ในวันที่ห้า ชีวิตในรูปแบบที่แตกต่างและหลากหลายจัดแสดงสิทธิอำนาจของพระผู้สร้างในหนทางต่างๆ

วันที่ 02 เดือน 10 ปี 2020

คัมภีร์ระบุว่า “พระเจ้าตรัสว่า ‘น้ำจงอุดมด้วยฝูงสัตว์ที่มีชีวิต และให้นกบินไปมาในภาคพื้นฟ้าเหนือแผ่นดิน’ พระเจ้าทรงสร้างสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ และสัตว์ที่มีชีวิตทุกชนิด ซึ่งแหวกว่ายอยู่ในน้ำเป็นฝูงๆ ตามชนิดของมัน และสัตว์ปีกทุกชนิดตามชนิดของมัน พระเจ้าทรงเห็นว่าดี” (ปฐมกาล 1:20-21) คัมภีร์บอกกับพวกเราอย่างชัดเจนว่า ในวันนี้ พระเจ้าได้ทรงสร้างสัตว์ทั้งหลายในน้ำและนกในอากาศ ซึ่งกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ พระองค์ได้ทรงสร้างปลาและนกนานาชนิด และได้ทรงแบ่งประเภทพวกมันแต่ละอย่างออกไปตามประเภท ในหนทางนี้ แผ่นดินโลก ท้องฟ้า และน้ำอุดมขึ้นด้วยการทรงสร้างของพระเจ้า…

ขณะที่พระวจนะของพระเจ้าถูกตรัสออกไป ชีวิตใหม่ก็ได้มามีชีวิตขึ้นทันทีท่ามกลางพระวจนะของพระผู้สร้าง โดยแต่ละชีวิตมีรูปร่างที่แตกต่างกัน พวกมันได้มาสู่โลกนี้ โดยผลักดันหาตำแหน่ง กระโดดโลดเต้น หาความชื่นบานยินดี…ปลารูปร่างและขนาดต่างๆ ทั้งหมดแหวกว่ายไปในน้ำ หอยทุกประเภทเติบโตออกมาจากทราย สัตว์ที่ปรับขนาด มีเปลือก และไม่มีกระดูกสันหลังเติบโตออกมาอย่างรีบเร่งในรูปร่างที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ สั้นหรือยาว ดังนั้น สาหร่ายทะเลนานาประเภทก็ได้เริ่มเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน โดยไหวตัวไปตามการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลนานาชนิด กระเพื่อม หยอกเย้าน้ำที่ไหลเอื่อย ราวกับจะพูดกับพวกมันว่า “ขยับขาสิ! พาเพื่อนๆ ของเจ้ามา! เพราะเจ้าจะไม่มีวันโดดเดี่ยวอีกแล้ว!” จากชั่วขณะที่สิ่งสร้างที่มีชีวิตต่างๆ ที่พระเจ้าได้ทรงสร้างขึ้นปรากฏขึ้นในน้ำ ชีวิตใหม่แต่ละชนิดได้นำความคึกคักมาสู่ห้วงน้ำที่เคยสงบนิ่งมาเป็นเวลาแสนนาน และได้นำมาซึ่งศักราชใหม่… จากจุดนั้นเป็นต้นไป พวกมันได้อิงแอบซึ่งกันและกัน และได้รักษาการรวมกลุ่มซึ่งกันและกัน และไม่ได้ให้มีความห่างไกลระหว่างพวกมันเอง น้ำได้ดำรงอยู่เพื่อสัตว์ทั้งหลายที่อยู่ภายในมัน บำรุงเลี้ยงแต่ละชีวิตที่อาศัยอยู่ภายในอ้อมกอดของมัน และทุกชีวิตได้ดำรงอยู่เพื่อประโยชน์ของน้ำเนื่องจากการบำรุงเลี้ยงของมัน แต่ละฝ่ายได้มอบชีวิตให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง และในเวลาเดียวกัน ในหนทางเดียวกันนั้น แต่ละฝ่ายก็ได้เป็นพยานต่อความมหัศจรรย์และความยิ่งใหญ่แห่งการทรงสร้างของพระผู้สร้าง และต่อฤทธานุภาพที่ไม่มีสิ่งใดเอาชนะได้แห่งสิทธิอำนาจของพระผู้สร้าง…

เมื่อทะเลไม่ได้นิ่งเงียบอีกต่อไปแล้ว ชีวิตก็ได้เริ่มเติมเต็มท้องฟ้าดังนั้นด้วยเช่นกัน หมู่นกน้อยใหญ่บินขึ้นจากพื้นดินไปสู่ท้องฟ้าทีละตัว พวกมันมีปีกและขนปกคลุมรูปร่างที่ผอมบางและสง่างามของพวกมัน ซึ่งไม่เหมือนกับสัตว์ในทะเล พวกมันกระพือปีก อวดแสดงอย่างภาคภูมิและถือตัวกับเสื้อคลุมขนนกที่งดงามของพวกมันและการทำหน้าที่และทักษะพิเศษของพวกมันที่พระผู้สร้างได้ประทานแก่พวกมัน พวกมันโบยบินอย่างอิสระ และทะยานโฉบอย่างชำนาญระหว่างพื้นฟ้าและแผ่นดินโลก ทั่วทุ่งหญ้าและผืนป่า…พวกมันเป็นที่รักของห้วงอากาศ พวกมันเป็นที่รักของทุกสรรพสิ่ง พวกมันจะกลายเป็นสายเชือกระหว่างพื้นฟ้าและแผ่นดินโลกในไม่ช้า และจะส่งผ่านสารทั้งหลายมาถึงทุกสรรพสิ่ง…พวกมันร้องเพลง บินถลาไปมาอย่างชื่นบาน พวกมันนำพาความยินดี เสียงหัวเราะ และความก้องกังวานมาสู่โลกที่ครั้งหนึ่งเคยว่างเปล่า…พวกมันใช้เสียงขับร้องที่ไพเราะสดใส ใช้ถ้อยคำที่อยู่ภายในหัวใจของพวกมันเพื่อสรรเสริญพระผู้สร้างสำหรับชีวิตที่ถูกประทานให้แก่พวกมัน พวกมันเต้นรำอย่างยินดีปรีดาเพื่อแสดงความเพียบพร้อมและความมหัศจรรย์แห่งการทรงสร้างของพระผู้สร้าง และจะอุทิศทั้งชีวิตของพวกมันเพื่อเป็นพยานต่อสิทธิอำนาจของพระผู้สร้างโดยผ่านทางชีวิตพิเศษที่พระองค์ได้ประทานให้กับพวกมัน…

ไม่ว่าพวกมันจะอยู่ในน้ำ หรือว่าในท้องฟ้าก็ตาม สิ่งมีชีวิตที่มากเหลือหลายนี้ได้ดำรงอยู่ในสัณฐานชีวิตที่แตกต่างกันโดยพระบัญชาของพระผู้สร้าง และพวกมันได้รวมกลุ่มกันตามลำดับสายพันธุ์ของพวกมันโดยพระบัญชาของพระผู้สร้าง—และธรรมบัญญัตินี้ กฎนี้ ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้โดยสรรพสิ่งที่ทรงสร้างใด พวกมันไม่เคยกล้าไปไกลเกินเขตแดนที่พระผู้สร้างได้ทรงกำหนดไว้ให้พวกมัน อีกทั้งพวกมันก็ไม่สามารถทำได้ พวกมันใช้ชีวิตและทวีจำนวนขึ้น ดังที่พระผู้สร้างได้ทรงลิขิตไว้ และยึดมั่นกับครรลองชีวิตและธรรมบัญญัติทั้งหลายที่พระผู้สร้างได้ทรงกำหนดไว้ให้พวกมัน และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดต่อพระบัญชาที่ไม่ได้ตรัสออกไปของพระองค์และประกาศิตจากสวรรค์และข้อบังคับที่พระองค์ทรงมอบให้พวกมัน ตลอดมาจนกระทั่งถึงวันนี้ พวกมันสนทนากับพระผู้สร้างด้วยวิธีพิเศษของพวกมันเอง และได้มาซาบซึ้งกับความหมายของพระผู้สร้าง และเชื่อฟังพระบัญชาของพระองค์ ไม่มีสิ่งใดได้เคยล่วงละเมิดสิทธิอำนาจของพระผู้สร้าง และอธิปไตยและพระบัญชาของพระองค์เหนือพวกมันได้ถูกใช้อยู่ภายในพระดำริของพระองค์ ไม่มีพระวจนะใดได้ถูกประกาศออกไป เว้นแต่สิทธิอำนาจที่ทรงเอกลักษณ์ต่อพระผู้สร้างได้ควบคุมสรรพสิ่งทั้งมวลอยู่ในความเงียบที่ไม่มีการใช้ภาษา และซึ่งแตกต่างไปจากมวลมนุษย์ การใช้สิทธิอำนาจของพระองค์ในวิธีพิเศษนี้ได้บังคับให้มนุษย์ได้รับความรู้ใหม่ และทำการแปลภาษาใหม่ เกี่ยวกับสิทธิอำนาจอันเป็นเอกลักษณ์ของพระผู้สร้าง ในที่นี้ เราต้องบอกเจ้าว่าในวันใหม่นี้ การใช้สิทธิอำนาจของพระผู้สร้างได้สาธิตแสดงความทรงเอกลักษณ์ของพระผู้สร้างอีกครั้งหนึ่ง

ต่อไป พวกเรามาดูประโยคสุดท้ายของบทตอนนี้ในคัมภีร์กัน ความว่า “พระเจ้าทรงเห็นว่าดี” พวกเจ้าคิดว่าบทตอนนี้หมายความว่าอย่างไร? อารมณ์ความรู้สึกของพระเจ้าบรรจุอยู่ภายในพระวจนะเหล่านี้ พระเจ้าทรงเฝ้ามองทุกสรรพสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสร้างให้เป็นขึ้นมาและยืนหยัดมั่นคงเนื่องจากพระวจนะของพระองค์ และเริ่มเปลี่ยนแปลงทีละน้อย ณ เวลานี้ พระเจ้าพึงพอพระทัยกับสิ่งต่างๆ ที่พระองค์ได้ทรงทำขึ้นด้วยพระวจนะของพระองค์ และกิจการต่างๆ ที่พระองค์ได้ทรงสัมฤทธิ์ผลหรือไม่? คำตอบก็คือว่า “พระเจ้าทรงเห็นว่าดี” พวกเจ้ามองเห็นสิ่งใดในที่นี้? ที่ว่า “พระเจ้าทรงเห็นว่าดี” นั้นหมายแทนสิ่งใด? มันเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งใด? มันหมายความว่าพระเจ้าทรงมีฤทธานุภาพและพระปรีชาญาณที่จะทำให้สิ่งที่พระองค์ได้ทรงวางแผนและได้ทรงแนะนำไว้สำเร็จลุล่วง ที่จะทำให้เป้าหมายที่พระองค์ได้ทรงกำหนดไว้สำเร็จลุล่วง เมื่อพระเจ้าได้ทรงทำให้ภารกิจแต่ละอย่างครบบริบูรณ์แล้วนั้น พระองค์ทรงรู้สึกเสียพระทัยหรือไม่? คำตอบก็ยังคงเป็นว่า “พระเจ้าทรงเห็นว่าดี” กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ไม่เพียงแต่พระองค์จะไม่ทรงรู้สึกเสียพระทัย แต่ยังพึงพอพระทัยแทน ที่ว่าพระองค์ไม่ทรงรู้สึกเสียพระทัยนั้นหมายความว่าอย่างไร? มันหมายความว่าแผนของพระเจ้านั้นเพียบพร้อม ว่าฤทธานุภาพและพระปรีชาญาณของพระองค์นั้นเพียบพร้อม และว่าเฉพาะโดยสิทธิอำนาจของพระองค์เท่านั้นที่ความเพียบพร้อมเช่นนั้นจะสามารถสำเร็จลุล่วงได้ เมื่อมนุษย์ปฏิบัติภารกิจหนึ่ง เขาจะสามารถเห็นว่าดีเหมือนพระเจ้าได้หรือไม่? ทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ทำสามารถสำเร็จลุล่วงถึงความเพียบพร้อมได้หรือไม่? มนุษย์สามารถทำบางสิ่งบางอย่างให้ครบบริบูรณ์อย่างถาวรชั่วกัลปาวสานได้หรือไม่? ดังเช่นที่มนุษย์กล่าวว่า “ไม่มีสิ่งใดเพียบพร้อม มีเพียงดีกว่าเท่านั้น” ไม่มีสิ่งใดที่มนุษย์ทำสามารถบรรลุถึงความเพียบพร้อมได้ เมื่อพระเจ้าได้ทรงเห็นว่าทั้งหมดที่พระองค์ได้ทรงกระทำและสัมฤทธิ์ผลไปนั้นดี ทุกสิ่งทุกอย่างที่พระเจ้าได้ทรงทำนั้นถูกกำหนดโดยพระวจนะของพระองค์ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เมื่อ “พระเจ้าทรงเห็นว่าดี” ทั้งหมดที่พระองค์ได้ทรงทำก็ได้มีรูปร่างถาวร ถูกจำแนกไปตามชนิด และได้รับตำแหน่ง จุดประสงค์ และการทำหน้าที่อันคงที่อย่างถาวรตลอดชั่วกัลปาวสาน ยิ่งไปกว่านั้น บทบาทของพวกมันท่ามกลางทุกสรรพสิ่ง และการเดินทางที่พวกมันต้องทำในระหว่างการบริหารจัดการทุกสรรพสิ่งของพระเจ้าก็ได้ถูกพระเจ้าลิขิตไว้แล้ว และมิอาจเปลี่ยนแปลงได้ นี่คือธรรมบัญญัติจากสวรรค์ที่พระผู้สร้างได้ทรงมอบให้แก่ทุกสรรพสิ่ง

“พระเจ้าทรงเห็นว่าดี” พระวจนะที่เรียบง่ายไม่ได้รับความชื่นชมเหล่านี้ ซึ่งมักจะถูกละเลยไปนั้น เป็นพระวจนะที่มีธรรมบัญญัติจากสวรรค์และประกาศิตจากสวรรค์ที่พระเจ้าได้ทรงมอบให้แก่สรรพสิ่งที่ทรงสร้างทั้งปวง พระวจนะเหล่านั้นเป็นรูปจำแลงอีกอย่างหนึ่งของสิทธิอำนาจของพระเจ้า รูปจำแลงที่สัมพันธ์กับชีวิตจริงมากยิ่งขึ้น และลุ่มลึกมากยิ่งขึ้น พระผู้สร้างไม่เพียงแค่ทรงสามารถได้รับทั้งหมดที่พระองค์ทรงกำหนดไว้ว่าจะได้รับ และสัมฤทธิ์ทั้งหมดที่พระองค์ทรงกำหนดไว้ว่าจะสัมฤทธิ์ โดยผ่านทางพระวจนะของพระองค์เท่านั้น แต่ยังทรงสามารถควบคุมทั้งหมดที่พระองค์ได้ทรงสร้างไว้ให้อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ และทรงสามารถปกครองทุกสรรพสิ่งที่พระองค์ได้ทรงทำไว้ให้อยู่ภายใต้สิทธิอำนาจของพระองค์ได้อีกด้วย และยิ่งไปกว่านั้น ทั้งหมดล้วนเป็นระบบและเป็นปกติ ทุกสรรพสิ่งยังได้แพร่หลาย ดำรงอยู่ และพินาศไปโดยพระวจนะของพระองค์ด้วยเช่นกัน และยิ่งไปกว่านั้น พวกมันได้ดำรงอยู่ท่ามกลางธรรมบัญญัติที่พระองค์ได้ทรงกำหนดไว้โดยสิทธิอำนาจของพระองค์ และไม่มีสิ่งใดได้รับการยกเว้น! ธรรมบัญญัตินี้ได้เริ่มต้นขึ้นในทันทีทันใดที่ “พระเจ้าทรงเห็นว่าดี” และมันจะดำรงอยู่ ดำเนินต่อไป และทำหน้าที่เพื่อประโยชน์แห่งแผนการบริหารจัดการของพระเจ้าเรื่อยมาจนกระทั่งถึงวันที่มันจะถูกถอดถอนโดยพระผู้สร้าง! สิทธิอำนาจอันทรงเอกลักษณ์ของพระผู้สร้างไม่เพียงแต่ถูกสำแดงออกในความสามารถของพระองค์ในการสร้างทุกสรรพสิ่งและบัญชาทุกสรรพสิ่งให้เป็นขึ้นมาเท่านั้น แต่ยังสำแดงออกในความสามารถของพระองค์ในการปกครองและถือครองอธิปไตยเหนือสรรพสิ่ง และประทานชีวิตและพละกำลังแก่ทุกสรรพสิ่ง และยิ่งไปกว่านั้น ในความสามารถของพระองค์ในการทำให้ทุกสรรพสิ่งที่พระองค์จะทรงสร้างในแผนของพระองค์ปรากฏและดำรงอยู่ในโลกที่พระองค์ทรงทำขึ้นในรูปทรงที่เพียบพร้อม และโครงสร้างชีวิตที่เพียบพร้อม และบทบาทที่เพียบพร้อมอย่างถาวรไปตลอดชั่วกัลปาวสาน และเช่นเดียวกันนั้น มันยังได้สำแดงอยู่ในวิธีที่พระดำริของพระผู้สร้างไม่ตกอยู่ใต้ข้อจำกัดใด ไม่ถูกจำกัดโดยกาลเวลา พื้นที่ หรือภูมิประเทศ พระอัตลักษณ์อันทรงเอกลักษณ์ของพระผู้สร้างก็จะคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกับสิทธิอำนาจของพระองค์ตั้งแต่นิรันดร์กาลถึงนิรันดร์กาล สิทธิอำนาจของพระองค์จะเป็นตัวแทนและสัญลักษณ์ของพระอัตลักษณ์อันทรงเอกลักษณ์ของพระองค์อยู่เสมอ และสิทธิอำนาจของพระองค์จะดำรงอยู่เคียงข้างกับพระอัตลักษณ์ของพระองค์ตลอดไป

ตัดตอนมาจาก “พระเจ้าพระองค์เอง พระผู้ทรงเอกลักษณ์ 1” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

ปี 2021 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ภายใต้สิทธิอำนาจของพระผู้สร้าง ทุกสรรพสิ่งล้วนเพียบพร้อม

ทุกสรรพสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงสร้างขึ้น รวมทั้งพวกที่สามารถเคลื่อนที่ได้และพวกที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ เช่นนกและปลา เช่นต้นไม้และดอกไม้...

ในวันที่สี่ ฤดูกาล วัน และปีของมวลมนุษย์มีขึ้นเมื่อพระเจ้าทรงใช้สิทธิอำนาจของพระองค์อีกครั้งหนึ่ง

พระผู้สร้างได้ทรงใช้พระวจนะของพระองค์เพื่อทำแผนของพระองค์ให้สำเร็จลุล่วง และในหนทางนี้พระองค์ได้ทรงผ่านสามวันแรกแห่งแผนของพระองค์แล้ว...

ในวันที่สอง สิทธิอำนาจของพระเจ้าจัดการเตรียมการน้ำ และสร้างภาคพื้น และพื้นที่สำหรับการอยู่รอดของมนุษย์ขั้นพื้นฐานที่สุดปรากฏขึ้น

พวกเรามาอ่านบทตอนที่สองจากพระคัมภีร์กันเถิด ความว่า “พระเจ้าตรัสว่า ‘จงมีภาคพื้นในระหว่างน้ำ แยกน้ำออกจากกัน’...

ในวันที่หก พระผู้สร้างตรัส และสิ่งสร้างซึ่งมีชีวิตแต่ละประเภทในพระทัยของพระองค์ปรากฏตัวตามลำดับ

พระราชกิจแห่งการทรงสร้างทุกสรรพสิ่งของพระผู้สร้างได้ดำเนินต่อเนื่องไปเป็นเวลาห้าวันโดยไม่อาจรู้สึกได้...

ติดต่อเราผ่าน Messenger