ในวันที่สอง สิทธิอำนาจของพระเจ้าจัดการเตรียมการน้ำ และสร้างภาคพื้น และพื้นที่สำหรับการอยู่รอดของมนุษย์ขั้นพื้นฐานที่สุดปรากฏขึ้น

วันที่ 02 เดือน 10 ปี 2020

พวกเรามาอ่านบทตอนที่สองจากพระคัมภีร์กันเถิด ความว่า “พระเจ้าตรัสว่า ‘จงมีภาคพื้นในระหว่างน้ำ แยกน้ำออกจากกัน’ พระเจ้าทรงสร้างภาคพื้นนั้นขึ้น แล้วทรงแยกน้ำที่อยู่ใต้ภาคพื้นออกจากน้ำที่อยู่เหนือภาคพื้น ก็เป็นดังนั้น” (ปฐมกาล 1:6-7) มีความเปลี่ยนแปลงใดเกิดขึ้นหลังจากที่พระเจ้าได้ตรัสว่า “จงมีภาคพื้นในระหว่างน้ำ แยกน้ำออกจากกัน” ในคัมภีร์นี้กล่าวว่า “พระเจ้าทรงสร้างภาคพื้นนั้นขึ้น แล้วทรงแยกน้ำที่อยู่ใต้ภาคพื้นออกจากน้ำที่อยู่เหนือภาคพื้น” อะไรคือผลลัพธ์หลังจากที่พระเจ้าได้ตรัสและได้ทำการนี้? คำตอบอยู่ในท่อนสุดท้ายของบทตอนนี้ ความว่า “ก็เป็นดังนั้น”

สองประโยคสั้นๆ นี้บันทึกเหตุการณ์ที่สง่างาม และพรรณนาฉากที่น่าอัศจรรย์—หน้าที่การงานที่น่าเกรงขามซึ่งพระเจ้าได้ทรงควบคุมน้ำ และได้ทรงสร้างพื้นที่ซึ่งมนุษย์สามารถดำรงอยู่ได้…

ในภาพนี้ น้ำและภาคพื้นปรากฏขึ้นเฉพาะเบื้องพระเนตรของพระเจ้าโดยทันที และพวกมันได้แยกออกโดยสิทธิอำนาจแห่งพระวจนะของพระเจ้า และได้แยกออกเป็น “ข้างบน” และ “ข้างใต้” ในลักษณะที่พระเจ้าได้ทรงกำหนดแต่งตั้ง กล่าวคือ ภาคพื้นที่พระเจ้าได้ทรงสร้างนั้นไม่เพียงครอบคลุมน้ำที่อยู่ข้างใต้เท่านั้น แต่ยังพยุงน้ำเบื้องบนด้วยเช่นกัน…ในการนี้ ช่วยไม่ได้ที่มนุษย์จะเพียงแต่จ้องมอง อึ้งตะลึงงัน และอ้าปากค้างด้วยความเลื่อมใสในมหิทธิฤทธิ์แห่งสิทธิอำนาจของพระองค์และความตระการตาของฉากซึ่งพระผู้สร้างได้ทรงเคลื่อนและทรงบัญชาน้ำ และได้ทรงสร้างภาคพื้น พระเจ้าได้ทรงสัมฤทธิ์ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่อีกอย่างหนึ่งโดยผ่านทางพระวจนะของพระเจ้า และฤทธานุภาพของพระเจ้า และสิทธิอำนาจของพระเจ้า นี่มิใช่มหิทธิฤทธิ์แห่งสิทธิอำนาจของพระผู้สร้างหรอกหรือ? ขอให้พวกเราใช้คัมภีร์มาอธิบายกิจการทั้งหลายของพระเจ้ากันเถิด กล่าวคือ พระเจ้าได้ตรัสพระวจนะของพระองค์ และเนื่องจากพระวจนะเหล่านี้ของพระเจ้าจึงมีภาคพื้นขึ้นในระหว่างน้ำ ในขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงที่น่าเกรงขามหนึ่งก็ได้เกิดขึ้นในพื้นที่นี้เนื่องจากพระวจนะเหล่านี้ของพระเจ้า และมันไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงในความสำนึกรับรู้ธรรมดาทั่วไป แต่เป็นการแทนที่ชนิดที่ความว่างเปล่ากลายเป็นบางสิ่งบางอย่าง มันเกิดมาจากพระดำริของพระผู้สร้าง และได้กลายเป็นบางสิ่งบางอย่างจากความว่างเปล่าเนื่องจากพระวจนะที่พระผู้สร้างได้ตรัสไป และยิ่งไปกว่านั้น จากจุดนี้เป็นต้นไปมันจะดำรงอยู่และยืนหยัดมั่นคงเพื่อประโยชน์ของพระผู้สร้าง และจะแปรผัน เปลี่ยนแปลง และเริ่มใหม่ตามพระดำริของพระผู้สร้าง บทตอนนี้พรรณนาถึงกิจการที่สองของพระผู้สร้างในการทรงสร้างโลกทั้งใบของพระองค์ มันเป็นการแสดงออกอีกอย่างหนึ่งของสิทธิอำนาจและฤทธานุภาพของพระผู้สร้าง เป็นการบุกเบิกหน้าที่การงานอีกอย่างหนึ่งโดยพระผู้สร้าง วันนี้คือวันที่สองที่พระผู้สร้างได้ทรงผ่านไปนับตั้งแต่การวางรากฐานของโลก และมันเป็นวันที่น่าอัศจรรย์อีกวันหนึ่งสำหรับพระองค์ กล่าวคือ พระองค์ได้ทรงดำเนินไปท่ามกลางความสว่าง พระองค์ได้ทรงนำมาซึ่งภาคพื้น พระองค์ได้ทรงจัดการเตรียมการและทรงควบคุมน้ำ และกิจการทั้งหลายของพระองค์ สิทธิอำนาจของพระองค์ และฤทธานุภาพของพระองค์ถูกนำไปทรงพระราชกิจในวันใหม่…

เคยมีภาคพื้นในระหว่างน้ำก่อนที่พระเจ้าตรัสพระวจนะของพระองค์หรือไม่? แน่นอนว่าไม่! และเป็นอย่างไรเล่าหลังจากที่พระเจ้าได้ตรัสว่า “จงมีภาคพื้นในระหว่างน้ำ” สิ่งทั้งหลายที่พระเจ้าตั้งพระทัยไว้ได้ปรากฏขึ้น มีภาคพื้นระหว่างน้ำ และน้ำถูกแยกออกเพราะพระเจ้าได้ตรัสว่า “แยกน้ำออกจากกัน” ด้วยวิธีนี้ วัตถุใหม่สองสิ่ง สองสิ่งที่เพิ่งเกิดใหม่ได้ปรากฏขึ้นท่ามกลางสรรพสิ่งอันเป็นผลมาจากสิทธิอำนาจและฤทธานุภาพของพระเจ้า ตามพระวจนะของพระเจ้า พวกเจ้ารู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับการปรากฏของสิ่งใหม่สองสิ่งนี้? พวกเจ้ารู้สึกถึงความยิ่งใหญ่แห่งฤทธานุภาพของพระผู้สร้างหรือไม่? พวกเจ้ารู้สึกถึงพลังที่เป็นเอกลักษณ์และเหนือธรรมดาของพระผู้สร้างหรือไม่? ความยิ่งใหญ่ของพลังและฤทธานุภาพเช่นนั้นเป็นไปเนื่องจากสิทธิอำนาจของพระเจ้า และสิทธิอำนาจนี้เป็นตัวแทนของพระเจ้าพระองค์เอง และพระลักษณะเฉพาะที่ทรงเอกลักษณ์ของพระเจ้าพระองค์เอง

บทตอนนี้ได้ให้ความสำนึกรับรู้ที่ลุ่มลึกถึงความทรงเอกลักษณ์ของพระเจ้าแก่พวกเจ้าอีกครั้งหนึ่งหรือไม่? แท้จริงแล้ว เท่านี้ยังไม่เพียงพอเลย สิทธิอำนาจและฤทธานุภาพของพระผู้สร้างแผ่ออกไปไกลเกินกว่านี้ ความทรงเอกลักษณ์ของพระองค์มิใช่เป็นเพียงเพราะพระองค์ทรงครองเนื้อแท้ที่ไม่เหมือนเนื้อแท้ของสิ่งทรงสร้างใดเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะสิทธิอำนาจและฤทธานุภาพของพระองค์นั้นเหนือธรรมดา ไร้ขีดจำกัด เป็นสุดยอดของทุกสิ่ง และยืนหยัดเหนือทุกสิ่ง และยิ่งไปกว่านั้น เป็นเพราะสิทธิอำนาจของพระองค์และสิ่งที่พระองค์ทรงมีและทรงเป็นนั้นสามารถสร้างชีวิต ก่อกำเนิดการอัศจรรย์ และสร้างทุกเวลานาทีที่น่าตื่นตาตื่นใจและเหนือธรรมดาอีกด้วย ในขณะเดียวกัน พระองค์ทรงสามารถควบคุมชีวิตที่พระองค์ทรงสร้างและถือครองอธิปไตยเหนือการอัศจรรย์ทั้งหลายและทุกเวลานาทีที่พระองค์ทรงสร้าง

ตัดตอนมาจาก “พระเจ้าพระองค์เอง พระผู้ทรงเอกลักษณ์ 1” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

พระเจ้าได้เสด็จมาอย่างลับๆ ก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงและได้ทรงสร้างกลุ่มผู้มีชัยชนะขึ้นแล้ว จากนั้น พระเจ้าจะทรงปรากฏอย่างเปิดเผยและทรงให้รางวัลคนดีและลงโทษคนชั่ว คุณต้องการต้อนรับองค์พระผู้เป็นเจ้าและให้พระเจ้าช่วยให้รอดก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงหรือไม่? อย่าลังเลที่จะติดต่อเราตอนนี้เพื่อหาวิธี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ไม่มีสิ่งมีชีวิตทรงสร้างและสิ่งมีชีวิตที่ไม่ทรงสร้างใดที่สามารถแทนที่พระอัตลักษณ์ของพระผู้สร้างได้

จากเมื่อครั้งที่พระองค์ได้ทรงเริ่มต้นการสร้างทุกสรรพสิ่ง ฤทธานุภาพของพระเจ้าก็ได้เริ่มแสดงออกและเผยออกไป...

ในวันที่หก พระผู้สร้างตรัส และสิ่งสร้างซึ่งมีชีวิตแต่ละประเภทในพระทัยของพระองค์ปรากฏตัวตามลำดับ

พระราชกิจแห่งการทรงสร้างทุกสรรพสิ่งของพระผู้สร้างได้ดำเนินต่อเนื่องไปเป็นเวลาห้าวันโดยไม่อาจรู้สึกได้...

ในวันที่ห้า ชีวิตในรูปแบบที่แตกต่างและหลากหลายจัดแสดงสิทธิอำนาจของพระผู้สร้างในหนทางต่างๆ

คัมภีร์ระบุว่า “พระเจ้าตรัสว่า ‘น้ำจงอุดมด้วยฝูงสัตว์ที่มีชีวิต และให้นกบินไปมาในภาคพื้นฟ้าเหนือแผ่นดิน’ พระเจ้าทรงสร้างสัตว์ทะเลขนาดใหญ่...

ในวันที่สี่ ฤดูกาล วัน และปีของมวลมนุษย์มีขึ้นเมื่อพระเจ้าทรงใช้สิทธิอำนาจของพระองค์อีกครั้งหนึ่ง

พระผู้สร้างได้ทรงใช้พระวจนะของพระองค์เพื่อทำแผนของพระองค์ให้สำเร็จลุล่วง และในหนทางนี้พระองค์ได้ทรงผ่านสามวันแรกแห่งแผนของพระองค์แล้ว...