พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน: พระอุปนิสัยของพระเจ้าและสิ่งที่พระองค์ทรงมีและทรงเป็น | บทตัดตอน 241

วันที่ 03 เดือน 01 ปี 2022

บนแผ่นดินโลก เราคือพระเจ้าพระองค์เองผู้ทรงสัมพันธ์กับชีวิตจริง ผู้สถิตในหัวใจของมนุษย์ บนสวรรค์ เราคือองค์เจ้านายแห่งสิ่งสร้างทั้งปวง เราเดินไต่ภูเขาทั้งหลาย และลุยข้ามแม่น้ำ และเราเคลื่อนผ่านเข้าออกในท่ามกลางมนุษย์ ใครเล่ากล้าต่อต้านพระเจ้าผู้ทรงสัมพันธ์กับชีวิตจริงพระองค์เองอย่างเปิดเผย? ใครเล่ากล้าแยกตัวออกจากอำนาจอธิปไตยแห่งองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์? ใครเล่ากล้ายืนยันว่าเรานั้นอยู่บนสวรรค์อย่างไม่ต้องสงสัย? ที่มากกว่านั้นคือ ใครเล่ากล้ายืนยันว่าเรานั้นอยู่บนแผ่นดินโลกอย่างมิอาจโต้แย้งได้? ไม่มีผู้ใดท่ามกลางมนุษยชาติทั้งปวงสามารถบรรยายให้เห็นภาพทุกรายละเอียดของสถานที่ทั้งหลายที่เราพักอาศัย เป็นไปได้หรือไม่ว่าเมื่อใดก็ตามที่เราอยู่บนสวรรค์ เราก็คือพระเจ้าพระองค์เองผู้ทรงอยู่เหนือธรรมชาติ และเมื่อใดก็ตามที่เราอยู่บนแผ่นดินโลก เราก็คือพระเจ้าพระองค์เองผู้ทรงสัมพันธ์กับชีวิตจริง? แน่นอนว่าการที่เราเป็นพระเจ้าพระองค์เองผู้ทรงสัมพันธ์กับชีวิตจริงหรือไม่นั้น ไม่สามารถกำหนดจากการเป็นองค์ปกครองสิ่งสร้างทั้งปวงของเราหรือจากข้อเท็จจริงที่ว่าเราผ่านประสบการณ์กับความทุกข์ของโลกมนุษย์ มิใช่หรือ? หากเป็นเช่นนั้นแล้วไซร้ มนุษย์ก็คงจะไม่ใช่ไม่รู้เท่าทันจนไม่มีหวังที่จะดีขึ้นได้มิใช่หรือ? เราอยู่บนสวรรค์ แต่เราก็อยู่บนแผ่นดินโลกด้วย เราอยู่ท่ามกลางวัตถุแห่งการสร้างมากมายนับไม่ถ้วน และอยู่ท่ามกลางหมู่ชนทั้งหลายด้วย มนุษย์สามารถสัมผัสเราได้ทุกวัน ที่มากไปกว่านั้นคือ พวกเขาสามารถมองเห็นเราได้ทุกวัน ในความคิดเห็นของมนุษยชาติ เรานั้นบางครั้งดูเหมือนซ่อนเร้น และบางครั้งก็ดูเหมือนมองเห็นได้ เราดูเหมือนดำรงอยู่จริง กระนั้นเราก็ดูเหมือนไม่มีอยู่ด้วยเช่นกัน ภายในเรา มีความล้ำลึกทั้งหลายซึ่งมนุษยชาติมิอาจหยั่งถึงได้อยู่ เป็นประหนึ่งว่ามนุษย์ทั้งปวงถึงกับเพ่งดูเราผ่านทางกล้องจุลทรรศน์ เพื่อที่จะค้นพบความล้ำลึกต่างๆ ในตัวเรามากขึ้น โดยหวังที่จะปัดเป่าความรู้สึกไม่สบายใจในหัวใจของพวกเขาออกไปด้วยผลแห่งการนั้น อย่างไรก็ตาม แม้มนุษยชาติจะถึงขนาดใช้รังสีเอกซ์ แต่พวกเขาจะสามารถเปิดเผยความลับใดๆ ที่เราครองอยู่ออกมาได้อย่างไร?

ในชั่วขณะที่ประชากรของเราได้รับสง่าราศีเคียงข้างเราอันเป็นผลมาจากงานของเรานั่นเอง รังของพญานาคใหญ่สีแดงจะถูกขุดพบ โคลนและดินทั้งหมดจะถูกกวาดทิ้งจนสะอาด และน้ำเน่าเสียทั้งมวลที่สะสมมาตลอดเวลามากมายหลายปีสุดที่จะนับได้ จะเหือดแห้งไปในเปลวไฟที่เผาไหม้ของเราเพื่อที่จะไม่มีอยู่อีกต่อไป ครั้นแล้ว พญานาคใหญ่สีแดงก็จะพินาศไปในบึงไฟและกำมะถัน พวกเจ้าเต็มใจอย่างแท้จริงที่จะคงอยู่ภายใต้การดูแลอันเปี่ยมรักของเราเพื่อไม่ให้พญานาคคว้าเอาตัวไปหรือไม่? พวกเจ้าเกลียดชังเล่ห์กระเท่ห์อันเต็มไปด้วยเล่ห์ลวงของมันอย่างแท้จริงหรือไม่? ผู้ใดสามารถเป็นพยานที่แข็งแกร่งและทรงพลังเพื่อเรา? ผู้ใดสามารถยกความแข็งแกร่งทั้งหมดของพวกเขาให้แก่เรา เพื่อประโยชน์แห่งนามของเรา เพื่อประโยชน์แห่งวิญญาณของเรา และเพื่อประโยชน์แห่งแผนการบริหารจัดการทั้งมวลของเรา? ในวันนี้ เมื่อราชอาณาจักรอยู่ในโลกมนุษย์ก็คือเวลาที่เราได้มาอยู่ในท่ามกลางมนุษยชาติในสภาวะบุคคล หากการนี้ไม่เป็นดังนั้นแล้ว มีผู้ใดบ้างที่จะสามารถมุ่งหน้าเข้าสู่สนามรบในนามของเราโดยปราศจากความประหวั่นพรั่นใจ? มนุษย์ทั้งปวงกำลังเพียรพยายามด้วยกำลังทั้งหมดของพวกเขา ทุ่มเทจนสุดความพยายามในการพลีอุทิศตัวพวกเขาเองเพื่อเรา เพื่อที่ราชอาณาจักรอาจเป็นรูปเป็นร่างขึ้น เพื่อที่หัวใจของเราอาจพอใจ และยิ่งไปกว่านั้นคือ เพื่อที่วันของเราอาจมาถึง เพื่อที่วัตถุแห่งการสร้างมากมายนับไม่ถ้วนอาจถึงเวลาเกิดใหม่และมีจำนวนอันอุดม เพื่อที่มนุษย์อาจได้รับการช่วยกู้จากทะเลแห่งความทุกข์ของพวกเขา เพื่อที่วันพรุ่งอาจมาถึง และเพื่อที่วันพรุ่งอาจมหัศจรรย์ และผลิบานและฟูเฟื่อง และที่มากกว่านั้นคือ เพื่อที่ความชื่นชมยินดีแห่งอนาคตอาจเกิดขึ้น นี่ไม่ใช่หมายสำคัญอย่างหนึ่งว่าชัยชนะเป็นของเราเรียบร้อยแล้วหรอกหรือ? นี่ไม่ใช่เครื่องหมายว่าแผนการของเราเสร็จสมบูรณ์แล้วหรอกหรือ?

ยิ่งผู้คนดำรงอยู่ในยุคสุดท้ายมากเท่าใด พวกเขาก็จะยิ่งรู้สึกถึงความว่างเปล่าของโลกมากขึ้นเท่านั้น และพวกเขาจะยิ่งมีความกล้าในการใช้ชีวิตน้อยลงเท่านั้นด้วย ด้วยเหตุนี้ ผู้คนนับไม่ถ้วนจึงสิ้นชีวิตในความผิดหวัง ส่วนคนอื่นอีกนับไม่ถ้วนก็ผิดหวังในการสืบเสาะแสวงหาของพวกเขา และคนอื่นอีกเหลือคณานับทนทุกข์กับการถูกมือของซาตานบงการ เราช่วยกู้ผู้คนไว้มากมายเหลือเกินและได้สนับสนุนพวกเขามากมายเหลือเกิน และบ่อยครั้งเหลือเกินเมื่อมนุษย์สูญเสียความสว่าง เราก็ย้ายพวกเขากลับไปในที่แห่งความสว่าง เพื่อที่พวกเขาอาจรู้จักเราภายในความสว่างนั้นและชื่นชมเราท่ามกลางความสุข เป็นเพราะการมาแห่งความสว่างของเรา ความรักใคร่บูชาจึงยิ่งเติบโตในหัวใจของประชากรที่อยู่อาศัยในราชอาณาจักรของเรา เพราะเราคือพระเจ้าองค์หนึ่งสำหรับให้มนุษย์รัก—พระเจ้าองค์หนึ่งที่มนุษยชาติเกาะติดอย่างผูกพันรักใคร่—และพวกเขาก็เต็มไปด้วยความประทับใจอันยืนยงในรูปสัณฐานของเรา แม้กระนั้นก็ตาม เมื่อพิจารณาทั้งหมดแล้ว ไม่มีผู้ใดเข้าใจว่านี่เป็นการทรงพระราชกิจของพระวิญญาณหรือเป็นหน้าที่การงานอย่างหนึ่งของเนื้อหนังกันแน่ ผู้คนคงจะใช้เวลาทั้งชีวิตเพียงเพื่อจะมีประสบการณ์อย่างละเอียดกับสิ่งนี้สิ่งเดียว ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจมนุษย์ พวกเขาไม่เคยดูหมิ่นเรา ตรงกันข้าม พวกเขากลับเกาะติดอยู่กับเราในส่วนลึกของจิตวิญญาณของพวกเขา ปัญญาของเราเพิ่มพูนความเลื่อมใสของพวกเขา การอัศจรรย์ที่เราทำคือสิ่งที่น่าชื่นชมในสายตาของพวกเขา และวจนะของเราก็ทำให้จิตใจของพวกเขางงงวย กระนั้นพวกเขาก็ยังทะนุถนอมวจนะเหล่านั้นอย่างสุดซึ้ง ความเป็นจริงของเราทำให้มนุษย์พูดไม่ออก ตะลึงงัน และฉงนสงสัย แต่ทว่าพวกเขาก็ยังเต็มใจที่จะยอมรับมัน แท้จริงแล้ว นี่ไม่ใช่การประเมินวัดมนุษย์ตามที่พวกเขาเป็นโดยแท้หรอกหรือ?

ตัดตอนมาจาก พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

ดูเพิ่ม

ปี 2022 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ

แบ่งปัน

ยกเลิก

ติดต่อเราผ่าน Messenger