ในวันที่หก พระผู้สร้างตรัส และสิ่งสร้างซึ่งมีชีวิตแต่ละประเภทในพระทัยของพระองค์ปรากฏตัวตามลำดับ

วันที่ 02 เดือน 10 ปี 2020

พระราชกิจแห่งการทรงสร้างทุกสรรพสิ่งของพระผู้สร้างได้ดำเนินต่อเนื่องไปเป็นเวลาห้าวันโดยไม่อาจรู้สึกได้ ซึ่งทันทีภายหลังจากนั้นพระผู้สร้างก็ได้ทรงต้อนรับวันที่หกแห่งการสร้างทุกสรรพสิ่งของพระองค์ วันนี้เป็นการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง และเป็นวันที่เหนือธรรมดาอีกวันหนึ่ง เช่นนั้นแล้ว แผนของพระผู้สร้างในค่ำคืนก่อนวันใหม่นี้คืออะไร? พระองค์จะทรงก่อกำเนิด พระองค์จะทรงสร้างสิ่งทรงสร้างใหม่ๆ อันใดขึ้น? จงฟัง นั่นก็คือพระสุรเสียงของพระผู้สร้าง…

“พระเจ้าตรัสว่า “แผ่นดินจงเกิดสัตว์ที่มีชีวิตตามชนิดของมัน คือสัตว์ใช้งาน สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ป่าตามชนิดของมัน” ก็เป็นดังนั้น พระเจ้าทรงสร้างสัตว์ป่าตามชนิดของมัน สัตว์ใช้งานตามชนิดของมัน และสัตว์ต่างๆ ที่เลื้อยคลานทุกชนิดบนแผ่นดินตามชนิดของมัน แล้วพระเจ้าทรงเห็นว่าดี” (ปฐมกาล 1:24-25) สิ่งสร้างซึ่งมีชีวิตประกอบด้วยอะไรบ้าง? คัมภีร์ระบุว่า ปศุสัตว์ และสัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ป่าของแผ่นดินโลกตามประเภทของมัน กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ในวันนี้ไม่ใช่มีแค่เพียงสิ่งสร้างซึ่งมีชีวิตทุกประเภทบนแผ่นดินโลกเท่านั้น แต่พวกมันยังถูกจำแนกออกไปตามประเภทด้วย และในทำนองเดียวกันนั้น “พระเจ้าทรงเห็นว่าดี”

ดังเช่นในระหว่างห้าวันก่อนหน้านั้น พระผู้สร้างได้ตรัสด้วยพระกระแสเสียงเดียวกันและได้ทรงสั่งให้มีนกจากสิ่งสร้างซึ่งมีชีวิตที่พระองค์ได้ทรงพึงปรารถนา และให้พวกมันปรากฏขึ้นบนแผ่นดินโลก แต่ละอย่างตามประเภทของพวกมัน เมื่อประผู้สร้างทรงใช้สิทธิอำนาจของพระองค์ ไม่มีพระวจนะใดของพระองค์ที่ตรัสไปโดยเปล่าประโยชน์ และดังนั้น ในวันที่หก สิ่งสร้างซึ่งมีชีวิตแต่ละอย่างที่พระองค์ได้ตั้งพระทัยที่จะสร้างก็ได้ปรากฏขึ้นในเวลาที่กำหนด ดังเช่นที่พระผู้สร้างได้ตรัสไว้ว่า “แผ่นดินจงเกิดสัตว์ที่มีชีวิตตามชนิดของมัน” แผ่นดินโลกก็เต็มไปด้วยชีวิตทันที และบนแผ่นดินก็พลันบังเกิดลมหายใจของสิ่งสร้างซึ่งมีชีวิตทุกประเภท…ในถิ่นธุรกันดารเขียวชอุ่ม วัวอ้วนพีที่กำลังแกว่งหางไปมาปรากฏขึ้นตัวแล้วตัวเล่า แกะที่ส่งเสียงร้องรวมตัวกันเป็นฝูง และม้าที่ร้องอย่างม้าก็เริ่มวิ่งควบ…ในชั่วพริบตา ทุ่งหญ้าเงียบสงบอันกว้างใหญ่ไพศาลก็เกิดมีชีวิตขึ้นในทันทีทันใด…การปรากฏปศุสัตว์ต่างๆ นานาเหล่านี้คือภาพที่สวยงามบนทุ่งหญ้าอันเงียบสงบ และนำมาซึ่งพละกำลังที่ไร้ขอบเขต…พวกมันจะเป็นมิตรสหายของทุ่งหญ้า และเป็นนายของทุ่งหญ้า แต่ละฝ่ายจะพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันกับอีกฝ่ายหนึ่ง ดังนั้น พวกมันจะกลายเป็นผู้พิทักษ์และผู้รักษาดินแดนเหล่านี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะเป็นที่อยู่อาศัยถาวรของพวกมัน และซึ่งจะจัดเตรียมสิ่งที่พวกมันทั้งหมดจำเป็นต้องการให้แก่พวกมัน เป็นแหล่งกำเนิดการบำรุงเลี้ยงชั่วนิรันดร์ให้แก่การดำรงอยู่ของพวกมัน…

ในวันเดียวกันกับที่ปศุสัตว์ต่างๆ เหล่านี้ได้เป็นขึ้นมาด้วยพระวจนะของพระผู้สร้างนั้น แมลงมากมายเหลือคณาก็ได้ปรากฏขึ้น ตัวแล้วตัวเล่า ถึงแม้ว่าพวกมันจะเป็นสิ่งสร้างซึ่งมีชีวิตที่เล็กที่สุดท่ามกลางสรรพสิ่งที่ทรงสร้างทั้งปวง แต่พลังชีวิตของพวกมันก็ยังคงเป็นการสร้างที่มหัศจรรย์ของพระผู้สร้าง และพวกมันมิได้มาถึงช้าเกินไป…บางตัวกระพือปีกเล็กๆ ของพวกมัน ในขณะที่อีกบางตัวคืบคลานอย่างช้าๆ บางตัวกระโดดและกระเด้ง อีกบางตัวเดินตุปัดตุเป๋ บางตัวกระโจนไปข้างหน้า ในขณะที่อีกบางตัวถอยกรูดอย่างรวดเร็ว บางตัวขยับไปด้านข้าง อีกบางตัวก็กระโดดสูงๆ ต่ำๆ…ทั้งหมดนั้นยุ่งอยู่กับการพยายามหาบ้านให้ตัวพวกมันเอง กล่าวคือ บางตัวดั้นด้นไปในพงหญ้า บางตัวเริ่มที่จะขุดรูบนพื้น บางตัวบินขึ้นไปบนต้นไม้ ซ่อนตัวในผืนป่า…ถึงแม้ว่าจะมีขนาดเล็ก แต่พวกมันก็ไม่เต็มใจที่จะสู้ทนความทรมานจากท้องที่ว่างเปล่า และหลังจากหาบ้านให้ตัวเองได้แล้ว พวกมันก็เร่งรีบแสวงหาอาหารเพื่อเลี้ยงตัวเอง บางตัวปีนป่ายไปบนต้นหญ้าเพื่อกินยอดอ่อนของมัน บางตัวงับฝุ่นดินเต็มปากแล้วกลืนลงท้องไป กินด้วยความเอร็ดอร่อยและความยินดีอย่างมาก (สำหรับพวกมันแล้ว แม้แต่ฝุ่นดินก็เป็นอาหารเลี้ยงที่มีรสชาติแล้ว) บางตัวซ่อนอยู่ในป่า แต่พวกมันไม่ได้หยุดพัก เพราะน้ำค้างที่อยู่ในใบหญ้าสีเขียวเข้มเป็นมันได้จัดเตรียมเป็นอาหารมื้ออร่อย…หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้ว พวกแมลงยังคงไม่หยุดกิจกรรมของพวกมัน ถึงแม้ว่าจะมีวุฒิภาวะแค่เล็กน้อย แต่พวกมันมีกำลังมหาศาลและความมีชีวิตชีวิตที่ไร้ขีดจำกัด และดังนั้น พวกมันจึงคล่องแคล่วมากที่สุดและขยันขันแข็งมากที่สุดในบรรดาสรรพสิ่งที่ทรงสร้างทั้งปวง พวกมันไม่เคยขี้เกียจ และไม่เคยหมกมุ่นอยู่ในการหยุดพัก ทันทีที่ความอยากอาหารของพวกมันได้อิ่มเอมแล้ว พวกมันยังคงดิ้นรนทำงานหนักเพื่อประโยชน์ของอนาคตของพวกมัน โดยทำงานยุ่งและรีบเร่งเพื่อวันพรุ่งนี้ของพวกมัน เพื่อการอยู่รอดของพวกมัน…พวกมันฮัมเพลงในท่วงทำนองและจังหวะต่างๆ อย่างแผ่วเบาเพื่อกระตุ้นและเร่งเร้าตัวพวกมันเองต่อไป พวกมันยังได้เพิ่มความชื่นบานให้กับต้นหญ้า ต้นไม้ และผืนดินทุกนิ้ว ทำให้แต่ละวันและแต่ละปีมีเอกลักษณ์…พวกมันส่งต่อข้อมูลข่าวสารไปยังสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนแผ่นดินด้วยภาษาของพวกมันเองและด้วยวิธีของพวกมันเอง พวกมันได้ทำเครื่องหมายกับทุกสรรพสิ่ง บนที่ซึ่งพวกมันได้ทิ้งร่องรอยเอาไว้ โดยใช้ครรลองชีวิตแบบพิเศษของพวกมันเอง…พวกมันมีช่วงเวลาที่ใกล้ชิดกับดิน ต้นหญ้า และผืนป่า และพวกมันนำเรี่ยวแรงและพละกำลังมาให้แก่ดิน ต้นหญ้า และผืนป่า พวกมันได้นำการแนะนำและคำทักทายจากพระผู้สร้างมาให้แก่สิ่งมีชีวิตทั้งปวง…

สายพระเนตรอันจับจ้องของพระเจ้ากวาดมองไปทั่วทุกสรรพสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสร้างไว้ และ ณ ชั่วขณะนี้เอง พระเนตรของพระองค์ก็หยุดชะงักอยู่ที่ผืนป่าและภูเขา พระหทัยของพระองค์ก็เปลี่ยนไป เมื่อพระวจนะของพระองค์ถูกดำรัสออกไป ก็ได้ปรากฏสรรพสิ่งที่ทรงสร้างชนิดหนึ่งที่ไม่เหมือนกับชนิดใดที่เคยมาก่อนหน้านั้นในผืนป่าอันหนาทึบ กล่าวคือ พวกมันคือสัตว์ป่าที่พระโอษฐ์ของพระเจ้าได้ตรัสไป เกินกำหนดมานานแล้วที่พวกมันส่ายศีรษะและสะบัดหาง แต่ละตัวมีใบหน้าที่เป็นเอกลักษณ์ของพวกมันเอง บางตัวมีหนังหุ้มเป็นขนยาว บางตัวหุ้มเกราะ บางตัวแยกเขี้ยว บางตัวแสยะยิ้ม บางตัวคอยาว บางตัวหางสั้น บางตัวตาเบิกโพลง บางตัวมีตาถมึงทึง บางตัวก้มกินหญ้า บางตัวมีเลือดติดรอบปาก บางตัวกระเด้งไปบนขาสองข้าง บางตัวก้าวเดินบนกีบเท้าสี่ข้าง บางตัวมองไปไกลบนยอดไม้ บางตัวนอนรออยู่ในป่า บางตัวค้นหาถ้ำเพื่อหยุดพัก บางตัววิ่งกระโดดโลดเต้นบนที่ราบ บางตัวตระเวนไปทั่วป่า…บางตัวส่งเสียงคำราม บางตัวส่งเสียงหอน บางตัวเห่า บางตัวส่งเสียงร้อง…บางตัวมีเสียงสูง บางตัวมีเสียงทุ้ม บางตัวมีเสียงเต็มคอ บางตัวมีเสียงใสและไพเราะ…บางตัวหน้าบูดบึ้ง บางตัวสวยงาม บางตัวน่าขยะแขยง บางตัวน่าชม บางตัวกลัว บางตัวไร้เดียงสาอย่างมีเสน่ห์…พวกมันแต่ละตัวออกมาทีละตัว จงดูว่าพวกมันสูงและมีกำลังเพียงใด มีจิตวิญญาณอิสระ ไม่แยแสอย่างนิ่งเฉยต่อกันและกัน ไม่มัวแต่จะสละสายตาชำเลืองมองกัน…พวกมันปรากฏขึ้นในป่าและบนภูเขา โดยแต่ละตัวมีชีวิตแบบเฉพาะที่พระผู้สร้างได้ประทานให้แก่พวกมัน และมีความดุร้ายของพวกมันเอง และความโหดร้าย เย่อหยิ่งกว่าสิ่งใดทั้งหมด ยโสโอหังอย่างเต็มที่—ผู้ใดได้ทำให้พวกมันเป็นนายที่แท้จริงแห่งภูเขาและผืนป่า? จากชั่วขณะที่พระผู้สร้างได้ทรงลิขิตการปรากฏของพวกมัน พวกมันก็ “อ้างสิทธิ์” กับป่าและกับภูเขา เพราะพระผู้สร้างได้ทรงประทับตราอาณาเขตของพวกมันและได้ทรงกำหนดวงเขตการดำรงอยู่ของพวกมันไว้แล้ว เฉพาะพวกมันเท่านั้นที่เป็นเจ้าเป็นนายที่แท้จริงแห่งภูเขาและผืนป่า และนั่นคือเหตุผลที่พวกมันป่าเถื่อนยิ่งนัก เย่อหยิ่งยิ่งนัก พวกมันถูกเรียกว่า “สัตว์ป่า” ก็เพียงเพราะในบรรดาสรรพสิ่งที่ทรงสร้างทั้งปวงนั้น พวกมันเป็นบรรดาสิ่งที่ป่าเถื่อน ดุร้าย และไม่เชื่องอย่างแท้จริง พวกมันไม่สามารถทำให้เชื่องได้ ดังนั้นพวกมันจึงไม่สามารถถูกเลี้ยงได้ และไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างปรองดองกับมวลมนุษย์และทำงานหนักแทนมวลมนุษย์ได้ เป็นเพราะพวกมันไม่สามารถถูกเลี้ยงได้ ไม่สามารถทำงานให้มวลมนุษย์ได้ พวกมันจึงต้องใช้ชีวิตในที่ห่างไกลจากมวลมนุษย์ และมนุษย์ไม่สามารถเข้าหาพวกมันได้ ในทางกลับกัน เป็นเพราะพวกมันใช้ชีวิตอยู่ในที่ห่างไกลจากมวลมนุษย์ และมนุษย์ไม่สามารถเข้าหาพวกมันได้ พวกมันจึงสามารถทำความรับผิดชอบที่พระผู้สร้างได้ประทานให้พวกมันให้สำเร็จลุล่วงได้ นั่นก็คือ การพิทักษ์ภูเขาและผืนป่า ความป่าเถื่อนของพวกมันปกป้องคุ้มครองภูเขาและพิทักษ์ผืนป่า และเป็นเครื่องป้องกันและหลักประกันที่ดีที่สุดของการดำรงอยู่และการแพร่พันธุ์ของพวกมัน ในเวลาเดียวกันนั้น ความป่าเถื่อนของพวกมันได้รับประกันและคงไว้ซึ่งความสมดุลท่ามกลางทุกสรรพสิ่ง การมาถึงของพวกมันได้นำการสนับสนุนและสิ่งยึดเหนี่ยวมาให้แก่ภูเขาและผืนป่า การมาถึงของพวกมันได้ฉีดเรี่ยวแรงและพละกำลังให้แก่ภูเขาและผืนป่าที่นิ่งและว่างเปล่า จากจุดนี้เป็นต้นไป ภูเขาและผืนป่ากลายเป็นที่อยู่อาศัยถาวรของพวกมัน และพวกมันจะไม่มีวันสูญเสียบ้านของพวกมันไป เพราะภูเขาและผืนป่าได้ปรากฏและดำรงอยู่เพื่อพวกมันนั่นเอง สัตว์ป่าจะทำหน้าที่ของพวกมันให้สำเร็จลุล่วง และทำทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกมันสามารถทำได้เพื่อพิทักษ์สิ่งเหล่านั้น ดังนั้น สัตว์ป่าก็จะปฏิบัติตามการแนะนำของพระผู้สร้างอย่างเข้มงวด ที่ให้ยึดมั่นกับดินแดนของพวกมัน และใช้ธรรมชาติอย่างสัตว์ป่าของพวกมันต่อไปเพื่อคงไว้ซึ่งสมดุลของทุกสรรพสิ่งที่พระผู้สร้างได้ทรงสถาปนาขึ้น และแสดงออกไปให้เห็นถึงสิทธิอำนาจและฤทธานุภาพของพระผู้สร้าง!

ตัดตอนมาจาก “พระเจ้าพระองค์เอง พระผู้ทรงเอกลักษณ์ 1” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

ปี 2021 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ในวันที่สอง สิทธิอำนาจของพระเจ้าจัดการเตรียมการน้ำ และสร้างภาคพื้น และพื้นที่สำหรับการอยู่รอดของมนุษย์ขั้นพื้นฐานที่สุดปรากฏขึ้น

พวกเรามาอ่านบทตอนที่สองจากพระคัมภีร์กันเถิด ความว่า “พระเจ้าตรัสว่า ‘จงมีภาคพื้นในระหว่างน้ำ แยกน้ำออกจากกัน’...

ในวันที่สี่ ฤดูกาล วัน และปีของมวลมนุษย์มีขึ้นเมื่อพระเจ้าทรงใช้สิทธิอำนาจของพระองค์อีกครั้งหนึ่ง

พระผู้สร้างได้ทรงใช้พระวจนะของพระองค์เพื่อทำแผนของพระองค์ให้สำเร็จลุล่วง และในหนทางนี้พระองค์ได้ทรงผ่านสามวันแรกแห่งแผนของพระองค์แล้ว...

ในวันที่ห้า ชีวิตในรูปแบบที่แตกต่างและหลากหลายจัดแสดงสิทธิอำนาจของพระผู้สร้างในหนทางต่างๆ

คัมภีร์ระบุว่า “พระเจ้าตรัสว่า ‘น้ำจงอุดมด้วยฝูงสัตว์ที่มีชีวิต และให้นกบินไปมาในภาคพื้นฟ้าเหนือแผ่นดิน’ พระเจ้าทรงสร้างสัตว์ทะเลขนาดใหญ่...

ในวันแรก กลางวันและกลางคืนของมวลมนุษย์ถือกำเนิดขึ้นและยืนหยัดมั่นคงเนื่องจากสิทธิอำนาจของพระเจ้า

พวกเรามาดูบทตอนแรกกันเถิด ความว่า “พระเจ้าตรัสว่า ‘จงเกิดความสว่าง’ ความสว่างก็เกิดขึ้น พระเจ้าทรงเห็นว่าความสว่างนั้นดี...

ติดต่อเราผ่าน Messenger