงจัง จงไม่มองดูพระเจ้าแห่งการเชื่อของเจ้าในฐานะหุ่นเชิด—ตัดสินพระองค์ตามอำเภอใจ มาถึงข้อสรุปเกี่ยวกับพระองค์โดยพลการ และไม่ปฏิบัติต่อพระองค์ด้วยท่าทีเคารพที่พระองค์ทรงสมควรได้รับ ในขณะที่พระเจ้ากำลังทรงนำพาความรอดมาให้เจ้าและกำหนดพิจารณาจุดจบของเจ้า พระองค์อาจประทานความกรุณา หรือความยอมผ่อนปรน หรือการพิพากษาและการตีสอนแก่เจ้า แต่ไม่ว่าในกรณีใด ท่าทีของพระองค์ต่อเจ้าจะไม่ตายตัว มันขึ้นอยู่กับท่าทีของเจ้าเองต่อพระองค์ ตลอดจนความเข้าใจของเจ้าเกี่ยวกับพระองค์ จงไม่ปล่อยให้แง่มุมชั่วคราวอย่างหนึ่งในความรู้และความเข้าใจเรื่องพระเจ้าของเจ้านิยามพระองค์อย่างถาวร จงไม่เชื่อในพระเจ้าที่สิ้นพระชนม์แล้วองค์หนึ่ง จงเชื่อในพระเจ้าหนึ่งเดียวผู้ทรงพระชนม์อยู่
—พระวจนะฯ เล่ม 2 ว่าด้วยการรู้จักพระเจ้า, วิธีรู้จักพระอุปนิสัยของพระเจ้าและผลลัพธ์ที่พระราชกิจของพระองค์จะสัมฤทธิ์
661. พวกเจ้าถวิลหาพระเจ้าให้ทรงปีติยินดีในตัวเจ้า กระนั้นพวกเจ้ายังห่างไกลพระองค์ ปัญหาตรงนี้คืออะไร? พวกเจ้ายอมรับเพียงพระวจนะของพระองค์ แต่ไม่ยอมรับการตัดแต่งของพระองค์ นับประสาอะไรที่เจ้าจะสามารถยอมรับการจัดการเตรียมการทุกอย่างของพระองค์ และมีความเชื่อที่ครบถ้วนบริบูรณ์ในพระองค์ ถ้าเช่นนั้นแล้ว ปัญหาตรงนี้คืออะไร? ในการวิเคราะห์ขั้นสุดท้าย ความเชื่อของพวกเจ้าคือเปลือกไข่ว่างเปล่าชิ้นหนึ่ง เปลือกไข่ซึ่งไม่มีวันสามารถผลิตลูกไก่หนึ่งตัวได้ ด้วยเหตุที่ความเชื่อของพวกเจ้าไม่ได้นำความจริงมาสู่พวกเจ้าหรือให้ชีวิตแก่เจ้า แต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้นกลับได้ให้พวกเจ้าได้มีสำนึกรับรู้อันลวงตาในความค้ำจุนและความหวัง สำนึกรับรู้แห่งความค้ำจุนและความหวังนี้เองที่เป็นจุดมุ่งหมายของพวกเจ้าในการเชื่อพระเจ้า ไม่ใช่ความจริงและชีวิต ด้วยเหตุนี้เราจึงพูดว่า ครรลองแห่งความเชื่อของพวกเจ้าในพระเจ้าไม่ได้เป็นอะไรนอกไปจากการพยายามที่จะประจบประแจงพระเจ้า ในลักษณะประจบประแจงและไร้ยางอาย และไม่มีทางสามารถถูกถือได้ว่าเป็นความเชื่อที่แท้จริง ลูกไก่ตัวหนึ่งจะสามารถเกิดมาจากความเชื่อเช่นนี้ได้อย่างไร? กล่าวอีกนัยหนึ่ง ความเชื่อเช่นนี้สามารถทำสิ่งใดให้สำเร็จลุล่วงได้หรือ? จุดประสงค์ของความเชื่อของพวกเจ้าในพระเจ้าคือการใช้พระองค์เพื่อสัมฤทธิ์จุดมุ่งหมายของพวกเจ้าเอง นี่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงอีกอย่างว่าพวกเจ้าก้าวล่วงพระอุปนิสัยของพระเจ้าหรอกหรือ? พวกเจ้าเชื่อในการดำรงอยู่ของพระเจ้าบนสวรรค์และปฏิเสธการดำรงอยู่ของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก กระนั้นเราก็ไม่ยอมรับทัศนะของพวกเจ้า เราเห็นชอบเพียงบรรดาผู้ที่รับใช้พระเจ้าซึ่งอยู่บนแผ่นดินโลกโดยที่เท้าของพวกเขายังติดดินอย่างมั่นคงเท่านั้น แต่ไม่เคยเห็นชอบต่อพวกที่ไม่เคยยอมรับรู้ถึงพระคริสต์ผู้ทรงอยู่บนแผ่นดินโลก ไม่สำคัญว่าผู้คนเช่นนั้นจงรักภักดีต่อพระเจ้าบนสวรรค์เพียงใด ในท้ายที่สุดพวกเขาจะหลีกหนีไม่พ้นมือของเราที่ลงโทษคนชั่ว ผู้คนเหล่านี้คือคนชั่ว พวกเขาเป็นเหล่ามารร้ายผู้ซึ่งต่อต้านพระเจ้าและไม่เคยยินดีที่จะนบนอบพระคริสต์ แน่นอนว่าจำนวนของพวกเขานั้นรวมถึงบรรดาผู้ที่ไม่รู้จักและยิ่งไปกว่านั้น ไม่ยอมรับรู้ถึงพระคริสต์ เจ้าเชื่อว่าเจ้าสามารถปฏิบัติตัวต่อพระคริสต์อย่างที่เจ้าพอใจตราบเท่าที่เจ้าจงรักภักดีต่อพระเจ้าบนสวรรค์ได้หรือ? ผิด! ความไม่รู้เท่าทันของเจ้าในพระคริสต์คือความไม่รู้เท่าทันในพระเจ้าบนสวรรค์ ไม่สำคัญว่าเจ้าจงรักภักดีต่อพระเจ้าบนสวรรค์เพียงใด มันเป็นเพียงการพูดลอยๆ และการเสแสร้งเท่านั้น ด้วยเหตุที่พระเจ้าบนแผ่นดินโลกไม่เพียงทรงมีส่วนสำคัญในการที่มนุษย์จะได้รับความจริงและมีความรู้อันลุ่มลึกยิ่งขึ้นเท่านั้น แต่มากไปกว่านั้นก็คือ ทรงมีส่วนสำคัญในการกล่าวโทษมนุษย์และภายหลังต่อมาในการยึดถือข้อเท็จจริงเพื่อลงโทษคนชั่ว เจ้าได้เข้าใจผลลัพธ์อันเป็นประโยชน์และอันเป็นโทษในที่นี้หรือยัง? เจ้าได้รับประสบการณ์กับผลลัพธ์เหล่านั้นหรือยัง? เราปรารถนาให้พวกเจ้าได้เข้าใจความจริงนี้ในวันหนึ่งในไม่ช้า กล่าวคือ เพื่อที่จะรู้จักพระเจ้า เจ้าจะต้องรู้จักไม่เพียงพระเจ้าบนสวรรค์เท่านั้น แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ พระเจ้าบนแผ่นดินโลก จงอย่าสับสนไปกับเรื่องสำคัญเร่งด่วนต่างๆ ของเจ้าหรือยอมให้เรื่องรองมาแทนที่เรื่องหลัก ด้วยวิธีนี้เท่านั้นเจ้าจึงสามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีกับพระเจ้าได้อย่างแท้จริง กลายเป็นใกล้ชิดพระเจ้ามากขึ้น และนำหัวใจของเจ้าเข้าใกล้พระองค์มากขึ้น หากเจ้าได้อยู่ในความเชื่อมาเป็นเวลาหลายปีและได้สมาคมกับเรามานานแล้ว แต่ก็ยังคงอยู่ห่างจากเรา เช่นนั้นแล้วเราย่อมพูดว่า มันจะต้องเป็นว่าเจ้ากระทำให้ขุ่นเคืองต่อพระอุปนิสัยของพระเจ้าบ่อยๆ และปลายทางของเจ้าจะพิจารณาได้ยากมาก หากเวลาหลายปีในการสมาคมกับเราไม่ได้เพียงล้มเหลวในการเปลี่ยนเจ้าให้เป็นบุคคลคนหนึ่งซึ่งมีสภาวะความเป็นมนุษย์และความจริงเท่านั้น แต่ยิ่งไปกว่านั้นคือ ได้ฝังหนทางอันชั่วร้ายของเจ้าแน่นอยู่ในธรรมชาติของเจ้า และเจ้าไม่เพียงมีความโอหังเป็นสองเท่าของก่อนหน้านี้เท่านั้น แต่ความเข้าใจผิดต่างๆ ของเจ้าเกี่ยวกับเรายังได้ทวีคูณด้วยเช่นกัน ถึงขั้นที่ว่าเจ้ามาคำนึงถึงเราว่าเป็นผู้ช่วยตัวน้อยของเจ้า เช่นนั้นแล้วเราก็ย่อมพูดว่าความทุกข์ร้อนของเจ้าไม่ได้อยู่เพียงแค่ผิว อีกต่อไปแล้ว แต่กลับได้เจาะเข้าไปถึงกระดูกที่แท้จริงของเจ้าแล้ว ทั้งหมดที่เหลืออยู่ก็เพื่อให้เจ้าได้รอที่จะจัดการเตรียมงานศพของเจ้า เช่นนั้นแล้วเจ้าก็ไม่จำเป็นที่จะต้องอ้อนวอนเราให้เป็นพระเจ้าของเจ้า ด้วยเหตุที่เจ้าได้กระทำบาปอย่างหนึ่งซึ่งสมควรแก่ความตาย บาปอันไม่สามารถยกโทษให้ได้ ต่อให้เราอาจปรานีต่อเจ้า พระเจ้าบนสวรรค์จะทรงยืนกรานที่จะเอาชีวิตเจ้า ด้วยเหตุที่การกระทำให้ขุ่นเคืองของพวกเจ้าต่อพระอุปนิสัยของพระเจ้านั้นไม่ใช่ปัญหาธรรมดา แต่เป็นปัญหาซึ่งมีลักษณะร้ายแรงมาก เมื่อเวลานั้นมาถึง จงอย่าตำหนิเราที่ไม่ได้บอกเจ้าก่อนล่วงหน้า ทุกอย่างจะกลับมาสู่จุดนี้ กล่าวคือ เมื่อเจ้าสมาคมกับพระคริสต์—พระเจ้าบนแผ่นดินโลก—ในฐานะสามัญชนคนหนึ่ง กล่าวคือ เมื่อเจ้าเชื่อว่าพระเจ้าองค์นี้ไม่ใช่อะไรนอกจากบุคคลคนหนึ่ง เมื่อนั้นก็เป็นเวลาที่เจ้าจะพินาศ นี่คือการตักเตือนเพียงครั้งเดียวของเราต่อเจ้าทุกคน
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, วิธีรู้จักพระเจ้าบนแผ่นดินโลก
662. ในครรลองแห่งการดำรงชีวิตของพวกเขาด้วยความเชื่อในพระเจ้านั้น บุคคลทุกคนล้วนได้ทำในสิ่งทั้งหลายที่ต้านทานและหลอกลวงพระเจ้า บางสิ่งบางอย่างไม่จำเป็นต้องถูกบันทึกว่าเป็นการทำให้ขุ่นเคือง แต่บางอย่างก็ไม่สามารถยกโทษให้ได้ เพราะมีหลายความประพฤติที่ละเมิดกฎการบริหารปกครองของพระเจ้า ซึ่งล่วงเกินพระอุปนิสัยของพระเจ้า หลายคนที่กังวลเกี่ยวกับชะตากรรมของตนเองอาจตั้งคำถามว่า ความประพฤติเหล่านี้มีอะไรบ้าง เจ้าควรจะรู้อยู่แล้วว่า พวกเจ้านั้นมีความโอหังและหยิ่งผยองอยู่โดยธรรมชาติ และไม่เต็มใจที่จะนบนอบข้อเท็จจริง ด้วยเหตุผลนี้ เราจึงจะค่อยๆ บอกกล่าวกับพวกเจ้าทีละน้อยๆ หลังจากพวกเจ้าได้ทบทวนกับตัวเองแล้ว เราจะเตือนสติให้พวกเจ้ามีความเข้าใจในเนื้อหาของกฎการบริหารปกครองมากขึ้น และให้พยายามทำความรู้จักพระอุปนิสัยของพระเจ้า หากไม่เช่นนั้น พวกเจ้าคงห้ามปากตัวเองให้ปิดสนิทได้อย่างลำบากยากเย็น ลิ้นของพวกเจ้าคงตวัดอย่างอิสระเกินไปกับการพูดคุยให้ฟังดูสูงส่ง แล้วเจ้าก็จะทำให้เป็นที่ขุ่นเคืองต่อพระอุปนิสัยของพระเจ้าโดยไม่ได้ตั้งใจ และร่วงลงสู่ความมืดมิด สูญเสียการสถิตของพระวิญญาณบริสุทธิ์และความสว่าง เพราะพวกเจ้าไม่มีหลักธรรมในการกระทำทั้งหลาย เพราะเจ้าทำและพูดในสิ่งที่ไม่ควร เจ้าจะต้องได้รับการลงทัณฑ์อันสาสม เจ้าควรรู้ว่าแม้เจ้าจะไม่มีหลักธรรมในคำพูดและความประพฤติ แต่พระเจ้าทรงมีหลักธรรมสูงส่งในทั้งสองสิ่ง เหตุผลที่เจ้าได้รับการลงทัณฑ์อันสาสมก็เพราะเจ้าได้ล่วงเกินพระเจ้า ไม่ใช่ต่อบุคคลคนหนึ่ง หากในชีวิตของเจ้า เจ้าได้กระทำการล่วงเกินต่อพระอุปนิสัยของพระเจ้าหลายครั้งหลายครา เช่นนั้นแล้ว เจ้าย่อมต้องกลายไปเป็นลูกหลานแห่งนรกอย่างไม่มีทางเลี่ยงได้ สำหรับมนุษย์แล้ว อาจปรากฏเหมือนว่า เจ้าแค่ได้กระทำความประพฤติที่ไม่ลงรอยกับความจริงไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น เจ้าได้ตระหนักรู้หรือไม่ว่า ไม่ว่าอย่างไรในสายพระเนตรของพระเจ้า เจ้าได้กลายเป็นใครบางคนที่ไม่มีเครื่องบูชาลบล้างบาปจะมอบให้อีกแล้ว เพราะเจ้าได้ฝ่าฝืนกฎการบริหารปกครองของพระเจ้าเกินกว่าหนึ่งครั้ง และยิ่งไปกว่านั้น ยังไม่ได้แสดงสัญญาณของการกลับใจใหม่เลย ไม่มีตัวช่วยอื่นอีกแล้วสำหรับเจ้า มีก็แต่การดิ่งพรวดลงสู่นรกที่ซึ่งพระเจ้าจะทำการลงโทษมนุษย์เท่านั้นเอง ผู้คนจำนวนน้อยนิดได้กระทำความประพฤติบางอย่างที่ฝ่าฝืนหลักธรรมทั้งหลายในขณะที่กำลังติดตามพระเจ้า แต่หลังจากถูกตัดแต่งและได้รับการทรงนำแล้ว พวกเขาก็ค่อยๆ ค้นพบความเสื่อมทรามของตนเอง หลังจากนั้นจึงเข้าสู่ร่องครรลองที่ถูกต้องของความเป็นจริง และพวกเขายังคงยืนหยัดได้อย่างมั่นคงในปัจจุบัน ผู้คนเช่นนั้นคือพวกที่จะคงอยู่ในตอนสุดท้าย กระนั้น ความซื่อสัตย์ต่างหากที่เราแสวงหา หากเจ้าเป็นบุคคลที่ซื่อสัตย์ และเป็นใครคนหนึ่งซึ่งปฏิบัติตนโดยสอดคล้องกับหลักธรรม เช่นนั้นแล้วเจ้าก็สามารถเป็นคนไว้ใจคนหนึ่งของพระเจ้าได้ หากในการกระทำของเจ้า เจ้าไม่ได้กระทำให้เป็นที่ขุ่นเคืองต่อพระอุปนิสัยของพระเจ้า และแสวงหาเจตนารมณ์ของพระเจ้า และมีหัวใจที่ยำเกรงพระเจ้า เมื่อนั้นความเชื่อของเจ้าย่อมขึ้นถึงมาตรฐาน ผู้ใดก็ตามที่ไม่ยำเกรงพระเจ้าและไม่มีหัวใจที่สั่นรัวด้วยความสยองขวัญนั้นมีแววสูงมากที่จะฝ่าฝืนกฎการบริหารปกครองของพระเจ้า หลายคนรับใช้พระเจ้าด้วยจุดแข็งของความปรารถนาอันแรงกล้าของพวกเขา แต่ไม่มีความเข้าใจในประกาศกฤษฎีกาบริหารของพระเจ้าเลย ที่ยิ่งน้อยกว่านั้นก็คือ ความเฉลียวใจอันใดต่อการแสดงนัยแห่งพระวจนะของพระองค์ และดังนั้น ด้วยเจตนาดีของพวกเขา บ่อยครั้งที่พวกเขาลงเอยตรงการทำสิ่งทั้งหลายซึ่งเป็นการรบกวนการบริหารจัดการของพระเจ้า ในกรณีที่รุนแรง พวกเขาจะถูกขับไล่ออกจากพระนิเวศของพระเจ้า ถูกตัดขาดจากโอกาสอันใดในภายภาคหน้าที่จะได้ติดตามพระองค์ และถูกขับลงสู่นรก ความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ทั้งหมดที่มีต่อพระนิเวศของพระเจ้าเป็นอันจบสิ้นลง ผู้คนเหล่านี้ทำงานแห่งพระนิเวศของพระเจ้าด้วยจุดแข็งของเจตนาดีแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และจบลงด้วยการสร้างโทสะให้กับพระอุปนิสัยของพระเจ้า ผู้คนนำพาหนทางของการรับใช้พวกข้าราชการและบรรดาเจ้านายทั้งหลายมาใช้ในพระนิเวศของพระเจ้า และพยายามที่จะทำให้หนทางเหล่านั้นเข้ามามีบทบาท โดยการคิดอย่างไร้ประโยชน์ว่า หนทางเหล่านั้นจะสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับที่นี่ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องใช้ความพยายาม พวกเขาไม่เคยจินตนาการว่าพระเจ้ามิได้มีพระอุปนิสัยของลูกแกะ แต่เป็นอุปนิสัยของราชสีห์ เพราะฉะนั้น บรรดาผู้ที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับพระเจ้าเป็นครั้งแรกจึงไม่สามารถสื่อสารกับพระองค์ได้เลย ด้วยพระหฤทัยของพระเจ้านั้นไม่เหมือนหัวใจมนุษย์ เฉพาะหลังจากที่เจ้าเข้าใจความจริงหลากหลายประการแล้วเท่านั้น เจ้าจึงสามารถมารู้จักพระเจ้ามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความรู้นี้ไม่ได้ประกอบไปด้วยพระวจนะหรือคำสอนทั้งหลาย แต่ก็สามารถนำไปใช้เป็นเสมือนขุมทรัพย์ที่จะเป็นวิถีทางให้เจ้าได้เข้าไปสู่ความไว้ใจใกล้ชิดกับพระเจ้า และใช้เป็นสิ่งพิสูจน์ว่า พระองค์ทรงปีติยินดีในตัวเจ้า หากเจ้าขาดพร่องความเป็นจริงของความรู้ และไม่มีความจริงติดตัว เช่นนั้นแล้ว การปรนนิบัติอันเปี่ยมปรารถนาอย่างแรงกล้าของเจ้าย่อมทำได้เพียงนำความเกลียดและความชิงชังจากพระเจ้ามาสู่ตัวเจ้า
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, การตักเตือนสามประการ
663. ทุกประโยคที่เราพูดไปมีพระอุปนิสัยของพระเจ้าอยู่ในนั้น พวกเจ้าควรใคร่ครวญวจนะของเราอย่างละเอียดรอบคอบ และพวกเจ้าจะได้ประโยชน์อย่างมากจากวจนะของเราอย่างแน่นอน แก่นแท้ของพระเจ้านั้นยากที่จะจับความเข้าใจ แต่เราไว้วางใจว่าพวกเจ้าทุกคนอย่างน้อยที่สุดก็มีแนวคิดเกี่ยวกับพระอุปนิสัยของพระเจ้าอยู่บ้าง เมื่อเป็นเช่นนั้น เราก็หวังว่าพวกเจ้าจะมีสิ่งที่พวกเจ้าลงมือทำและไม่ได้ล่วงเกินพระอุปนิสัยของพระเจ้ามาแสดงให้เราดูมากขึ้น เมื่อนั้นเราจึงจะมั่นใจ ตัวอย่างเช่น จงรักษาพระเจ้าไว้ในหัวใจของเจ้าตลอดเวลา เมื่อเจ้ากระทำการใด จงทำเช่นนั้นตามพระวจนะของพระองค์ จงแสวงหาเจตนารมณ์ของพระองค์ในทุกสิ่ง และจงละเว้นการทำสิ่งที่ไม่เคารพและลบหลู่พระเจ้า และเจ้ายิ่งไม่ควรเอาพระเจ้าไปเก็บไว้เบื้องลึกในจิตใจของเจ้าเพื่อใช้เติมเต็มช่องว่างในหัวใจของเจ้าในอนาคต หากเจ้าทำเช่นนี้ เจ้าก็จะล่วงเกินพระอุปนิสัยของพระเจ้า และเช่นกัน สมมุติว่าตลอดชีวิตของเจ้า เจ้าไม่เคยตั้งข้อสังเกตที่หมิ่นประมาทหรือพร่ำบ่นพระเจ้า และอีกเช่นกัน สมมุติว่าเจ้าสามารถลุล่วงทุกอย่างที่พระองค์ไว้วางพระทัยมอบหมายให้เจ้าทำได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และยังสามารถนบนอบพระวจนะทั้งปวงของพระองค์ตลอดชีวิตของเจ้า เช่นนั้นแล้ว เจ้าก็ย่อมจะหลีกเลี่ยงการฝ่าฝืนกฤษฎีกาบริหารแล้ว ตัวอย่างเช่น หากเจ้าเคยพูดว่า “ทำไมฉันจึงไม่คิดว่าพระองค์คือพระเจ้า?” “ฉันคิดว่าพระวจนะเหล่านี้เป็นเพียงความรู้แจ้งบางอย่างจากพระวิญญาณบริสุทธิ์” “ในความเห็นของฉัน ไม่ใช่ว่าทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงทำนั้นจำเป็นต้องถูกต้อง” “สภาวะความเป็นมนุษย์ของพระเจ้าไม่ได้เหนือกว่าของฉัน” “พระวจนะของพระเจ้าเชื่อไม่ได้จริงๆ” หรือความคิดเห็นอื่นๆ ที่ชอบตัดสินเช่นนี้ เช่นนั้นแล้ว เราจะเตือนสติให้เจ้าสารภาพและสำนึกบาปของเจ้าให้บ่อยขึ้น มิฉะนั้นแล้ว เจ้าจะไม่มีวันมีโอกาสได้รับการยกโทษ ด้วยเหตุที่เจ้าไม่ได้ล่วงเกินมนุษย์ แต่ล่วงเกินพระเจ้าพระองค์เอง เจ้าอาจเชื่อว่าเจ้ากำลังตัดสินมนุษย์คนหนึ่ง แต่พระวิญญาณของพระเจ้าไม่ได้ทรงพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นดังนั้น การที่เจ้าไม่เคารพเนื้อหนังของพระองค์ย่อมเทียบเท่ากับการไม่เคารพพระองค์ เมื่อเป็นดังนี้แล้ว เจ้าไม่ได้ล่วงเกินพระอุปนิสัยของพระเจ้าหรอกหรือ? เจ้าต้องจำไว้ว่าทุกสิ่งที่พระวิญญาณของพระเจ้าทรงทำล้วนทำไปเพื่อที่จะปกปักรักษาพระราชกิจในเนื้อหนังของพระองค์และเพื่อทรงพระราชกิจนี้ให้ดี หากเจ้าละเลยเรื่องนี้ เช่นนั้นแล้ว เราย่อมกล่าวว่าเจ้าคือใครบางคนที่จะไม่มีวันสามารถประสบความสำเร็จในการเชื่อในพระเจ้า ด้วยเหตุที่เจ้าได้ยั่วยุพระพิโรธของพระเจ้า และดังนั้นพระองค์จะทรงใช้การลงโทษอันเหมาะสมเพื่อสอนบทเรียนแก่เจ้า
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, การเข้าใจพระอุปนิสัยของพระเจ้านั้นสำคัญมาก
664. หลังจากที่เข้าใจพระอุปนิสัยของพระเจ้าและสิ่งที่พระองค์ทรงมีและทรงเป็นแล้ว พวกเจ้าได้มีข้อสรุปใดๆ ว่าเจ้าควรปฏิบัติต่อพระเจ้าอย่างไรหรือไม่? ประการสุดท้าย เพื่อตอบคำถามนี้ เราต้องการให้ข้อเสนอแนะกับเจ้าสามข้อคือ อันดับแรก จงอย่าทดสอบพระเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะเข้าใจเกี่ยวกับพระเจ้ามากเพียงใดก็ตาม ไม่ว่าเจ้าจะรู้เกี่ยวกับพระอุปนิสัยของพระองค์มากเพียงใดก็ตาม จงอย่าได้ทดสอบพระเจ้าโดยเด็ดขาด อันดับที่สอง จงอย่าแก่งแย่งสถานะกับพระเจ้า ไม่ว่าพระเจ้าจะประทานสภาวะประเภทใดให้กับเจ้าก็ตาม หรือพระองค์จะไว้วางพระทัยให้เจ้าทำงานประเภทใดก็ตาม ไม่ว่าพระองค์จะทรงเลี้ยงดูเจ้าเพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ประเภทใดก็ตาม และไม่ว่าเจ้าจะได้สละตัวเจ้าเองและพลีอุทิศเพื่อพระเจ้ามากเพียงใดก็ตาม จงอย่าได้แข่งขันสถานะกับพระเจ้าโดยเด็ดขาด อันดับที่สาม จงอย่าแข่งขันกับพระเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะเข้าใจหรือไม่ก็ตาม หรือไม่ว่าเจ้าจะสามารถนบนอบต่อสิ่งที่พระเจ้าทรงทำกับเจ้า สิ่งที่พระองค์ทรงจัดการเตรียมการเพื่อเจ้า และสิ่งที่พระองค์ทรงนำมาให้กับเจ้าหรือไม่ก็ตาม จงอย่าได้แข่งขันกับพระเจ้าโดยเด็ดขาด หากเจ้าสามารถปฏิบัติตามข้อเสนอแนะสามข้อนี้ได้ เช่นนั้นแล้ว เจ้าจึงจะปลอดภัยทีเดียว และเจ้าจะไม่มีแนวโน้มที่จะทำให้พระเจ้ากริ้ว
—พระวจนะฯ เล่ม 2 ว่าด้วยการรู้จักพระเจ้า, พระราชกิจของพระเจ้า พระอุปนิสัยของพระเจ้า และพระเจ้าพระองค์เอง 3
665. บางที จวบจนถึงปัจจุบัน เจ้าอาจได้ทนทุกข์มากมายแล้ว แต่เจ้ายังคงไม่เข้าใจสิ่งใดเลย เจ้าไม่รู้เท่าทันในทุกสิ่งที่เกี่ยวกับชีวิต ถึงแม้ว่าเจ้าจะได้รับการตีสอนและพิพากษาแล้ว แต่เจ้าก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เลย และลึกๆ ลงไปภายในนั้น เจ้ายังไม่ได้รับชีวิต เมื่อถึงเวลาที่จะทดสอบงานของเจ้า เจ้าจะได้รับประสบการณ์กับบททดสอบที่ดุเดือดดั่งไฟและกระทั่งความทุกข์ยากลำเค็ญอันใหญ่หลวงยิ่งกว่า ไฟนี้จะเปลี่ยนการดำรงอยู่ทั้งหมดทั้งมวลของเจ้าให้กลายเป็นขี้เถ้า ในฐานะใครบางคนที่ไม่ได้ครอบครองชีวิต ใครบางคนที่ปราศจากทองคำบริสุทธิ์ภายในแม้สักเสี้ยว ใครบางคนที่ยังคงติดอยู่กับอุปนิสัยเดิมอันเสื่อมทราม และใครบางคนที่ทำงานให้ดีไม่ได้แม้แต่ในฐานะตัวประกอบเสริมความเด่น เจ้าจะไม่ถูกกำจัดออกไปได้อย่างไร? ใครบางคนที่มีค่าน้อยกว่าเงินหนึ่งเพนนี และใครบางคนที่ไม่ได้ครองชีวิต สามารถถูกใช้ประโยชน์ในพระราชกิจแห่งการพิชัตชัยหรือไม่? เมื่อเวลานั้นมาถึง วันของพวกเจ้าจะยากลำบากกว่าวันเหล่านั้นของโนอาห์และโสโดม! ถึงตอนนั้นการอธิษฐานของเจ้าจะไม่ให้ประโยชน์ใดกับเจ้า เจ้าจะสามารถหันกลับมาและเริ่มต้นกลับใจใหม่อีกครั้งได้หรือไม่เมื่อพระราชกิจแห่งความรอดได้สิ้นไปแล้ว? ทันทีที่พระราชกิจแห่งความรอดทั้งหมดได้รับการดำเนินการเสร็จสิ้นก็จะไม่มีพระราชกิจนั้นอีก สิ่งที่จะมีคือการเริ่มต้นพระราชกิจแห่งการลงโทษผู้ที่ชั่วร้าย เจ้าต้านทาน เจ้ากบฏ และเจ้ากระทำชั่วร้ายทั้งๆ ที่รู้ เจ้าไม่ได้เป็นเป้าหมายของการลงโทษที่รุนแรงหรือ? เรากำลังพูดสิ่งนี้ออกมาให้เจ้าฟังในวันนี้ หากเจ้าเลือกที่จะไม่ฟัง เช่นนั้นแล้วเมื่อความวิบัติบังเกิดกับเจ้าในภายหลัง จะไม่สายเกินไปหรือหากเจ้าเริ่มรู้สึกเสียใจและเริ่มเชื่อในตอนนั้นเท่านั้น? เรากำลังให้โอกาสเจ้ากลับใจในวันนี้ แต่เจ้าไม่เต็มใจที่จะทำเช่นนั้น เจ้าต้องการที่จะรอไปนานเท่าใด? จนกว่าจะถึงวันแห่งการตีสอนหรือ? เราไม่ได้จดจำการกระทำผิดที่ผ่านมาของเจ้าในวันนี้ เราให้อภัยเจ้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า เบนสายตาจากด้านที่เป็นลบของเจ้าเพื่อมองแค่ด้านที่เป็นบวกของเจ้า เพราะคำพูดและงานในปัจจุบันของเราทั้งหมดมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยเจ้าให้รอด และเราไม่มีเจตนาร้ายต่อเจ้าเลย แต่เจ้ายังปฏิเสธที่จะเข้าสู่ เจ้าไม่สามารถแยกแยะความดีออกจากความเลว และไม่รู้ว่าจะซึ้งคุณค่าความใจดีมีเมตตาอย่างไร ผู้คนเช่นนั้นไม่ใช่แค่รอการมาถึงของการลงโทษและการลงทัณฑ์อันสาสมที่ชอบธรรมหรือ?
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, เรื่องจริงเกี่ยวกับพระราชกิจแห่งการพิชิตชัย (1)
666. การทำงานของเราท่ามกลางพวกเจ้าไม่เหมือนกับการทรงพระราชกิจของพระยาห์เวห์ในอิสราเอลแต่ประการใด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่เหมือนกับพระราชกิจที่พระเยซูทำในยูเดีย เราพูดและทำงานด้วยความยอมผ่อนปรนอย่างยิ่ง และเราพิชิตคนที่เสื่อมเสียเหล่านี้ด้วยความโกรธและการพิพากษา นี่ไม่เหมือนกับการที่พระยาห์เวห์ทรงนำทางประชากรของพระองค์ในอิสราเอล พระราชกิจของพระองค์ในอิสราเอลคือการประทานอาหารและน้ำแห่งชีวิต และในขณะที่ทรงจัดเตรียมเพื่อพวกเขา พระองค์ทรงเปี่ยมไปด้วยความสงสารและความรักในประชากรของพระองค์ งานของวันนี้ดำเนินอยู่ในชาติที่ถูกสาปของผู้คนที่ไม่ได้รับการเลือกสรร ไม่มีอาหารอันอุดมสมบูรณ์ ไม่มีน้ำแห่งชีวิตที่บำรุงเลี้ยงและดับกระหาย และยิ่งไม่มีสินค้าทางวัตถุอย่างเหลือเฟือ มีแต่การพิพากษา คำสาปแช่ง และการตีสอนอันเหลือเฟือเท่านั้น หนอนแมลงที่มีชีวิตอยู่ในกองมูลสัตว์นี้ไม่คู่ควรอย่างสิ้นเชิงที่จะได้รับฝูงปศุสัตว์และแกะเต็มเทือกเขา ความมั่งคั่งอันยิ่งใหญ่ และลูกหลานที่สวยงามที่สุดในแผ่นดินอย่างที่เราเคยมอบให้แก่อิสราเอล อิสราเอลในปัจจุบันจัดมอบฝูงปศุสัตว์และแกะและเครื่องทองเครื่องเงินไว้บนแท่นบูชาให้เราใช้บำรุงเลี้ยงชาวอิสราเอล ในจำนวนที่มากกว่าหนึ่งในสิบดังที่พระยาห์เวห์ทรงพึงประสงค์ภายใต้ธรรมบัญญัติ และดังนั้นเราจึงให้พวกเขามากขึ้นไปอีก—มากกว่าหนึ่งร้อยเท่าที่อิสราเอลจะได้รับตามธรรมบัญญัติ สิ่งที่เราใช้บำรุงเลี้ยงอิสราเอลนั้นเหนือกว่าทั้งหมดที่อับราฮัมได้รับ และทั้งหมดที่อิสอัคได้รับ เราจะทำให้ครอบครัวของอิสราเอลมีลูกมากและทวีจำนวน และเราจะทำให้ประชากรแห่งอิสราเอลของเราแพร่กระจายไปทั่วแผ่นดินโลก บรรดาผู้ที่เราให้พรและดูแลเอาใจใส่ยังคงเป็นประชากรที่ได้รับการเลือกสรรแห่งอิสราเอล—นั่นคือ ผู้คนที่ทุ่มเทอุทิศทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่เราและได้รับทุกสิ่งทุกอย่างจากเรา เป็นเพราะพวกเขาระลึกถึงเรานั่นเอง พวกเขาจึงพลีอุทิศลูกวัวและลูกแกะแรกเกิดของพวกเขาบนแท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์ของเราและมอบทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขามีไว้เบื้องหน้าเรา จนถึงขนาดที่พวกเขามอบบุตรหัวปีแรกเกิดเพื่อเตรียมรับการกลับมาของเรา แล้วพวกเจ้าเล่า? พวกเจ้ากระตุ้นความโกรธของเรา เรียกร้องจากเรา และขโมยของพลีอุทิศที่มาจากบรรดาผู้ที่มอบสิ่งของแก่เรา และพวกเจ้ากลับไม่รู้ว่ากำลังล่วงเกินเรา ด้วยเหตุนี้ ทั้งหมดที่พวกเจ้าได้รับจึงเป็นการร่ำไห้และการลงโทษในความมืดมน พวกเจ้ายั่วยุความโกรธของเรามาหลายครั้งแล้ว และเราได้กระหน่ำเทไฟที่ลุกไหม้ของเราลงมาจนถึงจุดที่ผู้คนจำนวนมากพบพานปลายทางอันน่าอนาถ และบ้านอันแสนสุขได้กลายเป็นหลุมฝังศพอันอ้างว้าง ทั้งหมดที่เรามีให้แก่หนอนแมลงเหล่านี้คือความโกรธอันไม่มีที่สิ้นสุด และเราไม่คิดที่จะให้พรพวกมัน เราละเว้นและหยิบพวกเจ้าขึ้นมา และสู้ทนการดูหมิ่นอันใหญ่หลวงและทำงานท่ามกลางพวกเจ้า ก็เพียงเพื่องานของเราเท่านั้น หากไม่ใช่เพื่อน้ำพระทัยแห่งพระบิดาของเราแล้ว เราจะสามารถดำเนินชีวิตอยู่ในบ้านหลังเดียวกันกับหนอนแมลงที่เกลือกกลิ้งอยู่ในกองมูลสัตว์ได้อย่างไร? เรารู้สึกเกลียดการกระทำและคำพูดทั้งหมดของพวกเจ้าเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเรามี “ความสนใจ” ในความโสมมและความเป็นกบฏของพวกเจ้าอยู่บ้าง นี่จึงกลายเป็นงานรวบรวมวจนะของเราครั้งใหญ่ มิฉะนั้นแล้วเราคงจะไม่อยู่ท่ามกลางพวกเจ้ามาเป็นเวลานานขนาดนี้อย่างแน่นอน ดังนั้นพวกเจ้าควรรู้ว่าท่าทีที่เรามีต่อพวกเจ้าเป็นเพียงท่าทีของความเห็นใจและเวทนาเท่านั้น เราไม่มีความรักให้แก่พวกเจ้าสักนิด สิ่งที่เรามีให้แก่พวกเจ้าเป็นเพียงการทนยอมรับ เพราะเราทำการนี้เพียงเพื่องานของเราเท่านั้น และพวกเจ้าได้เห็นกิจการของเราเพียงเพราะเราเลือกเอาความโสมมและความเป็นกบฏมาเป็น “วัตถุดิบ” มิฉะนั้นแล้ว เราย่อมจะไม่เปิดเผยกิจการของเราแก่หนอนแมลงเหล่านี้เป็นแน่ เราทำงานในตัวพวกเจ้าก็ด้วยความลังเลเท่านั้น ไม่เหมือนที่เราทำงานของเราด้วยความพร้อมและเต็มใจในอิสราเอลเลย เรากำลังฝืนทนความโกรธของเรา พลางบังคับตัวเราเองให้กล่าวท่ามกลางพวกเจ้า หากไม่ใช่เพื่องานที่ยิ่งใหญ่ขึ้นของเราแล้ว เราจะสามารถทนยอมรับภาพที่ต่อเนื่องยาวนานของหนอนแมลงพวกนี้ได้อย่างไร? หากไม่ใช่เพื่อนามของเรา เราคงจะขึ้นสู่ที่สูงสุดและเผาผลาญหนอนแมลงเหล่านี้จนสิ้นไปพร้อมกับกองมูลสัตว์ของพวกมันนานแล้ว! หากไม่ใช่เพื่อสง่าราศีของเรา เราจะยอมให้ปีศาจชั่วเหล่านี้ต้านทานเราอย่างโจ่งแจ้ง ส่ายหัวของพวกมันไปมาต่อหน้าต่อตาเราได้อย่างไร? หากไม่ใช่เพื่อที่จะให้งานของเราดำเนินไปอย่างราบรื่นโดยไม่มีอุปสรรคแม้แต่น้อยแล้ว เราจะยอมให้ผู้คนที่เหมือนหนอนแมลงเหล่านี้ทารุณเราตามใจชอบได้อย่างไร? หากผู้คนหนึ่งร้อยคนในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอิสราเอลลุกฮือขึ้นมาต้านทานเราเยี่ยงนี้ ต่อให้พวกเขาพลีอุทิศให้เรา เราก็จะยังคงทำลายล้างและโยนพวกเขาลงไปในรอยแยกของผืนดินเพื่อที่จะป้องกันผู้คนในเมืองอื่นๆ ไม่ให้ต่อต้านอีก เราคือไฟที่เผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างและเราไม่ทนยอมรับการล่วงเกิน เนื่องจากมนุษย์ทั้งปวงล้วนถูกเราสร้างขึ้น ไม่ว่าเราจะพูดและทำสิ่งใด พวกเขาจึงต้องนบนอบ และพวกเขาไม่อาจต่อต้านได้ ผู้คนไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายงานของเรา และพวกเขายิ่งไม่มีคุณสมบัติที่จะวิเคราะห์ว่าสิ่งใดถูกต้องหรือผิดในงานของเราและในวจนะของเรา เราคือองค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งการทรงสร้าง และสิ่งที่ชีวิตทรงสร้างควรสัมฤทธิ์ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราพึงประสงค์ด้วยหัวใจที่ยำเกรงเรา พวกเขาไม่ควรพยายามที่จะใช้เหตุผลกับเรา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเขาไม่ควรต้านทาน เราปกครองประชากรของเราด้วยสิทธิอำนาจของเรา และทั้งหมดที่เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งสร้างของเราควรนบนอบต่อสิทธิอำนาจของเรา แม้วันนี้พวกเจ้าจะใจกล้าและอวดดีต่อหน้าเรา แม้พวกเจ้าจะกบฏต่อวจนะซึ่งเราใช้สอนพวกเจ้าและไม่รู้จักเกรงกลัว แต่เราก็เพียงเผชิญความเป็นกบฏของพวกเจ้าด้วยความยอมผ่อนปรนเท่านั้น เราจะไม่เสียอารมณ์ของเราและทำให้งานของเราได้รับผลกระทบเพราะหนอนแมลงตัวเล็กๆ ที่ไร้ความสำคัญพากันกวนฝุ่นผงในกองมูลสัตว์ขึ้นมา เราทนยอมรับการดำรงอยู่อย่างต่อเนื่องของทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเกลียดและสิ่งทั้งหมดที่เราชิงชังเพื่อน้ำพระทัยแห่งพระบิดาของเรา และเราจะทำเช่นนี้ไปจนกว่าถ้อยคำของเราจะบริบูรณ์ จนกว่าจะถึงชั่วขณะสุดท้ายจริงๆ ของเรา จงอย่ากังวล! เราย่อมจมสู่ระดับเดียวกับหนอนแมลงไร้ชื่อไม่ได้ และเราจะไม่เปรียบเทียบระดับทักษะของเรากับเจ้า เราเกลียดเจ้า แต่เราสามารถสู้ทนได้ เจ้ากบฏต่อเรา แต่เจ้าก็ไม่สามารถหนีพ้นวันที่เราจะตีสอนเจ้า ซึ่งพระบิดาของเราได้ทรงสัญญากับเราไว้ หนอนแมลงที่ถูกสร้างขึ้นจะสามารถเทียบเทียมองค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งสิ่งสร้างได้หรือ? ในฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้ที่ร่วงหล่นย่อมกลับคืนสู่รากของพวกมัน เจ้าก็จะกลับคืนสู่บ้านของ “บิดา” ของเจ้า และเราจะกลับคืนไปอยู่เคียงข้างพระบิดาของเรา เราจะถึงพร้อมด้วยความรักอันอ่อนโยนของพระองค์ ส่วนเจ้าก็จะมีการเหยียบย่ำของบิดาของเจ้าตามติด เราจะมีพระสิริแห่งพระบิดาของเรา และเจ้าจะมีความน่าละอายแห่งบิดาของเจ้า เราจะให้การตีสอนที่เราสะกดกลั้นไว้นานแล้วร่วมทางไปกับเจ้า และเจ้าจะเผชิญการตีสอนของเราด้วยเนื้อหนังอันเน่าเหม็นที่ถูกทำให้เสื่อมทรามมานานหลายหมื่นปีของเจ้า เราย่อมจะสรุปปิดตัวงานวจนะที่ถึงพร้อมด้วยความยอมผ่อนปรนของเราในตัวเจ้าแล้ว และเจ้าจะเริ่มบททนทุกข์กับความวิบัติจากวจนะของเราจนลุล่วง เราจะชื่นบานเป็นอย่างยิ่งและทำงานในอิสราเอล เจ้าจะร่ำไห้และขบเขี้ยวเคี้ยวฟันของเจ้า ดำรงอยู่และตายลงในโคลน เราจะได้รับรูปสัณฐานดั้งเดิมของเรากลับคืนมาและจะไม่อยู่ในความโสมมกับเจ้าอีกต่อไป ในขณะที่เจ้าจะได้รับความอัปลักษณ์ดั้งเดิมของเจ้ากลับคืนมาและจะยังคงมุดอยู่ในกองมูลสัตว์ต่อไป เมื่องานและวจนะของเราเสร็จสิ้นแล้ว นั่นจะเป็นวันแห่งความชื่นบานยินดีสำหรับเรา เมื่อการต้านทานและความเป็นกบฏของเจ้าจบสิ้น นั่นจะเป็นวันแห่งการร่ำไห้สำหรับเจ้า เราจะไม่เห็นอกเห็นใจเจ้า และเจ้าจะไม่มีวันได้เห็นเราอีก เราจะไม่ร่วมสนทนากับเจ้าอีกต่อไป และเจ้าจะไม่มีวันเผชิญหน้าเราอีก เราจะเกลียดชังความเป็นกบฏของเจ้า และเจ้าจะคิดถึงความน่ารักน่าชื่นชมของเรา เราจะตีเจ้า และเจ้าจะคะนึงหาเรา เราจะไปจากเจ้าอย่างเปรมปรีดิ์ และเจ้าจะตระหนักรู้ถึงหนี้ที่เจ้าติดค้างเรา เราจะไม่มีวันพบเห็นเจ้าอีก แต่เจ้ากลับหวังที่จะได้พบเราอยู่ตลอดเวลา เราจะเกลียดชังเจ้าเพราะเจ้าต้านทานเราในปัจจุบัน และเจ้าจะคิดถึงเราเพราะเราตีสอนเจ้าในปัจจุบัน เราจะไม่เต็มใจที่จะดำเนินชีวิตเคียงข้างเจ้า แต่เจ้าจะโหยหาชีวิตเช่นนี้อย่างขมขื่นและร่ำไห้ไปชั่วกัลปาวสาน เพราะเจ้าจะเสียใจกับทั้งหมดที่เจ้าได้ทำกับเรา เจ้าจะสำนึกผิดในความเป็นกบฏและการต้านทานของเจ้า เจ้าจะถึงกับนอนคว่ำหน้ากับพื้นด้วยความเสียใจ และทรุดตัวลงต่อหน้าเราและสาบานว่าจะไม่มีวันกบฏต่อเราอีก อย่างไรก็ตาม ในหัวใจของเจ้า เจ้าจะรักเราเท่านั้น กระนั้นเจ้าก็จะไม่มีวันสามารถได้ยินเสียงของเรา เราจะทำให้เจ้าละอายใจในตัวเจ้าเอง
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, เมื่อใบไม้ที่ร่วงหล่นกลับคืนสู่รากของพวกมัน เจ้าจะเสียใจกับความชั่วทั้งหมดที่เจ้าทำลงไป
667. ตอนนี้เรากำลังมองดูเนื้อหนังอันหลงระเริงของเจ้าที่คอยป้อยอเรา และเรามีเพียงคำเตือนเล็กๆ น้อยๆ ให้กับเจ้าเท่านั้น แต่เราจะไม่ “รับใช้” เจ้าด้วยการตีสอน เจ้าควรจะรู้ว่าเจ้ามีบทบาทใดในงานของเรา และเมื่อนั้นเราจึงจะพึงพอใจ ในเรื่องทั้งหลายนอกเหนือจากการนี้ หากเจ้าต้านทานเราหรือใช้เงินของเรา หรือกินของพลีอุทิศของเราพระยาห์เวห์ หรือหากหนอนแมลงเช่นพวกเจ้ากัดกันเอง หรือหากสรรพสิ่งสร้างที่ดูเหมือนสุนัขเช่นพวกเจ้าขัดแย้งหรือประทุษร้ายกันเอง—เราย่อมไม่กังวลสนใจในการนั้น พวกเจ้าจำเป็นต้องรู้เพียงว่าเจ้าคือสิ่งจำพวกใดเท่านั้น และเราก็จะพึงพอใจ นอกเหนือจากทั้งหมดนี้แล้ว หากพวกเจ้าปรารถนาที่จะหยิบอาวุธสู้กันหรือสู้รบกันด้วยวาจา นั่นก็ไม่เป็นไร เราไม่มีความประสงค์ที่จะก้าวก่ายในสิ่งทั้งหลายเช่นนั้น และย่อมไม่ข้องเกี่ยวกับเรื่องของมนุษย์แม้แต่น้อย ไม่ใช่ว่าเราไม่ใส่ใจเกี่ยวกับความขัดแย้งทั้งหลายในหมู่พวกเจ้า แต่เป็นเพราะเราไม่ใช่หนึ่งในหมู่พวกเจ้า และดังนั้นจึงไม่มีส่วนร่วมในเรื่องทั้งหลายระหว่างพวกเจ้า ตัวเราเองไม่ใช่สิ่งมีชีวิตทรงสร้างและไม่ได้เป็นของโลกนี้ ดังนั้นเราจึงเกลียดชีวิตอันวุ่นวายของผู้คนและสัมพันธภาพอันยุ่งเหยิงและไม่ถูกต้องเหมาะสมระหว่างพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราเกลียดฝูงชนที่อึกทึกครึกโครม อย่างไรก็ตาม เรามีความรู้อันลุ่มลึกเกี่ยวกับความไม่บริสุทธิ์ทั้งหลายในหัวใจของแต่ละสิ่งมีชีวิตทรงสร้าง และก่อนที่เราจะสร้างพวกเจ้านั้น เรารู้อยู่แล้วถึงความไม่ชอบธรรมที่อยู่ลึกลงไปในหัวใจของมนุษย์ และเรารู้ถึงความหลอกลวงและความคดโกงทั้งหมดในหัวใจของมนุษย์ ดังนั้น ต่อให้ไม่มีร่องรอยว่ามนุษย์ทำสิ่งที่ไม่ชอบธรรม เราก็ยังคงรู้ว่าความไม่ชอบธรรมที่เก็บงำไว้ภายในหัวใจของพวกเจ้านั้นเหนือกว่าความอุดมของสรรพสิ่งที่เราสร้างขึ้น พวกเจ้าทุกคนขึ้นสู่จุดสูงสุดของมวลชนแล้ว พวกเจ้าขึ้นเป็นบรรพบุรุษของผองชนแล้ว พวกเจ้าเอาแต่ใจยิ่งนัก และพวกเจ้าก็อาละวาดท่ามกลางหนอนแมลงทั้งปวง แสวงหาสถานที่ที่สะดวกสบายและพยายามกลืนกินหนอนแมลงที่เล็กกว่าเจ้า พวกเจ้าปองร้ายและร้ายกาจอยู่ในหัวใจของพวกเจ้า แซงหน้าแม้กระทั่งพวกผีที่จมอยู่ที่ก้นทะเล พวกเจ้าอาศัยอยู่ที่ก้นบึ้งของมูลสัตว์ คอยก่อกวนหนอนแมลงตั้งแต่ด้านบนสุดจนถึงด้านล่างสุดจนพวกมันไม่มีสันติสุข พวกเจ้าต่อสู้กันเองชั่วระยะหนึ่ง ครั้นแล้วจึงสงบลง พวกเจ้าไม่รู้จักตำแหน่งแห่งที่ของพวกเจ้า กระนั้นพวกเจ้าก็ยังคงสู้รบกันอยู่ในมูลสัตว์ พวกเจ้าจะได้สิ่งใดขึ้นมาจากการต่อสู้ดิ้นรนเช่นนี้? หากพวกเจ้ามีหัวใจที่ยำเกรงเราอย่างแท้จริง เจ้าจะสู้กันลับหลังเราได้อย่างไร? ไม่ว่าสถานะของเจ้าจะสูงส่งเพียงใด เจ้าก็ยังคงเป็นหนอนตัวเล็กที่ส่งกลิ่นเหม็นอยู่ในมูลสัตว์มิใช่หรือ? เจ้าจะสามารถงอกปีกและกลายเป็นนกพิราบในท้องฟ้าได้หรือ? หนอนตัวเล็กๆ ที่ส่งกลิ่นเหม็นเช่นพวกเจ้าลักขโมยเครื่องบูชาไปจากแท่นบูชาของเราพระยาห์เวห์ ในการทำเช่นนั้น เจ้าจะสามารถกู้ชื่อเสียงที่ย่อยยับและสูญสิ้นของเจ้าและกลายเป็นประชากรที่ได้รับการเลือกสรรแห่งอิสราเอลได้หรือ? พวกเจ้าคือวายร้ายที่ไร้ยางอาย! ผู้คนมอบของพลีอุทิศเหล่านั้นบนแท่นบูชาให้แก่เรา เพื่อแสดงความรู้สึกอาทรของบรรดาผู้ที่ยำเกรงเรา ของเหล่านั้นมีไว้ให้เราควบคุมและให้เราใช้ ดังนั้นเจ้าจะสามารถปล้นเอานกเขาตัวน้อยๆ ที่ผู้คนมอบให้แก่เราไปจากเราได้อย่างไร? เจ้าไม่กลัวว่าจะกลายเป็นยูดาสหรอกหรือ? เจ้าไม่เกรงกลัวว่าแผ่นดินของเจ้าอาจกลายเป็นทุ่งนองเลือดหรอกหรือ? เจ้าช่างไร้ยางอาย! เจ้าคิดว่าบรรดานกเขาที่ผู้คนให้มานั้นมีไว้เลี้ยงท้องของหนอนแมลงเช่นเจ้ากระนั้นหรือ? สิ่งที่เราให้เจ้าไปคือสิ่งที่เราพอใจและเต็มใจที่จะให้เจ้า สิ่งที่เราไม่ได้ให้เจ้าย่อมเป็นของให้เราใช้ เจ้าไม่อาจขโมยเครื่องบูชาของเราไปง่ายๆ องค์หนึ่งเดียวผู้ทรงพระราชกิจก็คือเราพระยาห์เวห์—องค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งสิ่งสร้าง—และผู้คนมอบของพลีอุทิศก็เพราะเรา เจ้าคิดว่านี่เป็นการชดเชยให้กับการวิ่งวุ่นดำเนินงานที่เจ้าทำกระนั้นหรือ? เจ้าไร้ยางอายจริงๆ! เจ้าวิ่งวุ่นดำเนินงานเพื่อใคร? ไม่ใช่เพื่อตัวเจ้าเองหรอกหรือ? เหตุใดเจ้าจึงขโมยของพลีอุทิศของเรา? เหตุใดเจ้าจึงขโมยเงินไปจากถุงเงินของเรา? เจ้าไม่ใช่บุตรของยูดาส อิสคาริโอท หรอกหรือ? ของที่พลีอุทิศให้แก่เราพระยาห์เวห์ เป็นของให้ปุโรหิตได้กินได้ใช้ เจ้าเป็นปุโรหิตหรือ? เจ้ากล้ากินของพลีอุทิศของเราอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง และถึงขนาดเอาของพลีอุทิศเหล่านั้นไปวางเรียงไว้บนโต๊ะ เจ้าไม่มีค่าคู่ควร! เจ้ามันวายร้ายที่ไร้ค่า! ไฟของเรา ไฟแห่งพระยาห์เวห์ จะเผาผลาญเจ้า!
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, เมื่อใบไม้ที่ร่วงหล่นกลับคืนสู่รากของพวกมัน เจ้าจะเสียใจกับความชั่วทั้งหมดที่เจ้าทำลงไป
668. เราได้ทำงานและพูดในหนทางนี้ท่ามกลางพวกเจ้า เราได้สละกำลังและความพยายามไปมากมายยิ่ง กระนั้นเมื่อใดเล่าที่พวกเจ้าได้ฟังสิ่งที่เราบอกพวกเจ้าอย่างชัดเจน? ที่ใดเล่าที่พวกเจ้าได้กราบไหว้เรา องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์? เหตุใดพวกเจ้าจึงปฏิบัติต่อเราเยี่ยงนี้? เหตุใดทุกสิ่งที่พวกเจ้าพูดและทำจึงยั่วยุความโกรธของเรา? เหตุใดหัวใจของพวกเจ้าจึงกระด้างนัก? เราได้เคยคร่าชีวิตพวกเจ้าบ้างหรือไม่? เหตุใดพวกเจ้าจึงไม่ทำสิ่งใดเลยนอกจากทำให้เราโศกเศร้าและกระวนกระวายใจ? พวกเจ้ากำลังรอให้วันแห่งความโกรธของเรา พระยาห์เวห์ เกิดขึ้นกับพวกเจ้าอยู่ใช่หรือไม่? พวกเจ้ากำลังรอให้เราส่งความโกรธที่ถูกยั่วยุด้วยความเป็นกบฏของพวกเจ้าอยู่ใช่หรือไม่? ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำไม่ใช่เพื่อพวกเจ้าหรอกหรือ? กระนั้นพวกเจ้าก็ยังได้ปฏิบัติต่อเรา พระยาห์เวห์ ในหนทางนี้อยู่เสมอ นั่นคือ ขโมยเครื่องสักการะของเรา นำเครื่องบูชาที่แท่นบูชาของเรากลับไปยังถ้ำหมาป่าเพื่อเลี้ยงพวกลูกหมาป่าและลูกๆ ของพวกลูกหมาป่า ผู้คนต่างต่อสู้กันเอง เผชิญหน้ากันและกันด้วยการจ้องมองที่โกรธเกรี้ยว และด้วยดาบและหอก โยนถ้อยคำของเรา องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ ลงไปในส้วมให้กลายเป็นสกปรกเหมือนสิ่งปฏิกูล ความซื่อสัตย์สุจริตของพวกเจ้าอยู่ที่ใดเล่า? สภาวะความเป็นมนุษย์ของพวกเจ้าได้กลายเป็นความเหมือนสัตว์เดรัจฉาน! หัวใจของพวกเจ้าได้กลายเป็นหินมานานแล้ว พวกเจ้าไม่รู้หรอกหรือว่าเวลาที่วันแห่งความโกรธของเรามาถึงจะเป็นเวลาที่เราพิพากษาความชั่วที่พวกเจ้ากระทำต่อเรา องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ ในวันนี้? พวกเจ้าคิดหรือว่าโดยการหลอกเราในหนทางนี้ โดยการโยนถ้อยคำของเราลงไปในโคลนตมและไม่ฟังถ้อยคำของเรา—พวกเจ้าคิดว่าโดยการปฏิบัติตัวเช่นนี้ลับหลังเรา พวกเจ้าจะสามารถหลีกหนีการจ้องมองที่โกรธเกรี้ยวของเราได้หรือ? พวกเจ้าไม่รู้หรอกหรือว่าตาของเรา พระยาห์เวห์ ได้มองเห็นพวกเจ้าแล้วคราที่พวกเจ้าขโมยเครื่องสักการะของเรา และละโมบในสิ่งครอบครองของเรา? พวกเจ้าไม่รู้หรอกหรือว่าเมื่อพวกเจ้าได้ขโมยเครื่องสักการะของเราไป พวกเจ้าได้ทำเช่นนั้นเบื้องหน้าแท่นบูชาที่เครื่องสักการะถูกถวาย? พวกเจ้าสามารถเชื่อว่าตัวเองฉลาดเช่นนี้และหลอกลวงเราในหนทางนี้ได้อย่างไร? ความโกรธของเราจะสามารถออกห่างจากบาปอันชั่วร้ายของพวกเจ้าได้อย่างไร? ความเดือดดาลรุนแรงของเราจะสามารถเมินเฉยต่อการทำชั่วของพวกเจ้าได้อย่างไร? ความชั่วที่พวกเจ้ากระทำในวันนี้ไม่ได้เปิดทางออกให้กับพวกเจ้า แต่กักเก็บการตีสอนไว้สำหรับวันพรุ่งนี้ของพวกเจ้า มันยั่วยุการตีสอนของเรา องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ ต่อพวกเจ้า การทำชั่วและคำพูดชั่วของพวกเจ้าจะสามารถหนีพ้นจากการตีสอนของเราได้อย่างไร? คำอธิษฐานของพวกเจ้าจะสามารถมาถึงหูของเราได้อย่างไร? เราจะสามารถเปิดทางออกให้กับความไม่ชอบธรรมของพวกเจ้าได้อย่างไร? เราจะสามารถปล่อยการทำชั่วของพวกเจ้าในการกบฏต่อเราไปเฉยๆ ได้อย่างไร? เราจะสามารถไม่ตัดลิ้นของพวกเจ้าที่มีพิษเหมือนลิ้นของงูได้อย่างไร? พวกเจ้าไม่มาหาเราเพื่อประโยชน์แห่งความชอบธรรมของพวกเจ้า แต่กลับกักเก็บความโกรธของเราอันเป็นผลจากความไม่ชอบธรรมของพวกเจ้าไว้แทน เราจะสามารถให้อภัยพวกเจ้าได้อย่างไร? ในสายตาของเรา องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ คำพูดและการกระทำของพวกเจ้าล้วนสกปรก สายตาของเรา องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ เห็นความไม่ชอบธรรมของพวกเจ้าเป็นเหมือนการตีสอนที่ไม่หยุดหย่อน การตีสอนและการพิพากษาอันชอบธรรมของเราจะสามารถออกห่างจากพวกเจ้าได้อย่างไร? เพราะพวกเจ้าทำสิ่งนี้กับเรา ทำให้เราโศกเศร้าและโกรธเกรี้ยว เราจะสามารถปล่อยให้พวกเจ้าหนีพ้นจากมือของเรา และออกห่างจากวันที่เรา พระยาห์เวห์ ตีสอนและสาปแช่งพวกเจ้าได้อย่างไร? พวกเจ้าไม่รู้หรอกหรือว่าคำพูดและถ้อยคำชั่วทั้งหมดของพวกเจ้าได้มาถึงหูของเราแล้ว? พวกเจ้าไม่รู้หรอกหรือว่าความไม่ชอบธรรมของพวกเจ้าได้ทำให้เสื้อคลุมศักดิ์สิทธิ์แห่งความชอบธรรมของเราแปดเปื้อนแล้ว? พวกเจ้าไม่รู้หรอกหรือว่าความเป็นกบฏของพวกเจ้าได้ยั่วยุความโกรธเกรี้ยวของเราแล้ว? พวกเจ้าไม่รู้หรอกหรือว่าพวกเจ้าได้ปล่อยให้เราเดือดพล่านมานานแล้ว และได้ทดสอบความอดทนของเรามานานแล้ว? พวกเจ้าไม่รู้หรอกหรือว่าพวกเจ้าได้ทำให้เนื้อหนังที่เราสวมใส่อยู่เสียหาย กลายเป็นผ้าขี้ริ้วไปแล้ว? เราได้สู้ทนมาจนถึงบัดนี้ กระทั่งเราปลดปล่อยความโกรธของเรา ไม่ยอมผ่อนปรนต่อพวกเจ้าอีกต่อไป พวกเจ้าไม่รู้หรอกหรือว่าการทำชั่วของพวกเจ้าได้มาถึงสายตาของเราแล้ว และเสียงร้องของเราก็ได้ไปถึงพระกรรณของพระบิดาของเราแล้ว? พระองค์จะสามารถยอมให้พวกเจ้าปฏิบัติต่อเราเยี่ยงนี้ได้อย่างไร? มีงานใดบ้างที่เราทำในตัวพวกเจ้าที่ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของพวกเจ้า? กระนั้นใครบ้างท่ามกลางพวกเจ้าได้กลายเป็นมีความรักมากขึ้นต่องานของเรา พระยาห์เวห์? เราจะสามารถไม่สัตย์ซื่อต่อน้ำพระทัยของพระบิดาของเราเพราะเราอ่อนแอ และเพราะความระทมที่เราทนทุกข์ได้หรือ? พวกเจ้าไม่เข้าใจหัวใจของเราหรอกหรือ? เราพูดกับพวกเจ้าเหมือนที่พระยาห์เวห์ได้ตรัสกับพวกเจ้า เราไม่ได้อุทิศทุ่มเทไปมากมายเหลือเกินเพื่อพวกเจ้าหรอกหรือ? แม้ว่าเราเต็มใจที่จะแบกรับความทุกข์ทั้งหมดนี้เพื่อประโยชน์แห่งพระราชกิจของพระบิดาของเรา แต่พวกเจ้าจะเป็นอิสระจากการตีสอนที่เรานำมาสู่พวกเจ้า อันเป็นผลจากความทุกข์ของเราได้อย่างไร? พวกเจ้าไม่ได้ชื่นชมอย่างมากมายยิ่งนักจากเราหรอกหรือ? วันนี้พระบิดาของเราได้ประทานเรามาให้แก่พวกเจ้าแล้ว พวกเจ้าไม่รู้หรอกหรือว่าพวกเจ้าชื่นชมมากยิ่งกว่าถ้อยคำอันโอบเอื้อของเรา? พวกเจ้าไม่รู้หรอกหรือว่าชีวิตของเราได้ถูกแลกเปลี่ยนกับชีวิตของพวกเจ้าและสิ่งทั้งหลายที่พวกเจ้าชื่นชม? พวกเจ้าไม่รู้หรอกหรือว่าพระบิดาของเราทรงใช้ชีวิตของเราเพื่อทำการสู้รบกับซาตาน และพระองค์ยังประทานชีวิตของเราให้แก่พวกเจ้า ทำให้พวกเจ้าได้รับเป็นร้อยเท่า และปล่อยให้พวกเจ้าหลีกเลี่ยงการทดลองมากมายยิ่งนักอีกด้วย? พวกเจ้าไม่รู้หรอกหรือว่าเป็นเพราะงานของเราเท่านั้นพวกเจ้าจึงได้รับการยกเว้นจากการทดลองมากมาย และจากการตีสอนรุนแรงมากมาย? พวกเจ้าไม่รู้หรอกหรือว่าเป็นเพราะเราเท่านั้นพระบิดาของเราจึงทรงยินยอมให้พวกเจ้าชื่นชมตราบจนบัดนี้? ในวันนี้พวกเจ้าจะยังคงกระด้างและไม่ยอมอ่อนข้อ จนเหมือนกับว่ามีติ่งเนื้อแข็งเติบโตขึ้นในหัวใจของพวกเจ้าได้อย่างไร? ความชั่วที่พวกเจ้ากระทำในวันนี้จะสามารถหลีกหนีวันแห่งความโกรธที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากที่เราไปจากแผ่นดินโลกได้อย่างไร? เราจะสามารถยินยอมให้พวกที่กระด้างและไม่ยอมอ่อนข้อยิ่งนักเหล่านี้หลีกหนีความโกรธของพระยาห์เวห์ไปได้อย่างไร?
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, ไม่มีใครที่มีเนื้อหนังสามารถหลีกหนีวันแห่งพระพิโรธได้
669. จงนึกย้อนกลับไปในอดีตว่า เมื่อใดกันที่สายตาจับจ้องของเราโกรธเกรี้ยว และเสียงของเราเข้มขรึมต่อพวกเจ้า? เมื่อใดกันที่เราคิดเล็กคิดน้อยกับพวกเจ้า? เมื่อใดกันที่เราได้ตำหนิพวกเจ้าอย่างไร้เหตุผล? เมื่อใดกันที่เราได้ตำหนิพวกเจ้าต่อหน้าพวกเจ้า? ไม่ใช่เพื่อประโยชน์แห่งงานของเราหรอกหรือที่เราไปหาพระบิดาของเราเพื่อปกป้องพวกเจ้าจากการทดลองทุกครั้ง? เหตุใดพวกเจ้าจึงปฏิบัติต่อเราเช่นนี้? เราได้เคยใช้สิทธิอำนาจของเราเพื่อทำร้ายเนื้อหนังของพวกเจ้าหรือไม่? เหตุใดพวกเจ้าจึงตอบแทนเราเช่นนี้? หลังจากการเปลี่ยนท่าทีเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายใส่เรา เจ้าก็ไม่ใช่ทั้งดีหรือร้าย และแล้วเจ้าก็พยายามที่จะป้อยอเราและซ่อนเร้นสิ่งทั้งหลายจากเรา และปากของเจ้าก็เต็มไปด้วยน้ำลายที่พวกคนไม่ชอบธรรมถ่มออกมา พวกเจ้าคิดหรือว่าลิ้นของพวกเจ้าสามารถโกงวิญญาณของเราได้? พวกเจ้าคิดหรือว่าลิ้นของพวกเจ้าสามารถหลีกหนีความโกรธของเราได้? พวกเจ้าคิดหรือว่าลิ้นของพวกเจ้าอาจตัดสินกิจการของเรา พระยาห์เวห์ ในแบบใดก็ตามที่พวกเจ้าปรารถนาได้? เราคือพระเจ้าที่มนุษย์ตัดสินกระนั้นหรือ? เราจะสามารถยอมให้หนอนแมลงเล็กๆ ตัวหนึ่งหมิ่นประมาทเราเช่นนี้ได้หรือ? เราจะสามารถวางลูกหลานแห่งการกบฏเช่นนี้ไว้ท่ามกลางพรนิรันดร์ของเราได้อย่างไร? คำพูดและการกระทำของพวกเจ้านั้นได้เปิดโปงและประณามพวกเจ้ามานานแล้ว เมื่อเราได้ขยายฟ้าสวรรค์ออกไปและสร้างทุกสรรพสิ่ง เราไม่ได้อนุญาตให้สิ่งมีชีวิตใดที่เราสร้างเข้าร่วมตามที่พวกเขาพึงพอใจ และนับประสาอะไรที่เราจะยินยอมให้สิ่งใดขัดขวางงานของเราและการบริหารจัดการของเรา ในแบบใดก็ตามที่มันปรารถนา เราไม่ยอมผ่อนปรนต่อมนุษย์หรือวัตถุใด เราจะสามารถละเว้นพวกที่โหดร้ายและไร้เมตตาปรานีต่อเราได้อย่างไร? เราจะสามารถให้อภัยพวกที่ทรยศถ้อยคำของเราได้อย่างไร? เราจะสามารถละเว้นพวกที่กบฏต่อเราได้อย่างไร? ลิขิตชีวิตของมนุษย์ไม่ได้อยู่ในมือของเรา องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ หรอกหรือ? เราจะสามารถพิจารณาว่าความไม่ชอบธรรมและความเป็นกบฏของเจ้านั้นบริสุทธิ์ได้อย่างไร? บาปทั้งหลายของเจ้าจะสามารถทำให้ความบริสุทธิ์ของเรามัวหมองได้อย่างไร? เราไม่ได้ถูกทำให้มัวหมองโดยความไม่บริสุทธิ์ของพวกคนอธรรม อีกทั้งเราก็ไม่ได้ชื่นชมเครื่องบูชาของพวกคนอธรรม หากเจ้าจงรักภักดีต่อเรา พระยาห์เวห์ เจ้าจะสามารถนำเอาเครื่องสักการะที่แท่นบูชาของเราไปเป็นของตนเองได้หรือ? เจ้าจะสามารถใช้ลิ้นพิษของเจ้าหมิ่นประมาทนามอันศักดิ์สิทธิ์ของเราได้หรือ? เจ้าจะสามารถทรยศถ้อยคำของเราในหนทางนี้ได้หรือ? เจ้าจะสามารถปฏิบัติต่อสง่าราศีและนามศักดิ์สิทธิ์ของเราดังเครื่องมือที่ใช้ในการรับใช้ซาตานมารร้ายได้หรือ? ชีวิตของเราถูกจัดเตรียมมาเพื่อความชื่นชมยินดีของบรรดาผู้ที่บริสุทธิ์ เราจะสามารถยินยอมให้เจ้าเล่นกับชีวิตของเราในแบบใดก็ได้ตามที่เจ้าปรารถนา และใช้เป็นเครื่องมือเพื่อความขัดแย้งท่ามกลางพวกเจ้าเองได้อย่างไร? พวกเจ้าจะสามารถไร้หัวใจ และขาดแคลนหนทางแห่งความดี ในวิธีที่เจ้าเป็นกับเราได้อย่างไร? เจ้าไม่รู้หรอกหรือว่าเราได้เขียนการทำชั่วของพวกเจ้าในถ้อยคำแห่งชีวิตเหล่านี้ไว้แล้ว? พวกเจ้าจะสามารถหลีกหนีวันแห่งความโกรธเมื่อเราตีสอนประเทศอียิปต์ได้อย่างไร? เราจะสามารถยินยอมให้พวกเจ้าต่อต้านและกบฏต่อเราในหนทางนี้ครั้งแล้วครั้งเล่าได้อย่างไร? เราขอบอกพวกเจ้าอย่างชัดเจนว่า เมื่อวันนั้นมาถึง การตีสอนพวกเจ้าจะเป็นอย่างที่ไม่อาจทนได้ยิ่งกว่าของประเทศอียิปต์เสียอีก! พวกเจ้าจะสามารถหลีกหนีวันแห่งความโกรธของเราได้อย่างไร? เราขอบอกพวกเจ้าอย่างแท้จริงว่า ความอดกลั้นของเราได้ถูกตระเตรียมไว้สำหรับการทำชั่วทั้งหลายของพวกเจ้า และมีไว้เพื่อการตีสอนพวกเจ้าในวันนั้น พวกเจ้าไม่ใช่พวกที่จะต้องทนทุกข์กับการพิพากษาอันโกรธเกรี้ยว ทันทีที่เราได้ไปถึงจุดสิ้นสุดของความอดกลั้นของเราแล้วหรอกหรือ? ทุกสรรพสิ่งไม่ได้อยู่ในมือของเรา องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ หรอกหรือ? เราจะสามารถยินยอมให้พวกเจ้ากบฏต่อเราเช่นนี้ ภายใต้ฟ้าสวรรค์ได้อย่างไร? ชีวิตของพวกเจ้าจะยากมากเพราะพวกเจ้าได้พบกับพระเมสสิยาห์แล้ว ซึ่งได้มีการกล่าวไว้ว่าพระองค์จะเสด็จมา แต่ก็ยังไม่เคยเสด็จมา พวกเจ้าไม่ใช่ศัตรูของพระองค์หรอกหรือ? พระเยซูได้ทรงเป็นเพื่อนกับพวกเจ้าแล้ว แต่พวกเจ้าก็เป็นศัตรูของพระเมสสิยาห์ พวกเจ้าไม่รู้หรอกหรือว่า ถึงแม้พวกเจ้าจะเป็นเพื่อนกับพระเยซู แต่การทำชั่วของพวกเจ้าก็ได้เติมเต็มภาชนะของพวกที่น่ารังเกียจเหล่านั้นแล้ว? แม้ว่าพวกเจ้าใกล้ชิดกับพระยาห์เวห์มาก แต่พวกเจ้าไม่รู้หรอกหรือว่า คำพูดชั่วของพวกเจ้าได้ไปถึงพระกรรณของพระยาห์เวห์และยั่วยุพระพิโรธของพระองค์แล้ว? พระองค์จะสามารถใกล้ชิดเจ้าได้อย่างไร และพระองค์จะไม่สามารถเผาภาชนะเหล่านั้นของเจ้า ซึ่งถูกเติมเต็มด้วยการทำชั่วได้อย่างไร? พระองค์จะไม่สามารถเป็นศัตรูของเจ้าได้อย่างไร?
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, ไม่มีใครที่มีเนื้อหนังสามารถหลีกหนีวันแห่งพระพิโรธได้
670. พวกเจ้าล้วนนั่งในที่นั่งอันสง่างาม อบรมสั่งสอนพวกคนรุ่นหลังที่เป็นจำพวกเดียวกับพวกเจ้า และให้พวกเขาทั้งหมดนั่งอยู่กับเจ้า เจ้ารู้น้อยนิดว่า “พงศ์พันธุ์” ของพวกเจ้าหายใจแทบไม่ทันและสูญเสียงานของเรานานมาแล้ว? สง่าราศีของเราสาดแสงจากแผ่นดินแห่งทิศตะวันออกสู่แผ่นดินแห่งทิศตะวันตก ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อสง่าราศีของเราแพร่กระจายไปยังปลายสุดแห่งแผ่นดินโลก และเริ่มปรากฏขึ้นและสาดแสงออกมา เราก็จะนำสง่าราศีของเราไปจากทิศตะวันออกและนำพาไปสู่ทิศตะวันตก เพื่อที่ผู้คนแห่งความมืดมิดที่ได้ทอดทิ้งเราไปในทิศตะวันออกจะถูกตัดขาดจากความกระจ่างตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นไป เมื่อการนั้นเกิดขึ้น พวกเจ้าก็จะใช้ชีวิตอยู่ในหุบเขาแห่งเงา ถึงแม้ผู้คนในสมัยนี้ดีกว่าเมื่อก่อนเป็นร้อยเท่า แต่พวกเขาก็ยังคงไม่สามารถตอบสนองข้อพึงประสงค์ของเราได้ และพวกเขายังคงไม่ใช่คำพยานต่อสง่าราศีของเรา การที่พวกเจ้าสามารถดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนเป็นร้อยเท่านั้น ล้วนเป็นผลของงานของเราทั้งสิ้น เป็นดอกผลที่กำเนิดจากงานของเราบนแผ่นดินโลก อย่างไรก็ตาม เรายังคงรู้สึกขยะแขยงกับคำพูดและความประพฤติของพวกเจ้า ตลอดจนบุคลิกลักษณะของพวกเจ้า และเรารู้สึกถึงความขุ่นเคืองอย่างไม่น่าเชื่อต่อวิธีที่พวกเจ้าปฏิบัติตัวต่อหน้าเรา เพราะพวกเจ้าไม่มีความเข้าใจอันใดเกี่ยวกับตัวเรา เช่นนั้นแล้ว เจ้าจะสามารถมาใช้ชีวิตตามสง่าราศีของเราได้อย่างไร และเจ้าจะสามารถจงรักภักดีอย่างถึงที่สุดต่องานในอนาคตของเราได้อย่างไร? ศรัทธาของพวกเจ้านั้นสวยงามมาก เจ้าพูดว่าเจ้าเต็มใจที่จะสละเวลาทั้งชีวิตของเจ้าในนามแห่งงานของเรา และพูดว่าเจ้าเต็มใจที่จะพลีอุทิศชีวิตของพวกเจ้าเพื่องานนั้น แต่อุปนิสัยของพวกเจ้าไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เจ้าเพียงพูดจาด้วยความโอหัง แม้ว่าในข้อเท็จจริงแล้ว พฤติกรรมที่เป็นจริงของเจ้าต่ำช้ามาก เป็นราวกับว่าลิ้นและริมฝีปากของผู้คนอยู่ในสวรรค์ แต่ขาของพวกเขาอยู่ต่ำลงไปไกลบนแผ่นดินโลก และผลลัพธ์ก็คือ คำพูดและความประพฤติของพวกเขาและความมีหน้ามีตาของพวกเขายังคงอยู่ในสภาพกะรุ่งกะริ่งและย่อยยับ ความมีหน้ามีตาของพวกเจ้าได้ถูกทำลายไปแล้ว กิริยามารยาทของพวกเจ้าต่ำทราม วิธีพูดของเจ้าต่ำช้า และชีวิตของพวกเจ้าน่าดูหมิ่น แม้แต่ความเป็นมนุษย์ทั้งหมดทั้งสิ้นของพวกเจ้าก็ได้จมลงสู่ความต่ำช้าจนถึงก้นบึ้ง เจ้าใจแคบต่อผู้อื่น และเจ้าต่อรองราคาในทุกสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เจ้าทะเลาะกันในเรื่องความมีหน้ามีตาและสถานะของเจ้าเอง จนถึงจุดที่เจ้าถึงกับเต็มใจที่จะลงไปสู่นรกและลงไปในบึงไฟ คำพูดและความประพฤติปัจจุบันของพวกเจ้าเพียงพอแล้วที่จะให้เราตัดสินว่าพวกเจ้ามีบาป ท่าทีของเจ้าที่มีต่องานของเราเพียงพอแล้วที่จะให้เรากำหนดพิจารณาว่าพวกเจ้าเป็นคนไม่ชอบธรรม และอุปนิสัยทั้งหมดของพวกเจ้าเพียงพอแล้วที่จะชี้ให้เห็นว่าพวกเจ้าเป็นดวงจิตโสมมที่เต็มไปด้วยสิ่งน่าสะอิดสะเอียน การสำแดงทั้งหลายของพวกเจ้า และสิ่งที่พวกเจ้าเปิดเผยเพียงพอแล้วที่จะพูดว่าพวกเจ้าคือผู้คนที่ได้ดื่มโลหิตจากวิญญาณที่ไม่สะอาดจนเต็มอิ่ม เมื่อพาดพิงถึงการเข้าสู่ราชอาณาจักร พวกเจ้าไม่เปิดเผยความรู้สึกของพวกเจ้า พวกเจ้าเชื่อหรือว่า หนทางที่เจ้าเป็นอยู่ในตอนนี้เพียงพอแล้วที่จะให้เจ้าเดินผ่านประตูสู่อาณาจักรสวรรค์ของเรา? พวกเจ้าเชื่อหรือไม่ว่าพวกเจ้าสามารถได้รับการเข้าสู่แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์แห่งงานและวจนะของเราได้โดยที่คำพูดและความประพฤติของพวกเจ้าเองไม่ถูกเราทดสอบเสียก่อน? ใครเล่าจะสามารถตบตาเราได้? พฤติกรรมและบทสนทนาที่น่ารังเกียจและต่ำช้าของพวกเจ้าจะหนีรอดจากสายตาของเราไปได้อย่างไร? ชีวิตของพวกเจ้าได้ถูกเรากำหนดพิจารณาไว้แล้วให้เป็นชีวิตแห่งการดื่มโลหิตและกินเนื้อหนังของวิญญาณไม่สะอาดเหล่านั้น เพราะพวกเจ้าเลียนแบบพวกเขาต่อหน้าเราทุกวัน พฤติกรรมของเจ้านั้นเลวเป็นพิเศษเมื่ออยู่ต่อหน้าเรา แล้วเราจะไม่สามารถพบว่าเจ้าน่าขยะแขยงได้อย่างไร? คำพูดของเจ้าประกอบด้วยราคีทั้งหลายของวิญญาณไม่สะอาด กล่าวคือ เจ้าสอพลอ ปกปิด และยกยอป้อปั้นเฉกเช่นพวกที่ทำการใช้เวทมนตร์ และเฉกเช่นพวกที่ปฏิบัติการหลอกลวงและดื่มโลหิตของผู้ไม่ชอบธรรม การแสดงออกทั้งหมดของมนุษย์ไม่ชอบธรรมอย่างสุดขีด ดังนั้นผู้คนทั้งหมดจะสามารถได้รับการจัดวางในแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ซึ่งคนชอบธรรมอยู่กันได้อย่างไร? เจ้าคิดหรือว่าพฤติกรรมที่น่าดูหมิ่นของเจ้าสามารถทำให้เจ้าแตกต่างโดดเด่นเป็นผู้มีความบริสุทธิ์เมื่อเทียบกับคนไม่ชอบธรรมเหล่านั้น? ในที่สุดแล้ว ลิ้นเหมือนงูของเจ้าก็จะทำลายเนื้อหนังนี้ของเจ้าที่นำเคราะห์แห่งการทำลายล้างมาให้และดำเนินการในสิ่งน่าสะอิดสะเอียน และมือเหล่านั้นของเจ้าที่ถูกปกคลุมด้วยโลหิตของวิญญาณไม่สะอาดก็จะดึงดวงจิตของเจ้าลงสู่นรกในที่สุดเช่นกัน เช่นนั้นแล้ว เหตุใดเล่า เจ้าจึงไม่กระโจนใส่โอกาสนี้เพื่อชำระล้างมือของเจ้าที่ปกคลุมด้วยสิ่งไม่สะอาดให้สะอาดเสีย? และเหตุใดเจ้าจึงไม่ฉวยประโยชน์จากโอกาสเหมาะนี้เพื่อตัดลิ้นของเจ้าที่กล่าววาจาอันไม่ชอบธรรมไปเสีย? อาจเป็นได้ไหมว่าเจ้าเต็มใจทนทุกข์ในเปลวเพลิงแห่งนรกเพื่อเห็นแก่ประโยชน์ของมือ ลิ้น และริมฝีปากของเจ้า? เราเฝ้าดูหัวใจของทุกคนด้วยตาทั้งสองข้างตลอดมา เพราะเป็นเวลานานก่อนที่เราได้สร้างมวลมนุษย์ เราได้กุมหัวใจพวกเขาไว้ภายในมือของเรา นานมาแล้วเราได้มองทะลุหัวใจของผู้คน ดังนั้นความคิดของพวกเขาจะสามารถรอดพ้นจากสายตาของเราได้อย่างไร? มันจะไม่อาจสายเกินไปสำหรับพวกเขาที่จะรอดพ้นจากการถูกเผาโดยวิญญาณของเราได้อย่างไร?
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, พวกเจ้าทั้งหมดมีบุคลิกลักษณะต่ำช้าเหลือเกิน!
671. เราได้อยู่ท่ามกลางพวกเจ้า คบหาสมาคมกับพวกเจ้ามาหลายฤดูใบไม้ผลิและหลายฤดูใบไม้ร่วง เราได้ดำรงชีวิตท่ามกลางพวกเจ้ามานานแล้ว และได้ใช้ชีวิตกับพวกเจ้า พฤติกรรมที่น่าดูหมิ่นของพวกเจ้ามากน้อยเพียงใดที่ได้หลุดรอดไปต่อหน้าต่อตาเรา? คำพูดที่จริงใจเหล่านั้นของพวกเจ้ากำลังสะท้อนอยู่ในหูของเราตลอดเวลา ความทะเยอทะยานนับหลายล้านอย่างของเจ้าถูกวางบนแท่นบูชาของเรา—มากจนเกินกว่าจะนับได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับเรื่องการทุ่มเทอุทิศของพวกเจ้าและสิ่งที่พวกเจ้ายอมสละ พวกเจ้าไม่ให้แม้เพียงกระผีกริ้น พวกเจ้าไม่วางความจริงใจแม้เพียงหยดเล็กจิ๋วบนแท่นบูชาของเรา ดอกผลแห่งของการเชื่อของพวกเจ้าในเราอยู่ที่ใด? พวกเจ้าได้รับพระคุณที่ไม่มีที่สิ้นสุดจากเรา และพวกเจ้าได้เห็นความล้ำลึกทั้งหลายที่ไม่รู้จบจากสวรรค์ เราถึงกับได้แสดงให้พวกเจ้าเห็นเปลวเพลิงแห่งสวรรค์ แต่เราไม่ได้มีใจที่จะเผาพวกเจ้า อย่างไรก็ตาม พวกเจ้าได้ให้เรามากเพียงใดเล่าเพื่อเป็นการตอบแทน? พวกเจ้าเต็มใจให้เรามากเพียงใด? ด้วยอาหารที่เราได้ให้เจ้าในมือ เจ้าก็หันกลับและถวายอาหารนั้นให้เรา และไปไกลถึงกับพูดว่ามันเป็นบางสิ่งที่เจ้าได้รับเพื่อตอบแทนหยาดเหงื่อแห่งการทำงานหนักของเจ้าเอง และว่าเจ้ากำลังถวายทุกสิ่งที่เจ้าเป็นเจ้าของให้กับเรา เจ้าจะไม่สามารถรู้ได้อย่างไรว่า “สิ่งบริจาคสมทบ” ของเจ้าที่ให้เรานั้นเป็นเพียงสิ่งทั้งหลายที่ได้ถูกขโมยไปจากแท่นบูชาของเรา? ยิ่งไปกว่านั้น บัดนี้เจ้ากำลังถวายสิ่งเหล่านั้นให้เรา เจ้าไม่ได้กำลังโกงเราอยู่หรอกหรือ? เจ้าจะสามารถที่จะไม่รู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่เราชื่นชมในวันนี้คือของถวายทั้งหมดบนแท่นบูชาของเรา และไม่ใช่สิ่งที่เจ้าได้หามาจากการทำงานหนักของเจ้าและจากนั้นก็มอบถวายให้เรา? ตามที่เป็นจริงนั้น พวกเจ้ากล้าดีที่จะโกงเราด้วยวิธีนี้ ดังนั้นเราจะสามารถให้อภัยพวกเจ้าได้อย่างไร? พวกเจ้าสามารถคาดหวังให้เราสู้ทนการนี้ต่อไปอีกได้อย่างไร? เราได้ให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่พวกเจ้าแล้ว เราได้เปิดกว้างทุกสิ่งทุกอย่างแก่พวกเจ้า จัดเตรียมสิ่งที่พวกเจ้าจำเป็นต้องมี และเปิดตาของพวกเจ้า กระนั้นพวกเจ้าก็โกงเราเช่นนี้ โดยเพิกเฉยต่อมโนธรรมของเจ้า เราได้มอบทุกสิ่งทุกอย่างให้กับพวกเจ้าอย่างไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน เพื่อที่แม้ว่าพวกเจ้าจะทนทุกข์ แต่พวกเจ้าก็ยังคงได้รับทุกสิ่งทุกอย่างจากเราตามที่เราได้นำมาจากสวรรค์ แม้กระนั้นก็ตาม พวกเจ้าก็ไม่มีความทุ่มเทอุทิศเลย และต่อให้เจ้าได้มีส่วนร่วมสมทบน้อยนิด เจ้าก็พยายามที่จะ “ชำระบัญชี” กับเราหลังจากนั้น การมีส่วนร่วมสมทบของเจ้าจะไม่นับว่าไม่ใช่สิ่งใดเลยหรอกหรือ? สิ่งที่เจ้าได้มอบให้เราเป็นเพียงทรายหนึ่งเม็ด ทว่าสิ่งที่เจ้าได้ขอจากเราคือทองคำหนึ่งตัน เจ้าไม่ได้แค่กำลังไร้เหตุผลหรอกหรือ? เราทำงานท่ามกลางพวกเจ้า ไม่มีร่องรอยโดยสิ้นเชิงของร้อยละสิบที่เราควรได้รับมา นับประสาอะไรกับเครื่องบูชาเพิ่มเติมอันใด ยิ่งไปกว่านั้น ร้อยละสิบที่ได้รับส่วนร่วมสมทบจากบรรดาผู้ที่มีใจศรัทธานั้นได้ถูกพวกคนเลวยึดไป พวกเจ้าทั้งหมดไม่ได้หักเหไปจากเราหรอกหรือ? พวกเจ้าทั้งหมดไม่ได้เป็นปฏิปักษ์กับเราหรอกหรือ? พวกเจ้าทั้งหมดไม่ได้กำลังพังแท่นบูชาของเราหรอกหรือ? ผู้คนเช่นนี้จะสามารถถูกมองว่าเป็นสมบัติล้ำค่าในสายตาของเราได้อย่างไร? พวกเขาไม่ใช่สุกรและสุนัขที่เราเกลียดหรอกหรือ? เราจะสามารถอ้างอิงว่าการทำชั่วของเจ้าเป็นสมบัติล้ำค่าได้อย่างไร? ตามที่เป็นจริงแล้ว งานของเราทำเพื่อใครกัน? จะเป็นไปได้หรือไม่ว่า จุดประสงค์ของงานของเราคือเพื่อซัดกระหน่ำพวกเจ้าทั้งหมดจนคว่ำลงไปเพื่อเปิดเผยสิทธิอำนาจของเรา? ชีวิตของพวกเจ้าทั้งหมดไม่ได้แขวนอยู่กับวจนะคำเดียวจากเราหรอกหรือ? เหตุใดเราจึงกำลังใช้เพียงวจนะทั้งหลายอบรมพวกเจ้า และไม่ได้เปลี่ยนวจนะให้เป็นข้อเท็จจริงเพื่อซัดกระหน่ำพวกเจ้าทันทีที่เราสามารถทำได้? จุดประสงค์ของวจนะและงานของเราเป็นเพียงเพื่อซัดกระหน่ำมวลมนุษย์จนคว่ำลงไปหรือไร? เราเป็นพระเจ้าที่ฆ่าคนบริสุทธิ์อย่างไม่เลือกหน้าหรือไร? บัดนี้มีพวกเจ้ากี่คนเล่าที่มาอยู่เบื้องหน้าเราพร้อมกับความเป็นอยู่ทั้งปวงของเจ้าเพื่อที่จะแสวงหาเส้นทางที่ถูกต้องของชีวิตมนุษย์? เป็นเพียงร่างกายของพวกเจ้าที่อยู่เบื้องหน้าเรา แต่หัวใจของเจ้ายังคงเป็นอิสระ และอยู่ห่างไกลจากเรามาก เพราะพวกเจ้าไม่รู้ว่า ตามที่เป็นจริงนั้น งานของเราคืออะไร จึงมีพวกเจ้าจำนวนหนึ่งที่ปรารถนาจะออกห่างจากเรา และเว้นระยะให้ตัวพวกเจ้าอยู่ห่างจากเรา โดยหวังว่าจะได้ใช้ชีวิตในเมืองบรมสุขเกษมซึ่งไม่มีการตีสอนหรือการพิพากษาแทน นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผู้คนปรารถนาในหัวใจของพวกเขาหรอกหรือ? แน่นอนว่าเราไม่ได้กำลังพยายามบีบเจ้าให้ยอม เส้นทางใดก็ตามที่เจ้าใช้คือตัวเลือกของเจ้าเอง เส้นทางของวันนี้เป็นเส้นทางที่มีการพิพากษาและการสาปแช่งร่วมทางไปด้วย แต่พวกเจ้าทุกคนควรรู้ว่า ทั้งหมดที่เราได้ประทานแก่พวกเจ้า—ไม่ว่าจะเป็นการพิพากษาหรือการตีสอน—เป็นของประทานที่ดีที่สุดที่เราสามารถมอบให้พวกเจ้าได้ และเหล่านั้นคือทุกสรรพสิ่งที่พวกเจ้าต้องการอย่างเร่งด่วน
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, พวกเจ้าทั้งหมดมีบุคลิกลักษณะต่ำช้าเหลือเกิน!
672. วิญญาณทั้งหมดที่ถูกซาตานทำให้เสื่อมทรามนั้นถูกจับเป็นทาสอยู่ในอำนาจของซาตาน มีเพียงบรรดาผู้ที่เชื่อในพระคริสต์เท่านั้นที่ได้ถูกแยกไว้ ได้รับการช่วยให้รอดจากค่ายของซาตาน และถูกนำพาเข้าไปสู่ราชอาณาจักรของวันนี้ ผู้คนเหล่านี้ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ภายใต้อิทธิพลของซาตานอีกต่อไป ถึงกระนั้น ธรรมชาติของมนุษย์ก็ยังคงฝังรากอยู่ในเนื้อหนังของมนุษย์ กล่าวคือ ถึงแม้วิญญาณของพวกเจ้าจะได้รับการช่วยให้รอดแล้ว แต่ธรรมชาติของพวกเจ้าก็ยังคงเป็นเหมือนที่เคยเป็นก่อนหน้านี้ และโอกาสที่พวกเจ้าจะทรยศเราก็ยังคงมีอยู่เต็มร้อย นี่คือเหตุผลว่าทำไมงานของเราจึงกินเวลานานเหลือเกิน เพราะธรรมชาติของพวกเจ้านั้นดื้อด้าน บัดนี้ พวกเจ้าทั้งหมดกำลังก้าวผ่านความยากลำบากอย่างสุดความสามารถของพวกเจ้าขณะที่พวกเจ้าลุล่วงหน้าที่ของพวกเจ้าให้สำเร็จลุล่วง ถึงกระนั้น พวกเจ้าแต่ละคนก็ยังสามารถทรยศเราและกลับสู่อำนาจของซาตาน กลับสู่ค่ายของมัน และกลับไปสู่ชีวิตเก่าของพวกเจ้าได้—นี่คือข้อเท็จจริงที่มิอาจปฏิเสธได้ เวลานั้น จะเป็นไปไม่ได้ที่พวกเจ้าจะแสดงเศษเสี้ยวของความเป็นมนุษย์หรือสภาพเหมือนมนุษย์ ดังเช่นที่เจ้าทำอยู่ตอนนี้ ในกรณีที่ร้ายแรง เจ้าจะถูกทำลาย และที่มากกว่านั้นคือ เจ้าจะจบสิ้นชั่วนิรันดร์ ถูกลงโทษอย่างรุนแรง ไม่มีวันได้เกิดเป็นมนุษย์ใหม่อีก นี่คือปัญหาที่วางตรงหน้าพวกเจ้า เรากำลังเตือนพวกเจ้าในหนทางนี้ อันดับแรก เพื่อที่งานของเราจะไม่สูญเปล่า และอันดับสอง เพื่อที่พวกเจ้าทั้งหมดจะได้ใช้ชีวิตในวันแห่งความสว่าง ในความจริง การที่งานของเราจะสูญเปล่าหรือไม่นั้นไม่ใช่ปัญหาสำคัญยิ่งยวด สิ่งที่สำคัญยิ่งยวดคือการที่พวกเจ้าสามารถมีชีวิตที่มีความสุขและอนาคตที่น่ามหัศจรรย์ต่างหาก งานของเราคืองานแห่งการช่วยวิญญาณของผู้คนให้รอด หากวิญญาณของเจ้าร่วงลงไปอยู่ในมือของซาตาน ร่างกายของเจ้าจะไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างสันติสุข หากเรากำลังคุ้มครองร่างกายของเจ้า วิญญาณของเจ้าก็จะอยู่ภายใต้การดูแลของเราด้วยเช่นกันอย่างแน่นอน หากเราเกลียดชังเจ้าจริงๆ ร่างกายและวิญญาณของเจ้าจะตกสู่มือของซาตานโดยทันที เช่นนั้นแล้วเจ้าสามารถจินตนาการสถานการณ์ของเจ้าได้หรือไม่? หากวันหนึ่งถ้อยคำของเราไม่มีผลกับพวกเจ้า เช่นนั้นเราก็จะส่งมอบพวกเจ้าทั้งหมดให้ซาตาน ซึ่งจะนำพวกเจ้าไปสู่การทรมานที่เจ็บปวดรุนแรง จนกว่าความโกรธของเราจะหมดไปโดยสิ้นเชิง หรือเราจะลงโทษพวกเจ้าพวกมนุษย์ที่มิอาจไถ่ได้ด้วยตัวเราเอง เพราะหัวใจของพวกเจ้าที่ทรยศเราจะไม่มีวันเปลี่ยน
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, ปัญหาที่ร้ายแรงมาก: การทรยศ (2)
673. เราหวังเพียงว่า ในช่วงระยะสุดท้ายแห่งงานของเรา พวกเจ้าจะให้ผลงานที่ดีเด่นที่สุด และพวกเจ้าจะอุทิศตัวของพวกเจ้าโดยหมดทั้งดวงใจ หาใช่เพียงครึ่งใจอีกต่อไปไม่ แน่นอนว่าเราเองก็หวังให้พวกเจ้าทุกคนสามารถมีบั้นปลายที่ดี แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น เราก็ยังมีข้อพึงประสงค์ของเรา นั่นคือ พวกเจ้าต้องตัดสินใจให้ดีที่สุดในการมอบถวายการอุทิศครั้งสุดท้ายและครั้งเดียวเท่านั้นของเจ้าให้แก่เราจนหมดสิ้น หากบางคนไม่มีการอุทิศตนครั้งเดียวนั้น เขาผู้นั้นย่อมเป็นสมบัติอันล้ำค่าที่ซาตานครองอยู่อย่างแน่นอน และเราจะไม่เก็บเขาไว้ใช้งานอีกต่อไป แต่จะส่งเขากลับบ้านไปให้พ่อแม่ของเขาดูแล งานของเราคือความช่วยเหลืออันยิ่งใหญ่สำหรับพวกเจ้า สิ่งที่เราหวังจะได้จากพวกเจ้าคือหัวใจที่ซื่อสัตย์และที่ใฝ่สูง แต่จนบัดนี้แล้ว มือของเราก็ยังว่างเปล่าอยู่ จงตรองดูเถิด หากวันหนึ่งเรายังโศกสลดเป็นนักหนาเกินกว่าวงเขตที่จะหาวาจามาบอกกล่าวแล้ว ท่าทีของเราที่มีต่อพวกเจ้าจะเป็นอย่างไร? ถึงตอนนั้น เราจะยังเป็นมิตรต่อเจ้าเหมือนที่เราเป็นในตอนนี้หรือไม่? ถึงตอนนั้นแล้ว ใจของเราจะยังสงบนิ่งได้เท่าตอนนี้หรือไม่? พวกเจ้าเข้าใจความรู้สึกของบุคคลหนึ่งซึ่งได้ไถพรวนผืนนาไปอย่างอุตสาหะ แต่ก็ยังเก็บเกี่ยวข้าวไม่ได้แม้สักเม็ดหรือไม่? พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่ว่าหัวใจของบุคคลหนึ่งจะบาดเจ็บสาหัสเพียงใดเมื่อเขาถูกจัดการด้วยการฟาดตบที่รุนแรง? พวกเจ้าสามารถลิ้มรสชาติความขมขื่นของบุคคลหนึ่งซึ่งครั้งหนึ่งเคยเปี่ยมด้วยความหวัง แต่ต้องจากไปด้วยความร้าวฉานหรือไม่? พวกเจ้าเคยเห็นความโกรธเกรี้ยวที่ถูกปล่อยออกมาจากบุคคลหนึ่งซึ่งถูกยั่วยุอารมณ์หรือไม่? พวกเจ้าสามารถรู้ถึงความกระหายร้อนรนต่อการล้างแค้นของบุคคลหนึ่งซึ่งได้รับการปฏิบัติด้วยความเป็นปฏิปักษ์และเล่ห์ลวงหรือไม่? หากพวกเจ้าเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของผู้คนเหล่านี้แล้ว เราก็คิดว่าคงไม่ลำบากยากเย็นนักสำหรับพวกเจ้าที่จะจินตนาการถึงท่าทีที่พระเจ้าจะมีต่อพวกเจ้าในเวลาแห่งการลงทัณฑ์อันสาสมของพระองค์! สุดท้ายนี้ เราหวังให้พวกเจ้าทุกคนทุ่มเทความพยายามจริงจังเพื่อประโยชน์แห่งบั้นปลายของพวกเจ้าเอง แต่กระนั้น เจ้าก็จงอย่านำวิถีทางที่เต็มไปด้วยเล่ห์ลวงมาใช้ในความพยายามนั้น มิฉะนั้นแล้ว ใจของเราก็จะยังผิดหวังในตัวพวกเจ้าต่อไป และความผิดหวังเช่นนี้นำไปสู่สิ่งใดหรือ? พวกเจ้าไม่ได้กำลังหลอกตัวเองอยู่หรอกหรือ? พวกที่ขบคิดถึงบั้นปลายของตัวเองแต่ก็ยังทำให้มันล่มจมลงไปนั้น เป็นผู้คนที่สามารถได้รับการช่วยให้รอดน้อยที่สุด ต่อให้เขาจะกลายเป็นฉุนเฉียวและบันดาลโทสะขึ้นมา ใครเล่าจะใส่ใจเวทนาบุคคลเช่นนี้? สรุปโดยรวมแล้ว เรายังคงหวังให้พวกเจ้าได้มีบั้นปลายที่ดีและเหมาะสม และยิ่งไปกว่านั้น เราหวังว่าจะไม่มีพวกเจ้าคนใดต้องตกไปอยู่ในความวิบัติ
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, ว่าด้วยบั้นปลาย
674. งานขั้นสุดท้ายของเราไม่ใช่แค่เพื่อลงโทษมนุษย์เท่านั้น แต่เพื่อการจัดการเตรียมบั้นปลายของมนุษย์อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นไปเพื่อทำให้ผู้คนทั้งหมดอาจรับรู้กิจการและการกระทำของเรา เราจะทำให้แต่ละคนมองเห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เราได้ทำมานั้นถูกต้อง และเป็นการแสดงออกของอุปนิสัยของเรา ว่าที่ให้กำเนิดมวลมนุษย์นั้นไม่ใช่การกระทำของมนุษย์ และยิ่งไม่ใช่ธรรมชาติ และเป็นเราต่างหากที่เป็นผู้บำรุงเลี้ยงสิ่งมีชีวิตทั้งปวงท่ามกลางสรรพสิ่ง หากปราศจากการดำรงอยู่ของเรา มวลมนุษย์ย่อมมีแต่จะพินาศและทุกข์ทนจากการหวดเฆี่ยนแห่งหายนะเท่านั้น ไม่มีมนุษย์คนใดจะได้เห็นดวงอาทิตย์และดวงจันทร์อันสวยงาม หรือโลกอันเขียวขจีอีกเลย มวลมนุษย์จะเผชิญเพียงค่ำคืนอันมืดมิดและหนาวเย็นและหุบเขาแห่งเงามรณะซึ่งไร้ปรานี เราคือการไถ่เดียวเท่านั้นของมวลมนุษย์ เราคือความหวังเดียวเท่านั้นของมวลมนุษย์ และยิ่งไปกว่านั้นคือ เราก็คือพระองค์ผู้ซึ่งเป็นที่พึ่งแห่งการดำรงอยู่ของมวลมนุษย์ทั้งปวง หากไม่มีเรา—มวลมนุษย์จะหยุดนิ่งลงในทันที หากไม่มีเรา—มวลมนุษย์จะมีแต่ทุกข์ทนกับมหันตภัยร้ายแรงและถูกบรรดาผีสางทุกลักษณะเหยียบย่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้า กระนั้นก็ยังไม่มีใครใส่ใจเรา เราได้ทำงานที่ไม่มีใครอื่นทำได้ และหวังเพียงแค่ว่ามนุษย์จะสามารถตอบแทนเราด้วยความประพฤติที่ดีงามบ้าง แม้จะมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถตอบแทนเราได้ เราก็จะยังคงยุติการเดินทางไกลของเราในโลกมนุษย์ลง และเริ่มต้นขั้นตอนถัดไปของงานของเราที่กำลังจะคลี่คลายออกมา เนื่องจากการเร่งรุดไปมาของเราทั้งหมดท่ามกลางมนุษย์ในช่วงหลายปีมานี้ให้ดอกผลดี และเราก็ยินดีมาก สิ่งที่เราสนใจไม่ใช่จำนวนผู้คน แต่เป็นความประพฤติที่ดีงามของพวกเขาเสียมากกว่า ไม่ว่าจะในกรณีใดก็ตาม เราหวังว่าพวกเจ้าจะตระเตรียมความประพฤติที่ดีงามให้พอเพียงสำหรับบั้นปลายของตัวเจ้าเอง เมื่อนั้นเราจึงจะพึงพอใจ มิฉะนั้นแล้ว ไม่มีใครเลยในบรรดาพวกเจ้าที่จะสามารถหนีรอดจากการจู่โจมของความวิบัติได้ ความวิบัตินั้นมีจุดกำเนิดอยู่ที่เราและแน่นอนว่าถูกจัดวางเรียบเรียงโดยเรา หากพวกเจ้าไม่สามารถปรากฏว่าดีงามได้ในสายตาของเรา เช่นนั้นพวกเจ้าก็จะไม่อาจหนีรอดจากความทุกข์ของความวิบัติไปได้ ในท่ามกลางความทุกข์ลำบากความประพฤติและการกระทำโดยเจตนาทั้งหลายของพวกเจ้าไม่ได้ถูกพิจารณาว่าสมควรไปเสียทั้งหมด เนื่องจากความเชื่อและความรักของพวกเจ้านั้นกลวงเป็นโพรง และเจ้าเพียงแค่แสดงให้เห็นว่า ตัวตนของพวกเจ้าขลาดหรือไม่ก็ทรหดเท่านั้นเอง ในเรื่องนี้ เราจะพิพากษาสิ่งที่ดีและสิ่งที่แย่เท่านั้น ความกังวลสนใจของเรายังคงเป็นเรื่องของหนทางที่พวกเจ้าแต่ละคนปฏิบัติและแสดงตัวตนของเจ้าออกมา อันเป็นพื้นฐานที่เราจะใช้กำหนดพิจารณาบทอวสานของพวกเจ้า อย่างไรก็ตาม เราจำต้องพูดเรื่องนี้ให้ชัดเจนว่า กับบรรดาผู้ที่ไม่ได้แสดงให้เราเห็นความจงรักภักดีแม้แต่น้อยในระหว่างช่วงเวลาของความทุกข์ลำบาก เราจะไม่ปรานีอีกต่อไป เพราะความปรานีของเราขยายเวลามาเพียงถึงตอนนี้เท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น เราไม่มีความชอบให้กับใครก็ตามที่ครั้งหนึ่งเคยทรยศเรา นับประสาอะไรที่เราจะชอบเชื่อมสัมพันธ์กับบรรดาผู้ที่ขายผลประโยชน์ของผองเพื่อนของตน นี่คืออุปนิสัยของเรา ไม่ว่าบุคคลคนนั้นอาจเป็นใครก็ตาม เราจำต้องบอกเรื่องนี้กับพวกเจ้าว่า ใครก็ตามที่ทำให้เราเสียใจจะไม่ได้รับความเมตตาผ่อนผันจากเราเป็นครั้งที่สอง และใครก็ตามที่สัตย์ซื่อต่อเราตลอดมาจะยังคงอยู่ในหัวใจของเราตลอดกาล
—พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, จงตระเตรียมความประพฤติที่ดีงามให้พอเพียงสำหรับบั้นปลายของเจ้า