เราละทิ้งสิ่งอื่นทั้งหมด เผยแผ่ข่าวประเสริฐขององค์พระผู้เป็นเจ้า และดูแลคริสตจักร การตรากตรำแบบนี้เป็นหนทางเพื่อทำตามน้ำพระทัยของพระบิดาแห่งสวรรค์ การที่เราปฏิบัติแบบนี้มีอะไรผิดไหม

วันที่ 07 เดือน 11 ปี 2020

ตอบ: การเผยแผ่ข่าวประเสริฐขององค์พระผู้เป็นเจ้าและทำงานเพื่อพระองค์ ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าคุณกำลังทำตามน้ำพระทัยของพระบิดาแห่งสวรรค์ เพื่อทำตามน้ำพระทัยของพระบิดาแห่งสวรรค์อย่างแท้จริง มนุษย์ต้องทำตามพระมรรคาขององค์พระผู้เป็นเจ้าและรักษาพระบัญญัติของพระองค์ มนุษย์ต้องทำหน้าที่ของเขาตามพระบัญชาขององค์พระผู้เป็นเจ้า เหมือนที่องค์พระเยซูเจ้าตรัสไว้ว่า “‘จงรักองค์พระผู้เป็นเจ้าของท่านด้วยสุดใจของท่านด้วยสุดจิตของท่าน’ และด้วยสุดความคิดของท่าน นั่นแหละเป็นพระบัญญัติข้อสำคัญอันดับแรก ข้อที่สองก็เหมือนกัน คือ ‘จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง’” (มัทธิว 22:37-39) ในเรื่องการทำตามน้ำพระทัยของพระบิดาแห่งสวรรค์ ข้อกำหนดที่สำคัญที่สุดคือการเชื่อฟังและปฏิบัติตามพระวจนะในปัจจุบันขององค์พระเยซูเจ้า นี่เป็นหลักปฏิบัติที่พื้นฐานที่สุด ถ้ามนุษย์ไม่จดจ่ออยู่กับการทำตามพระวจนะขององค์พระเยซูเจ้า แต่กลับจดจ่ออยู่กับการทำตามคำพูดของมนุษย์ในพระคัมภีร์แทน พวกเขาก็ไม่ได้กำลังทำตามน้ำพระทัยของพระบิดาแห่งสวรรค์ การทำตามน้ำพระทัยของพระบิดาแห่งสวรรค์คือการทำตามพระวจนะของพระเจ้า ผู้คนยกย่องคำพูดของบรรดาอัครทูตที่อยู่ในพระคัมภีร์แทนที่จะยกย่องและเป็นพยานให้พระวจนะขององค์พระเยซูเจ้าพระองค์เองเสมอ ด้วยการทำแบบนั้น พวกเขาไม่ได้ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า แต่พวกเขากลับต่อต้านพระองค์แทน บรรดาผู้ที่ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าสามารถเชื่อฟังพระเจ้า ปฏิบัติตามพระวจนะของพระองค์ ยอมรับหน้าที่ที่พระองค์ทรงมอบให้ และเป็นพยานต่อพระเจ้า โดยไม่คำนึงถึงสิ่งที่พระองค์ตรัสหรือทรงทำ และคนเหล่านั้นก็ไม่กบฏต่อพระเจ้าหรือต่อต้านพระองค์อีกต่อไป พวกเขาคือคนที่พระเจ้าทรงสรรเสริญ อย่างอับราฮัมเป็นต้น เขาสามารถทำตามพระวจนะของพระเจ้าได้ เขาได้เต็มใจถวายบุตรชายที่รักคนเดียวของเขาคืนแก่พระเจ้า พระเจ้าทรงให้รางวัลอับราฮัมสำหรับความเชื่อฟังหมดใจของเขา พระองค์ทรงให้พรทายาทของอับราฮัม อนุญาตให้พวกเขากลายเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ในท้ายที่สุด อีกตัวอย่างหนึ่งคือโยบ เขาเคารพนับถือพระเจ้าและอยู่ให้ห่างจากความชั่ว ระหว่างการทดสอบของเขา เมื่อความมั่งคั่งและลูกๆ ของเขาถูกพรากไป เขาสาปแช่งตัวเองแทนที่จะโทษพระเจ้า เขาอวยพรพระนามศักดิ์สิทธิ์ของพระยาห์เวห์พระเจ้าต่อไป เพราะฉะนั้น เขาจึงเป็นมนุษย์ที่เหมาะสมในสายพระเนตรพระเจ้า เปโตรก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง เขาติดตามองค์พระเยซูเจ้าตลอดชีวิตของเขา ถวิลหาและไล่ตามความจริง หลังจากยอมรับหน้าที่ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงมอบให้ เขาก็ดูแลคริสตจักร โดยสอดคล้องกับข้อกำหนดขององค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างเข้มงวด ในที่สุดเขาก็สามารถเชื่อฟังพระเจ้าจนถึงแก่ความตายและรักพระองค์เหนือสิ่งอื่นใด พวกเขาทั้งหมดเชื่อฟังและเคารพนับถือพระเจ้า คนแบบนี้เป็นผู้ที่ทำตามน้ำพระทัยของพระบิดาแห่งสวรรค์อย่างแท้จริง ถ้าคุณพูดว่าการตรากตรำเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าหมายถึงการทำตามน้ำพระทัยของพระบิดาแห่งสวรรค์ งั้นทำไมหลังจากพวกฟาริสีเดินทางไปทั่วแผ่นดินและทะเลเพื่อเผยแผ่ข่าวประเสริฐและทำงานหนัก ในท้ายที่สุดพวกเขาจึงถูกองค์พระเยซูเจ้ากล่าวโทษและสาปแช่งล่ะ นั่นเป็นเพราะพวกเขาเชื่อในพระเจ้าแต่ไม่ได้ทำตามพระมรรคาของพระองค์ เมื่อองค์พระเยซูเจ้าเสด็จมาเพื่อทรงพระราชกิจใหม่ ไม่เพียงพวกฟาริสีไม่ยอมรับพระราชกิจนั้น พวกเขายังนำคนยิวทั้งหมดกล่าวโทษและต่อต้านองค์พระเยซูเจ้าอย่างบ้าคลั่ง พวกเขาถึงขนาดเป็นพยานเท็จต่อต้านพระองค์ ทุกสิ่งที่พวกเขาทำเป็นการทรยศพระมรรคาขององค์พระผู้เป็นเจ้า พวกเขาเห็นองค์พระเยซูเจ้าเป็นศัตรู แม้ภายนอกคนเหล่านี้จะทนทุกข์ทรมานอย่างมากและตรากตรำอย่างหนัก แต่เราจะพูดได้ยังไงว่าพวกเขากำลังทำตามน้ำพระทัยของพระบิดาแห่งสวรรค์

ตัดตอนจากบทภาพยนตร์เรื่อง ความทรงจำอันเจ็บปวด

ปี 2021 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

องค์พระเยซูเจ้าตรัสไว้ว่า “ไม่ใช่ทุกคนที่เรียกเราว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้า’ จะได้เข้าในแผ่นดินสวรรค์ แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระทัยพระบิดาของเรา ผู้สถิตในสวรรค์จึงจะเข้าได้ เมื่อถึงวันนั้นจะมีคนจำนวนมากร้องแก่เราว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ได้เผยพระวจนะในพระนามของพระองค์ และได้ขับผีออกในพระนามของพระองค์ และได้ทำการแห่งฤทธานุภาพมากมายในพระนามของพระองค์ไม่ใช่หรือ?’ เมื่อนั้นเราจะกล่าวแก่พวกเขาว่า ‘เราไม่เคยรู้จักพวกเจ้าเลย เจ้าผู้ทำความชั่ว จงไปเสียให้พ้นหน้าเรา’” (มัทธิว 7:21-23) บรรดาผู้ที่กล่าวว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้า” ล้วนรับใช้และเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้า พวกเขาได้จัดทำเครื่องบูชา ได้สละตัวพวกเขา และได้ทำงานอย่างหนักเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่เสมอ และพวกเขาได้เผยแผ่ข่าวประเสริฐและปลูกสร้างคริสตจักร พวกเขาไม่ได้ติดตามน้ำพระทัยขององค์พระผู้เป็นเจ้าโดยการทำการนี้ทั้งหมดหรือ? เมื่อองค์พระเยซูเจ้าทรงกลับมา ทำไมพวกเขาจะไม่ได้รับการชมเชยโดยองค์พระผู้เป็นเจ้า และกลับถูกพระองค์ทรงกล่าวโทษว่าเป็นพวกคนทำชั่วแทนเล่า?

พระวจนะของพระเจ้าที่เกี่ยวข้อง มาตรฐานที่มนุษย์ใช้ตัดสินมนุษย์คนอื่นๆ อยู่บนพื้นฐานของพฤติกรรมของพวกเขา กล่าวคือ...

พวกคุณพูดว่า พวกเราต้องยอมรับพระราชกิจแห่งการพิพากษาของยุคสุดท้ายพระเจ้า เนื่องจาก เมื่อนั้นเท่านั้นที่อุปนิสัยอันเสื่อมทรามเยี่ยงซาตานของพวกเราจะได้รับการชำระให้สะอาดและเปลี่ยนแปลง และเมื่อนั้นเท่านั้นที่พวกเราจะเข้าสู่ราชอาณาจักรแห่งพระเจ้า ดังนั้นพวกเราจึงถ่อมใจและยอมผ่อนปรน พวกเรารักศัตรูของพวกเรา พวกเราแบกกางเขนของพวกเรา พวกเราบ่มวินัยร่างกายของพวกเรา พวกเราละทิ้งสิ่งทั้งหลายทางโลก พวกเราทำงานและทำการประกาศเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าและอื่นๆ ตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพึงประสงค์ เหล่านี้ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่ได้บังเกิดในตัวพวกเราหรอกหรือ? พวกคุณกำลังพูดว่า นี่ยังคงไม่มากพอสำหรับพวกเราที่จะเข้าสู่อาณาจักรสวรรค์อย่างนั้นหรือ? ฉันเชื่อว่า ตราบที่พวกเราเพียรพยายามต่อไปในหนทางนี้ พวกเราก็จะกลายเป็นบริสุทธิ์ และจะเข้าสู่อาณาจักรสวรรค์

ข้อพระคัมภีร์สำหรับอ้างอิง “ไม่ใช่ทุกคนที่เรียกเราว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้า’ จะได้เข้าในแผ่นดินสวรรค์ แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระทัยพระบิดาของเรา...

ติดต่อเราผ่าน Messenger