พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

สีเข้ม

ธีม

แบบอักษร

ขนาดตัวอักษร

ระยะห่างบรรทัด

ความกว้างของหน้า

ผลลัพธ์ 0 รายการ

ไม่พบผลลัพธ์

พระคริสต์แห่งยุคสุดท้ายเท่านั้นที่ทรงสามารถประทานหนทางแห่งชีวิตนิรันดร์แก่มนุษย์ได้

ไม่ใช่ใครก็ได้ที่สามารถมีหนทางแห่งชีวิต และไม่ใช่ทุก ๆ คนที่จะสามารถได้มันมาอย่างง่ายดาย นั่นเป็นเพราะว่าชีวิตสามารถมาจากพระเจ้าได้เพียงเท่านั้น กล่าวคือ พระเจ้าเองเท่านั้นที่ทรงครอบครองเนื้อแท้แห่งชีวิต และพระเจ้าเองเท่านั้นที่ทรงมีหนทางแห่งชีวิต และดังนั้นพระเจ้าเท่านั้นที่ทรงเป็นแหล่งกำเนิดชีวิต และน้ำพุของน้ำแห่งชีวิตที่ไหลอยู่ตลอดเวลา นับตั้งแต่ที่พระองค์ได้ทรงสร้างโลก พระเจ้าได้ทรงปฏิบัติพระราชกิจมากมายเกี่ยวกับพลังแห่งชีวิต ได้ทรงปฏิบัติพระราชกิจมากมายซึ่งนำชีวิตมาสู่มนุษย์ และได้ทรง จ่ายราคาแพงเพื่อที่มนุษย์อาจได้รับชีวิต นี่เป็นเพราะว่าพระเจ้าเองทรงเป็นชีวิตนิรันดร์ และพระเจ้าเองทรงเป็นหนทางซึ่งมนุษย์ได้รับการฟื้นคืนชีพ พระเจ้าไม่ทรงเคยห่างหายไปจากหัวใจของมนุษย์ และพระองค์ทรงใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางมนุษย์ตลอดเวลา พระองค์ทรงเป็นแรงขับเคลื่อนสำหรับการดำรงชีวิตของมนุษย์ รากฐานของการดำรงอยู่ของมนุษย์ และแหล่งสะสมอันอุดมสำหรับการดำรงอยู่ของมนุษย์หลังกำเนิด พระองค์ทรงทำให้มนุษย์เกิดใหม่ และทรงทำให้เขาสามารถใช้ชีวิตไปตามทุกบทบาทของเขาได้อย่างมุ่งมั่นไม่ท้อถอย เนื่องเพราะพระฤทธานุภาพของพระองค์และพลังชีวิตอันมิอาจดับมอดของพระองค์ มนุษย์ได้ใช้ชีวิตมารุ่นแล้วรุ่นเล่า ซึ่งตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาพลังแห่งชีวิตของพระเจ้าได้เป็นหลักค้ำจุนสำคัญแห่งการดำรงอยู่ของมนุษย์ และเป็นสิ่งซึ่งพระเจ้าได้ทรงจ่ายที่ราคาซึ่งมนุษย์ธรรมดาไม่เคยจ่ายมาก่อน พลังชีวิตของพระเจ้าสามารถพิชิตพลังอำนาจไม่ว่าใด ๆ ยิ่งไปกว่านั้น มันยังมากล้นเกินกว่าพลังอำนาจใดๆ ชีวิตของพระองค์เป็นนิรันดร์ พระฤทธานุภาพของพระองค์นั้นพิเศษกว่าธรรมดาสามัญ และพลังชีวิตของพระองค์ก็ไม่อาจเอาชนะได้อย่างง่ายดายโดยสิ่งที่ถูกสร้างหรือกองกำลังศัตรู พลังชีวิตของพระเจ้านั้นดำรงอยู่และแผ่รัศมีเฉิดฉายไม่ว่าจะเป็นเวลาใดหรือสถานที่ใด สวรรค์และแผ่นดินโลกอาจผ่านการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ อันมากมายใหญ่หลวง แต่ชีวิตของพระเจ้านั้นเป็นเช่นเดิมตลอดกาล ทุกสรรพสิ่งอาจล้มหายตายจาก แต่ชีวิตของพระเจ้าจะยังคงอยู่ตามเดิม เพราะพระเจ้าทรงเป็นแหล่งกำเนิดของการมีอยู่ของทุกสรรพสิ่งและรากฐานของการมีอยู่ของสิ่งเหล่านั้น ชีวิตของมนุษย์มีกำเนิดที่มาจากพระเจ้า การมีอยู่ของสวรรค์ก็เพราะพระเจ้า และการมีอยู่ของแผ่นดินโลกก็มีต้นกำเนิดมาจากพลังอำนาจของชีวิตของพระเจ้า ไม่มีวัตถุใดที่ครอบครองความมีชีวิตสามารถอยู่เหนืออำนาจอธิปไตยของพระเจ้า และไม่มีสิ่งใดที่มีเรี่ยวแรงกำลังสามารถหลบหลีกจากอาณาเขตแห่งสิทธิอำนาจของพระเจ้า เช่นนี้แล้ว ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใคร ทุกคนจำต้องหมอบราบภายใต้อาณาจักรของพระเจ้า ทุกคนจำต้องใช้ชีวิตภายใต้การบัญชาของพระเจ้า และไม่มีใครสามารถหลบหนีจากพระหัตถ์ของพระองค์

บางทีสิ่งที่เจ้าต้องการอยากได้ในขณะนี้ก็คือการได้รับชีวิต หรือบางทีเจ้าอาจต้องการที่จะได้รับความจริง ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด เจ้าใฝ่ฝันปรารถนาที่จะพบพระเจ้า พบพระเจ้าผู้ที่เจ้าสามารถพึ่งพาได้ และเป็นผู้ที่สามารถประทานชีวิตนิรันดร์แก่เจ้าได้ หากเจ้าปรารถนาที่จะได้รับชีวิตนิรันดร์ เจ้าจำต้องเข้าใจถึงแหล่งกำเนิดชีวิตนิรันดร์เสียก่อน และจำต้องรู้ว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่ ณ แห่งหนใดเสียก่อน เราได้พูดไว้แล้วว่าพระเจ้าเท่านั้นที่ทรงมีชีวิตซึ่งไม่มีวันเปลี่ยนแปลง และพระเจ้าเท่านั้นที่ทรงครอบครองเป็นเจ้าของหนทางแห่งชีวิต เนื่องจากชีวิตของพระองค์นั้นไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ดังนั้นชีวิตของพระองค์จึงเป็นนิรันดร์ เนื่องจากพระเจ้าเท่านั้นที่ทรงเป็นหนทางแห่งชีวิต ด้วยเหตุนี้พระเจ้าเองจึงทรงเป็นหนทางแห่งชีวิตนิรันดร์ เมื่อเป็นเช่นนั้น อย่างแรกเจ้าควรเข้าใจเสียก่อนว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่ ณ แห่งหนใด และจะได้รับหนทางแห่งชีวิตนิรันดร์นี้ได้อย่างไร เราลองมาเข้าร่วมสามัคคีธรรมในปัญหาสองข้อนี้โดยแยกต่างหากจากกันเถิด

หากเจ้าปรารถนาที่จะได้รับหนทางแห่งชีวิตนิรันดร์อย่างแท้จริง และหากเจ้ามีความกระหายในการค้นหาชีวิตเช่นนั้นของเจ้า เช่นนั้นแล้วจงตอบคำถามนี้เสียก่อน : พระเจ้าทรงสถิตอยู่ ณ แห่งหนใดในวันนี้ ? บางทีเจ้าน่าจะตอบว่า “แน่นอนว่า พระเจ้าดำรงพระชนม์ชีพอยู่ในสวรรค์—พระองค์ไม่น่าที่จะดำรงพระชนม์ชีพอยู่ในบ้านของเจ้า ใช่หรือไม่ ?” บางทีเจ้าอาจพูดว่าพระเจ้าดำรงพระชนม์ชีพท่ามกลางทุกสรรพสิ่งอย่างเห็นได้ชัด หรือไม่ก็เจ้าอาจพูดว่าพระเจ้าดำรงพระชนม์ชีพในหัวใจของแต่ละคน หรือพูดว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่ในโลกฝ่ายวิญญาณ เราไม่ปฏิเสธเรื่องใด ๆ นี้เลย แต่เราจำต้องชี้แจงปัญหานี้ให้ชัดเจน มันไม่ถูกต้องทั้งหมดหากจะกล่าวว่าพระเจ้าดำรงพระชนม์ชีพในหัวใจของมนุษย์ แต่มันก็ไม่ผิดไปทั้งหมดเช่นกัน นั่นเป็นเพราะ ท่ามกลางบรรดาผู้ที่เชื่อในพระเจ้า มีพวกที่ความเชื่อของตนนั้นเป็นความเชื่อที่แท้จริง และพวกที่ความเชื่อของตนนั้นเป็นความเชื่อที่เป็นเท็จ มีพวกที่พระเจ้าทรงยอมรับและพวกที่พระเจ้าไม่ทรงยอมรับ มีพวกที่ทำให้พระองค์พอพระทัยและพวกที่พระองค์ทรงชิงชัง และมีพวกที่พระองค์ทรงทำให้สมบูรณ์แบบและพวกที่พระองค์ทรงกำจัด และดังนั้นเราจึงพูดว่าพระเจ้าดำรงพระชนม์ชีพในหัวใจของผู้คนไม่กี่คน และผู้คนเหล่านี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคือพวกที่เชื่อในพระเจ้าอย่างแท้จริง พวกที่พระเจ้าทรงยอมรับ พวกที่ทำให้พระเจ้าพอพระทัย และพวกที่พระเจ้าทรงทำให้สมบูรณ์แบบ พวกเขาคือผู้ที่ได้รับการทรงนำโดยพระเจ้า เนื่องจากพวกเขาได้รับการทรงนำโดยพระเจ้า พวกเขาจึงเป็นผู้คนที่ได้ยินและได้เห็นหนทางแห่งชีวิตนิรันดร์ของพระเจ้าแล้ว พวกที่ความเชื่อในพระเจ้าของตนนั้นเป็นความเชื่อที่แท้จริง พวกที่ไม่ได้รับการยอมรับจากพระเจ้า พวกที่พระเจ้าทรงชิงชัง พวกที่ถูกกำจัดโดยพระเจ้า—พวกเขามีแนวโน้มที่จะถูกปฏิเสธโดยพระเจ้า มีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่โดยปราศจากหนทางแห่งชีวิต และมีแนวโน้มที่จะยังคงไม่รู้เลยว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่ ณ แห่งหนใด ในทางตรงกันข้าม พวกที่มีพระเจ้าทรงดำรงพระชนม์ชีพอยู่ในหัวใจของตนรู้ว่าพระองค์ทรงสถิตอยู่ ณ แห่งหนใด พวกเขาคือผู้คนที่พระเจ้าทรงประทานหนทางแห่งชีวิตนิรันดร์ และพวกเขาคือผู้ที่ติดตามพระเจ้า บัดนี้เจ้ารู้หรือไม่ว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่ ณ แห่งหนใด ? พระเจ้าทรงสถิตอยู่ทั้งในหัวใจของมนุษย์และเคียงข้างมนุษย์ พระองค์ไม่ได้ทรงสถิตอยู่ในโลกฝ่ายวิญญาณเพียงเท่านั้น และอยู่เหนือสรรพสิ่งทั้งมวล แต่ยิ่งไปกว่านั้นยังอยู่บนแผ่นดินโลกซึ่งมนุษย์นั้นดำรงอยู่ และดังนั้นการมาถึงของยุคสุดท้ายจึงได้นำขั้นตอนของพระราชกิจของพระเจ้าเข้าสู่อาณาเขตใหม่ พระเจ้าทรงครองอำนาจอธิปไตยเหนือทุกสรรพสิ่งในจักรวาล และพระองค์ทรงเป็นหลักสำคัญของมนุษย์ในหัวใจของเขา และยิ่งไปกว่านั้น พระองค์ทรงดำรงอยู่ท่ามกลางมนุษย์ วิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้พระองค์ทรงสามารถนำหนทางแห่งชีวิตมาสู่มนุษยชาติ และนำมนุษย์เข้าสู่หนทางแห่งชีวิตได้ พระเจ้าได้ทรงเสด็จมาสู่แผ่นดินโลก และทรงดำรงพระชนม์ชีพอยู่ท่ามกลางมนุษย์ เพื่อที่มนุษย์อาจได้รับหนทางแห่งชีวิต และเพื่อที่มนุษย์อาจดำรงอยู่ ในขณะเดียวกันพระเจ้าก็ทรงบัญชาทุกสรรพสิ่งในจักรวาลด้วยเช่นกัน เพื่อที่พวกเขาอาจร่วมมือในการบริหารจัดการของพระองค์ท่ามกลางมนุษย์ และดังนั้น หากเจ้าเพียงยอมรับหลักคำสอนว่าพระเจ้าทรงสถิตในสวรรค์และในหัวใจของมนุษย์เท่านั้น กระนั้นกลับไม่ยอมรับความจริงของการดำรงอยู่ของพระเจ้าท่ามกลางมนุษย์ เช่นนั้นแล้วเจ้าจะไม่มีทางได้รับชีวิต และจะไม่มีวันได้รับหนทางแห่งความจริง

พระเจ้าเองทรงเป็นชีวิต และความจริง และพระชนม์ชีพของพระองค์และความจริงก็ดำรงอยู่ร่วมกัน พวกที่ไร้ความสามารถที่จะได้รับความจริงจะไม่มีทางได้รับชีวิต หากปราศจากการชี้นำ การสนับสนุนค้ำจุน และการจัดเตรียมแห่งความจริง เจ้าจะได้รับเพียงตัวอักษร หลักคำสอน และ เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด ความตายเท่านั้น พระชนม์ชีพของพระเจ้าเป็นปัจจุบันตลอดกาล และความจริงและพระชนม์ชีพของพระองค์นั้นดำรงอยู่ร่วมกัน หากเจ้าไม่สามารถค้นพบแหล่งกำเนิดความจริง เช่นนั้นแล้วเจ้าจะไม่ได้รับการบำรุงเลี้ยงของชีวิต หากเจ้าไม่สามารถได้รับการจัดเตรียมของชีวิต เช่นนั้นแล้วเจ้าจะไม่มีความจริงอย่างแน่นอน และจะห่างไกลจากจินตนาการและความนึกคิดยิ่งนัก ร่างกายทั้งร่างของเจ้าจะไม่เป็นอะไรเลยนอกจากเนื้อหนังของเจ้า—เนื้อหนังที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นของเจ้า จงรู้ไว้ว่าถ้อยคำในหนังสือนั้นไม่ได้นับเป็นชีวิต บรรดาบันทึกประวัติศาสตร์ไม่สามารถได้รับเกียรติประหนึ่งเป็นความจริง และกฎข้อบังคับต่าง ๆ ในอดีตไม่สามารถใช้เป็นการเล่าเรื่องราวของพระวจนะที่ตรัสโดยพระเจ้าในปัจจุบัน มีเพียงสิ่งซึ่งพระเจ้าทรงแสดงให้เห็นเมื่อพระองค์ทรงเสด็จมาสู่แผ่นดินโลกและดำรงพระชนม์ชีพท่ามกลางมนุษย์เท่านั้นคือความจริง น้ำพระทัยพระเจ้า และวิธีปฏิบัติพระราชกิจในปัจจุบันของพระองค์ หากเจ้านำบันทึกพระวจนะที่ตรัสโดยพระเจ้าระหว่างยุคต่าง ๆ ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้มาประยุกต์ใช้ นั่นทำให้เจ้าเป็นนักโบราณคดีคนหนึ่ง และวิธีที่ดีที่สุดในการบรรยายเกี่ยวกับตัวเจ้าก็คือในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านมรดกทางประวัติศาสตร์คนหนึ่ง นั่นเป็นเพราะเจ้าเชื่อในร่องรอยต่าง ๆ ของพระราชกิจที่พระเจ้าได้ทรงปฏิบัติในช่วงเวลาที่ผ่านมาแล้วเสมอ เชื่อเพียงเงาของพระเจ้าที่ทิ้งไว้จากครั้งที่พระองค์ได้ทรงปฏิบัติพระราชกิจท่ามกลางมนุษย์ก่อนหน้านั้นเท่านั้น และเชื่อเพียงหนทางที่พระเจ้าได้ทรงประทานแก่บรรดาสาวกของพระองค์ในช่วงเวลาที่เป็นอดีตเท่านั้น เจ้าไม่เชื่อในการทรงนำของพระราชกิจของพระเจ้า ณ วันนี้ ไม่เชื่อในโฉมพระพักตร์อันเปี่ยมสง่าราศีของพระเจ้าในวันนี้ และไม่เชื่อในหนทางแห่งความจริงที่พระเจ้าทรงแสดงในปัจจุบัน และดังนั้นเจ้าจึงเป็นผู้ฝันกลางวันคนหนึ่งอย่างปฏิเสธไม่ได้เลย ผู้ซึ่งห่างจากการติดต่อสัมผัสกับความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง หากบัดนี้เจ้ายังคงยึดติดอยู่กับถ้อยคำที่ไม่สามารถนำชีวิตมาสู่มนุษย์ได้ เช่นนั้นแล้วเจ้าก็เป็นตอไม้ที่ตายแล้วไร้สิ้นซึ่งความหวังตอหนึ่ง[a] เพราะเจ้านั้นหัวโบราณเกินไป ดื้อรั้นเกินไป ปิดกั้นต่อเหตุผลมากเกินไป!

พระเจ้าซึ่งทรงกลายเป็นเนื้อหนังได้รับการเรียกขานพระนามว่าพระคริสต์ และดังนั้นแล้วพระคริสต์ที่ทรงสามารถมอบความจริงแก่ผู้คนได้จึงมีพระนามเรียกขานว่าพระเจ้า ไม่มีอะไรที่เกินเลยเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะพระองค์ทรงครองเนื้อแท้ของพระเจ้า และทรงครองพระอุปนิสัยของพระเจ้า และพระปรีชาญาณในพระราชกิจของพระองค์ ที่ไม่สามารถบรรลุได้โดยมนุษย์ บรรดาพวกที่เรียกตัวเองว่าพระคริสต์ ทว่ากลับไม่สามารถทำงานของพระเจ้าได้นั้นเป็นพวกฉ้อฉล พระคริสต์ไม่ได้ทรงเป็นแค่การสำแดงของพระเจ้าบนแผ่นดินโลกเท่านั้น แต่ยังทรงเป็นเนื้อหนังพิเศษเฉพาะที่ทรงได้รับการดูแลรับผิดชอบโดยพระเจ้าในขณะที่พระองค์ทรงปฏิบัติและดำเนินพระราชกิจของพระองค์ท่ามกลางมนุษย์ให้ให้เสร็จสมบูรณ์ เนื้อหนังนี้ไม่สามารถแทนที่ได้โดยมนุษย์คนใด แต่เป็นเนื้อหนังที่สามารถรับภาระของพระราชกิจของพระเจ้าบนแผ่นดินโลกได้อย่างเพียงพอ และสามารถแสดงพระอุปนิสัยของพระเจ้า และเป็นตัวแทนพระเจ้าได้เป็นอย่างดี และสามารถจัดเตรียมชีวิตให้แก่มนุษย์ได้ ไม่ช้าก็เร็ว พวกที่แสร้งแสดงตนเป็นพระคริสต์จะพินาศกันทั้งหมด เพราะแม้พวกเขาจะอ้างเป็นพระคริสต์ พวกเขาไม่ได้ครองเนื้อแท้ของพระคริสต์เลย และดังนั้นเราจึงกล่าวว่าความจริงแท้แห่งพระคริสต์ไม่สามารถนิยามได้โดยมนุษย์ แต่พระเจ้าจะเป็นผู้ตอบและตัดสินใจด้วยพระองค์เอง อย่างนี้แล้ว หากเจ้าใฝ่ฝันปรารถนาที่จะแสวงหาหนทางแห่งชีวิตอย่างแท้จริง เจ้าจำต้องยอมรับเสียก่อนว่า ด้วยการเสด็จมาสู่แผ่นดินโลกนั่นเองที่พระองค์ทรงประทานหนทางแห่งชีวิตแก่มนุษย์ และเจ้าจำต้องยอมรับว่า เป็นช่วงระหว่างยุคสุดท้ายนั่นเองที่พระองค์เสด็จมาสู่แผ่นดินโลกเพื่อประทานหนทางแห่งชีวิตแก่มนุษย์ นี่ไม่ใช่อดีต มันกำลังเกิดขึ้น ณ วันนี้

พระคริสต์ของยุคสุดท้ายทรงนำมาซึ่งชีวิต และทรงนำมาซึ่งหนทางแห่งความจริงที่ยืนนานและสถาพร ความจริงนี้คือเส้นทางที่มนุษย์ได้รับชีวิต และเป็นเส้นทางเดียวเท่านั้นที่มนุษย์จะได้รู้จักพระเจ้าและได้รับการยอมรับจากพระเจ้า หากเจ้าไม่แสวงหาหนทางแห่งชีวิตที่พระคริสต์แห่งยุคสุดท้ายทรงจัดเตรียมให้ เช่นนั้นแล้วเจ้าจะไม่มีทางได้รับการยอมรับจากพระเยซู และจะไม่มีทางมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ที่จะเข้าสู่ประตูของอาณาจักรแห่งสวรรค์ เพราะเจ้านั้นเป็นทั้งหุ่นเชิดและนักโทษของประวัติศาสตร์ บรรดาพวกที่ถูกควบคุมโดยกฎข้อบังคับต่าง ๆ โดยตัวอักษร และถูกตีตรวนจองจำโดยประวัติศาสตร์จะไม่มีทางได้รับชีวิตหรือได้รับหนทางแห่งชีวิตนิรันดร์ นี่เป็นเพราะทั้งหมดที่พวกเขามีนั้นคือน้ำขุ่นซึ่งได้ถูกเก็บกักมาเป็นเวลาหลายพันปีแทนที่จะเป็นน้ำแห่งชีวิตซึ่งไหลมาจากบัลลังก์ พวกที่ไม่ได้รับการจัดหาน้ำแห่งชีวิตมาให้จะยังคงเป็นซากศพ ของเล่นของซาตาน และบุตรแห่งนรกไปตลอดกาล เช่นนั้นแล้ว พวกเขาจะได้เห็นพระเจ้าได้อย่างไร ? หากเจ้าเพียงแค่พยายามยึดติดกับอดีต เพียงแค่พยายามเก็บรักษาสิ่งต่าง ๆ อย่างที่เป็นอยู่โดยการอยู่นิ่งเฉย และไม่พยายามเปลี่ยนสถานภาพปัจจุบันและทิ้งประวัติศาสตร์ไปเสีย เช่นนั้นแล้วเจ้าจะไม่ต่อต้านพระเจ้าตลอดเวลาหรอกหรือ ? ขั้นตอนของพระราชกิจของพระเจ้านั้นมากมายมหาศาลและมีอานุภาพ ดั่งคลื่นที่ถาโถมและฟ้าที่ร้องคำรามต่อเนื่อง—กระนั้นเจ้าก็นั่งรอคอยการทำลายล้างอย่างเฉื่อยชา เกาะติดอยู่กับความโง่เขลาของเจ้าและไม่มีทำอะไรเลย อย่างนี้แล้ว เจ้าจะได้รับการพิจารณาว่าเป็นใครสักคนที่ติดตามรอยเท้าของพระเมษโปดกได้อย่างไร ? เจ้าจะสามารถอธิบายเหตุผลว่าพระเจ้าที่เจ้ายึดติดนั้นเป็นพระเจ้าที่ทรงมีความใหม่และไม่เคยเก่าอยู่เสมอได้อย่างไร ? และถ้อยคำจากบรรดาหนังสือที่เก่าจนเหลืองคร่ำของเจ้าจะสามารถหอบหิ้วเจ้าข้ามเข้าสู่ยุคใหม่ได้อย่างไร ? ถ้อยคำเหล่านั้นจะสามารถนำทางเจ้าในการแสวงหาขั้นตอนของพระราชกิจของพระเจ้าได้อย่างไร ? และถ้อยคำเหล่านั้นจะสามารถนำเจ้าขึ้นไปสู่สวรรค์ได้อย่างไร ? สิ่งที่เจ้าถือไว้ในมือของเจ้านั้นคือตัวอักษรที่สามารถให้ได้เพียงแต่การปลอบใจชั่วคราว ไม่ใช่ความจริงที่สามารถให้ชีวิตได้ คัมภีร์ที่เจ้าอ่านสามารถประเทืองปลายลิ้นของเจ้าได้เท่านั้น และไม่ใช่ถ้อยคำแห่งปัญญาที่สามารถช่วยให้เจ้ารู้จักชีวิตมนุษย์ได้ ยิ่งน้อยไปกว่านั้นก็คือไม่ใช่เส้นทางที่สามารถนำทางเจ้าไปสูการปรับปรุงให้สมบูรณ์แบบ ความย้อนแย้งกันนี้ไม่ได้เป็นสาเหตุให้เจ้าได้ตรึกตรองหรอกหรือ ? มันไม่ได้ทำให้เจ้าตระหนักถึงข้อความลึกลับต่างๆ ที่บรรจุอยู่ภายในหรอกหรือ ? เจ้าสามารถนำส่งตัวเจ้าเองสู่สวรรค์เพื่อพบพระเจ้าด้วยตัวของเจ้าเองได้หรือ ? หากปราศจากการเสด็จมาของพระเจ้า เจ้าจะสามารถนำตัวเจ้าเองเข้าไปในแผ่นดินสวรรค์เพื่อเปรมปรีดิ์ไปกับความสุขในครอบครัวกับพระเจ้าได้หรือ ? เจ้ายังคงฝันกลางวันอยู่ในขณะนี้หรือไม่ ? เช่นนั้นแล้ว เราแนะนำให้เจ้าหยุดฝันแล้วมองดูว่าใครที่กำลังทำงานอยู่ในขณะนี้—ดูว่าใครที่กำลังปฏิบัติงานในการช่วยมนุษย์ให้รอดระหว่างยุคสุดท้ายอยู่ในขณะนี้ หากเจ้าไม่ทำ เจ้าจะไม่มีวันได้รับความจริง และจะไม่มีวันได้รับชีวิต

พวกที่ปรารถนาได้รับชีวิตโดยที่ไม่พึ่งความจริงที่ตรัสโดยพระคริสต์คือเป็นผู้คนที่น่าขบขันที่สุดบนแผ่นดินโลก และพวกที่ไม่ยอมรับหนทางแห่งชีวิตซึ่งนำมาโดยพระคริสต์เป็นคนที่หลงอยู่ในความเพ้อฝัน และดังนั้นเราจึงกล่าวว่าพวกที่ไม่ยอมรับพระคริสต์ของยุคสุดท้ายจะถูกพระเจ้าทรงรังเกียจเดียดฉันท์ไปตลอดกาล พระคริสต์ทรงเป็นประตูของมนุษย์ไปสู่อาณาจักรระหว่างยุคสุดท้าย และไม่มีใครที่สามารถอ้อมเลี่ยงพระองค์ได้ อาจไม่มีใครเลยที่ได้รับการปรับปรุงให้สมบูรณ์แบบเว้นแต่จะผ่านทางพระคริสต์ เจ้าเชื่อในพระเจ้า และดังนั้นเจ้าจำต้องยอมรับพระวจนะของพระองค์และเชื่อฟังวิถีทางของพระองค์ เจ้าไม่สามารถคิดถึงเพียงแค่การได้รับพรเท่านั้นในขณะที่ไร้ความสามารถที่จะได้รับความจริงและไร้ความสามารถที่จะยอมรับการจัดเตรียมของชีวิต พระคริสต์เสด็จมาระหว่างยุคสุดท้ายเพื่อที่ทุกคนซึ่งเชื่อในพระองค์อย่างแท้จริงอาจได้รับการจัดเตรียมชีวิตไว้ให้ พระราชกิจของพระองค์นั้นเป็นไปเพื่อการสรุปยุคเก่าและเข้าสู่ยุคใหม่ และพระราชกิจของพระองค์คือเส้นทางที่จำต้องรับไว้โดยทุกคนที่จะเข้าสู่ยุคใหม่ หากเจ้าไร้ความสามารถที่จะยอมรับพระองค์ และแทนที่จะเป็นเช่นนั้นกลับกล่าวประณาม ดูหมิ่น หรือกระทั่งถึงกับลงโทษพระองค์ เช่นนั้นแล้วเจ้าก็มีแนวโน้มที่จะถูกเผาไหม้ไปชั่วนิรันดร์และจะไม่มีวันเข้าสู่อาณาจักรของพระเจ้า เพราะพระคริสต์พระองค์นี้ทรงเป็นการแสดงออกของพระวิญญาณบริสุทธิ์ด้วยพระองค์เอง การแสดงออกของพระเจ้า หนึ่งเดียวที่พระเจ้าได้ไว้วางพระทัยให้ปฏิบัติพระราชกิจของพระองค์บนแผ่นดินโลก และดังนั้นเราจึงกล่าวว่าหากเจ้าไม่สามารถยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างที่พระคริสต์แห่งยุคสุดท้ายได้ทรงปฏิบัติ เช่นนั้นแล้วเจ้าย่อมดูหมิ่นพระวิญญาณบริสุทธิ์ การลงทัณฑ์อย่างสาสมซึ่งพวกที่ดูหมิ่นพระวิญญาณบริสุทธิ์จะได้รับนั้นประจักษ์ชัดในตัวของมันเองต่อทุกคน เรายังบอกเจ้าอีกว่าหากเจ้าต่อต้านพระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย หากเจ้าปฏิเสธผลักไสพระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย จะไม่มีใครอื่นอีกที่จะแบกรับผลที่ตามมาแทนเจ้า ยิ่งไปกว่านั้น นับจากวันนี้ไปเจ้าจะไม่มีโอกาสอีกแล้วที่จะได้รับการยอมรับจากพระเจ้า ต่อให้เจ้าพยายามไถ่บาปให้แก่ตัวเจ้าเองก็ตาม เจ้าจะไม่มีวันได้เห็นพระพักตร์ของพระเจ้าอีกแล้ว เพราะสิ่งที่เจ้าต่อต้านนั้นไม่ใช่มนุษย์ สิ่งที่เจ้าปฏิเสธผลักไสนั้นไม่ใช่สิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ อ่อนแอบางอย่าง แต่เป็นพระคริสต์ เจ้ารู้หรือไม่ว่าผลที่ตามมาของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ? เจ้าจะไม่ได้ทำความผิดพลาดเล็กๆ แต่จะได้ก่ออาชญากรรมอันชั่วร้าย และดังนั้นเราจึงแนะนำทุกคนไม่ให้แสดงอาการแยกเขี้ยวข่มขู่เมื่ออยู่ต่อหน้าความจริง หรือทำการวิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่ระมัดระวัง เพราะความจริงเท่านั้นที่สามารถนำชีวิตมาสู่เจ้าได้ และไม่มีอะไรเว้นแต่ความจริงที่สามารถเปิดโอกาสให้เจ้าเกิดใหม่และได้เห็นพระพักตร์ของพระเจ้าอีกครั้ง

เชิงอรรถ:

a. ตอไม้ที่ตายแล้ว: สำนวนจีน หมายถึง “เกินกว่าที่จะช่วยได้”

ก่อนหน้า:เจ้ารู้หรือไม่ว่าพระเจ้าได้ทรงกระทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในหมู่มวลมนุษย์ ?

ถัดไป:เตรียมความดีให้พอเพียงสำหรับจุดหมายปลายทางของเจ้า

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง