พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | “จงรับใช้เหมือนที่คนอิสราเอลทำ” | บทตัดตอน 462

0 |วันที่ 11 เดือน 07 ปี 2021

ข้อพึงประสงค์ต่อพวกเจ้าในวันนี้—การทำงานร่วมกันอย่างปรองดอง—คล้ายกันกับการปรนนิบัติที่พระยาห์เวห์ทรงพึงประสงค์จากคนอิสราเอลคือ หากไม่เช่นนั้นแล้ว จงหยุดทำงานปรนนิบัติ เพราะพวกเจ้าเป็นผู้คนที่รับใช้พระเจ้าโดยตรง อย่างน้อยที่สุด พวกเจ้าต้องสามารถจงรักภักดีและนบนอบในการปรนนิบัติของพวกเจ้า และต้องมีความสามารถที่จะเรียนรู้บทเรียนในหนทางที่สัมพันธ์กับชีวิตจริงด้วย โดยเฉพาะสำหรับพวกเจ้าที่ทำงานในคริสตจักร จะมีพี่น้องชายหญิงคนใดที่อยู่ระดับรองจากพวกเจ้ากล้าจัดการกับพวกเจ้าหรือไม่? จะมีผู้ใดกล้าบอกพวกเจ้าถึงความผิดพลาดของพวกเจ้าต่อหน้าพวกเจ้าหรือไม่? พวกเจ้ายืนสูงอยู่เหนือคนอื่นๆ พวกเจ้าครองราชย์เป็นกษัตริย์! พวกเจ้าไม่แม้กระทั่งศึกษาหรือเข้าสู่บทเรียนที่สัมพันธ์กับชีวิตจริงประเภทนี้ กระนั้นพวกเจ้าก็ยังคงพูดถึงการปรนนิบัติพระเจ้า! ณ ปัจจุบัน เจ้าได้รับการขอให้นำคริสตจักรจำนวนหนึ่ง แต่เจ้าไม่เพียงแต่ไม่ละทิ้งตัวเจ้าเองเท่านั้น แต่เจ้ายังถึงขั้นเกาะติดกับมโนคติที่หลงผิดและข้อคิดเห็นของเจ้าเองด้วย โดยพูดอะไรอย่างเช่น "ฉันคิดว่าสิ่งนี้ควรทำแบบนี้ เพราะพระเจ้าได้ตรัสว่าพวกเราไม่ควรถูกผู้อื่นจำกัดควบคุม และว่าทุกวันนี้พวกเราไม่ควรนบนอบแบบไม่ลืมหูลืมตา" ดังนั้น เจ้าแต่ละคนจึงยึดติดกับข้อคิดเห็นของเจ้าเอง และไม่มีผู้ใดเชื่อฟังกัน ถึงแม้ว่าเจ้ารู้อย่างชัดเจนว่าการปรนนิบัติของเจ้านั้นถึงทางตันแล้ว แต่เจ้าก็ยังคงพูดว่า "จากที่ฉันเห็น วิธีการของฉันไม่ได้คลาดเคลื่อนไปมากนัก อย่างไรก็ดี พวกเราแต่ละคนมีด้านหนึ่งคือ เธอพูดถึงด้านของเธอ และฉันพูดถึงด้านของฉัน เธอสามัคคีธรรมเกี่ยวกับนิมิตของเธอ และฉันพูดถึงการเข้าสู่ของฉัน" เจ้าไม่เคยรับผิดชอบในสิ่งต่างๆ มากมายที่ควรได้รับการจัดการ หรือเจ้าแค่ทำให้ผ่านๆ ไป โดยเจ้าแต่ละคนต่างก็ระบายความเห็นของเจ้าเอง และคุ้มครองปกป้องสถานะ ชื่อเสียง และรักษาหน้าของเจ้าเองอย่างรอบคอบ ไม่มีพวกเจ้าคนใดเต็มใจที่จะถ่อมใจเจ้าเอง และไม่มีฝ่ายใดริเริ่มที่จะละทิ้งตัวเจ้าเองและชดเชยข้อบกพร่องของกันและกันเพื่อที่ชีวิตอาจจะก้าวหน้าไปได้อย่างรวดเร็วขึ้น เมื่อพวกเจ้าประสานงานกัน พวกเจ้าควรเรียนรู้ที่จะแสวงหาความจริง เจ้าอาจพูดว่า "ฉันไม่มีความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับความจริงในแง่มุมนี้ แล้วเธอมีประสบการณ์แบบใดในเรื่องนี้?" หรือเจ้าอาจพูดว่า "เธอมีประสบการณ์มากกว่าฉันในเรื่องที่เกี่ยวกับแง่มุมนี้ รบกวนเธอช่วยให้การนำทางแก่ฉันบ้างได้หรือไม่?" นั่นจะไม่เป็นวิธีที่ดีในการทำเรื่องนี้หรอกหรือ? พวกเจ้าได้รับฟังคำเทศนามากมาย และได้รับประสบการณ์กับการทำงานปรนนิบัติมาบ้างแล้ว หากเจ้าไม่เรียนรู้จากกันและกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และชดเชยจุดอ่อนของกันและกันเมื่อทำงานในคริสตจักร เช่นนั้นแล้วเจ้าจะสามารถเรียนรู้บทเรียนใดๆ ได้อย่างไร? เมื่อใดก็ตามที่เจ้าเผชิญกับบางสิ่งบางอย่าง พวกเจ้าควรสามัคคีธรรมกันเพื่อให้ชีวิตของพวกเจ้าสามารถได้รับประโยชน์ ยิ่งไปกว่านั้น พวกเจ้าควรสามัคคีธรรมเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ทุกชนิดอย่างระมัดระวังก่อนทำการตัดสินใจใดๆ ด้วยการทำเช่นนั้นเท่านั้นพวกเจ้าจึงจะรับผิดชอบคริสตจักรได้ ไม่ใช่แค่กระทำการไปอย่างพอเป็นพิธี หลังจากที่เจ้าเยี่ยมเยียนคริสตจักรทั้งหมดแล้ว เจ้าควรชุมนุมกันและสามัคคีธรรมเกี่ยวกับประเด็นทั้งปวงที่เจ้าค้นพบและปัญหาใดๆ ที่ได้เผชิญในงานของเจ้า และจากนั้นเจ้าควรสื่อสารเกี่ยวกับความรู้แจ้งและความกระจ่างที่เจ้าได้รับมา—นี่คือการปฏิบัติงานปรนนิบัติที่ขาดไม่ได้ พวกเจ้าต้องสัมฤทธิ์การร่วมมือกันอย่างปรองดองเพื่อจุดประสงค์แห่งพระราชกิจของพระเจ้า เพื่อผลประโยชน์ของคริสตจักร และเพื่อกระตุ้นพี่น้องชายหญิงของพวกเจ้าไปข้างหน้า เจ้าควรประสานงานกัน โดยที่แต่ละคนแก้ไขอีกคนหนึ่งและบรรลุถึงผลลัพธ์ของงานที่ดีกว่า เพื่อดูแลเอาใจใส่น้ำพระทัยของพระเจ้า การร่วมมือกันที่แท้จริงคือสิ่งนี้ และมีเพียงบรรดาผู้ที่มีส่วนร่วมในการนี้เท่านั้นที่จะได้รับการเข้าสู่ที่แท้จริง ในขณะที่ให้ความร่วมมือ คำบางคำที่เจ้าพูดอาจไม่เหมาะสม แต่นั่นไม่สำคัญ จงสามัคคีธรรมเกี่ยวกับสิ่งนั้นในภายหลัง และได้รับความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งนั้น จงอย่าละเลยมัน หลังจากการสามัคคีธรรมแบบนี้แล้ว เจ้าจะสามารถชดเชยข้อบกพร่องของพี่น้องชายหญิงของเจ้าได้ เจ้าจะสามารถสัมฤทธิ์ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้ด้วยการเคลื่อนลึกเข้าไปในงานของเจ้าให้มากขึ้นเช่นนี้เท่านั้น พวกเจ้าแต่ละคน ในฐานะผู้คนที่รับใช้พระเจ้า ต้องมีความสามารถที่จะปกป้องผลประโยชน์ของคริสตจักรในทุกสิ่งที่เจ้าทำ แทนที่จะแค่พิจารณาถึงผลประโยชน์ของเจ้าเอง การลงมือเพียงลำพังโดยบ่อนทำลายกันและกันเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ ผู้คนที่ประพฤติเช่นนั้นไม่เหมาะที่จะรับใช้พระเจ้า! ผู้คนเช่นนั้นมีอุปนิสัยที่แย่ ไม่มีสภาวะความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่ในตัวพวกเขาเลยแม้แต่น้อย พวกเขาเป็นซาตานเต็มร้อย! พวกเขาเป็นสัตว์ป่า! แม้กระทั่งตอนนี้ สิ่งดังกล่าวยังคงเกิดขึ้นในหมู่พวกเจ้า เจ้าทำถึงขั้นโจมตีกันและกันในระหว่างการสามัคคีธรรม โดยตั้งใจแสวงหาข้ออ้างและกลายเป็นโต้เถียงกันด้วยใบหน้าแดงก่ำเกี่ยวกับเรื่องเล็กน้อยบางอย่างที่ไม่สลักสำคัญอะไร ไม่มีบุคคลใดเต็มใจที่จะละวางตัวเขาเองลง แต่ละบุคคลปกปิดความคิดภายในจากอีกฝ่าย เฝ้าดูอีกฝ่ายอย่างจดจ่อและคอยระแวดระวังอยู่เสมอ อุปนิสัยประเภทนี้สมควรเป็นการปรนนิบัติพระเจ้าหรือ? งานอย่างเช่นของพวกเจ้าสามารถจัดหาสิ่งใดให้พี่น้องชายหญิงของเจ้าได้หรือ? เจ้าไม่เพียงไร้ความสามารถที่จะนำผู้คนไปสู่ครรลองชีวิตที่ถูกต้องเท่านั้น แต่ที่จริงแล้วเจ้ายังฉีดพ่นอุปนิสัยที่เสื่อมทรามของเจ้าเองเข้าสู่พี่น้องชายหญิงของเจ้าด้วย เจ้าไม่ได้กำลังทำร้ายผู้อื่นอยู่หรอกหรือ? มโนธรรมของเจ้าน่าเกลียดน่ากลัวนัก และมันเน่าไปจนถึงแก่น! เจ้าไม่ได้เข้าสู่ความเป็นจริง อีกทั้งเจ้าไม่ได้นำความจริงมาปฏิบัติ นอกจากนี้ เจ้ายังตีแผ่ธรรมชาติที่ชั่วร้ายของเจ้าให้ผู้อื่นเห็นอย่างหน้าไม่อายด้วย เจ้าไม่รู้จักความอับอายเลย! เจ้าได้รับความไว้วางใจให้ดูแลพี่น้องชายหญิงเหล่านี้ กระนั้นเจ้าก็กำลังนำพวกเขาลงนรก เจ้าไม่ใช่ใครบางคนที่มโนธรรมของเขาได้เน่าเฟะไปแล้วหรอกหรือ? เจ้าไม่มีความละอายโดยสิ้นเชิง!

ตัดตอนมาจาก พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

ดูเพิ่ม

ปี 2021 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ

แบ่งปัน

ยกเลิก