หน้าที่รับผิดชอบของผู้นำและคนทำงาน (9) ตอนที่สาม

VI. การบริหารจัดการทรัพย์สิน

รายการที่หก การบริหารจัดการทรัพย์สิน ถึงแม้ว่างานบริหารจัดการทรัพย์สินจะไม่ได้มีการจัดทำการจัดการเตรียมงานเป็นประจำเหมือนงานข่าวประเสริฐหรืองานเฉพาะทางหลากหลายประเภท แต่พระนิเวศของพระเจ้าก็ยังมีการจัดการเตรียมงานเฉพาะสำหรับงานนี้ การบริหารจัดการทรัพย์สินเกี่ยวข้องกับอะไร? สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับวิธีจัดเก็บทรัพย์สิน สถานที่จัดเก็บ คนที่บริหารจัดการทรัพย์สินเหล่านั้น รวมถึงวิธีการจัดสรร บริหารจัดการ และโยกย้ายทรัพย์สินเหล่านั้นเมื่อเกิดอันตรายหรือสภาพแวดล้อมที่ไม่พึงประสงค์ รวมไปถึงรูปการณ์แวดล้อมพิเศษแบบอื่น ๆ อันที่จริง การจัดการเตรียมงานมีข้อกำหนดที่เกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดนี้ และสำหรับงานนี้ ผู้นำและคนทำงานไม่ควรรอให้เบื้องบนออกคำสั่งหรือแจกจ่ายการจัดการเตรียมงานมาโดยตรง แล้วจึงค่อยเริ่มบริหารทรัพย์สินอย่างเฉื่อยชา หากไม่มีการจัดการเตรียมงานแบบกะทันหันที่พึงให้เจ้าจัดการทรัพย์สินในลักษณะที่เจาะจง และในรูปการณ์แวดล้อมพิเศษที่เจ้าไม่รู้จะจัดการทรัพย์สินเหล่านั้นอย่างไร อีกทั้งไม่ได้รับคำตอบจากเบื้องบนอย่างทันท่วงที เจ้าควรทำอย่างไร? ความปลอดภัยคือสิ่งที่สำคัญอันดับหนึ่ง และนี่เป็นหน้าที่รับผิดชอบของเจ้าที่จะคุ้มครองทรัพย์สินของพระนิเวศของพระเจ้า สำหรับหนังสือพระวจนะของพระเจ้าที่ตีพิมพ์โดยพระนิเวศของพระเจ้า รวมไปถึงเครื่องจักร อาหารการกิน เงินทอง และทรัพย์สินอื่น ๆ ทุกประเภท ผู้นำและคนทำงานควรเก็บทั้งหมดไว้ในที่ที่ปลอดภัยตามการจัดการเตรียมการของพระนิเวศของพระเจ้า ไม่ปล่อยให้ชื้น ขึ้นรา หรือถูกแมลงกัดกิน ไม่ต้องพูดถึงการยอมให้คนชั่วหรือพญานาคใหญ่สีแดงยึดสิ่งเหล่านี้ไปเลย มากไปกว่านั้น นอกจากการบริหารจัดการทรัพย์สินของพระนิเวศของพระเจ้าเหล่านี้ให้ดีแล้ว ผู้นำและคนทำงานก็ควรรักษาความลับอย่างเคร่งครัด ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องทุกคนควรถูกกันไม่ให้รู้เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ และผู้ที่รู้เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ก็ควรปิดปากให้สนิทและไม่ปากสว่าง พระนิเวศของพระเจ้ามีการจัดการเตรียมงานที่เจาะจงเกี่ยวกับงานนี้ และการแจกจ่ายหรือเปิดเผยการจัดการเตรียมงานเหล่านี้เป็นลายลักษณ์อักษรก็เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม หากผู้นำและคนทำงานคิดหนทางและวิธีบริหารจัดการทรัพย์สินที่ดีกว่าได้ เช่นนั้นแล้ว ในขณะที่ปฏิบัติตามหลักธรรมของการบริหารจัดการและคุ้มครองทรัพย์สินของพระนิเวศของพระเจ้าให้ดีเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสีย แน่นอนว่าพวกเขาก็อาจจะหารือเรื่องนี้กับผู้นำและคนทำงานคนอื่น และตัดสินใจด้วยตนเอง งานรายการนี้เป็นงานพิเศษ และพวกที่เก็บความลับไม่อยู่ พวกที่ไร้ซึ่งสำนึกของความรับผิดชอบ พวกที่มีความบกพร่องทางศีลธรรม พวกที่เพิ่งเริ่มเชื่อและยังไม่มีรากฐานในความเชื่อของตน รวมถึงพวกที่จ้องทรัพย์สินของพระนิเวศของพระเจ้าตาเป็นมันด้วยความละโมบอยู่เสมอ ทั้งหมดต้องไม่ได้รับอนุญาตให้รู้เรื่องนี้ สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถกล่าวถึงอย่างโจ่งแจ้งได้ในการจัดการเตรียมงานของพระนิเวศของพระเจ้า แต่ผู้นำและคนทำงาน รวมถึงผู้ดูแลที่ไว้ใจได้ก็ควรตระหนักถึงเรื่องนี้มิใช่หรือ? (ใช่) ในที่นี้มีรูปการณ์แวดล้อมพิเศษอยู่ สมมุติว่าผู้นำที่ได้รับเลือกมาใหม่เพิ่งเชื่อในพระเจ้ามาเพียงสามปี เขาเป็นคนที่มีขีดความสามารถดี กระตือรือร้นมาก และภายนอกก็ดูเป็นคนที่ใช้ได้ แต่ยังไม่รู้ว่าเขามีลักษณะนิสัยอย่างไร เขามองทรัพย์สินเหล่านี้อย่างไร หรือเป็นคนโลภหรือไม่ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ยังไม่รู้และไม่แน่นอน และพี่น้องชายหญิงที่เชื่อในพระเจ้ามานานก็ไม่ได้รู้จักคนคนนี้ดีนัก พวกเขาไม่ได้รู้จักคนคนนี้อย่างทะลุปรุโปร่ง ควรทำอย่างไรในสถานการณ์ดังกล่าว? เมื่อถึงเวลาส่งมอบงานให้ผู้นำคนนี้ งานอื่น ๆ ถูกส่งมอบไปหมดแล้ว—ควรส่งมอบงานด้านทรัพย์สินให้ผู้นำคนนี้หรือไม่? (ไม่ควร) เหตุใดจึงไม่ควร? งานหลักของผู้นำและคนทำงานไม่ใช่แค่บริหารจัดการทรัพย์สินเท่านั้น ทรัพย์สินเป็นเพียงส่วนหนึ่งในงานของพวกเขา หากมีคนที่เหมาะกับการบริหารจัดการทรัพย์สินจริง ๆ และผู้นำที่ได้รับเลือกมาใหม่นี้ไว้ใจไม่ได้ การไม่ส่งต่องานนี้ให้ผู้นำคนนี้ทันทีก็ไม่เป็นไร เนื่องจากยังไม่รู้ว่าเขาจะเชื่อในพระเจ้าไปอีกนานหรือจะสามารถตั้งมั่นได้หรือไม่ ในอดีต ใครบางคนเพิ่งได้รับเลือกให้เป็นผู้นำคริสตจักร และหลังจากเข้ารับตำแหน่งนี้ สิ่งแรกที่เขาทำคือถามประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรรถึงบัญชีธนาคารและรหัสผ่านของบัญชีที่เก็บเงินถวายเอาไว้ เขาถามว่าใครมีเลขบัญชีและรหัสผ่านเหล่านี้ และไปกดดันคนเหล่านั้นให้ส่งต่องานนี้ให้เขาทันที ในสถานการณ์เช่นนี้ควรส่งต่องานนี้ให้เขาหรือไม่? เขาไม่ได้เป็นห่วงหรือกังวลใจเกี่ยวกับงานอื่นเลย ทว่ากลับจริงจังและกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ—เขาเป็นคนที่ไว้ใจได้หรือไม่? จงอย่าคิดว่าใครบางคนไว้ใจได้เพราะเขาคือผู้นำหรือคนทำงาน ในความเป็นจริง มีเพียงผู้ดูแลที่ได้รับเลือกตามหลักธรรมอย่างแท้จริงเท่านั้นที่ไว้ใจได้—พวกเขาสามารถสละชีวิตของตนเพื่อคุ้มครองทรัพย์สินของพระนิเวศของพระเจ้าได้ ผู้คนเช่นนี้ไว้ใจได้มากที่สุด แล้วผู้นำและคนทำงานสามารถทำเช่นนี้ได้ทุกคนหรือไม่? ไม่จำเป็น ในอดีตมีผู้นำระดับภูมิภาคคนหนึ่งถูกพญานาคใหญ่สีแดงจับกุม และเขาหักหลังโดยบอกความลับเรื่องทรัพย์สินทั้งหมดของคริสตจักรเพื่อประโยชน์ส่วนตน จนนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมหาศาล หากเขาไม่รู้ว่าทรัพย์สินของคริสตจักรอยู่ที่ไหน ต่อให้เขาถูกทุบตีจนตาย เขาก็คงจะไม่สามารถเผยเรื่องนี้ได้ เช่นนั้นแล้ว ทรัพย์สินของพระนิเวศของพระเจ้าก็จะไม่ประสบกับการสูญเสียใช่หรือไม่? โดยแท้แล้ว นี่เป็นเพราะเขารู้มากเกินไปจนคายข้อมูลทั้งหมดในยามที่เขาไม่อาจสู้ทนการทรมานและการทุบตีอันโหดร้ายได้ จนเงินนี้ไปลงเอยอยู่ในมือของพญานาคใหญ่สีแดง หากเขาไม่ได้รับอนุญาตให้รู้ว่าทรัพย์สินเหล่านี้อยู่ที่ไหน และหากคนที่คุ้มครองทรัพย์สินเหล่านี้เป็นคนที่ไว้ใจได้ เงินของพระนิเวศของพระเจ้าจะประสบกับการสูญเสียและถูกพญานาคใหญ่สีแดงยึดเอาไปหรือไม่? ไม่ ย่อมจะไม่เป็นเช่นนั้น นี่คือบทเรียนที่ร้ายแรง เพราะฉะนั้น ประเด็นสำคัญที่สุดสำหรับการจัดการเตรียมงานนี้ก็คือ ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง ต้องจำกัดความสูญเสีย และงานก็ควรทำในหนทางใดก็ตามที่ปลอดภัย จงหาใครบางคนที่แสดงความจงรักภักดีในการบริหารจัดการทรัพย์สินของพระนิเวศของพระเจ้าเพื่อให้มาบริหารจัดการสิ่งเหล่านี้—นี่เป็นแนวทางปฏิบัติที่วางใจได้มากที่สุด ถึงแม้ว่าคนคนนี้จะไม่สามารถทำสิ่งใดได้ เขาก็จะจงรักภักดีและจะสามารถคุ้มครองเงินได้อย่างแน่นอน ดังนั้นการใช้คนคนนี้คุ้มครองทรัพย์สินจึงเป็นเรื่องถูกต้องที่พึงกระทำ เนื่องจากงานนี้เป็นงานที่ทำเพียงอย่างเดียว การจัดการเตรียมการสำหรับงานนี้จึงเรียบง่ายมาก นั่นคือ หาคนที่ถูกต้องมาดูแลรักษาทรัพย์สิน และหาสถานที่ปลอดภัยในการเก็บทรัพย์สินเหล่านั้น นอกจากนี้ ในการจัดการเตรียมงานจากพระนิเวศของพระเจ้ายังมีข้อกำหนดเฉพาะที่ว่าด้วยการจัดสรรและการใช้จ่ายทรัพย์สินเหล่านี้ของพระนิเวศของพระเจ้า กล่าวคือ เงินดังกล่าวสามารถนำไปใช้กับรายจ่ายที่จำเป็น แต่ไม่สามารถนำไปใช้กับส่วนที่ไม่จำเป็นได้ มีอีกหนึ่งสิ่งก็คือ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทั้งหลายนั้นมีระบบการกำกับดูแลที่เข้มงวด และพระนิเวศของพระเจ้าก็มีข้อกำหนดเฉพาะสำหรับกระบวนการและขั้นตอนอันหลากหลาย โดยให้มีการลงลายมือชื่อจากคนหลายคน เป็นต้น มีการบริหารจัดการ มีการคุ้มครอง มีการใช้จ่าย รวมถึงมีการทำบัญชี—ทั้งหมดนี้มีการจัดการเตรียมงานที่เจาะจงอยู่

VII. งานชำระออก

รายการที่เจ็ด งานชำระออก พระนิเวศของพระเจ้าได้ทำการจัดการเตรียมงานสำหรับงานนี้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน ในแง่หนึ่ง การจัดการเตรียมงานนี้เกิดขึ้นตามความจำเป็นจากงานของพระนิเวศของพระเจ้า และในอีกแง่หนึ่ง สิ่งนี้เกิดขึ้นตามการจำแนกและการนิยามของผู้คนหลากหลายประเภท รวมไปถึงการคัดแยกแต่ละคนไปตามประเภทของพวกเขาตามการสำแดงในทันทีที่พวกเขาถูกเผยออกมา พระนิเวศของพระเจ้ามีหลักธรรมสำหรับจัดการศัตรูของพระคริสต์ คนชั่ว และผู้ไม่เชื่อทุกรูปแบบ บางคนถูกชำระออกจากกลุ่มของผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ บางคนถูกชำระออกจากคริสตจักรที่ปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลาและถูกส่งไปอยู่คริสตจักรที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นบางเวลาหรือคริสตจักรทั่วไป บางคนถูกชำระออกจากคริสตจักรทั่วไปและถูกส่งไปอยู่กลุ่มข. และมีบางคนที่ถูกขับไล่หรือเอาตัวออกไปโดยตรง พระนิเวศของพระเจ้าจัดการเตรียมงานชำระออกจากคริสตจักรซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งยังมีการจัดการเตรียมงานที่เจาะจงในเรื่องของผู้คนหลากหลายประเภทที่ตรงตามเงื่อนไขของการชำระออกไป จากท่าทีที่ผู้คนมีต่อการทำหน้าที่ของพวกเขาและการกระทำผิดที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาทำหน้าที่ของตน รวมไปถึงแก่นแท้อันเสื่อมทรามที่ผู้คนหลากหลายประเภทเผยออกมา ท้ายที่สุดพระนิเวศของพระเจ้าก็ได้วางแผนการเฉพาะสำหรับจัดการคนเหล่านี้ เพราะฉะนั้น การที่พระนิเวศของพระเจ้าจัดการกับคนชั่ว ผู้ไม่เชื่อ และศัตรูของพระคริสต์หลากหลายประเภทจึงเป็นไปตามพระวจนะของพระเจ้าและหลักธรรมความจริงโดยสมบูรณ์ และการนี้ก็ดำเนินไปอย่างสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพระเจ้าอย่างแท้จริง เมื่อเป็นการจัดการเตรียมงานเหล่านี้ ในมุมหนึ่งจำเป็นต้องสามัคคีธรรมหลักธรรมความจริงเพื่อให้ผู้คนเข้าใจสิ่งเหล่านั้น และเรียนรู้วิธีแยกแยะผู้คนหลากหลายประเภท ในขณะที่อีกมุมหนึ่งก็จำเป็นที่จะต้องแจกจ่ายการจัดการเตรียมงานเหล่านี้ไปยังคริสตจักรทั้งหลาย เพื่อให้คริสตจักรเหล่านั้นสามัคคีธรรมและนำไปดำเนินการได้ อย่างไรก็ตาม งานชำระออกจากคริสตจักรต้องดำเนินการโดยเร็วที่สุด และงานนี้ต้องไม่หยุดชะงักอย่างเด็ดขาด งานนี้ต้องดำเนินต่อไปจนกว่าจะไม่มีคนชั่วเหลืออยู่ในคริสตจักรอีกต่อไป ไม่ใช่ว่าผู้นำและคนทำงานจะปฏิบัติงานชำระออกแค่ในช่วงเวลาที่เบื้องบนแจกจ่ายการจัดการเตรียมงานที่สั่งให้ชำระออกจากคริสตจักรเท่านั้น หลังจากเสร็จสิ้นการชำระออกไปได้ระยะหนึ่งแล้ว หากพบว่ามีคนชั่วที่ก่อกวนอีก แต่เบื้องบนยังไม่ได้จัดการเตรียมงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้นำและคนทำงานก็ไม่จำเป็นต้องสนใจคนชั่วเหล่านั้นหรือชำระพวกเขาออกไป—เช่นนั้นย่อมจะไม่ได้การ งานชำระออกจากคริสตจักรต้องดำเนินต่อไปอย่างเป็นระเบียบ ตราบเท่าที่มีคนที่ต้องถูกเอาตัวออกไปหรือถูกขับไล่ เช่นนั้นงานชำระออกก็ต้องดำเนินต่อไป จงอย่ารอเฉยให้เบื้องบนออกคำสั่ง หรือให้ผู้นำระดับสูงสื่อสารสิ่งเหล่านั้นกับเจ้า และอย่ารอเฉยให้พี่น้องชายหญิงรายงานใครบางคนเพิ่มขึ้นกว่านี้ ทันทีที่ประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรรเปิดโปงและรายงานใครบางคน ผู้นำและคนทำงานก็ควรเริ่มตรวจสอบและจัดการเรื่องนั้นเสีย หากผู้นำและคนทำงานเก็บจดหมายรายงานเอาไว้และไม่จัดการเรื่องนั้น พวกเขาก็ควรถูกสอบสวนและจัดการ และหากพบว่าพวกเขากำลังซ่อนเร้นคนชั่ว เช่นนั้นแล้ว พวกเขาก็ต้องถูกเอาตัวออกไปจากคริสตจักรพร้อมกับคนชั่วคนนั้น ผู้นำหรือคนทำงานที่ไม่ปฏิบัติงานของการชำระออกจากคริสตจักรย่อมเป็นผู้นำหรือคนทำงานเทียมเท็จ และควรถูกปลดในทันที หากพวกเขาถึงกับปกป้องและคุ้มครองคนชั่ว เช่นนั้นก็สามารถระบุได้ว่าพวกเขาเป็นศัตรูของพระคริสต์ ขับไล่ และเอาพวกเขาออกไปจากคริสตจักร สิ่งเหล่านี้คือข้อกำหนดอันเจาะจงที่พระนิเวศของพระเจ้าตั้งขึ้นในส่วนของงานชำระออกจากคริสตจักร งานชำระออกจากคริสตจักรเป็นงานที่มีความสำคัญเร่งด่วนอันดับหนึ่ง ทั้งยังมีนัยสำคัญที่ลึกซึ้ง บอกเราทีเถิดว่า การชำระออกจากคริสตจักรเป็นไปเพื่อทำให้คริสตจักรบริสุทธิ์มิใช่หรือ? หากคริสตจักรได้รับการชำระให้บริสุทธิ์—กล่าวคือ หากไม่มีคนชั่วก่อกวนอยู่ในคริสตจักร และไม่มีผู้ไม่เชื่อปะปนอยู่ในหมู่สมาชิกคริสตจักร—นั่นย่อมจะเป็นคริสตจักรที่แท้จริง อีกทั้งจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตคริสตจักรด้วย นี่จะเป็นอีกหนึ่งก้าวที่ยิ่งใหญ่ไปสู่การทำให้ราชอาณาจักรของพระคริสต์เป็นจริงมิใช่หรือ? คริสตจักรที่บริสุทธิ์เช่นนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการเผยแผ่ข่าวประเสริฐแห่งราชอาณาจักรมากที่สุด เพราะทุกคนจะมีความเป็นจริงความจริง ทุกคนจะสามารถเป็นคำพยานให้พระเจ้าและได้รับการทำให้ครบบริบูรณ์ในฐานะประชากรของพระเจ้า และจะไม่มีคนชั่วที่มาก่อกวนอีกต่อไป โดยธรรมชาติแล้ว คริสตจักรเช่นนี้ย่อมจะได้รับพรสูงสุด เพราะฉะนั้น การชำระออกจากคริสตจักรจึงเป็นงานที่มีความหมายมากที่สุด และทั้งหมดก็เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมซึ่งประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรรได้ทำหน้าที่ของตนอย่างสงบสุขมากขึ้น และไร้ซึ่งการก่อกวนจากคนชั่ว มากไปกว่านั้น พระนิเวศของพระเจ้าไม่เกื้อหนุนพวกคนขี้เกียจหรือคนไร้ประโยชน์ อีกทั้งไม่เกื้อหนุนพวกปรสิตที่ลุ่มหลงในความสะดวกสบายและกินขนมปังให้อิ่มท้อง บรรดาผู้ที่ไม่ทำหน้าที่ของตนเองเลย ทั้งยังก่อกวนและสร้างผลกระทบต่อผู้อื่นที่ทำหน้าที่ของพวกเขา รวมถึงพวกที่แสดงความคิดเห็นอย่างไร้ความรับผิดชอบ จุ้นจ้าน และไม่ทำงานอันถูกควรของพวกเขาในคริสตจักร ล้วนต้องถูกเอาตัวออกไปเช่นกัน บัดนี้ ผู้คนทุกประเภทได้ถูกเผยออกมาอย่างหมดเปลือกแล้ว งานชำระออกจากคริสตจักรนั้นสำคัญยิ่ง และต้องทำให้ดีและรอบคอบ บรรดาคนชั่ว ศัตรูของพระคริสต์ ผู้ไม่เชื่อ พวกที่ไร้ประโยชน์ และปรสิตทั้งหลายที่ถูกเผยว่าเป็นพวกที่พระเจ้าทรงรังเกียจเดียดฉันท์ และพวกเขาก็เกินกว่าจะช่วยให้รอด หากคริสตจักรไม่ดำเนินงานชำระออก สิ่งนี้ย่อมจะกระทบกับงานเผยแผ่ข่าวประเสริฐ ด้วยเหตุนั้น งานชำระออกจากคริสตจักรจึงเป็นงานสำคัญที่จำเป็นต้องรีบเร่งทำให้ดีในเวลานี้ มีเพียงผู้นำและคนทำงานที่สามารถทำงานชำระออกจากคริสตจักรได้เป็นอย่างดีเท่านั้นที่คู่ควรกับการบ่มเพาะและสามารถเป็นผู้นำและคนทำงานต่อไปได้ ผู้นำและคนทำงานคนใดที่ขัดขวางงานชำระออกจากคริสตจักรย่อมเป็นเครื่องสะดุดและเป็นสิ่งกีดขวาง และประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรรต้องเปิดโปงและรายงานเรื่องพวกเขา ก่อนอื่น ผู้นำและคนทำงานทุกระดับต้องแก้ไขและเอาเครื่องสะดุดกับสิ่งกีดขวางงานของคริสตจักรทั้งหมดนี้ออกไปโดยสิ้นเชิง—สิ่งนี้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระเจ้า มีเพียงการนี้เท่านั้นที่เอื้อให้งานหลากหลายรายการของคริสตจักรก้าวหน้าไปอย่างราบรื่น และเอื้อให้คริสตจักรดำเนินการตามน้ำพระทัยของพระเจ้า เพื่อให้พระเจ้าทรงได้รับพระสิริทั้งปวง

VIII. กิจธุระภายนอก

รายการที่แปด กิจธุระภายนอก งานด้านกิจธุระภายนอกไม่ใช่งานใหญ่ แต่ก็ไม่ใช่งานเล็ก และมีหลักธรรมจำนวนหนึ่งในการจัดการเตรียมงานด้านกิจธุระภายนอกของพระนิเวศของพระเจ้า หนึ่งคือการศึกษากฎหมายท้องถิ่นและข้อบังคับเฉพาะในท้องถิ่น กล่าวคือ ไม่ว่าคริสตจักรทำอะไรในสถานที่ใดที่หนึ่ง เจ้าก็ต้องศึกษากฎหมายท้องถิ่นเสียก่อน—นี่คือหลักธรรมข้อหนึ่ง หลักธรรมอีกข้อหนึ่งก็คือ เมื่อเจ้าเผชิญปัญหาที่เกี่ยวกับกิจธุระภายนอก ซึ่งเจ้าไม่เข้าใจหรือไม่ได้รู้ชัดเจน เจ้าก็ต้องปรึกษาทนายและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และไม่ตัดสินเอาเองแบบขาดความรู้ เจ้าต้องคิดแผนการที่เจาะจงในการจัดการกับเรื่องทั้งหลายตามเงื่อนไขที่แตกต่างกันในระดับชาติในแต่ละประเทศ แล้วแผนการเหล่านี้เกิดขึ้นมาอย่างไร? เจ้าต้องเชื่อในสิ่งที่ทนายบอก และปล่อยให้ทนายเป็นผู้ตัดสินใจ—อย่าตัดสินตามอำเภอใจ หรือตัดสินใจด้วยตัวเจ้าเอง เงื่อนไข นโยบาย กฎหมาย และข้อบังคับระดับชาติแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ดังนั้นจงอย่าทำตามจินตนาการของเจ้า ตัวอย่างเช่น สมมุติว่าเจ้าเห็นใครบางคนถูกปล้นบนถนนที่ประเทศจีน กฎหมายประเทศจีนกำหนดไว้ว่า ผู้ที่ผ่านไปมาซึ่งเห็นเหตุการณ์นี้สามารถเข้าไปแทรกแซงด้วยความกล้าหาญ โดยจับโจรนั้นไว้ก่อนเป็นอย่างแรก แล้วจึงส่งต่อให้กับตำรวจ หากเจ้าทำเช่นนี้ เจ้าจะกลายเป็นพลเมืองดีที่กล้าหาญ เจ้าจะไม่ต้องแบกรับความรับผิดชอบทางกฎหมายใด ๆ และเจ้าก็ควรได้รับการยกย่อง นี่คือสถานการณ์และระบบแห่งชาติในประเทศจีน และนี่เป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมประเภทหนึ่งในประเทศจีน—คนจีนอธิบายสิ่งนี้ด้วยชื่ออันไพเราะว่า “คุณงามความดีตามประเพณีนิยม” อย่างไรก็ตาม ในฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะประเทศอย่างสหรัฐอเมริกาและแคนาดา หากเจ้าเห็นโจรกำลังขโมยของบางอย่างแล้วเข้าไปจับพวกเขาไว้ทันที และรอให้ตำรวจมาจับกุมพวกเขา เช่นนั้นย่อมเป็นสิ่งที่ผิด นี่คือสิ่งที่ผิดกฎหมาย นี่เป็นเพราะเจ้าเป็นเพียงพลเมืองธรรมดา ไม่ใช่ผู้บังคับใช้กฎหมาย และเจ้าไม่มีสิทธิ์จับกุมใครทั้งสิ้น มีเพียงตำรวจเท่านั้นที่มีสิทธิ์ในการจับกุมใครคนหนึ่ง เมื่อเจ้าเห็นโจรกำลังขโมยของบางอย่าง เจ้าสามารถแจ้งตำรวจได้ แต่เจ้าไม่สามารถจับโจรคนนั้นได้ด้วยตัวเอง หากเจ้าไปจับโจรโดยพลการ เช่นนั้นเจ้าก็กำลังทำผิดกฎหมาย—นี่คือกฎหมายในฝั่งตะวันตก ในประเทศฝั่งตะวันตก การปฏิบัติ “คุณงามความดีตามประเพณีนิยม” ของชาวจีนนั้นไม่เหมาะสม ประเทศฝั่งตะวันตกมีกฎหมายของตนเอง หากเจ้าเห็นใครบางคนหกล้มที่ถนนในประเทศฝั่งตะวันตก กฎหมายกำหนดไว้อย่างไร? เจ้าต้องเดินเข้าไปและถามว่า “คุณเป็นอะไรไหม? ต้องการความช่วยเหลือหรือเปล่า?” หากคนคนนั้นบอกว่าเขาไม่ต้องการความช่วยเหลือ เช่นนั้นเจ้าก็สามารถไปได้ หากเจ้าเห็นใครบางคนหกล้มแต่ไม่ถามไถ่ว่าเขาเป็นอะไรไหม หรือไม่ไปดูพวกเขา เพียงแต่เดินต่อไป เช่นนั้นเจ้าก็กำลังทำผิดกฎหมาย หากเจ้าเผชิญสถานการณ์เช่นนี้ในประเทศจีน นี่อาจจะเป็นพวกต้มตุ๋น และหากเจ้าเมินเฉยก็ไม่เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า หากเจ้าถามว่า “คุณเป็นอะไรไหม? ต้องการความช่วยเหลือหรือเปล่า?” นั่นอาจจะสร้างปัญหาให้แก่เจ้า คนคนนั้นอาจจะหลอกลวงเจ้า แล้วเมื่อนั้นเจ้าก็ลืมเรื่องการใช้ชีวิตดี ๆ ต่อไปในภายภาคหน้าได้เลย สองเรื่องนี้บอกอะไรแก่พวกเจ้า? การศึกษาในประเทศที่ต่างกันท่ามกลางเชื้อชาติที่ต่างกันนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เช่นเดียวกับสภาพแวดล้อมทางสังคมและระบบสังคม และแน่นอนว่ากฎหมายและข้อบังคับ สำหรับงานด้านกิจธุระภายนอก ในแง่หนึ่ง ผู้คนที่ปฏิบัติงานนี้จำเป็นต้องเข้าใจกฎหมาย ข้อบังคับ บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับงานของคริสตจักรอย่างแม่นยำ และในอีกแง่หนึ่ง พวกเขาก็ควรเผยแพร่ความรู้ทั่วไปที่เกี่ยวกับชีวิต หรือบทบัญญัติทางกฎหมายที่พี่น้องชายหญิงจำเป็นต้องรู้ด้วย เพราะฉะนั้น พระนิเวศของพระเจ้าจึงมีการจัดการเตรียมงานเกี่ยวกับงานรายการนี้ ที่กำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานนี้หารือกันถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องและข้อบังคับของรัฐบาลเป็นอันดับแรกเสมอในทุกสิ่งที่พวกเขาทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยามที่เผชิญกับประเด็นปัญหาที่ยากจะแก้ไข พวกเขาต้องปรึกษากับทนายและไม่ตัดสินแบบสุ่มสี่สุ่มห้าด้วยตนเอง หรือกำหนดแนวทางแก้ไขตามความคิดและตรรกะของชาวจีน—นี่เป็นวิธีปฏิบัติตนที่โง่เขลาและไม่รู้ความ เมื่อเจ้าเข้าใจสิ่งเหล่านี้แล้ว เช่นนั้นเจ้าก็ควรรู้ถึงนัยสำคัญของงานด้านกิจธุระภายนอก ผลลัพธ์ที่พึงสัมฤทธิ์ รวมถึงความจำเป็นที่พระนิเวศของพระเจ้าต้องกระทำการจัดการเตรียมงานเหล่านี้ ขอบเขตของงานรายการนี้ไม่ได้กว้างนัก ดังนั้นในสถานการณ์ส่วนมาก การทำให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับงานนี้มีความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจัดการเตรียมงานนี้จึงเพียงพอแล้ว หากเป็นสิ่งที่พี่น้องชายหญิงจำเป็นต้องรู้ เช่นนั้นก็จงช่วยให้พวกเขาเข้าใจและเข้าใจสิ่งนี้อย่างถ่องแท้ งานด้านกิจธุระภายนอกเป็นงานที่สำคัญมากเช่นกัน เพราะหากพี่น้องชายหญิงไม่เข้าใจกฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับการที่พวกเขาใช้ชีวิตและทำงานอยู่ในต่างประเทศ เช่นนั้นก็ย่อมจะไม่ได้การ พระนิเวศของพระเจ้ามีการจัดการเตรียมงานที่เจาะจงเกี่ยวกับสิ่งที่กำหนดไว้ในแง่มุมนี้ และเจ้าแค่ต้องดำเนินงานนี้ตามการจัดการเตรียมงาน หากมีรูปการณ์แวดล้อมพิเศษเกิดขึ้น พระนิเวศของพระเจ้าก็จะสร้างแนวทางแก้ไขฉุกเฉินบางอย่าง หากงานงานหนึ่งเกี่ยวข้องกับงานด้านกิจธุระภายนอก เจ้าก็ต้องปรึกษาบุคลากรด้านกิจธุระภายนอก และดูว่าพระนิเวศของพระเจ้ามีการจัดการเตรียมการที่เจาะจงเกี่ยวกับงานนี้อย่างไร จงอย่าพึ่งพาจินตนาการของเจ้าแบบสุ่มสี่สุ่มห้าและลงมือทำแบบขาดความรู้ การกระทำในหนทางนั้นอาจจะก่อให้เกิดปัญหา และผลที่ตามมาย่อมจะเกินคาดคิด งานด้านกิจธุระภายนอกเป็นงานที่ทำไปทีละอย่างเช่นกัน งานนี้ไม่ซับซ้อน และเจ้าก็ควรหาเรื่องราวส่วนใหญ่ที่เกี่ยวกับงานอันเจาะจงในการจัดการเตรียมงานให้พบ ในยามที่ผู้คนเริ่มทำงานด้านกิจธุระภายนอกที่ต่างประเทศเป็นครั้งแรก งานนี้อาจรู้สึกซับซ้อนได้บ้าง แต่หลังจากทำไปสักระยะหนึ่ง พวกเขาจะเจอรูปแบบและวิธีการ และงานนี้จะไม่ได้ดูซับซ้อนมากอีกต่อไป ทีแรก คนจีนที่ไปอยู่ต่างประเทศนั้นถูกรายงานเรื่องการทิ้งขยะไม่เป็นที่ การเข้านอนดึกเกินไป การตื่นแต่เช้าตรู่เกินไป การปล่อยให้สุนัขของตนเห่ารบกวนผู้คน การตากผ้าที่ระเบียง และการจอดรถอย่างไม่ถูกต้องเหมาะสม—พวกเขาถูกรายงานในหลายเรื่อง ท้ายที่สุดพวกเขาถูกรายงานบ่อยครั้ง ตำรวจก็มักมาเคาะประตูบ้านพวกเขาเพื่อให้การชี้แนะ และหลังจากเวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่านั้น พวกเขาจึงตระหนักได้ว่าตนเองอยู่ที่ต่างประเทศ ไม่ได้อยู่ที่ประเทศจีน พวกเขาเริ่มตื่นตัวมากขึ้นทีละน้อย พวกเขาเริ่มตระหนักเรื่องกฎหมายขึ้นบ้าง และพวกเขาก็มาเข้าใจกฎเกณฑ์บางอย่างเกี่ยวกับชีวิต งาน การขับรถ เป็นต้น เมื่อคนจีนเดินทางไปต่างประเทศเป็นครั้งแรก พวกเขาเข้าใจเพียงมารยาทพื้นฐานบางอย่างเกี่ยวกับวิธีประพฤติปฏิบัติตนเท่านั้น และไม่มีความรู้ทางสามัญสำนึกในเรื่องส่วนใหญ่เกี่ยวกับกฎหมาย พวกเขาเป็นเหมือนสัตว์ป่า ไม่มีการตระหนักรู้เรื่องกฎหมายเลย ไม่กี่ปีผ่านไป พวกเขาก็ได้รับความรู้บางอย่างและเข้าใจกฎเกณฑ์ขึ้นบ้าง ราวกับพวกเขาถูกฝึกให้เชื่อง และพวกเขาก็ดีขึ้นเล็กน้อย

IX. สวัสดิการของคริสตจักร

รายการที่เก้า สวัสดิการของคริสตจักร ก่อนหน้านี้พระนิเวศของพระเจ้าได้ทำการจัดการเตรียมงานด้านสวัสดิการคริสตจักรไว้แล้ว และหากคนที่ทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มเวลา หรือครอบครัวของพวกเขาต้องการความช่วยเหลือให้มีเงินเพียงพอที่จะประทังชีวิต ผู้นำคริสตจักรก็ต้องแก้ไขปัญหานี้ การจัดการเตรียมงานเหล่านี้มีหลักธรรมและแผนการดำเนินการที่เจาะจง และพระนิเวศของพระเจ้าก็ได้มอบถ้อยแถลงและข้อกำหนดเฉพาะเอาไว้แล้ว สำหรับพี่น้องชายหญิงที่ถูกจำคุกเพราะความเชื่อในพระเจ้าของพวกเขา จนทำให้ครอบครัวของพวกเขาเกิดความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน สำหรับพ่อแม่ที่ทำหน้าที่ห่างไกลบ้านเป็นเวลานานและไม่มีใครดูแลลูกๆ ให้พวกเขา รวมไปถึงพี่น้องชายหญิงที่เจ็บป่วยซึ่งเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ของพวกเขามาเป็นเวลาหลายปี คริสตจักรควรมอบความช่วยเหลือและหนทางแก้ไขความลำบากยากเย็นเหล่านี้และอื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน มีรูปการณ์แวดล้อมพิเศษที่เกี่ยวข้องกับงานนี้ และนั่นก็คือ เมื่อบางครอบครัวตรงตามเงื่อนไขของการเป็นเจ้าภาพรับรองพี่น้องชายหญิงที่บ้านพวกเขา แต่พวกเขาไม่มีแหล่งรายได้—เช่นนั้นควรจัดการค่าใช้จ่ายสำหรับการเป็นเจ้าภาพรับรองพี่น้องชายหญิงอย่างไร? เรื่องนี้อยู่ภายใต้งานด้านสวัสดิการของคริสตจักร ข้อกำหนดเกี่ยวกับเรื่องนี้สามารถหาได้ในการจัดการเตรียมงาน หรือผู้นำและคนทำงานสามารถจัดสรรทรัพยากรของคริสตจักรได้ตามสมควรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ท้องถิ่นเพื่อดำเนินงานเจ้าภาพ—คริสตจักรมีข้อกำหนดที่เฉพาะเจาะจงสำหรับทั้งหมดนี้ หากมีรูปการณ์แวดล้อมพิเศษที่เกินขอบเขตของข้อกำหนดเฉพาะเหล่านี้เกิดขึ้น เช่นนั้นผู้นำและคนทำงานก็อาจจะสามัคคีธรรมและหารือกันในเรื่องนี้ แล้วจัดการเตรียมการอย่างสมเหตุสมผลและเป็นรูปธรรมตามมาตรฐานการใช้ชีวิตตามปกติในพื้นที่นั้น ถึงแม้ว่านี่จะไม่ใช่งานขนาดใหญ่และไม่ใช่งานที่สำคัญมากนัก แต่งานนี้ก็อยู่ในขอบเขตหน้าที่รับผิดชอบของผู้นำและคนทำงาน และเป็นงานที่ไม่อาจละเลยได้ หากไม่มีใครต้องการการเกื้อหนุนเพื่อให้มีเงินเพียงที่จะประทังชีวิต หรือต้องการความช่วยเหลือทางการเงิน เช่นนั้นผู้นำและคนทำงานก็ไม่จำเป็นต้องออกไปหาคนที่มีความต้องการดังกล่าว หากมีผู้คนเช่นนั้นอยู่ ผู้นำและคนทำงานไม่ควรหลบเลี่ยงพวกเขา และยิ่งไม่ควรดูดายคนเหล่านั้น อยู่เฉย หรือแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นคนเหล่านั้น ผู้นำและคนทำงานควรกระทำการตามหลักธรรม—นี่คือหน้าที่รับผิดชอบของพวกเขา

X. แผนการฉุกเฉิน

รายการที่สิบ แผนการฉุกเฉิน แผนการฉุกเฉินมีไว้จัดการกับประเด็นปัญหาพิเศษที่เกิดขึ้นในงานทุกส่วนของพระนิเวศของพระเจ้า ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนที่ปรากฏในงานข่าวประเสริฐ งานด้านการปกครอง หรืองานสายอาชีพ หรือกรณีที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศัตรูของพระคริสต์และผู้นำเทียมเท็จ หรือสถานการณ์พิเศษที่ต้องแยกแยะผู้คนที่ถูกชักพาให้หลงผิดไปแล้ว ทั้งหมดนี้ล้วนอยู่ในหมวดหมู่ของแผนการฉุกเฉิน ตัวอย่างเช่น หากใครบางคนก่อการขัดขวางและการก่อกวน หรือหากศัตรูของพระคริสต์คนหนึ่งทำตามอำเภอใจและเผด็จการ พยายามก่อตั้งอาณาจักรของตนเองขึ้นมา เป็นต้น ทันทีที่พระนิเวศของพระเจ้าพบว่าเรื่องดังกล่าวสมควรที่จะสร้างการจัดการเตรียมงานสำหรับแผนการเฉพาะเกี่ยวกับหนึ่งในสถานการณ์เหล่านี้ พระนิเวศของพระเจ้าก็จะสื่อสารเป็นลายลักษณ์อักษรที่สอดคล้องกัน แผนการฉุกเฉินนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ฉุกเฉินบางอย่างที่เกิดขึ้นกับคริสตจักรในขณะนั้น และเบื้องบนก็สร้างการจัดการเตรียมงานที่เฉพาะเจาะจงตามความร้ายแรงของรูปการณ์แวดล้อมดังกล่าว จากนั้นจึงแจกจ่ายและสื่อสารสิ่งเหล่านั้นออกไป แผนการที่เฉพาะเจาะจงอาจจะเกี่ยวข้องกับงานที่ผู้นำและคนทำงานควรทำ ตราบเท่าที่เบื้องบนเป็นผู้จัดการเตรียมการแผนนี้ และกำหนดให้ผู้นำและคนทำงานดำเนินการ เช่นนั้นแล้ว ผู้นำและคนทำงานก็ต้องแจกจ่ายและดำเนินการตามการจัดการเตรียมงานของเบื้องบน พวกเขาต้องเอาจริงเอาจังกับการจัดการเตรียมงานเหล่านี้ เมื่อเบื้องบนจัดการเตรียมงานเหล่านี้ขึ้นมา สิ่งเหล่านี้จึงไม่เป็นรองจากงานด้านการปกครองหรืองานสายอาชีพเฉพาะใดๆ แม้การจัดการเตรียมงานเหล่านี้จะเป็นเพียงเรื่องชั่วคราว แต่ผู้นำและคนทำงานก็ยังควรแจกจ่าย สื่อสาร ดำเนินการ และติดตามสิ่งเหล่านี้เช่นเดียวกับการจัดการเตรียมงานที่เป็นทางการ จากนั้นจึงชี้แจงและรายงานให้เบื้องบนทราบในภายหลัง—นี่คือหน้าที่รับผิดชอบของผู้นำและคนทำงาน แผนการฉุกเฉินไม่ได้มุ่งเป้าไปที่งานใดงานหนึ่งเป็นพิเศษ กล่าวคือ ไม่ว่าเบื้องบนจะมอบหมายงาน ตั้งข้อกำหนด หรือมอบการจัดการเตรียมงานให้ผู้นำและคนทำงานทุกระดับของทุกพื้นที่เมื่อใดก็ตาม ผู้นำและคนทำงานก็ต้องไม่เพิกเฉยต่องานประเภทนี้ ในเมื่อนี่คือการจัดการเตรียมงาน และสิ่งเหล่านี้ถูกแจกจ่ายให้กับผู้นำทุกระดับและทุกพื้นที่ ดังนั้น สิ่งเหล่านี้จึงเป็นงานที่อยู่ภายในขอบเขตหน้าที่รับผิดชอบของผู้นำและคนทำงาน ผู้นำและคนทำงานไม่ควรยืนดูเฉย ๆ หรือจำแนกงานในแง่ของขอบเขต หรือในแง่ที่ว่างานนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของพวกเขาหรือไม่ หรือไม่ควรคาดเดาน้ำเสียงและความเร่งด่วนในการจัดการเตรียมงานของเบื้องบน เพื่อพิจารณาว่าจะดำเนินการจัดการเตรียมงานเหล่านั้นอย่างทันท่วงทีหรือไม่ เรื่องเช่นนั้นไม่ควรเกิดขึ้น แต่ผู้นำและคนทำงานควรดำเนินงานเช่นเดียวกับงานที่เป็นทางการ และทำให้เสร็จสมบูรณ์พร้อมปฏิบัติต่อการนี้ในฐานะพระบัญชาและงานสำคัญ—นี่เป็นหน้าที่รับผิดชอบของผู้นำและคนทำงาน มีแผนการฉุกเฉินสำหรับรูปการณ์แวดล้อมพิเศษ และนี่คืองานที่ดำเนินการในบริบทเฉพาะ เมื่อมีบางสิ่งที่พิเศษและเฉพาะเจาะจงเกิดขึ้น เบื้องบนจะใช้บริบทและเหตุการณ์เหล่านี้ เพื่อให้ผู้นำและคนทำงานหรือพี่น้องชายหญิงใช้โอกาสนี้ในการแยกแยะผู้คนและสิ่งทั้งหลายโดยใช้ความจริงในหนทางที่สัมพันธ์กับชีวิตจริงมากขึ้น เรียนรู้วิธีมองผู้คนและสิ่งทั้งหลายอย่างทะลุปรุโปร่ง และสัมฤทธิ์การเข้าใจความจริงที่ลึกซึ้งขึ้น จุดประสงค์ในการทำเช่นนี้คือเพื่อให้ผู้คนสามารถแยกแยะผู้นำเทียมเท็จและศัตรูของพระคริสต์ นอกจากนี้ยังทำไปเพื่อให้พี่น้องชายหญิงมีสภาพแวดล้อมสำหรับชีวิตคริสตจักรที่เงียบสงบ เหมาะสม และไม่ถูกก่อกวน ในอีกแง่มุมหนึ่ง นี่ก็เพื่อให้ผู้คนสามารถเรียนรู้บทเรียนที่หลากหลายในหนทางที่ทันท่วงทีและได้รับการฝึกฝน หลังจากได้รับการฝึกฝนในหนทางนี้แล้วครั้งหนึ่ง ผู้คนย่อมจะเกิดความก้าวหน้าในชีวิตของตนอย่างมหาศาล นี่คือหนทางที่เบื้องบนใช้ฝึกฝนผู้นำและคนทำงานทุกระดับ และพี่น้องชายหญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าพี่น้องชายหญิงที่ไล่ตามเสาะหาความจริง การทำเช่นนี้ไม่มีความมุ่งร้ายอยู่เลย เบื้องบนไม่ได้กำลังทรมานผู้คน หรือกำลังทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ถึงแม้ว่านี่คือแผนการฉุกเฉิน ซึ่งเป็นการจัดการเตรียมงานชั่วคราว สิ่งเหล่านี้ก็ยังคงมีนัยสำคัญและมีคุณค่า เราหวังว่า ผู้นำและคนทำงานในทุกระดับ รวมถึงพี่น้องชายหญิง จะสามารถเข้าใจเรื่องนี้และเข้าหาสิ่งเหล่านี้ได้อย่างถูกต้อง

พวกเราระบุการจัดการเตรียมงานออกมาทั้งหมดสิบรายการ และบัดนี้ เราได้เสร็จสิ้นการสามัคคีธรรมถึงทั้งสิบรายการนี้ในเบื้องต้นแล้ว เรายังไม่ได้สามัคคีธรรมถึงสิ่งเหล่านี้โดยละเอียดมากนัก แต่สิ่งที่เราสามัคคีธรรมไปแล้วก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเจ้าเข้าใจและทำความเข้าใจได้ว่าการจัดการเตรียมงานคืออะไรกันแน่ และพระนิเวศของพระเจ้าทำงานที่เฉพาะเจาะจงใด ในอีกแง่มุมหนึ่ง เจ้าก็ได้รับความเข้าใจว่า แท้จริงแล้วพระเจ้ากำลังทรงทำสิ่งใดในคริสตจักรท่ามกลางผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรร ผ่านงานที่เฉพาะเจาะจงเหล่านี้ งานของพระนิเวศของพระเจ้าไม่ใช่การทำกิจการ หรือมีส่วนร่วมในการเมือง หรือในสิทธิมนุษยชน และไม่ใช่การทำกิจกรรมเชิงพาณิชย์ใดๆ งานที่พระนิเวศของพระเจ้าทำคือสิ่งที่พบได้ในการจัดการเตรียมงาน ดังนั้น พรรครัฐบาลบางพรรคและสถาบันทางสังคมบางแห่งจึงมักสะกดรอย ค้นคว้า และสืบค้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับคริสตจักรแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์เสมอ และบางทีก็ด้วยการตรวจสอบเรื่องนี้—ผ่านการรับชมวีดิทัศน์และเว็บไซต์ของพระนิเวศของพระเจ้า—พวกเขาก็ได้ยืนยันแล้วว่า คริสตจักรแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์คือความเชื่อที่แท้จริง และคริสตจักรนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางเมืองของประเทศใดทั้งสิ้น คริสตจักรแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ได้ทนทุกข์กับการกดขี่และการโจมตีอย่างบ้าคลั่งของพรรคคอมมิวนิสต์จีนมานานหลายปี แต่ยังคงประกาศข่าวประเสริฐและเป็นพยานให้พระเจ้าต่อไป รวมถึงได้อัปโหลดพระวจนะของพระเจ้า ความจริง และวีดิทัศน์คำพยานทุกรูปแบบทางออนไลน์ นำมาซึ่งประโยชน์อันยิ่งใหญ่และมากมายมหาศาลต่อสังคมมนุษย์ ทั้งยังพิสูจน์ให้เห็นโดยสมบูรณ์ว่าพระเจ้ากำลังทรงแสดงความจริง และทรงช่วยมวลมนุษย์ให้รอดในยุคสุดท้ายอย่างต่อเนื่อง พวกเขาเฝ้าค้นคว้าครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วผลลัพธ์ที่พวกเขาได้จากการค้นคว้านั้นคืออะไร? พวกเขาเกิดความผิดหวังอย่างรุนแรงมิใช่หรือ? พวกเขาถึงกับใคร่ครวญว่าจะใช้สิ่งใดเป็นเครื่องมือเพื่อปักหมุดว่าคริสตจักรของพวกเราเป็น “ลัทธิ” และตีตราคริสตจักรนี้ว่าเป็นพวกต่อต้านพรรคและต่อต้านรัฐ แต่บัดนี้พวกเขาเห็นแล้วว่าพวกเขาไม่สามารถทำเช่นนี้ได้—เมื่อตัดสินจากการจัดการเตรียมงานที่คริสตจักรแจกจ่ายมาตลอดหลายปี พวกเขาไม่มีทางที่จะตีตราเหล่านี้ให้กับคริสตจักร และการค้นคว้าของพวกเขาล้วนเปล่าประโยชน์ นี่ก็เหมือนกับเมื่อครั้งที่ชาวยิวศึกษาเกี่ยวกับองค์พระเยซูเจ้าในอดีตทุกประการ เหล่าธรรมาจารย์ ฟาริสี และเจ้าหน้าที่อาวุโสของรัฐต่างศึกษาสิ่งที่องค์พระเยซูเจ้าตรัสและทรงทำ และพบว่าสิ่งที่พระองค์ทรงทำนั้นไม่มีสิ่งใดขัดต่อกฎหมายหรือการเมืองเลย ทุกสิ่งที่พระองค์ตรัสและทรงทำนั้นถูกต้อง เป็นความจริง และสอดคล้องกับพระคัมภีร์โดยสมบูรณ์ และสุดท้ายพวกเขาก็ผิดหวัง โลกศาสนาในปัจจุบันมองว่าพระนิเวศของพระเจ้ากำลังผลิตภาพยนตร์และวีดิทัศน์คำพยานจากประสบการณ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหนังสือและการอ่านพระวจนะของพระเจ้าที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น แล้วพวกเขาคิดอย่างไร? หากพวกเขาไม่อาจมองเห็นได้ว่าทั้งหมดนี้มาจากพระเจ้า เช่นนั้นพวกเขาก็โง่เขลาอย่างเหลือเชื่อจริงๆ! สิ่งที่มาจากพระเจ้าต้องรุ่งเรือง—นี่คือผลของพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ และไม่มีใครสามารถปกปิดเรื่องนี้ได้ บัดนี้ พระวจนะของพระเจ้าได้เผยแผ่ไปทั่วทั้งโลก และความจริงที่พระองค์ทรงแสดงก็วางอยู่ต่อหน้ามวลมนุษย์ทั้งปวง การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้าก้าวหน้าไปอย่างทรงพลัง ไม่มีชนชาติหรือกำลังบังคับใดต่อต้านได้ พญานาคใหญ่สีแดงได้รับความอับอายและพ่ายแพ้ไปแล้วโดยสิ้นเชิง! ไม่ว่าโลกศาสนาจะกล่าวโทษอย่างไร พวกเขาก็ไม่สามารถต่อต้านพระราชกิจของพระเจ้าได้ และท้ายที่สุด พวกเขาจะได้แต่ถูกกำจัดและจมลงไปใต้พลังอันท่วมท้นของพระราชกิจนั้น

บัดนี้ เราได้สามัคคีธรรมถึงการจัดการเตรียมงานต่างๆ เสร็จสิ้นแล้ว สิ่งที่เราสามัคคีธรรมไปแล้วนั้นล้วนเป็นงานที่พระนิเวศของพระเจ้าทำมิใช่หรือ? นี่คืองานที่พวกเจ้ามองเห็นด้วยตาของพวกเจ้าเอง คือสิ่งที่พวกเจ้าได้ยินด้วยหูของตัวเอง และคือสิ่งที่พวกเจ้าได้รับประสบการณ์และรู้ซึ้งด้วยตัวเอง—ในเรื่องนี้ไม่มีสิ่งใดเป็นความลับอยู่เลย พญานาคใหญ่สีแดงมีการจัดการเตรียมงานทั้งปวงของคริสตจักรมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา—การจัดการเตรียมงานที่พวกเขามีนั้นมากมายและครอบคลุมทุกด้าน พวกเขาศึกษาสิ่งเหล่านั้นทุกวัน และเฝ้าศึกษาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนสุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่า “หากผู้คนเหล่านี้เผยแผ่พระวจนะของพระเจ้าและเป็นคำพยานให้พระราชกิจของพระเจ้าในหนทางนี้อยู่เป็นนิจ แบบนั้นย่อมจะเลวร้ายมาก! คนพวกนี้ต้องถูกกำจัดให้สิ้นซาก และต่อให้หนีไปต่างประเทศก็ปล่อยไว้ไม่ได้!” เจ้าดูสิ พวกมารไม่เหมือนกับผู้คนที่เสื่อมทรามธรรมดา—พวกเขาจะต่อต้านพระเจ้าไปจนถึงปลายทาง หากผู้คนที่เสื่อมทรามธรรมดาเห็นคำพยานจากคริสตจักร พวกเขาย่อมสามารถเข้าใจคำพยานเหล่านั้นได้ พวกเขาคิดว่าคำพยานเหล่านั้นสมเหตุสมผล และจะไม่ทำการข่มเหงใดๆ อย่างไรก็ตาม ซาตานและพวกมารไม่ได้เป็นเช่นนี้ เมื่อพวกเขาเห็นเจ้าติดตามพระเจ้าและเป็นคำพยานให้กับพระเจ้า พวกเขาก็เกลียดเจ้า พวกเขาต้องการฆ่าเจ้า และไม่อนุญาตให้เจ้ามีชีวิตอยู่ หากเจ้าไม่ทำตามที่พวกเขาบอกและไม่เคารพพวกเขา เช่นนั้นพวกเขาจะไม่มีวันรามือจากเจ้า และจะไม่ปล่อยให้เจ้ามีชีวิตอยู่ ไม่ว่าเจ้าไปที่ใด พวกเขาก็จะไล่ล่าเจ้าจนตาย ต่อให้เจ้าไปจนสุดขอบแผ่นดินโลก พวกเขาก็จะยังไม่ปล่อยเจ้าไปอยู่ดี นี่คือสิ่งที่พญานาคใหญ่สีแดงทำ นี่คือความเลวร้ายของซาตาน และนี่ต่างจากคนเสื่อมทรามธรรมดา เจ้าต้องเข้าใจประเด็นนี้ให้ชัดเจน

ปี 2026 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ

ติดต่อเราผ่าน Messenger