นิมิตแห่งพระราชกิจของพระเจ้า (2)

ได้มีการประกาศข่าวประเสริฐแห่งการกลับใจในยุคพระคุณ และหากว่ามนุษย์ได้เชื่อ เช่นนั้นแล้วเขาก็คงจะได้รับการช่วยให้รอด  วันนี้ มีเพียงการพูดถึงการพิชิตชัยและการมีความเพียบพร้อมเท่านั้นแทนที่ความรอด  ไม่เคยมีการกล่าวว่า หากบุคคลหนึ่งเชื่อ ทั้งครอบครัวของพวกเขาจะได้รับพร หรือว่า เมื่อได้รับการช่วยให้รอดครั้งหนึ่งแล้วจะได้รับการช่วยให้รอดเสมอไป  วันนี้ ไม่มีใครกล่าวคำพูดเหล่านี้ และสิ่งต่างๆ เช่นนั้นก็ล้าสมัย  ณ เวลานั้น พระราชกิจของพระเยซูคือพระราชกิจแห่งการไถ่มวลมนุษย์ทั้งปวง  บาปต่างๆ ของทุกคนที่เชื่อในพระองค์ได้รับการอภัย ตราบเท่าที่เจ้าเชื่อในพระองค์ พระองค์จะทรงไถ่เจ้า หากเจ้าเชื่อในพระองค์ เจ้าก็ไม่เป็นคนบาปอีกต่อไป เจ้าได้รับการปลดเปลื้องจากบาปของเจ้า  นี่คือสิ่งที่เป็นความหมายของการได้รับการช่วยให้รอด และการได้รับความเป็นธรรมโดยความเชื่อ  แต่ถึงกระนั้นในบรรดาผู้ที่เชื่อ ก็ยังคงมีสิ่งที่เป็นกบฏและต่อต้านพระเจ้า และที่ยังคงต้องค่อยๆ ลบออกไป  ความรอดมิได้หมายความว่ามนุษย์ต้องได้รับการรับไว้โดยพระเยซูโดยสิ้นเชิง แต่หมายความว่ามนุษย์จะไม่มีบาปอีกต่อไป หมายความว่าเขาได้รับการอภัยบาปของเขาแล้ว  หากว่าเจ้าเชื่อ เจ้าจะไม่มีวันมีบาปอีก  ณ เวลานั้น พระเยซูได้ทรงพระราชกิจมากมายที่บรรดาสาวกของพระองค์ไม่อาจจับใจความได้ และได้ตรัสมากมายหลายอย่างที่ผู้คนไม่เข้าใจ  นี่เป็นเพราะ ณ เวลานั้น พระองค์มิได้ให้คำอธิบายใดๆ  ด้วยเหตุนี้เอง หลายปีหลังจากที่พระองค์ได้เสด็จจากไป มัทธิวได้ทำทะเบียนลำดับพงศ์ขึ้นเพื่อพระเยซู และคนอื่นๆ ก็ได้ทำงานมากมายที่มาจากเจตจำนงของมนุษย์  พระเยซูมิได้เสด็จมาเพื่อทำให้มนุษย์มีความเพียบพร้อมและได้รับมนุษย์ แต่เพื่อทรงพระราชกิจช่วงระยะหนึ่ง นั่นคือ การนำมาซึ่งข่าวประเสริฐแห่งอาณาจักรสวรรค์ และการทำให้พระราชกิจแห่งการตรึงกางเขนครบบริบูรณ์  และดังนั้น ทันทีที่พระเยซูถูกตรึงกางเขน พระราชกิจของพระองค์ก็ได้มาถึงบทอวสานที่ครบบริบูรณ์  แต่ในช่วงระยะปัจจุบันนี้─ที่เป็นพระราชกิจแห่งการพิชิตชัย─มีพระวจนะที่ต้องตรัสออกไปมากขึ้น มีพระราชกิจที่ต้องทำมากขึ้น และต้องมีกระบวนการต่างๆ มากมาย  ดังนั้น ความล้ำลึกต่างๆ จากพระราชกิจของพระเยซูและพระยาห์เวห์ก็ต้องได้รับการเปิดเผยด้วยเช่นกัน เพื่อที่ผู้คนทั้งปวงอาจจะได้มีความเข้าใจและความกระจ่างแจ้งในการเชื่อของพวกเขา เพราะนี่คือพระราชกิจแห่งยุคสุดท้าย และยุคสุดท้ายคือบทอวสานของพระราชกิจของพระเจ้า เป็นเวลาแห่งการสรุปปิดตัวพระราชกิจ  พระราชกิจช่วงระยะนี้จะชี้แจงธรรมบัญญัติของพระยาห์เวห์และการไถ่ของพระเยซูแก่เจ้า และโดยหลักแล้วเป็นไปเพื่อที่เจ้าอาจจะได้เข้าใจพระราชกิจทั้งหมดทั้งมวลแห่งแผนการบริหารจัดการหกพันปีของพระเจ้า และซึ้งคุณค่ากับนัยสำคัญและเนื้อแท้ทั้งหมดของแผนการบริหารจัดการหกพันปีนี้ และเข้าใจจุดประสงค์ของพระราชกิจทั้งหมดที่พระเยซูได้ทรงกระทำไปและพระวจนะทั้งหลายที่พระองค์ได้ตรัสไป และปรับการเชื่อถือและการรักใคร่บูชาในพระคัมภีร์แบบมืดบอดของเจ้าให้สมดุล  ทั้งหมดนี้จะเปิดโอกาสให้เจ้าเข้าใจอย่างถี่ถ้วน  เจ้าจะได้มาเข้าใจทั้งพระราชกิจที่พระเยซูได้ทรงกระทำและพระราชกิจของพระเจ้าในวันนี้ เจ้าจะเข้าใจและมองเห็นทั้งหมดเกี่ยวกับความจริง ชีวิต และหนทาง  ในพระราชกิจช่วงระยะที่พระเยซูทรงกระทำนั้น ทำไมพระเยซูจึงเสด็จจากไปโดยที่มิได้ทำการสรุปปิดตัวพระราชกิจ?  เพราะพระราชกิจในช่วงระยะของพระเยซูนั้นมิใช่พระราชกิจแห่งการสรุปปิดตัว  เมื่อพระองค์ทรงถูกตรึงบนกางเขน พระวจนะของพระองค์ก็ได้มาถึงบทอวสานด้วยเช่นกัน หลังจากการตรึงกางเขนของพระองค์ พระราชกิจของพระองค์ก็เสร็จสิ้นโดยครบบริบูรณ์  ช่วงระยะปัจจุบันแตกต่างออกไป กล่าวคือ หลังจากที่พระวจนะได้ถูกตรัสออกไปจนถึงบทอวสานและพระราชกิจทั้งหมดทั้งมวลของพระเจ้าได้รับการสรุปปิดตัวแล้วเท่านั้น พระราชกิจของพระองค์จึงจะได้เสร็จสิ้นลง  ในระหว่างช่วงระยะของพระราชกิจของพระเยซูนั้น ยังมีพระวจนะอีกมากมายที่ยังไม่ได้ตรัสออกไป หรือที่ยังไม่ได้รับการบรรยายให้เห็นภาพอย่างครบถ้วน  แต่ถึงกระนั้น พระเยซูก็มิได้ทรงใส่พระทัยว่าพระองค์ได้ตรัสหรือมิได้ตรัสสิ่งใดไป เพราะพันธกิจของพระองค์มิใช่พันธกิจเกี่ยวกับพระวจนะ และดังนั้น หลังจากพระองค์ทรงถูกตอกตรึงกับกางเขน พระองค์จึงเสด็จจากไป  พระราชกิจในช่วงระยะนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ของการตรึงกางเขนเป็นสำคัญ และไม่เหมือนกับช่วงระยะปัจจุบัน  พระราชกิจช่วงระยะปัจจุบันนี้โดยหลักแล้วเป็นไปเพื่อประโยชน์ของความครบบริบูรณ์ ของการทำให้ชัดเจน และของการนำพระราชกิจทั้งหมดไปสู่การสรุปปิดตัว  หากพระวจนะทั้งหลายไม่ได้ถูกตรัสออกไปจนถึงบทอวสานของมัน ก็จะไม่มีหนทางในการสรุปปิดตัวพระราชกิจนี้ เพราะในช่วงระยะนี้ของพระราชกิจนั้น พระราชกิจทั้งหมดจะถูกนำพาไปถึงบทอวสานและทำให้สำเร็จลุล่วงโดยการใช้พระวจนะ  ณ เวลานั้น พระเยซูได้ทรงพระราชกิจมากมายที่มนุษย์ไม่สามารถจับความเข้าใจได้  พระองค์ได้เสด็จจากไปอย่างเงียบๆ และวันนี้ยังคงมีผู้ที่ไม่เข้าใจพระวจนะของพระองค์อีกมากมายหลายคน ผู้ที่ความเข้าใจของพวกเขาเป็นความเข้าใจที่ผิดแต่ถึงกระนั้นพวกเขายังคงเชื่อว่ามันถูก และไม่รู้ว่าพวกเขาผิด  ในที่สุด ช่วงระยะปัจจุบันนี้จะนำพาพระราชกิจของพระเจ้าไปถึงบทอวสานที่ครบบริบูรณ์ และจะจัดเตรียมการสรุปปิดตัวของมัน  ทุกคนจะได้มาเข้าใจและรู้จักแผนการบริหารจัดการของพระเจ้า  มโนคติอันหลงผิดทั้งหลายภายในตัวมนุษย์ เจตนาต่างๆ ของเขา ความเข้าใจผิดของเขา มโนคติอันหลงผิดของเขาเกี่ยวกับพระราชกิจของพระยาห์เวห์และพระเยซู ทรรศนะของเขาเกี่ยวกับชนต่างชาติ และความเบี่ยงเบนและความผิดพลาดอื่นๆ ของพวกเขาจะได้รับการแก้ไขให้ถูกต้อง  และมนุษย์จะเข้าใจเส้นทางชีวิตที่ถูกต้องทั้งหมด และพระราชกิจที่พระเจ้าได้ทรงทำทั้งหมด และความจริงทั้งหมดทั้งมวล  เมื่อการนั้นเกิดขึ้น พระราชกิจช่วงระยะนี้จะได้มาถึงบทอวสาน  พระราชกิจของพระยาห์เวห์คือการทรงสร้างโลก มันคือการเริ่มต้น พระราชกิจช่วงระยะนี้คือบทอวสานของพระราชกิจ และมันคือการสรุปปิดตัว  เมื่อแรกเริ่ม พระราชกิจของพระเจ้าได้ดำเนินการท่ามกลางบรรดาผู้ที่ได้รับการเลือกสรรจากอิสราเอล และมันคือรุ่งอรุณของศักราชใหม่ในสถานที่ที่บริสุทธิ์ที่สุดจากบรรดาสถานที่ทั้งหมด  พระราชกิจช่วงระยะสุดท้ายดำเนินการในประเทศที่ไม่บริสุทธิ์มากที่สุดจากบรรดาประเทศทั้งหมด เพื่อพิพากษาโลกและนำพายุคนี้ไปสู่บทอวสาน  ในช่วงระยะแรกนั้น พระราชกิจของพระเจ้าได้ทำไปในสถานที่ที่สดใสที่สุดจากบรรดาสถานที่ทั้งหมด และช่วงระยะสุดท้ายดำเนินการขึ้นในสถานที่ที่มืดที่สุดจากบรรดาสถานที่ทั้งหมด และความมืดนี้จะถูกขับออกไป และความสว่างจะถูกนำออกมา และผู้คนทั้งหมดจะได้รับการพิชิต  เมื่อผู้คนจากสถานที่ที่ไม่บริสุทธิ์ที่สุดและมืดที่สุดจากบรรดาสถานที่ทั้งหมดนี้ได้รับการพิชิตแล้ว และประชากรทั้งหมดทั้งมวลได้ยอมรับว่ามีพระเจ้า ผู้ทรงเป็นพระเจ้าที่แท้จริง และทุกบุคคลได้มีความมั่นใจอย่างเต็มที่ เช่นนั้นแล้ว ข้อเท็จจริงจะถูกนำมาใช้เพื่อดำเนินการพระราชกิจแห่งการพิชิตชัยโดยตลอดทั่วทั้งจักรวาล  พระราชกิจช่วงระยะนี้เป็นสัญลักษณ์ กล่าวคือ  ทันทีที่พระราชกิจของยุคนี้ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว พระราชกิจแห่งการบริหารจัดการหกพันปีจะได้มาถึงบทอวสานอันครบบริบูรณ์  ทันทีที่บรรดาผู้ที่อยู่ในสถานที่มืดที่สุดจากบรรดาสถานที่ทั้งหมดได้รับการพิชิตแล้ว ก็เป็นที่แน่นอนว่ามันจะเป็นเช่นนั้นในที่อื่นทุกแห่งด้วยเช่นกัน  เช่นนี้เอง มีเพียงพระราชกิจแห่งการพิชิตชัยในประเทศจีนเท่านั้นที่นำการแสดงสัญลักษณ์อย่างมีความหมายมา  ประเทศจีนรวบรวมกำลังบังคับของความมืดทั้งหมดเอาไว้ในตัว และผู้คนของประเทศจีนเป็นตัวแทนของทุกคนผู้มีเนื้อหนัง มีซาตาน และมีเลือดเนื้อ  ผู้คนชาวจีนนี่เองที่เป็นผู้ซึ่งได้ถูกพญานาคใหญ่สีแดงทำให้เสื่อมทรามมากที่สุด ผู้ซึ่งมีการต่อต้านที่หนักหน่วงที่สุดต่อพระเจ้า ผู้ซึ่งสภาวะความเป็นมนุษย์ของพวกเขาต่ำช้าและไม่บริสุทธิ์มากที่สุด และดังนั้นพวกเขาจึงเป็นแม่แบบของสภาวะความเป็นมนุษย์ที่เสื่อมทรามทั้งหมด  นี่มิใช่หมายความว่าประเทศอื่นๆ จะไม่มีปัญหาใดเลย มโนคติอันหลงผิดทั้งหลายของมนุษย์ล้วนเหมือนกันทั้งหมด และถึงแม้ว่าผู้คนของประเทศเหล่านี้อาจจะมีขีดความสามารถสูง แต่หากพวกเขาไม่รู้จักพระเจ้า เช่นนั้นแล้ว มันก็ต้องเป็นว่าพวกเขาต่อต้นพระองค์  เหตุใดชาวยิวจึงได้ต่อต้านและเยาะเย้ยท้าทายพระเจ้า?  เหตุใดพวกฟาริสีจึงได้ต่อต้านพระองค์ด้วยเช่นกัน? เหตุใดยูดาสจึงได้ทรยศพระเยซู?  ณ เวลานั้น สาวกจำนวนมากไม่รู้จักพระเยซู  หลังจากพระเยซูทรงถูกตรึงกางเขนและได้ฟื้นขึ้นอีกครั้ง เหตุใดผู้คนจึงยังคงไม่เชื่อในพระองค์?  การไม่เชื่อฟังของมนุษย์ไม่เป็นเหมือนกันทั้งหมดหรอกหรือ?  ผู้คนของประเทศจีนเพียงถูกยกมาเป็นตัวอย่างเท่านั้นนั่นเอง และเมื่อพวกเขาได้รับการพิชิต พวกเขาจะกลายเป็นแบบอย่างและตัวอย่าง และจะทำหน้าที่เป็นบุคคลที่อ้างอิงสำหรับคนอื่นๆ  เหตุใดเราจึงกล่าวอยู่เสมอว่าพวกเจ้าเป็นผู้ช่วยให้กับแผนการบริหารจัดการของเรา?  ในผู้คนของประเทศจีนนั่นเองที่เป็นความเสื่อมทราม ความไม่บริสุทธิ์ ความไม่ชอบธรรม การต่อต้าน และการเป็นกบฏได้ถูกสำแดงอย่างครบบริบูรณ์มากที่สุด และเปิดเผยอยู่ในรูปแบบต่างๆ ทั้งหมดของพวกเขา  ในด้านหนึ่ง พวกเขามีขีดความสามารถอ่อนด้อย และอีกด้านหนึ่ง ชีวิตและกระบวนการทางความคิดของพวกเขาล้าหลัง และนิสัยใจคอ สภาพแวดล้อมทางสังคม ครอบครัวที่ให้กำเนิดของพวกเขา─ทั้งหมดล้วนอ่อนด้อยและล้าหลังมากที่สุด  สถานะของพวกเขาก็ต่ำต้อยด้วยเช่นกัน พระราชกิจในสถานที่นี้เป็นสัญลักษณ์ และหลังจากที่พระราชกิจทดสอบนี้ได้มีการดำเนินการด้วยความครบถ้วนบริบูรณ์ของมันแล้ว พระราชกิจที่ตามมาของพระเจ้าจะเป็นไปด้วยดีกว่านี้มาก  หากพระราชกิจขั้นตอนนี้สามารถครบบริบูรณ์ได้ เช่นนั้นแล้ว พระราชกิจที่ตามมาก็จะเป็นที่ชัดเจน  ทันทีที่พระราชกิจขั้นตอนนี้ได้สำเร็จลุล่วงไป ก็จะสัมฤทธิ์ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่อย่างครบถ้วน และพระราชกิจแห่งการพิชิตชัยตลอดทั่วทั้งจักรวาลก็จะได้มาถึงบทอวสานอันครบบริบูรณ์  แท้ที่จริงแล้ว ทันทีที่พระราชกิจท่ามกลางพวกเจ้าประสบความสำเร็จแล้ว การนี้จะเทียบเท่ากับความสำเร็จตลอดทั่วทั้งจักรวาล  นี่คือนัยสำคัญของเหตุผลที่เราให้พวกเจ้าทำหน้าที่เป็นแบบอย่างและตัวอย่าง  การเป็นกบฏ การต่อต้าน ความไม่บริสุทธิ์ ความไม่ชอบธรรม─ทั้งหมดล้วนพบอยู่ในตัวผู้คนเหล่านี้ และในตัวพวกเขานั้นเป็นตัวแทนของการเป็นกบฏของมวลมนุษย์ทั้งหมด  พวกเขาเป็นบางสิ่งบางอย่างจริงๆ  ด้วยเหตุนี้เอง พวกเขาจึงได้รับการยกชูให้เป็นตัวอย่างของการพิชิตชัย และทันทีที่พวกเขาได้รับการพิชิตชัยพวกเขาจะกลายเป็นตัวอย่างและแบบอย่างสำหรับผู้อื่นไปในตัว  ไม่มีสิ่งใดที่เป็นสัญลักษณ์มากไปกว่าช่วงระยะแรกที่ได้มีการดำเนินการในอิสราเอล กล่าวคือ ชาวอิสราเอลเป็นผู้คนที่บริสุทธิ์มากที่สุดและเสื่อมทรามน้อยที่สุดจากบรรดาผู้คนทั้งหมด และดังนั้น รุ่งอรุณของศักราชใหม่ในแผ่นดินนี้จึงมีนัยสำคัญขั้นสูงสุด  อาจกล่าวได้ว่าบรรพบุรุษของมวลมนุษย์มาจากอิสราเอล และว่าอิสราเอลคือสถานที่กำเนิดของพระราชกิจของพระเจ้า  ในปฐมกาล ผู้คนเหล่านี้บริสุทธิ์มากที่สุด และพวกเขาล้วนนมัสการพระยาห์เวห์ และพระราชกิจของพระเจ้าในตัวพวกเขานั้นก็สามารถเกิดผลเป็นผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่  พระคัมภีร์ทั้งเล่มนั้นบันทึกพระราชกิจของสองยุค กล่าวคือ หนึ่งนั้นคือพระราชกิจแห่งยุคธรรมบัญญัติ และอีกหนึ่งคือพระราชกิจแห่งยุคพระคุณ  พันธสัญญาเดิมบันทึกพระวจนะของพระยาห์เวห์ถึงชาวอิสราเอลและพระราชกิจของพระองค์ในอิสราเอล พันธสัญญาใหม่บันทึกพระราชกิจของพระเยซูในยูเดีย  แต่เหตุใดพระคัมภีร์จึงไม่มีชื่อภาษาจีนใดๆ เลย?  เพราะพระราชกิจของพระเจ้าสองส่วนแรกนั้นได้มีการดำเนินการในอิสราเอล เพราะผู้คนของอิสราเอลเป็นผู้ที่ได้รับเลือกสรร─ซึ่งกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ พวกเขาเป็นกลุ่มแรกที่ยอมรับพระราชกิจของพระยาห์เวห์  พวกเขาเป็นผู้ที่เสื่อมทรามน้อยที่สุดในบรรดามวลมนุษย์ทั้งปวง และในปฐมกาลนั้น พวกเขามีจิตใจที่ค้นหาพระเจ้าและเคารพพระองค์  พวกเขาเชื่อฟังพระวจนะทั้งหลายของพระยาห์เวห์ และรับใช้ในพระวิหารอยู่เสมอ และสวมเสื้อคลุมหรือมงกุฎอย่างปุโรหิต  พวกเขาเป็นผู้คนรุ่นแรกสุดที่นมัสการพระเจ้า และเป็นเป้าหมายรุ่นแรกสุดของพระราชกิจของพระองค์  ผู้คนเหล่านี้เป็นตัวอย่างและแบบอย่างสำหรับมวลมนุษย์ทั้งปวง  พวกเขาเป็นตัวอย่างและแบบอย่างของความบริสุทธิ์และความชอบธรรม  ผู้คนอย่างเช่นโยบ อับราฮัม โลท หรือเปโตรและทิโมธี─พวกเขาล้วนเป็นชาวอิสราเอล และเป็นตัวอย่างและแบบอย่างที่บริสุทธิ์มากที่สุด  อิสราเอลเป็นประเทศแรกสุดที่นมัสการพระเจ้าท่ามกลางมวลมนุษย์ และผู้คนที่ชอบธรรมมีมาจากที่นี่มากกว่าที่อื่นใด  พระเจ้าได้ทรงพระราชกิจในตัวพวกเขาเพื่อที่พระองค์จะได้ทรงสามารถบริหารจัดการมวลมนุษย์ทั่วทั้งแผ่นดินได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต  ความสัมฤทธิ์ผลของพวกเขาและความชอบธรรมในการนมัสการพระยาห์เวห์ของพวกเขานั้นได้รับการบันทึก เพื่อที่พวกเขาจะได้สามารถทำหน้าที่เป็นตัวอย่างและแบบอย่างแก่ผู้คนที่นอกเหนือไปจากอิสราเอลในระหว่างยุคพระคุณได้ และการกระทำของพวกเขาได้ค้ำชูพระราชกิจมาหลายพันปี เรื่อยมาจนกระทั่งถึงวันนี้

หลังจากการวางรากฐานโลก พระราชกิจช่วงระยะแรกของพระเจ้าได้มีการดำเนินการขึ้นในอิสราเอล และด้วยเหตุนี้ อิสราเอลจึงได้เป็นสถานที่กำเนิดของพระราชกิจของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก และเป็นพื้นฐานของพระราชกิจของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก  วงเขตพระราชกิจของพระเยซูได้ครอบคลุมยูเดียทั้งหมด  ในระหว่างพระราชกิจของพระองค์ พวกที่อยู่ภายนอกยูเดียน้อยคนมากที่จะได้รู้เรื่องนี้ เพราะพระองค์ไม่ได้ทรงพระราชกิจใดๆ ไกลพ้นไปจากยูเดีย  วันนี้ พระราชกิจของพระเจ้าได้ถูกนำพามาถึงประเทศจีน และมันได้รับการดำเนินการภายในวงเขตนี้ล้วนๆ  ในระหว่างระยะนี้ ไม่มีการเริ่มพระราชกิจใดภายนอกประเทศจีน การเผยแพร่มันไปไกลพ้นประเทศจีนคือพระราชกิจที่จะมาในภายหลัง  พระราชกิจช่วงระยะนี้ติดตามต่อเนื่องมาจากพระราชกิจในช่วงระยะของพระเยซู  พระเยซูได้ทรงพระราชกิจแห่งการไถ่ และช่วงระยะนี้คือพระราชกิจที่ติดตามต่อเนื่องมาจากพระราชกิจนั้น พระราชกิจแห่งการไถ่ได้มีความครบบริบูรณ์ไปแล้ว และในช่วงระยะนี้ไม่มีความจำเป็นใดสำหรับการสร้างมโนคติโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพราะพระราชกิจช่วงระยะนี้ไม่เหมือนกับช่วงระยะสุดท้าย และยิ่งไปกว่านั้น เพราะประเทศจีนไม่เหมือนกับอิสราเอล  พระราชกิจช่วงระยะที่ได้รับการดำเนินการโดยพระเยซูนั้นคือพระราชกิจแห่งการไถ่  มนุษย์ได้เห็นพระเยซู และไม่นานหลังจากนั้น พระราชกิจของพระองค์ก็ได้เริ่มเผยแพร่ไปยังชนต่างชาติ  วันนี้ มีผู้ที่เชื่อในพระเจ้าจำนวนมากในอเมริกา สหราชอาณาจักร และรัสเซีย ดังนั้น เหตุใดจึงมีผู้คนที่เชื่อในประเทศจีนน้อยกว่าเล่า?  เพราะประเทศจีนเป็นชาติที่ปิดมากที่สุด  เมื่อเป็นเช่นนี้ ประเทศจีนจึงเป็นประเทศสุดท้ายที่ยอมรับหนทางแห่งพระเจ้า และแม้กระทั่งบัดนี้ ก็เป็นเวลาไม่ถึงหนึ่งร้อยปีนับตั้งแต่ที่มันได้ยอมรับ─ซึ่งช้ากว่าอเมริกาและสหราชอาณาจักรมาก  พระราชกิจช่วงระยะสุดท้ายของพระเจ้ามีการดำเนินการในแผ่นดินจีนเพื่อที่จะนำพาพระราชกิจของพระองค์ไปถึงบทอวสาน และเพื่อที่พระราชกิจทั้งหมดของพระองค์อาจจะได้สำเร็จลุล่วง  ผู้คนอิสราเอลต่างเรียกพระเยห์เวห์ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าของพวกเขา  ณ เวลานั้น พวกเขาถือว่าพระองค์ทรงเป็นหัวหน้าตระกูลของพวกเขา และอิสราเอลทั้งหมดได้กลายมาเป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่ทุกคนในตระกูลนมัสการองค์พระยาห์เวห์เจ้า  พระวิญญาณของพระยาห์เวห์ได้ทรงปรากฏต่อพวกเขาบ่อยครั้ง และพระองค์ได้ตรัสและได้ทรงเปล่งพระสุรเสียงของพระองค์ถึงพวกเขา และได้ทรงใช้เสาเมฆและเสียงเพื่อนำชีวิตของพวกเขา  ณ เวลานั้น พระวิญญาณได้ทรงจัดเตรียมการทรงนำของพระองค์ในอิสราเอลโดยตรง โดยการตรัสและการทรงเปล่งพระสุรเสียงของพระองค์ถึงผู้คน และพวกเขาได้มองเห็นเมฆและได้ยินเสียงกังวานของฟ้าร้อง และในหนทางนี้ พระองค์ได้ทรงนำชีวิตของพวกเขาเป็นเวลาหลายพันปี  ด้วยเหตุนี้เอง ผู้คนของอิสราเอลเท่านั้นที่นมัสการพระยาห์เวห์อยู่เสมอ  พวกเขาเชื่อว่าพระยาห์เวห์ทรงเป็นพระเจ้าของพวกเขา และว่าพระองค์ไม่ทรงเป็นพระเจ้าของชนต่างชาติ  นี่ไม่น่าประหลาดใจเลย กล่าวคือ  จะว่าไปแล้ว พระยาห์เวห์ได้ทรงพระราชกิจท่ามกลางพวกเขาไปเป็นเวลาเกือบสี่พันปี  ในแผ่นดินจีนนั้น หลังจากหลายพันปีแห่งการหลับใหลที่เซื่องซึม มาบัดนี้เท่านั้นที่บรรดาคนต่ำทรามนี้ได้มารู้ว่าฟ้าสวรรค์ และแผ่นดินโลก และทุกสรรพสิ่งไม่ได้ก่อเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาโดยธรรมชาติ แต่สร้างขึ้นมาโดยพระผู้สร้าง  เพราะข่าวประเสริฐนี้ได้มาจากต่างประเทศ พวกที่มีจิตใจแบบหัวเก่านิยมศักดินาเชื่อว่าทุกคนที่ยอมรับข่าวประเสริฐนี้เป็นพวกขายชาติ พวกเขาเป็นคนสารเลวที่ได้ทรยศพระพุทธเจ้า บรรพบุรุษของพวกเขา  ยิ่งไปกว่านั้น พวกมีจิตใจแบบศักดินาเหล่านี้จำนวนมากถามว่า “คนจีนสามารถเชื่อในพระเจ้าของชาวต่างชาติได้อย่างไร?  พวกเขาไม่ใช่กำลังทรยศบรรพบุรุษของพวกเขาหรอกหรือ?  พวกเขาไม่ใช่กำลังทำชั่วหรอกหรือ?"  วันนี้ ผู้คนได้ลืมไปนานแล้วว่าพระยาห์เวห์ทรงเป็นพระเจ้าของพวกเขา  พวกเขาได้ผลักพระผู้สร้างไปข้างหลังจิตใจของพวกเขานานมาแล้ว และพวกเขากลับเชื่อในการวิวัฒนาการแทน ซึ่งหมายความว่ามนุษย์ได้วิวัฒน์มาจากลิง และว่าโลกธรรมชาติได้เกิดขึ้นมาเองตามธรรมชาติ  อาหารดีๆ ทั้งหมดที่มวลมนุษย์ได้ชื่นชมนั้นจัดเตรียมขึ้นโดยธรรมชาติ มีลำดับในการมีชีวิตและความตายของมนุษย์ และไม่มีการดำรงอยู่ของพระเจ้าผู้ปกครองเหนือมันทั้งหมด  ยิ่งไปกว่านั้น มีพวกที่เชื่อว่าพระเจ้าไม่มีจริงจำนวนมากที่เชื่อว่าการที่พระเจ้าทรงปกครองเหนือทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติและไม่เป็นวิทยาศาสตร์  แต่วิทยาศาสตร์สามารถแทนที่พระราชกิจของพระเจ้าได้หรือ?  วิทยาศาสตร์สามารถปกครองเหนือมวลมนุษย์ได้หรือ?  การประกาศข่าวประเสริฐในประเทศที่ปกครองโดยความเชื่อว่าพระเจ้าไม่มีจริงเป็นภารกิจที่ไม่ง่ายเลย และมันเกี่ยวโยงกับอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ต่างๆ  วันนี้ ไม่ใช่ว่ามีผู้ต่อต้านพระเจ้าในหนทางนี้อยู่เป็นจำนวนมากหรอกหรือ?

ผู้คนมากมายได้ยกพระราชกิจของพระเยซูมาเปรียบเทียบกับพระราชกิจของพระยาห์เวห์ และเมื่อพวกเขาได้พบความไม่สอดคล้องกัน พวกเขาก็ได้ตอกตรึงพระเยซูกับกางเขน  แต่เหตุใดพวกเขาจึงไม่พบความสอดคล้องกันระหว่างพระราชกิจของทั้งสองพระองค์เล่า?  ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพระเยซูได้ทรงพระราชกิจใหม่ อีกทั้งยังเป็นเพราะก่อนที่พระเยซูจะได้ทรงเริ่มพระราชกิจของพระองค์นั้น ไม่เคยมีใครได้เขียนทะเบียนลำดับพงศ์ของพระองค์เลย  หากว่ามีใครสักคนได้เขียน เช่นนั้นแล้วก็คงไม่จำเป็นต้องกังวล และเช่นนั้นแล้วใครกันเล่าที่จะได้ตอกตรึงพระเยซูกับกางเขน?  หากว่ามัทธิวได้เขียนทะเบียนลำดับพงศ์ของพระเยซูไปก่อนหน้านั้นหลายสิบปีแล้ว เช่นนั้นแล้ว พระเยซูก็คงจะไม่ต้องทรงทนทุกข์กับการข่มเหงที่ยิ่งใหญ่เช่นนั้น  นี่ไม่ใช่ดังนั้นหรอกหรือ?  ทันทีที่ผู้คนได้อ่านทะเบียนลำดับพงศ์ของพระเยซู─ว่าพระองค์ทรงเป็นบุตรของอับราฮัม และทรงเป็นรากเหง้าของดาวิด─เช่นนั้นแล้ว พวกเขาก็คงจะได้หยุดการข่มเหงพระองค์ของพวกเขา  ไม่น่าเสียดายหรอกหรือที่ทะเบียนลำดับพงศ์ของพระองค์ถูกเขียนขึ้นสายเกินไป?  และช่างน่าเสียดายที่พระคัมภีร์เพียงแค่บันทึกพระราชกิจของพระเจ้าสองช่วงระยะเท่านั้น ได้แก่ ช่วงระยะหนึ่งที่เป็นพระราชกิจแห่งยุคธรรมบัญญัติ และช่วงระยะหนึ่งที่เป็นพระราชกิจแห่งยุคพระคุณ ช่วงระยะหนึ่งที่เป็นพระราชกิจของพระยาห์เวห์ และช่วงระยะหนึ่งที่เป็นพระราชกิจของพระเยซู  มันจะดีกว่านี้มากเพียงใดหากผู้เผยพระวจนะที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งได้พยากรณ์ถึงพระราชกิจของวันนี้เอาไว้แล้ว  มันคงจะได้มีภาคพิเศษในพระคัมภีร์ที่มีชื่อว่า “พระราชกิจแห่งยุคสุดท้าย”─นั่นจะไม่ดีกว่านี้มากหรอกหรือ?  เหตุใดมนุษย์จึงต้องอยู่ภายใต้ความยากลำบากมากมายยิ่งนักในวันนี้?  พวกเจ้าได้มีเวลาที่ลำบากยากเย็นเช่นนี้แล้ว!  หากใครคนใดสมควรที่จะถูกเกลียดชัง อิสยาห์และดาเนียลนั่นเองที่ไม่ได้บอกถึงพระราชกิจแห่งยุคสุดท้ายไว้ก่อน และหากใครคนใดจะถูกตำหนิ นั่นก็คือบรรดาอัครทูตแห่งพันธสัญญาใหม่ผู้ที่ไม่ได้บันทึกรายการทะเบียนลำดับพงศ์ของการจุติเป็นมนุษย์ครั้งที่สองของพระเจ้าให้เร็วกว่านี้  ช่างน่าอับอายอะไรเช่นนั้น!  พวกเจ้าต้องค้นหาหลักฐานจนทั่วไปหมด และถึงแม้หลังจากพบส่วนปลีกย่อยของพระวจนะเล็กๆ น้อยๆ บางอย่าง พวกเจ้าก็ยังคงไม่สามารถบอกได้ว่าพระวจนะเหล่านั้นเป็นข้อพิสูจน์จริงๆ  ช่างน่าอายนัก!  เหตุใดพระเจ้าจึงทรงเร้นลับยิ่งนักในพระราชกิจของพระองค์?  วันนี้ ผู้คนมากมายยังไม่พบหลักฐานที่เป็นบทสรุป ถึงกระนั้นพวกเขาก็ไร้ความสามารถที่จะปฏิเสธมันได้เช่นกัน  ดังนั้น พวกเขาควรทำอย่างไร?  พวกเขาไม่สามารถติดตามพระเจ้าได้อย่างแน่วแน่ ทว่าพวกเขาก็ไม่สามารถเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความเคลือบแคลงเช่นนั้นได้ด้วย  และดังนั้น “นักวิชาการที่ฉลาดและมีพรสวรรค์” จำนวนมากจึงนำท่าทีแบบ “ทดลองดู” มาใช้เมื่อพวกเขาติดตามพระเจ้า  การนี้เป็นปัญหามากเกินไป!  สิ่งต่างๆ จะไม่ง่ายดายขึ้นมากอย่างยิ่งหรอกหรือหากว่ามัทธิว มาระโก ลูกา และยอห์น มีความสามารถที่จะบอกอนาคตล่วงหน้าได้?  มันคงจะดีขึ้นหากยอห์นได้มองเห็นความจริงข้างในของชีวิตในราชอาณาจักร─น่าเสียดายยิ่งที่เขาเพียงได้เห็นนิมิตแต่ไม่ได้เห็นพระราชกิจที่เป็นเนื้อหาจริงบนแผ่นดินโลก  มันช่างน่าอับอาย!  เกิดอะไรขึ้นกับพระเจ้า?  หลังจากที่พระราชกิจของพระองค์ดำเนินไปด้วยดีในอิสราเอล เหตุใดพระองค์จึงเสด็จมายังประเทศจีน ณ บัดนี้ และเหตุใดพระองค์จึงต้องทรงบังเกิดเป็นมนุษย์ และทรงพระราชกิจและดำรงพระชนม์ชีพท่ามกลางผู้คนโดยพระองค์เอง?  พระเจ้าช่างไม่ทรงคำนึงถึงมนุษย์เกินไป!  พระองค์ไม่เพียงไม่ทรงบอกผู้คนไว้ล่วงหน้า หากแต่พระองค์ได้ทรงนำการตีสอนและการพิพากษาของพระองค์มาโดยฉับพลัน  มันช่างไม่มีเหตุผลเลยจริงๆ!  ครั้งแรกที่พระเจ้าได้ทรงจุติมาเป็นมนุษย์ พระองค์ได้ทรงทนทุกข์กับความยากลำบากมากมายอันเป็นผลจากการที่ไม่ทรงบอกมนุษย์ล่วงหน้าถึงความจริงข้างในทั้งหมด  แน่ใจหรือว่าพระองค์ไม่สามารถหลงลืมเรื่องนั้นไปได้?  และดังนั้น เหตุใดพระองค์จึงยังคงไม่ทรงบอกมนุษย์ในครั้งนี้?  วันนี้ ช่างน่าเสียดายนักที่มีหนังสือเพียงหกสิบหกเล่มในพระคัมภีร์ จำเป็นต้องมีเพิ่มอีกแค่หนึ่งเล่มที่บอกล่วงหน้าถึงพระราชกิจแห่งยุคสุดท้าย!  เจ้าไม่คิดหรอกหรือ?  แม้แต่พระยาห์เวห์ อิสยาห์ และดาวิด ก็ไม่ได้กล่าวถึงพระราชกิจของวันนี้  พระองค์และท่านเหล่านั้นถูกลบไปจากปัจจุบันต่อไป ถูกแยกออกไปในเวลาที่ผ่านไปกว่าสี่พันปี  และพระเยซูก็ไม่ได้ทรงบอกล่วงหน้าถึงพระราชกิจของวันนี้อย่างครบถ้วน โดยตรัสถึงมันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และมนุษย์ยังคงไม่พบหลักฐานที่เพียงพอ  หากเจ้าเปรียบเทียบพระราชกิจของวันนี้กับเมื่อก่อน สองสิ่งนี้จะสามารถลงรอยกันได้อย่างไร?  พระราชกิจช่วงระยะของพระยาห์เวห์ชี้นำไปที่อิสราเอล ดังนั้น หากเจ้าเปรียบเทียบพระราชกิจของวันนี้กับช่วงระยะนั้นก็จะยิ่งมีความไม่สอดคล้องกันมากยิ่งขึ้นไปอีก ทั้งสองช่วงระยะนี้แค่ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้  เจ้าไม่ใช่มาจากอิสราเอล อีกทั้งเจ้าไม่ใช่คนยิว  ขีดความสามารถของเจ้าและทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับเจ้าขาดพร่อง─เจ้าจะเปรียบเทียบตัวเจ้าเองกับพวกเขาได้อย่างไร?  การนี้เป็นไปได้หรือ?  จงรู้ไว้ว่าวันนี้คือยุคแห่งราชอาณาจักร และมันแตกต่างจากยุคธรรมบัญญัติและยุคพระคุณ  ไม่ว่าในกรณีใด จงอย่าทดลองและใช้สูตร จะไม่สามารถพบพระเจ้าในสูตรใดๆ เช่นนั้นได้

พระเยซูทรงดำรงพระชนม์ชีพอย่างไรในระหว่าง 29 ปี หลังจากการประสูติของพระองค์?  พระคัมภีร์ไม่บันทึกสิ่งใดเกี่ยวกับวัยเด็กและวัยหนุ่มของพระองค์เลย เจ้ารู้หรือไม่ว่าสองวัยนั้นเป็นอย่างไร?  เป็นไปได้ไหมว่าพระองค์ไม่ทรงมีวัยเด็กหรือวัยหนุ่ม และเมื่อพระองค์ทรงประสูติพระองค์ก็มีพระชนมายุ 30 พรรษาแล้ว?  เจ้ารู้น้อยเกินไป ดังนั้น จงอย่าประมาทนักในการแสดงทรรศนะของเจ้า  มันไม่เป็นผลดีกับเจ้า!  พระคัมภีร์เพียงแต่บันทึกว่าก่อนวันประสูติปีที่ 30 ของพระเยซู พระองค์ทรงได้รับบัพติศมาและได้รับการทรงนำทางโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์เข้าไปในถิ่นทุรกันดารเพื่อก้าวผ่านการทดลองของมาร  และพระกิตติคุณสี่เล่มบันทึกพระราชกิจสามปีครึ่งของพระองค์  ไม่มีบันทึกถึงวัยเด็กและวัยหนุ่มของพระองค์เลย แต่นี่มิได้พิสูจน์ว่าพระองค์ไม่เคยทรงมีวัยเด็กและวัยหนุ่ม มันเป็นเพียงว่า ในการเริ่มต้นนั้น พระองค์มิได้ทรงพระราชกิจใดๆ และทรงเป็นบุคคลปกติ  เช่นนั้นแล้วเจ้าจะสามารถกล่าวได้หรือไม่ว่า พระเยซูได้ดำรงพระชนม์ชีพมา 33 ปีโดยไม่มีวัยเด็กหรือวัยหนุ่ม?  พระองค์จะทรงสามารถมาถึงพระชนมายุ 33 พรรษาครึ่งในทันทีได้หรือ?  ทั้งหมดนี้ที่มนุษย์คิดเกี่ยวกับพระองค์เป็นเรื่องเหนือธรรมชาติและไม่เป็นจริง  ไม่เป็นที่ต้องสงสัยเลยว่าพระเจ้าผู้ทรงจุติเป็นมนุษย์นั้นทรงมีสภาวะความเป็นมนุษย์ปกติและธรรมดา แต่เมื่อพระองค์ทรงดำเนินพระราชกิจของพระองค์ มันเป็นไปโดยตรงด้วยสภาวะความเป็นมนุษย์ที่ไม่ครบบริบูรณ์และเทวสภาพที่ครบบริบูรณ์ของพระองค์  เป็นเพราะการนี้นี่เองที่ผู้คนมีความสงสัยเกี่ยวกับพระราชกิจของวันนี้ และแม้กระทั่งสงสัยเกี่ยวกับพระราชกิจของพระเยซู  ถึงแม้ว่าพระราชกิจของพระเจ้าจะแตกต่างกันระหว่างสองครั้งที่พระองค์ได้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์ แต่เนื้อแท้ของพระองค์ไม่แตกต่าง  แน่นอนว่า หากเจ้าอ่านบันทึกทั้งหลายจากพระกิตติคุณสี่เล่ม ความแตกต่างนั้นมีมากยิ่งนัก  เจ้าจะสามารถกลับไปหาชีวิตของพระเยซูในระหว่างวัยเด็กและวัยหนุ่มของพระองค์ได้อย่างไร?  เจ้าจะสามารถจับใจความสภาวะความเป็นมนุษย์ปกติของพระเยซูได้อย่างไร?  บางทีเจ้าอาจจะมีความเข้าใจหนักแน่นเกี่ยวกับสภาวะความเป็นมนุษย์ของพระเจ้าในวันนี้ ถึงกระนั้นเจ้าก็ยังไม่มีการจับความเข้าใจสภาวะความเป็นมนุษย์ของพระเยซู นับประสาอะไรที่เจ้าจะเข้าใจมัน  หากไม่ได้มีการบันทึกไว้โดยมัทธิว เจ้าก็คงจะไม่มีการระแคะระคายเกี่ยวกับสภาวะความเป็นมนุษย์ของพระเยซูเลย  บางที เมื่อเราบอกเจ้าเกี่ยวกับเรื่องราวของพระเยซูในระหว่างชีวิตของพระองค์ และบอกเจ้าเกี่ยวกับความจริงข้างในของวัยเด็กและวัยหนุ่มของพระเยซู เจ้าจะส่ายศีรษะและพูดว่า “ไม่! พระองค์ไม่อาจทรงเป็นอย่างนั้นได้ พระองค์ไม่ทรงสามารถมีความอ่อนแอใดๆ ได้ นับประสาอะไรที่พระองค์จะทรงมีสภาวะความเป็นมนุษย์ใดๆ!”  เจ้าจะถึงขั้นตะโกนและกรีดร้อง  มันเป็นเพราะเจ้าไม่เข้าใจพระเยซูนั่นเองเจ้าจึงมีมโนคติอันหลงผิดต่างๆ เกี่ยวกับเรา  เจ้าเชื่อว่าพระเยซูจะต้องทรงเป็นพระเจ้าเหลือเกิน จนไม่มีสิ่งใดในเนื้อหนังเกี่ยวกับพระองค์เลย  แต่ข้อเท็จจริงก็ยังคงเป็นข้อเท็จจริง  ไม่มีใครปรารถนาที่จะพูดเยาะเย้ยท้าทายความจริงของข้อเท็จจริงทั้งหลาย เพราะเมื่อเราพูดว่ามันมีความสัมพันธ์กับความจริง มันไม่ใช่การคาดคะเน อีกทั้งมันไม่ใช่คำเผยพระวจนะ  จงรู้ไว้ว่าพระเจ้าทรงสามารถขึ้นไปถึงที่สูงยิ่งได้ และยิ่งไปกว่านั้น จงรู้ไว้ว่าพระองค์ทรงสามารถซ่อนเร้นในที่ลึกยิ่งได้  ปัญญาของเจ้าไม่อาจจินตนาการถึงพระองค์ได้ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของสรรพสิ่งที่ทรงสร้างทั้งปวง และไม่ทรงเป็นพระเจ้าส่วนบุคคลที่เข้าใจโดยบุคคลเฉพาะคนหนึ่ง

ก่อนหน้า: นิมิตแห่งพระราชกิจของพระเจ้า (1)

ถัดไป: นิมิตแห่งพระราชกิจของพระเจ้า (3)

พระเจ้าได้เสด็จมาอย่างลับๆ ก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงและได้ทรงสร้างกลุ่มผู้มีชัยชนะขึ้นแล้ว จากนั้น พระเจ้าจะทรงปรากฏอย่างเปิดเผยและทรงให้รางวัลคนดีและลงโทษคนชั่ว คุณต้องการต้อนรับองค์พระผู้เป็นเจ้าและให้พระเจ้าช่วยให้รอดก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงหรือไม่? อย่าลังเลที่จะติดต่อเราตอนนี้เพื่อหาวิธี
ติดต่อเราผ่าน Messenger
ติดต่อเราผ่าน Line

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

การรักพระเจ้าเท่านั้นคือการเชื่อในพระเจ้าอย่างแท้จริง

วันนี้ ขณะที่พวกเจ้าพยายามที่จะรักและรู้จักพระเจ้า ในด้านหนึ่งนั้นเจ้าต้องอดทนต่อความยากลำบากและกระบวนการถลุง และในอีกด้านหนึ่ง...

เส้นทาง… (3)

ในชีวิตของเรา เรายินดีเสมอที่ได้มอบความคิดจิตใจและร่างกายของเราแด่พระเจ้าทั้งหมดทั้งสิ้น  เมื่อถึงตอนนั้นเท่านั้น...

เนื้อแท้ของพระคริสต์คือการเชื่อฟังน้ำพระทัยของพระบิดาแห่งสวรรค์

พระเจ้าผู้ทรงจุติเป็นมนุษย์เรียกว่าพระคริสต์ และพระคริสต์คือเนื้อหนังมนุษย์ที่พระวิญญาณของพระเจ้าทรงจุติมา...

การตั้งค่า

  • ข้อความ
  • ธีม

สีเข้ม

ธีม

แบบอักษร

ขนาดตัวอักษร

ระยะห่างบรรทัด

ระยะห่างบรรทัด

ความกว้างของหน้า

เนื้อหา

ค้นหา

  • ค้นหาข้อความนี้
  • ค้นหาในหนังสือนี้