สำหรับบรรดาผู้ที่เชื่อในองค์พระเยซูเจ้านานหลายปีและเสียสละเพื่อพระองค์มาตลอดชีวิต หากพวกเขาไม่ยอมรับพระราชกิจของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ในยุคสุดท้าย พวกเขาจะไม่สามารถถูกรับขึ้นไปสู่อาณาจักรแห่งสวรรค์ได้จริงๆ เหรอ

วันที่ 07 เดือน 11 ปี 2020

ตอบ: สำหรับปัญหาข้อนี้ พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ได้ทรงให้คำตอบที่ชัดเจนแก่เราแล้ว พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ตรัสว่า “หากเจ้าไม่แสวงหาหนทางแห่งชีวิตที่พระคริสต์แห่งยุคสุดท้ายทรงจัดเตรียมให้ เช่นนั้นแล้วเจ้าจะไม่มีทางได้รับการรับรองจากพระเยซู และจะไม่มีทางมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ที่จะเข้าสู่ประตูของอาณาจักรแห่งสวรรค์ เพราะเจ้านั้นเป็นทั้งหุ่นเชิดและนักโทษของประวัติศาสตร์ บรรดาพวกที่ถูกควบคุมโดยกฎระเบียบต่างๆ โดยตัวอักษร และถูกพันธนาการโดยประวัติศาสตร์จะไม่มีทางได้รับชีวิตหรือได้รับหนทางแห่งชีวิตนิรันดร์ นี่เป็นเพราะทั้งหมดที่พวกเขามีนั้นคือน้ำขุ่นซึ่งได้ถูกเก็บกักมาเป็นเวลาหลายพันปีแทนที่จะเป็นน้ำแห่งชีวิตซึ่งไหลมาจากพระบัลลังก์ พวกที่ไม่ได้รับการจัดหาน้ำแห่งชีวิตมาให้จะยังคงเป็นซากศพ ของเล่นของซาตาน และบุตรแห่งนรกไปตลอดกาล เช่นนั้นแล้ว พวกเขาจะเห็นพระเจ้าได้อย่างไร? หากเจ้าเพียงแค่พยายามยึดติดกับอดีต เพียงแค่พยายามเก็บรักษาสิ่งต่างๆ อย่างที่เป็นอยู่โดยการอยู่นิ่งเฉย และไม่พยายามเปลี่ยนสถานภาพปัจจุบันและละทิ้งประวัติศาสตร์ไปเสีย เช่นนั้นแล้วเจ้าจะไม่ต่อต้านพระเจ้าตลอดเวลาหรอกหรือ? ขั้นตอนของพระราชกิจของพระเจ้านั้นมากมายมหาศาลและมีฤทธานุภาพ ดั่งคลื่นที่ถาโถมและฟ้าที่ร้องคำรามต่อเนื่อง—กระนั้นเจ้าก็นั่งรอคอยการทำลายล้างอย่างนิ่งเฉย เกาะติดอยู่กับความโง่เขลาของเจ้าและไม่ทำอะไรเลย อย่างนี้แล้ว เจ้าจะได้รับการพิจารณาว่าเป็นใครสักคนที่ติดตามย่างพระบาทของพระเมษโปดกได้อย่างไร? เจ้าจะสามารถแก้ต่างกับพระเจ้าที่เจ้ายึดติดนั้นเป็นพระเจ้าที่ทรงมีความใหม่และไม่เคยเก่าอยู่เสมอได้อย่างไร? และถ้อยคำจากบรรดาหนังสือที่เก่าจนเหลืองคร่ำของเจ้าจะสามารถหอบหิ้วเจ้าข้ามเข้าสู่ยุคใหม่ได้อย่างไร? ถ้อยคำเหล่านั้นจะสามารถนำทางเจ้าในการแสวงหาขั้นตอนของพระราชกิจของพระเจ้าได้อย่างไร? และถ้อยคำเหล่านั้นจะสามารถพาเจ้าขึ้นไปสู่สวรรค์ได้อย่างไร? สิ่งที่เจ้าถือไว้ในมือของเจ้านั้นคือตัวอักษรที่สามารถให้ได้เพียงแต่การปลอบใจชั่วคราว ไม่ใช่ความจริงที่สามารถให้ชีวิตได้ คัมภีร์ที่เจ้าอ่านสามารถประเทืองปลายลิ้นของเจ้าได้เท่านั้น และไม่ใช่ถ้อยคำแห่งปัญญาที่สามารถช่วยให้เจ้ารู้จักชีวิตมนุษย์ได้ นับประสาอะไรกับเส้นทางที่สามารถนำทางเจ้าไปสู่ความเพียบพร้อม ความคลาดเคลื่อนนี้ไม่ได้เป็นสาเหตุให้เจ้าได้พิจารณาไตร่ตรองหรอกหรือ? มันไม่ได้ทำให้เจ้าตระหนักถึงความล้ำลึกต่างๆ ที่บรรจุอยู่ภายในหรอกหรือ? เจ้าสามารถนำส่งตัวเจ้าเองสู่สวรรค์เพื่อพบพระเจ้าด้วยตัวของเจ้าเองได้หรือ? หากปราศจากการเสด็จมาของพระเจ้า เจ้าจะสามารถพาตัวเจ้าเองเข้าไปในสวรรค์เพื่อชื่นชมกับความสุขในครอบครัวกับพระเจ้าได้หรือ? เจ้ายังคงฝันกลางวันอยู่ในขณะนี้หรือไม่? เช่นนั้นแล้ว เราแนะนำให้เจ้าหยุดฝันแล้วมองดูว่าใครที่กำลังทำงานอยู่ในขณะนี้—ดูว่าใครที่กำลังดำเนินการงานในการช่วยมนุษย์ให้รอดระหว่างยุคสุดท้ายอยู่ในขณะนี้ หากเจ้าไม่ทำ เจ้าก็จะไม่มีวันได้รับความจริง และจะไม่มีวันได้รับชีวิต

พวกที่ปรารถนาได้รับชีวิตโดยที่ไม่พึ่งพาความจริงที่ตรัสโดยพระคริสต์คือเป็นผู้คนที่ไร้สาระน่าขันที่สุดบนแผ่นดินโลก และพวกที่ไม่ยอมรับหนทางแห่งชีวิตซึ่งนำพามาโดยพระคริสต์เป็นคนที่หลงอยู่ในความเพ้อฝัน และดังนั้นเราจึงกล่าวว่าพวกที่ไม่ยอมรับพระคริสต์ของยุคสุดท้ายจะถูกพระเจ้าทรงดูหมิ่นไปตลอดกาล พระคริสต์ทรงเป็นประตูของมนุษย์ไปสู่ราชอาณาจักรระหว่างยุคสุดท้าย และไม่มีใครที่สามารถอ้อมเลี่ยงพระองค์ได้ อาจไม่มีใครเลยที่ได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อมเว้นแต่จะผ่านทางพระคริสต์ เจ้าเชื่อในพระเจ้า และดังนั้นเจ้าต้องยอมรับพระวจนะของพระองค์และเชื่อฟังหนทางของพระองค์ เจ้าไม่สามารถคิดถึงเพียงแค่การได้รับพระพรเท่านั้นในขณะที่ไม่สามารถได้รับความจริงและไม่สามารถยอมรับการจัดเตรียมชีวิตได้ พระคริสต์เสด็จมาระหว่างยุคสุดท้ายเพื่อที่ทุกคนซึ่งเชื่อในพระองค์อย่างแท้จริงอาจได้รับการจัดเตรียมชีวิตไว้ให้ พระราชกิจของพระองค์นั้นเป็นไปเพื่อการสรุปปิดตัวยุคเก่าและการเข้าสู่ยุคใหม่ และพระราชกิจของพระองค์คือเส้นทางที่จำต้องรับไว้โดยทุกคนที่จะเข้าสู่ยุคใหม่ หากเจ้าไม่สามารถรับรู้พระองค์ได้ และแทนที่จะเป็นเช่นนั้นกลับกล่าวโทษ หมิ่นประมาท หรือกระทั่งถึงกับข่มเหงพระองค์ เช่นนั้นแล้วเจ้าก็มีแนวโน้มที่จะถูกเผาไหม้ไปชั่วนิรันดร์และจะไม่มีวันเข้าสู่ราชอาณาจักรของพระเจ้าได้” (“พระคริสต์แห่งยุคสุดท้ายเท่านั้นที่ทรงสามารถประทานหนทางแห่งชีวิตนิรันดร์แก่มนุษย์ได้” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์)

พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ พระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย ให้หนทางที่แท้จริงแห่งชีวิตนิรันดร์แก่ผู้คน พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทรงเป็นพระคริสต์ผู้ทรงปรากฏในยุคสุดท้าย และพระองค์ทรงเป็นประตูสู่อาณาจักรแห่งสวรรค์ของมนุษย์ ไม่มีใครสามารถอ้อมผ่านพระองค์ได้ เราต้องยอมรับความจริงที่พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทรงแสดงเพื่อให้ได้รับชีวิต กลายเป็นบรรดาผู้ที่ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ได้รับความรอดของพระเจ้าในยุคสุดท้าย และถูกรับเข้าสู่อาณาจักรแห่งสวรรค์ เหมือนสิ่งที่เขียนไว้ใน 1 เปโตร “ผู้ได้รับการคุ้มครองโดยฤทธิ์เดชของพระเจ้าทางความเชื่อ ให้เข้าในความรอด ซึ่งพร้อมจะปรากฏในวาระสุดท้าย” (1 เปโตร 1:5)

เราเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้ามาตลอดหลายปีนี้ และมีความหวังอยู่เสมอว่าเราจะสามารถเข้าสู่อาณาจักรแห่งสวรรค์ได้ แม้เราจะรู้ว่าองค์พระเยซูเจ้าตรัสไว้ว่า บรรดาผู้ที่ทำตามน้ำพระทัยของพระบิดาแห่งสวรรค์เท่านั้นที่สามารถเข้าสู่อาณาจักรแห่งสวรรค์ได้ ไม่มีใครเข้าใจจริงๆ ว่าพระองค์ทรงหมายความว่าอะไร มีเพียงความจริงที่พระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทรงแสดงเท่านั้น ที่แสดงให้เราเห็นเส้นทางสู่อาณาจักรแห่งสวรรค์ แสดงให้เห็นน้ำพระทัยของพระบิดาแห่งสวรรค์และเปิดเผยความลึกลับทั้งหมดแก่เรา พระองค์ทรงทำให้เราเข้าใจความจริงมากมายและทรงอนุญาตให้เราตั้งเป้าหมายตามความเป็นจริงและเที่ยงตรงมากขึ้นเพื่อไล่ตาม พี่น้องชายหญิงทุกคน พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์เป็นการทรงกลับมาขององค์พระเยซูเจ้า พระวจนะของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์คือความจริง พระวจนะเหล่านี้คือพระสุรเสียงของพระเจ้า การทรงแสดงของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นไปตามพระคุณของพระเจ้าที่เราได้รับโอกาส ที่จะยอมรับพระมรรคาแห่งชีวิตนิรันดร์ของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ในวันนี้ นี่เป็นพระพร! เราพลาดโอกาสทองนี้ไม่ได้!

ตัดตอนจากบทภาพยนตร์เรื่อง ความทรงจำอันเจ็บปวด

ปี 2021 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

คำถาม: ถ้าเรายอมรับพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ เราจะได้รับประกันให้เข้าสู่อาณาจักรแห่งสวรรค์หรือเปล่า

ตอบ: พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ตรัสถึงปัญหาข้อนี้ไว้ชัดเจนก่อนอื่นเรามาดูสิ่งที่พระองค์ตรัสไว้กันก่อนนะครับ...

องค์พระเยซูเจ้าตรัสไว้ว่า “ไม่ใช่ทุกคนที่เรียกเราว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้า’ จะได้เข้าในแผ่นดินสวรรค์ แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระทัยพระบิดาของเรา ผู้สถิตในสวรรค์จึงจะเข้าได้ เมื่อถึงวันนั้นจะมีคนจำนวนมากร้องแก่เราว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ได้เผยพระวจนะในพระนามของพระองค์ และได้ขับผีออกในพระนามของพระองค์ และได้ทำการแห่งฤทธานุภาพมากมายในพระนามของพระองค์ไม่ใช่หรือ?’ เมื่อนั้นเราจะกล่าวแก่พวกเขาว่า ‘เราไม่เคยรู้จักพวกเจ้าเลย เจ้าผู้ทำความชั่ว จงไปเสียให้พ้นหน้าเรา’” (มัทธิว 7:21-23) บรรดาผู้ที่กล่าวว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้า” ล้วนรับใช้และเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้า พวกเขาได้จัดทำเครื่องบูชา ได้สละตัวพวกเขา และได้ทำงานอย่างหนักเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่เสมอ และพวกเขาได้เผยแผ่ข่าวประเสริฐและปลูกสร้างคริสตจักร พวกเขาไม่ได้ติดตามน้ำพระทัยขององค์พระผู้เป็นเจ้าโดยการทำการนี้ทั้งหมดหรือ? เมื่อองค์พระเยซูเจ้าทรงกลับมา ทำไมพวกเขาจะไม่ได้รับการชมเชยโดยองค์พระผู้เป็นเจ้า และกลับถูกพระองค์ทรงกล่าวโทษว่าเป็นพวกคนทำชั่วแทนเล่า?

พระวจนะของพระเจ้าที่เกี่ยวข้อง มาตรฐานที่มนุษย์ใช้ตัดสินมนุษย์คนอื่นๆ อยู่บนพื้นฐานของพฤติกรรมของพวกเขา กล่าวคือ...

เราละทิ้งสิ่งอื่นทั้งหมด เผยแผ่ข่าวประเสริฐขององค์พระผู้เป็นเจ้า และดูแลคริสตจักร การตรากตรำแบบนี้เป็นหนทางเพื่อทำตามน้ำพระทัยของพระบิดาแห่งสวรรค์ การที่เราปฏิบัติแบบนี้มีอะไรผิดไหม

ตอบ: การเผยแผ่ข่าวประเสริฐขององค์พระผู้เป็นเจ้าและทำงานเพื่อพระองค์ ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าคุณกำลังทำตามน้ำพระทัยของพระบิดาแห่งสวรรค์...