ผู้คนนั้นบาปหนา แต่การบูชาไถ่บาปขององค์พระเยซูเจ้านั่นมีผลตลอดไป ตราบใดที่เราสารภาพบาปของเราแก่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์จะทรงอภัยให้เรา เราไม่มีบาปในพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้า ดังนั้นเราจึงสามารถเข้าสู่อาณาจักรแห่งสวรรค์ได้!

วันที่ 07 เดือน 11 ปี 2020

ตอบ: องค์พระเยซูเจ้าได้ทรงอภัยบาปของมวลมนุษย์แล้ว แต่นั่นไม่ได้แปลว่ามนุษย์ไม่มีบาป นั่นไม่ได้แปลว่ามนุษย์เป็นอิสระจากการควบคุมของบาปของพวกเขาหรือบรรลุการชำระให้บริสุทธิ์ องค์พระเยซูเจ้าทรงอภัยบาปของมนุษย์ “บาป” อ้างถึงอะไรในบริบทนี้ มันอ้างถึงการล่วงประเวณี การขโมย และอื่นๆ อะไรก็ตามที่ฝ่าฝืนธรรมบัญญัติ พระบัญญัติ หรือพระวจนะของพระเจ้าก็คือบาป การกระทำใดที่ต่อต้าน กล่าวโทษ หรือตัดสินพระเจ้าก็เป็นบาปด้วย การหมิ่นประมาทใดๆ ต่อพระเจ้าคือบาป บาปที่ไม่สามารถอภัยให้ได้! ในยุคพระคุณ องค์พระเยซูเจ้าทรงรับใช้ในฐานะเครื่องบูชาไถ่บาปสำหรับมนุษยชาติ บรรดาผู้ที่อธิษฐานต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าและกลับใจเท่านั้นที่จะไม่ถูกลงโทษและฆ่าให้ตาย กล่าวได้ว่า พระเจ้าจะไม่ทรงเห็นพวกเขาเป็นคนบาปอีกต่อไป มนุษย์ที่ได้รับการอภัยบาปของพวกเขาแล้วสามารถอธิษฐานต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าโดยตรงและแบ่งปันพระคุณของพระองค์ นั่นคือความหมายที่แท้จริงของคำกล่าวที่ว่า “บาปได้รับการอภัย” แม้ว่าบาปของมนุษย์จะได้รับการอภัยเพราะการเป็นเครื่องบูชาไถ่บาปขององค์พระเยซูเจ้า นั่นไม่ได้แปลว่าพวกเขาได้หยุดทำบาปและต่อต้านพระเจ้าแล้ว ธรรมชาติบาปหนาของมนุษย์ยังคงอยู่ ดังนั้นพวกเขาจึงยังสามารถต่อต้านและทรยศพระเจ้า และเห็นพระองค์เป็นศัตรูได้ คนแบบนั้นจะสามารถมีคุณสมบัติเข้าสู่อาณาจักรแห่งสวรรค์ได้ยังไง ดังที่พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ตรัสว่า “คนบาปเช่นพวกเจ้า ผู้ซึ่งเพิ่งได้รับการไถ่บาป และไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลง หรือได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อมโดยพระเจ้า เจ้าสามารถเป็นที่ถูกพระทัยของพระเจ้าได้หรือ? สำหรับเจ้า เจ้าผู้ซึ่งยังคงเป็นตัวตนเก่าของเจ้า เป็นความจริงที่ว่าเจ้าได้รับการช่วยให้รอดโดยพระเยซู และที่ว่าเจ้าไม่ได้ถูกนับว่าเป็นคนบาปเพราะความรอดของพระเจ้า แต่นี่ไม่ได้พิสูจน์ว่าเจ้าไม่ได้มีบาป และไม่ได้ไม่บริสุทธิ์ เจ้าสามารถเป็นผู้เปี่ยมบริสุทธิ์ได้อย่างไรหากเจ้ายังไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลง? ภายใน เจ้าถูกรุมเร้าด้วยความไม่บริสุทธิ์ เห็นแก่ตัวและใจร้าย กระนั้นเจ้าก็ยังคงปรารถนาที่จะลงมาพร้อมกับพระเยซู—เจ้าคงจะไม่โชคดีขนาดนั้น! เจ้าได้พลาดไปขั้นตอนหนึ่งในการเชื่อในพระเจ้าของเจ้าแล้ว นั่นคือ เจ้าเพียงได้รับการไถ่บาปเท่านั้น แต่เจ้ายังไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลง เพื่อที่เจ้าจะได้เป็นที่ถูกพระทัยของพระเจ้า พระเจ้าต้องทรงพระราชกิจแห่งการเปลี่ยนแปลงและการชำระล้างเจ้าให้สะอาดด้วยพระองค์เอง มิฉะนั้น เจ้าผู้ซึ่งได้รับการไถ่บาปเท่านั้น ก็จะไม่สามารถบรรลุการชำระให้บริสุทธิ์ได้ ด้วยวิธีนี้เจ้าจะไม่มีคุณสมบัติที่จะแบ่งปันในพระพรดีๆ ของพระเจ้า เพราะเจ้าได้พลาดขั้นตอนหนึ่งในพระราชกิจของพระเจ้าในการบริหารจัดการมนุษย์ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญแห่งการเปลี่ยนแปลงและการทำให้มีความเพียบพร้อม ดังนั้นเจ้า คนบาปที่เพิ่งได้รับการไถ่บาป จึงไม่สามารถรับมรดกของพระเจ้ามาเป็นมรดกของเจ้าโดยตรงได้” (“ว่าด้วยเรื่องชื่อและอัตลักษณ์” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์) พระราชกิจแห่งการไถ่ขององค์พระเยซูเจ้าเพียงแค่อภัยบาปของมนุษย์เท่านั้น แต่ไม่ได้แก้ไขอุปนิสัยเสื่อมทรามของพวกเขา ความโอหัง เห็นแก่ตัว ละโมบ หลอกลวงภายในของมนุษย์ และด้านอื่นๆ ของอุปนิสัยแบบซาตานของพวกเขานั้นยังคงอยู่ อุปนิสัยเสื่อมทรามนี้อยู่ลึกกว่าบาป มันติดแน่นอนยิ่งกว่าบาปเสียอีก มันเป็นแหล่งที่มาของการทำบาปและต่อต้านพระเจ้าของเรา ถ้าอุปนิสัยแบบซาตานที่เสื่อมทรามเหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไข มนุษย์จะทำบาป ต่อต้านพระเจ้า และตัดสินและกล่าวโทษพระองค์ตามจินตนาการและมโนคติของพวกเขาต่อไป เมื่อพวกเขาทนทุกข์และถูกข่มเหง พวกเขาก็สามารถปฏิเสธพระเจ้าและถึงขั้นทรยศพระองค์อย่างที่ยูดาสเคยทำได้ เมื่อพวกเขาได้อำนาจมาครอง พวกเขาก็สามารถสถาปนาราชอาณาจักรที่เป็นเอกเทศในการต่อต้านพระเจ้าได้ บางคนถึงกับขโมยเครื่องบูชาของพระเจ้าและทำให้พระอุปนิสัยของพระองค์ขุ่นเคือง พวกเขาจะถูกพระเจ้าลงโทษและทำลาย ปัจจุบันพวกศิษยาภิบาลและผู้นำในชุมชมศาสนาส่วนใหญ่ ไม่ปฏิบัติตามพระวจนะขององค์พระเยซูเจ้า พวกเขาตีความพระคัมภีร์ตามมโนคติของตัวเอง พวกเขาปฏิบัติต่อคำพูดของมนุษย์ในพระคัมภีร์เสมือนพระวจนะของพระเจ้า พวกเขายกย่องคำพูดของมนุษย์แทนที่จะให้คำพยานเกี่ยวกับพระวจนะขององค์พระเยซูเจ้า นี่ทำให้ผู้เชื่อแรงกล้าบูชามนุษย์และติดตามมนุษย์ และไม่ที่ในหัวใจให้แก่องค์พระเยซูเจ้าเลย ผู้เชื่อเหล่านี้ติดกับและถูกควบคุมภายใต้แดนครอบครองของพวกผู้นำศาสนา นี่เป็นความจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อองค์พระเยซูเจ้าทรงกลับมาเพื่อทรงพระราชกิจแห่งการพิพากษาของพระองค์ ศิษยภิบาลและผู้นำเหล่านั้นไม่ได้ไล่ตามหรือศึกษาพระราชกิจของพระเจ้า แต่พวกเขากลับกล่าวโทษพระราชกิจของพระองค์ ตัดสินพระองค์ และหมิ่นประมาทพระองค์ พวกเขาแต่งเรื่องโกหกเพื่อหลอกลวงบรรดาผู้เชื่อและปิดผนึกคริสตจักร พวกเขาตั้งตัวเป็นศัตรูกับพระเจ้าอย่างเปิดเผยและทำให้พระอุปนิสัยของพระเจ้าขุ่นเคือง นี่เป็นการต่อต้านพระเจ้าที่ร้ายแรงที่สุดที่มี นี่เป็นบาปที่ไม่สามารถอภัยให้ได้! ความประพฤติชั่วของพวกเขาเลวทรามกว่าที่พวกฟาริสีต่อต้านองค์พระเยซูเจ้าเสียอีก! ดังนั้น ถ้าธรรมชาติของคนเราที่ต่อต้านพระเจ้าไม่ได้รับการแก้ไข ถ้าอุปนิสัยเสื่อมทรามแบบซาตานของพวกเขาไม่ได้รับการชำระให้สะอาด พวกเขาจะสามารถประพฤติชั่วในการต่อต้านพระเจ้าได้ทุกรูปแบบ คนประเภทนี้จะสามารถเข้าสู่ราชอาณาจักรของพระเจ้าได้ยังไง เช่นนี้ ตามแผนการบริหารจัดการของพระองค์ที่จะช่วยมวลมนุษย์ให้รอดและสิ่งจำเป็นจริงๆ ของความเป็นมนุษย์ที่เสื่อมทราม พระเจ้าทรงแสดงด้านต่างๆ ของความจริงมากมายในยุคสุดท้าย และดำเนินพระราชกิจของพระองค์ซึ่งทำให้คำเผยพระวจนะในพระคัมภีร์ที่ว่า “การพิพากษาจะเริ่มต้นที่พระนิเวศของพระเจ้า” ลุล่วง และเพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญที่มวลมนุษย์ที่เสื่อมทรามถูกควบคุมโดยธรรมชาติแบบซาตานของพวกเขา นั่นคือหนทางที่มนุษย์จะค่อยๆ ปล่อยตัวเองเป็นอิสระจากอุปนิสัยแบบซาตานที่เสื่อมทรามของพวกเขา หยุดกบฏและต่อต้านพระเจ้า กลายเป็นสามารถเชื่อฟังและเคารพนับถือพระเจ้าอย่างแท้จริง เมื่อนั้นเท่านั้นที่พวกเขาจะได้รับการชำระให้สะอาดและเข้าสู่อาณาจักรแห่งสวรรค์

ตัดตอนจากบทภาพยนตร์เรื่อง ความทรงจำอันเจ็บปวด

ก่อนหน้า: พวกคุณพูดว่า ผู้คนสามารถได้รับการชำระให้สะอาดและช่วยให้รอดอย่างครบถ้วน ก็ต่อเมื่อพวกเขายอมรับพระราชกิจแห่งการพิพากษาของยุคสุดท้ายของพระเจ้าเท่านั้น พวกเราไม่เชื่อเช่นนั้น พระคัมภีร์กล่าวว่า “เพราะว่าการเชื่อด้วยใจก็นำไปสู่ความชอบธรรม และการยอมรับด้วยปากก็นำไปสู่ความรอด” (โรม 10:10) “เพราะฉะนั้นไม่มีการลงโทษคนที่อยู่ในพระเยซูคริสต์” (โรม 8:1) พวกเราได้รับการยกโทษบาปไปเรียบร้อยแล้ว และได้รับความเป็นธรรมโดยความเชื่อของพวกเราโดยการที่เชื่อในองค์พระเยซูเจ้า พวกเราได้รับการช่วยกู้อย่างสมบูรณ์ตลอดกาล และเมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกลับมา พวกเราจะได้รับการพาเข้าไปสู่สวรรค์โดยตรง แล้วทำไมพวกคุณจึงพูดว่า พวกเราต้องยอมรับพระราชกิจแห่งการพิพากษาในยุคสุดท้ายเพื่อที่จะได้รับการช่วยให้รอดอย่างครบถ้วน?

ปี 2021 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

มีเขียนไว้ว่า “เพราะฉะนั้นไม่มีการลงโทษคนที่อยู่ในพระเยซูคริสต์ […]” (โรม 8:1) เพราะเราเชื่อในพระเยซูคริสต์ มีการรับประกันแล้วว่าเราจะไม่ถูกลงโทษและสามารถเข้าสู่อาณาจักรแห่งสวรรค์ได้!

ตอบ: พวกคุณคิดว่าตราบใดที่มนุษย์เชื่อในพระเยซูคริสต์ เขาก็อยู่ในพระเยซูคริสต์แล้ว นั่นเป็นมโนคติของมนุษย์ “คนที่อยู่ในพระเยซูคริสต์”...