หน้าที่รับผิดชอบของผู้นำและคนทำงาน (29) ตอนที่หนึ่ง

ประการที่สิบห้า: ปกป้องบุคลากรสำคัญของงานทุกประเภทโดยป้องกันพวกเขาจากการแทรกแซงของโลกภายนอก และคุ้มครองพวกเขาให้ปลอดภัยเพื่อให้มั่นใจว่างานสำคัญต่างๆ จะสามารถดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

ครั้งที่แล้วพวกเราสามัคคีธรรมหัวข้อหน้าที่รับผิดชอบของผู้นำและคนทำงานกันถึงตรงไหนแล้ว? (ครั้งที่แล้ว พวกเราสามัคคีธรรมถึงการสำแดงสามประการสุดท้ายในหน้าที่รับผิดชอบประการที่สิบสี่ของผู้นำและคนทำงานเป็นหลัก ว่าด้วยเรื่องการแยกแยะผู้คนประเภทต่างๆ ตามความเป็นมนุษย์ของพวกเขา การสำแดงทั้งสามประการนี้คือ ขี้ขลาดและขี้ระแวง การมีแนวโน้มที่จะก่อเรื่องเดือดร้อน การมีพื้นเพที่ซับซ้อน) ครั้งที่แล้วพวกเราสามัคคีธรรมสามหัวข้อสุดท้ายในหน้าที่รับผิดชอบประการที่สิบสี่ของผู้นำและคนทำงานจบไปแล้ว ดังนั้นวันนี้พวกเราจะสามัคคีธรรมกันถึงหน้าที่รับผิดชอบประการที่สิบห้า หน้าที่รับผิดชอบประการที่สิบห้าคืออะไร? (“ประการที่สิบห้า ปกป้องบุคลากรสำคัญของงานทุกประเภทโดยป้องกันพวกเขาจากการแทรกแซงของโลกภายนอก และคุ้มครองพวกเขาให้ปลอดภัยเพื่อให้มั่นใจว่างานสำคัญต่างๆ จะสามารถดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย”) “ปกป้องบุคลากรสำคัญของงานทุกประเภทโดยป้องกันพวกเขาจากการแทรกแซงของโลกภายนอก และคุ้มครองพวกเขาให้ปลอดภัย” หน้าที่รับผิดชอบนี้เกี่ยวข้องกับอีกแง่มุมหนึ่งของหน้าที่รับผิดชอบของผู้นำและคนทำงาน และยังเป็นงานเฉพาะงานหนึ่งที่ผู้นำและคนทำงานต้องปฏิบัติให้ดีอีกด้วย งานที่ว่านี้เกี่ยวข้องกับอะไร? (เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองให้ประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรรปลอดภัย) เกี่ยวข้องกับประเด็นความปลอดภัยส่วนบุคคล นี่เป็นหัวข้อที่พบเจอบ่อยครั้งในงานของคริสตจักรมิใช่หรือ? พวกเจ้าไม่คุ้นเคยกับหัวข้อนี้หรือ? (ไม่) หัวข้อนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับพี่น้องชายหญิงชาวจีน เพราะในสภาพแวดล้อมทางสังคมของประเทศจีน ผู้เชื่อทั้งหลายถูกข่มเหงและจับกุม และพวกเขาต้องการการรับประกันความปลอดภัยในการทำหน้าที่ของตนและในทุกแง่มุมของชีวิต ดังนั้น งานนี้จึงอยู่ในขอบข่ายหน้าที่รับผิดชอบของผู้นำและคนทำงาน ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่จะเลือกทำหรือไม่ทำก็ได้ ไม่ว่าประเทศนั้นจะมีเสรีภาพทางศาสนาหรือไม่ก็ตาม การจัดหาที่พักอาศัยที่เหมาะสมให้กับบุคลากรที่ทำหน้าที่สำคัญต่างๆ ก็เป็นงานที่เฉพาะเจาะจงงานหนึ่งที่ผู้นำและคนทำงานต้องลงมือทำ การมุ่งเน้นหรือข้อกำหนดเฉพาะของงานนี้อาจแตกต่างกันไป แต่โดยพื้นฐานแล้วทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับการที่พี่น้องชายหญิงสามารถทำหน้าที่ของตนได้อย่างปลอดภัยและมั่นคงหรือไม่ และสามารถรับประกันผลลัพธ์ของการทำหน้าที่ของพวกเขาได้หรือไม่ ดังนั้น จงอย่าละเลยงานนี้หรือถือว่าไม่เกี่ยวข้องกับเจ้า เพียงเพราะเจ้าอาศัยอยู่ในประเทศประชาธิปไตย ไม่ว่าระบอบการปกครองในประเทศที่เจ้าอาศัยอยู่จะเป็นเช่นไร หรือผู้เชื่อจะถูกข่มเหงที่นั่นหรือไม่ก็ตาม งานนี้ก็อยู่ในขอบข่ายหน้าที่รับผิดชอบของผู้นำและคนทำงาน เป็นงานที่ผู้นำและคนทำงานต้องดำเนินการ—ไม่มีใครได้รับการยกเว้น และไม่ควรถือว่าเป็นงาน “พิเศษ” เช่นนั้นแล้ว วันนี้พวกเรามาสามัคคีธรรมถึงประเด็นต่างๆ ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้กันเถิด

ขอบข่ายของบุคลากรสำคัญของงาน

ประการแรก พวกเรามาดูกันว่า “บุคลากรสำคัญของงานทุกประเภท” ที่กล่าวถึงในหน้าที่รับผิดชอบประการที่สิบห้านั้นหมายถึงอะไร นี่เป็นหัวข้อที่พวกเราควรสามัคคีธรรมกันมิใช่หรือ? (ใช่) แล้ว “บุคลากรสำคัญของงานทุกประเภท” นั้นหมายถึงอะไร? พวกเรามากำหนดขอบข่ายของเป้าหมายของงานนี้กันก่อน ใครสามารถพูดถึงเรื่องนี้ได้บ้าง? (บุคลากรสำคัญของงานทุกประเภทนั้นรวมถึงพี่น้องชายหญิงในฝ่ายวีดิทัศน์ ฝ่ายผลิตภาพยนตร์ ฝ่ายพิสูจน์อักษร และฝ่ายบทเพลงนมัสการ รวมถึงผู้ที่ทำหน้าที่สำคัญอื่นๆ นอกจากนี้ยังรวมถึงพี่น้องชายหญิงบางคนที่มีบทบาทสำคัญในงานสำคัญต่างๆ ตลอดจนผู้ดูแลของแต่ละทีม) มีใครอยากจะเพิ่มเติมอะไรอีกหรือไม่? (ยังรวมถึงผู้นำและคนทำงานด้วย) ผู้นำและคนทำงานนั้นจำเป็นต้องได้รับการปกป้องอย่างดีโดยแท้ มีใครอีกบ้าง? (ยังมีบุคลากรสำคัญที่จัดการงานธุรการทั่วไป เช่น บุคลากรฝ่ายการเงิน) (และพี่น้องชายหญิงที่ถูกประกาศจับหรือมีประวัติคดีความกับตำรวจเพราะพวกเขาเชื่อในพระเจ้าและทำหน้าที่ต่างๆ ก็ต้องการการปกป้องเช่นกัน) นี่เป็นอีกประเภทหนึ่ง และเป็นกลุ่มพิเศษ พวกเรามาสรุปกันเถิดว่าทั้งหมดมีกี่ประเภท ประเภทแรก ได้แก่ ผู้นำและคนทำงาน ประเภทที่สองประกอบด้วยบุคลากรที่ขาดไม่ได้สำหรับงานต่างๆ ในพระนิเวศของพระเจ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำทีมและผู้ดูแลงานด้านต่างๆ รวมถึงบุคลากรที่มีขีดความสามารถดี มีความเข้าใจฝ่ายวิญญาณ สามารถเข้าใจหลักธรรม และแบกรับงานสำคัญได้ด้วยตัวเอง บุคลากรที่จัดการงานต่างๆ นั้นมีหลายประเภท เช่น ผู้ที่ทำงานข้อเขียน งานบทเพลงนมัสการ งานผลิตภาพยนตร์ และอื่นๆ ตลอดจนผู้ที่ประกาศข่าวประเสริฐ เป็นพยานยืนยัน หรือรับใช้เป็นผู้อำนวยการข่าวประเสริฐ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังรวมถึงบุคลากรที่จัดการงานด้านการเงิน การดูแลรักษาทรัพย์สิน และกิจธุระภายนอกด้วย บุคคลเหล่านี้มีบทบาทในการสนับสนุนงานของคริสตจักรและเป็นผู้ที่ขาดไม่ได้ พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นส่วนหนึ่งของบุคลากรที่จัดการงานต่างๆ นี่คือประเภทหลักประเภทที่สอง ประเภทหลักประเภทที่สาม ได้แก่ ผู้ที่ทำงานอันตรายของคริสตจักร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเทศที่มีระบอบเผด็จการซึ่งไม่มีเสรีภาพทางศาสนา มีงานบางอย่างที่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง เช่น การพิมพ์หนังสือ การขนส่งหนังสือ การดูแลรักษาทรัพย์สินของคริสตจักร ตลอดจนการให้ที่พักพิงและการจัดวางตำแหน่งให้กับบุคลากรที่ทำหน้าที่สำคัญ รวมถึงใครอีกบ้าง? (ยังมีบุคลากรงานธุรการทั่วไปบางคนที่ถ่ายทอดข้อมูลสู่ภายนอก หน้าที่ที่พวกเขาทำก็ค่อนข้างอันตรายเช่นกัน) บุคคลเหล่านี้ก็ถือว่าทำงานที่เป็นอันตรายเช่นกัน อย่างไรก็ตาม คนเหล่านี้ไม่ได้ทำงานนี้เป็นครั้งคราวอย่างแน่นอน แต่พวกเขาเชี่ยวชาญในการดำเนินการงานที่สำคัญและอันตรายเหล่านี้ เช่น การถ่ายทอดข้อมูล การแจกจ่ายการจัดแจงเตรียมงาน การแจกจ่ายวีดิทัศน์ ภาพยนตร์ หรือบันทึกเสียงคำเทศนาทั้งหมดของพระนิเวศของพระเจ้า และอื่นๆ ในประเทศเผด็จการที่ไม่มีเสรีภาพทางศาสนา ผู้นำและคนทำงานต้องเข้าใจอย่างชัดเจนว่าประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรรคนใดบ้างที่กำลังทำหน้าที่สำคัญและปฏิบัติงานที่เป็นอันตราย กล่าวโดยสรุป บุคคลเหล่านี้ก็เป็นบุคลากรสำคัญของงานประเภทหนึ่งเช่นกัน และผู้นำและคนทำงานต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับความปลอดภัยของพวกเขา จะมองข้ามไม่ได้ นี่คือประเภทที่สาม ประเภทที่สี่คืออีกกลุ่มหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในงานของคริสตจักร บุคคลเหล่านี้มีทักษะและพรสวรรค์พิเศษ เช่น เชี่ยวชาญในการประกาศข่าวประเสริฐ การให้คำเทศนา การให้น้ำคริสตจักร หรือการรับผิดชอบในการจัดระเบียบงานเฉพาะบางอย่าง คนเหล่านี้อาจเป็นผู้นำและคนทำงาน ผู้ดูแลงานด้านต่างๆ หรือคนที่ทำงานอันตราย หากไม่มีคนเหล่านี้ ก็จะเกิดช่องว่างในงานสำคัญที่พวกเขาจัดการ และจะไม่มีใครสามารถทำหน้าที่แทนพวกเขาได้ ด้วยเหตุนี้ บุคคลเหล่านี้จึงควรได้รับการปกป้อง และความปลอดภัยของพวกเขาก็ควรได้รับการรับรอง นี่คือคนประเภทหนึ่ง อีกประเภทหนึ่งคือผู้ที่อยู่ในประเทศที่มีการข่มเหงศาสนา และถูกประกาศจับหรือมีประวัติคดีความกับตำรวจเนื่องจากการเชื่อในพระเจ้าของพวกเขา ไม่ว่าขอบเขตของหมายจับหรืองานเฉพาะที่พวกเขาทำในคริสตจักรจะเป็นเช่นไร ตราบใดที่พวกเขาถูกประกาศจับเพราะการเชื่อในพระเจ้าและการทำหน้าที่ของพวกเขา ผู้นำและคนทำงานก็ควรหาหนทางปกป้องพวกเขา จัดการเตรียมการให้พวกเขาอยู่ในสถานที่ที่ค่อนข้างปลอดภัยเพื่อทำหน้าที่ของตน ในบรรดาประเทศทั้งหมดที่ข่มเหงความเชื่อทางศาสนา การข่มเหงของประเทศจีนนั้นรุนแรงที่สุด ในหลายมณฑลและภูมิภาคทั่วประเทศจีน ผู้คนจำนวนมากได้ถูกจับกุมหรือถูกประกาศจับ จึงไม่สามารถกลับบ้านได้ มีบางประเทศที่คล้ายกัน ที่ข่มเหงความเชื่อทางศาสนาเช่นเดียวกับประเทศจีนอยู่ทั่วโลกและในทุกทวีป และในประเทศเหล่านี้ ก็มีผู้ที่ต้องเผชิญกับการข่มเหงและไม่สามารถกลับบ้านได้เนื่องจากพวกเขาได้ยอมรับพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ สำหรับผู้ที่ถูกข่มเหงและไม่สามารถกลับบ้านได้ ผู้นำและคนทำงานควรจัดวางตำแหน่งในคริสตจักรที่ปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลาให้พวกเขาโดยเร็วที่สุด ผู้นำและคนทำงานควรจัดให้พวกเขาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างปลอดภัยตามภาวะในท้องถิ่นเพื่อให้พวกเขาสามารถทำหน้าที่ของตนได้ นี่เป็นงานสำคัญอันดับแรกที่ต้องทำให้ดี บุคคลเหล่านี้ที่ถูกจับกุมหรือถูกประกาศจับถือเป็นบุคลากรประเภทที่ห้าที่ต้องการการปกป้อง ยังมีอีกประเภทหนึ่งในหมู่บุคลากรที่จัดการงานสำคัญต่างๆ ที่มีความพิเศษ บุคคลเหล่านี้อาจไม่ใช่ผู้นำหรือคนทำงานในปัจจุบัน และไม่ได้ทำงานที่เป็นอันตราย แต่พวกเขาเคยทำหน้าที่หลายอย่างมาก่อนและงานของพวกเขาครอบคลุมขอบเขตที่กว้างขวาง พวกเขารู้จักครอบครัวเจ้าภาพหลายแห่งและยังรู้จักบุคลากรบางคนที่ทำหน้าที่สำคัญด้วย ดังนั้น หากบุคคลเหล่านี้ถูกจับกุม ก็จะนำความวิบัติมาสู่งานของคริสตจักรเช่นกัน บุคคลเหล่านี้ควรได้รับการขนานนามว่าเป็น “ผู้รู้ข้อมูลวงใน” และพวกเขาก็ควรถูกรวมอยู่ในกลุ่มบุคลากรสำคัญของงานทุกประเภทด้วย ผู้นำและคนทำงานควรรับประกันความปลอดภัยของพวกเขา ทั้งนี้ก็เพื่อวัตถุประสงค์ในการปกป้องความปลอดภัยของประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรรทุกคน และเพื่อให้มั่นใจว่างานของคริสตจักรสามารถดำเนินไปได้อย่างปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุคคลบางคนในประเภทนี้ค่อนข้างประมาททีเดียว พวกเขาไม่รู้จักระมัดระวัง และพวกเขาไม่มีสติปัญญามากนัก พวกเขามีแนวโน้มที่จะกระทำการด้วยความกระตือรือร้นเสมอ ทำสิ่งต่างๆ ภายนอกอย่างไม่ยั้งคิด เพราะไม่เคยถูกจับกุมหรือถูกทรมาน พวกเขาจึงไม่ตระหนักถึงอันตรายที่เกี่ยวข้องและผลที่อาจตามมาหากมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น และยิ่งไม่เข้าใจว่าผลที่ตามมาเหล่านั้นจะรุนแรงเพียงใด เนื่องจากพวกเขาเชื่อว่าพวกเขาก็แค่เชื่อในพระเจ้า ไม่ได้ทำสิ่งใดที่ไม่ดี พวกเขาจึงไม่กลัวอะไรเลย ผลก็คือ หลังจากทำงานในท้องถิ่นมาระยะหนึ่ง พวกเขาอาจกลายเป็นที่รู้จักและตกอยู่ภายใต้การสอดส่องของรัฐบาล นั่นย่อมก่อให้เกิดอันตรายไม่ใช่หรือ? เมื่อพวกเขาถูกจับกุม หากพวกเขาไม่สามารถทนต่อการสอบสวนด้วยการทรมานได้ พวกเขาอาจกลายเป็นพวกยูดาส หักหลังพี่น้องชายหญิงเพื่อประโยชน์ส่วนตน นี่จะนำความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงมาสู่คริสตจักรและโยงใยไปถึงพี่น้องชายหญิงคนอื่นๆ ทำให้พี่น้องชายหญิงตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกจับกุมและจำคุก อันจะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่องานต่างๆ ของคริสตจักร ด้วยเหตุนี้ คริสตจักรจึงควรให้ความสำคัญกับการปกป้องบุคคลเหล่านี้เป็นอันดับแรกด้วย หากไม่สามารถหาสถานที่ปลอดภัยในท้องถิ่นเพื่อซ่อนตัวพวกเขาได้ ก็ควรโยกย้ายพวกเขาไปยังสถานที่อื่นที่ค่อนข้างปลอดภัยเพื่อทำหน้าที่ของพวกเขา นี่เป็นคนอีกประเภทหนึ่ง เนื่องจากสถานการณ์พิเศษของพวกเขา ผู้นำและคนทำงานจำเป็นต้องจัดวางตำแหน่งให้กับพวกเขา ดังนั้น พวกเขาจึงรวมอยู่ในกลุ่มบุคลากรสำคัญของงานทุกประเภทด้วยเช่นกัน ผู้คนทั้งหมดมีกี่ประเภท? (หกประเภท ประเภทแรกคือผู้นำและคนทำงาน ประเภทที่สองประกอบด้วยบุคลากรที่ขาดไม่ได้ซึ่งจัดการงานต่างๆ ในพระนิเวศของพระเจ้า ได้แก่ ผู้ดูแล ผู้นำทีม และผู้อำนวยการข่าวประเสริฐ รวมถึงคนที่สามารถแบกรับงานได้ ประเภทที่สามคือบุคลากรที่ทำงานคริสตจักรที่เป็นอันตราย ประเภทที่สี่คือผู้ที่มีทักษะและพรสวรรค์พิเศษ ประเภทที่ห้าประกอบด้วยผู้ที่มีประวัติคดีความกับตำรวจ ผู้ที่ถูกตามล่า และผู้ที่ถูกประกาศจับ และประเภทที่หกคือผู้รู้ข้อมูลวงใน) โดยพื้นฐานแล้ว พวกเราได้กล่าวครอบคลุมบุคลากรสำคัญทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับงานต่างๆ แล้ว แต่มีอีกประเภทหนึ่งที่ต้องเพิ่มเติมคือ หากพี่น้องชายหญิงคนใดในคริสตจักรถูกจับกุมเนื่องจากออกไปทำหน้าที่ของตน หรือเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดอื่นใด จนไม่สามารถดูแลบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของตนได้ เมื่อนั้นผู้นำและคนทำงานก็ควรจัดการเตรียมการให้เด็กเหล่านี้อยู่ในครอบครัวที่เหมาะสมเพื่อให้พวกเขามีวิถีทางในการดำรงชีวิต นี่เป็นงานพิเศษงานหนึ่งเช่นกัน แม้ว่างานงานนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับงานของคริสตจักร และเกิดขึ้นจากสภาวการณ์พิเศษเท่านั้น ผู้นำและคนทำงานก็ต้องรับผิดชอบในการจัดการเตรียมที่ทางที่เหมาะสมสำหรับบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเหล่านี้ หากพวกเขาไม่มีญาติที่เหมาะสม หรือหากญาติของพวกเขาเป็นผู้ไม่มีความเชื่อและไม่เต็มใจรับพวกเขาไปดูแล คริสตจักรก็ควรรับพวกเขาไว้ ไม่เพียงคริสตจักรควรจัดหาบ้านเจ้าภาพที่เหมาะสมไว้รับรองพวกเขาเท่านั้น แต่ยังควรมอบหมายให้พี่น้องชายหญิงรับผิดชอบดูแลพวกเขาด้วย เมื่อได้จัดการเตรียมที่ทางที่เหมาะสมให้กับพวกเขาแล้ว หากพวกเขาเชื่อในพระเจ้า นั่นย่อมเป็นสิ่งที่ดีเยี่ยมอย่างแน่นอน และเมื่อพวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ พวกเขาก็สามารถทำหน้าที่ของตนในคริสตจักรได้ หากพวกเขาไม่เชื่อในพระเจ้า เช่นนั้นเมื่อพวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่และเข้าสู่สังคมแล้ว พวกเขาก็จะไม่เกี่ยวข้องกับคริสตจักรอีกต่อไป และหน้าที่รับผิดชอบของพวกเราก็จะถือว่าลุล่วงแล้ว พวกเราไม่จำเป็นจะต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องของพวกเขาอีกต่อไป แบบนี้เหมาะสมหรือไม่? (เหมาะสม) แม้ว่างานนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับงานต่างๆ ของคริสตจักร แต่ก็ยังควรรวมอยู่ในขอบข่ายหน้าที่รับผิดชอบของผู้นำและคนทำงาน หากมีบุตรของผู้ที่ทำหน้าที่ของตนในคริสตจักรที่ต้องการการจัดวางตำแหน่งงาน เว้นแต่ผู้นำและคนทำงานจะไม่ทราบถึงสถานการณ์นั้น พวกเขาย่อมไม่สามารถเพิกเฉยต่อเรื่องนี้ได้ หากพวกเขาทราบเรื่องแล้ว ก็ควรสอบถาม จัดการ และรับผิดชอบในการจัดวางตำแหน่งที่เหมาะสมให้กับพวกเขา ผู้นำและคนทำงานควรทำให้มั่นใจว่าพี่น้องชายหญิงที่ทำหน้าที่ของตน—โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานสำคัญ—จะปราศจากความกังวลในเรื่องนี้ การดำเนินงานนี้ให้ดีก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่หรือไม่? (ไม่ยาก) มีบุคลากรสำคัญของงานอย่างน้อยหกประเภท ประเภทที่เจ็ดนั้นเป็นประเภทพิเศษ ซึ่งแสดงถึงสภาวการณ์ที่พิเศษมาก บุคลากรต่างๆ ที่กล่าวไว้ในหกประเภทแรกนั้นอาจไม่ได้มีอยู่ทั้งหมดในทุกพื้นที่อภิบาลหรือทุกประเทศ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นประเทศใด การปกป้องผู้นำและคนทำงานและผู้ที่ทำหน้าที่สำคัญก็เป็นงานที่สำคัญอย่างยิ่งงานหนึ่ง นี่เป็นงานที่ผู้นำและคนทำงานของคริสตจักรทุกคนต้องให้ความใส่ใจ และเป็นหน้าที่รับผิดชอบที่พวกเขาต้องลุล่วงให้ดี

การปกป้องบุคลากรสำคัญของงานจากการแทรกแซงของโลกภายนอก

I. ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยสำหรับครอบครัวเจ้าภาพ

เมื่อพวกเราได้ทำความเข้าใจอย่างชัดเจนแล้วว่าใครคือบุคลากรสำคัญของงาน คราวนี้พวกเรามาพิจารณางานเฉพาะที่ผู้นำและคนทำงานต้องทำกันเถิด—นั่นคือ การปกป้องบุคลากรสำคัญของงานทุกประเภทโดยป้องกันพวกเขาจากการแทรกแซงของโลกภายนอก และคุ้มครองพวกเขาให้ปลอดภัย ดังนั้น จึงจำเป็นต้องดำเนินงานที่เฉพาะเจาะจงใดบ้างเพื่อป้องกันพวกเขาจากการแทรกแซงของโลกภายนอกอย่างมีประสิทธิผล จึงจะถือว่าผู้นำและคนทำงานได้ลุล่วงหน้าที่รับผิดชอบของตนแล้ว? เมื่อต้องดำเนินงานเฉพาะ ผู้นำและคนทำงานบางคนรู้สึกอับจนหนทาง เกาศีรษะและกระวนกระวายใจ ไม่แน่ใจว่าจะกระทำการอย่างไร มีหลักธรรมสำคัญประการหนึ่งในการจัดวางบุคลากรสำคัญของงานเหล่านี้คือ พวกเขาต้องได้รับการป้องกันจากการแทรกแซงของโลกภายนอกเพื่อรับประกันความปลอดภัยของพวกเขา ไม่ว่าบุคลากรสำคัญของงานจะถูกจัดวางให้อยู่ในบ้านของพี่น้องชายหญิงหรือในบ้านเช่าก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องรับประกันความปลอดภัยของพวกเขา การรับประกันความปลอดภัยของพวกเขานั้นหมายถึงการป้องกันพวกเขาจากการแทรกแซงของโลกภายนอก ดังนั้น ผู้นำและคนทำงานต้องทำสิ่งใดบ้างเพื่อป้องกันพวกเขาจากการแทรกแซงของโลกภายนอก? การนี้จำเป็นต้องจัดวางผู้ที่กำลังทำหน้าที่สำคัญเหล่านั้นในสถานที่ที่เหมาะสม ขอให้พวกเรามาพิจารณาเรื่องนี้จากสองแง่มุม แง่มุมหนึ่งคือสภาพแวดล้อมภายในของครอบครัวเจ้าภาพ และอีกแง่มุมหนึ่งคือสภาพแวดล้อมภายนอก ในแง่ของสภาพแวดล้อมภายในนั้น ประการแรก เจ้าภาพต้องเป็นผู้เชื่อที่แท้จริง เต็มใจที่จะให้การรับรอง สามารถรักษาสิ่งที่เป็นความลับได้ ปฏิบัติตนด้วยความรอบคอบ และจัดการกับโลกภายนอกอย่างชาญฉลาด หากมีสถานการณ์พิเศษใดๆ เกิดขึ้น พวกเขาควรรู้จักวิธีรับมือ สามารถจัดการและแก้ไขปัญหาในเชิงรุกได้ ไม่ใช่ตั้งรับเฉยๆ นอกจากนี้ พวกเขาควรมีชื่อเสียงที่ดีในท้องถิ่น หรืออาจจะมีหน้ามีตาและมีความสัมพันธ์อันดีในท้องถิ่นอยู่บ้าง แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีอิทธิพล อย่างน้อยที่สุดพวกเขาก็ควรเป็นคนที่รู้จักวางตัวอย่างถูกควรและดำเนินชีวิตอย่างเหมาะสม ไม่เคยสร้างปัญหาหรือชักนำบุคคลที่ไม่น่าไว้วางใจเข้ามาในบ้านของตน พวกเขาไม่ควรมีเพื่อนที่รวมกลุ่มกันเล่นไพ่นกกระจอกหรือดื่มสุรา นอกจากนี้ สัมพันธภาพของพวกเขากับโลกภายนอกและกับเพื่อนบ้านก็ควรจะเป็นปกติพอสมควร พวกเขาไม่ควรเข้าไปพัวพันกับข้อพิพาทใดๆ ในเรื่องหนี้สิน และไม่ควรมีความขัดแย้งกับเพื่อนบ้าน กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ สภาพแวดล้อมในบ้านของพวกเขาควรจะค่อนข้างเงียบสงบ เจ้าภาพควรมีสัมพันธภาพที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน และไม่ควรมีคนนอกแวะเวียนมาที่บ้านของตนเพื่อก่อกวนบ่อยนัก และอื่นๆ—ทุกแง่มุมควรมีความเหมาะสม ยิ่งไปกว่านั้น บุตรหลานหรือญาติของเจ้าภาพควรสนับสนุนการเชื่อในพระเจ้าของพวกเขา หรืออย่างน้อยที่สุดก็ไม่ต่อต้านการเป็นเจ้าภาพรับรองพี่น้องชายหญิงของพวกเขา และแน่นอนว่าไม่ควรนำเรื่องเหล่านี้ไปพูดต่ออย่างขาดความยั้งคิด บางคนอาจกล่าวว่า “การหาครอบครัวเจ้าภาพที่ตรงตามเกณฑ์ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย!” ความหมายในที่นี้คือการหาสถานที่ที่ค่อนข้างเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง อย่างน้อยที่สุด สภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตก็ควรจะเหมาะสม—คือเงียบสงบและปราศจากการแทรกแซงจากภายนอก—ซึ่งถือว่าลุล่วงข้อกำหนดเรื่องการป้องกันบุคลากรสำคัญของงานจากการแทรกแซงของโลกภายนอกแล้ว ในครอบครัวเจ้าภาพบางครอบครัว แม้สมาชิกครอบครัวจะไม่ได้เป็นผู้เชื่อกันทุกคน แต่คนที่เป็นเจ้าภาพก็เป็นที่นับหน้าถือตาของคนในบ้านและเป็นคนตัดสินใจ ลูกๆ หรือญาติพี่น้องที่ไม่มีความเชื่อของพวกเขาจึงไม่กล้าแทรกแซงการเชื่อในพระเจ้าของพวกเขาหรือการเป็นเจ้าภาพรับรองพี่น้องชายหญิง ต่อให้ไม่เห็นด้วยอยู่ในใจ คนเหล่านั้นก็จะไม่กล้าบอกข้อมูลนี้แก่คนนอกครอบครัว หากมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นจริงๆ พวกเขาก็ยังสามารถช่วยให้การปกป้องได้ ด้วยวิธีนี้ พี่น้องชายหญิงที่พักอาศัยอยู่ในบ้านเจ้าภาพแห่งนี้จึงสามารถปลอดภัยจากการแทรกแซงของโลกภายนอกด้วยเช่นกัน ในบางกรณี เจ้าภาพเป็นคนขลาดกลัว เกรงว่าลูกๆ ของตนอาจจะเปิดโปงว่าตนเชื่อในพระเจ้า กลัวว่าเพื่อนบ้านอาจจะล่วงรู้เรื่องการเชื่อของตนและแจ้งความ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลัวว่าสถานการณ์อาจจะแย่ลงไปอีกและพวกเขาจะถูกจับกุม เมื่อพวกเขาเริ่มให้การรับรองพี่น้องชายหญิง พวกเขาก็จะร้อนใจอยู่ไม่สุขทุกวัน กลางวันก็กินไม่ได้ กลางคืนก็นอนไม่หลับ ต้องใช้ชีวิตทั้งวันด้วยความวิตกกังวลและหวาดผวาประหนึ่งเป็นขโมย เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาได้ยินข่าวคราวใดๆ เช่น ทางการวางแผนที่จะตรวจสอบทะเบียนราษฎร์ หรือเจ้าหน้าที่รัฐจะมาที่บ้านของพวกเขาเพื่อดำเนินการบางอย่างภายใต้ข้ออ้างต่างๆ นานา พวกเขาก็จะกลัวมากและอยากให้พี่น้องชายหญิงพลันจากไปอยู่เสมอ ตัวพวกเขาจะได้ไม่พลอยเดือดร้อนไปด้วย เมื่อพี่น้องชายหญิงเห็นเช่นนี้ ก็ควรรีบย้ายที่อยู่ทันที เนื่องจากสถานที่เช่นนั้นไม่เหมาะสมสำหรับการรับรอง ที่นั่นอาจใช้เป็นที่พักชั่วคราวได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้น หากบุตรหลาน ญาติ หรือเพื่อนของครอบครัวเจ้าภาพเป็นคนชั่ว ซึ่งเมื่อทราบว่าเจ้าภาพคนนี้กำลังต้อนรับผู้เชื่อ ก็อาจจะเข้ามาก่อกวนหรือถึงขั้นนำพี่น้องชายหญิงไปมอบให้กับตำรวจ เช่นนี้ย่อมอันตรายเกินไป ครอบครัวเจ้าภาพดังกล่าวจึงไม่เหมาะแก่การเข้าพัก บิดามารดาบางคนปฏิบัติตนต่อหน้าบุตรหลานประหนึ่งทาส พวกเขาอาจกล่าวว่า “ไม่เป็นไรหรอก ลูกๆ ของฉันเชื่อฟังฉัน” แต่ตามความเป็นจริงแล้ว การเชื่อฟังของบุตรหลานนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เมื่อใดที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของตนเอง บุตรหลานก็จะไม่เชื่อฟังพวกเขา คนเช่นนี้ย่อมไม่กล้าให้บุตรหลานของตนล่วงรู้ว่าพวกเขากำลังเป็นเจ้าภาพรับรองพี่น้องชายหญิง หากบุตรหลานหรือญาติของพวกเขาทราบเรื่องเข้า ก็ย่อมจะขับไล่พี่น้องชายหญิงออกไปอย่างแน่นอน และเจ้าภาพก็จะไม่สามารถขัดขวางได้—เพราะพวกเขาไม่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดในบ้านของตนเอง คนเช่นนี้จึงไม่เหมาะที่จะเป็นเจ้าภาพ พวกเขาอาจมีความปรารถนาแต่ขาดความกล้าที่จะเป็นเจ้าภาพ คนขี้ขลาดจะกล้าเป็นเจ้าภาพได้จริงหรือ? หากเจ้าไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของพี่น้องชายหญิงได้ เจ้าก็ไม่เหมาะสำหรับหน้าที่นี้—เจ้าไม่ควรอาสาและไม่ควรให้คำสัญญาที่เลื่อนลอยแก่ผู้นำและคนทำงาน ทั้งไม่ควรรับหน้าที่นี้ด้วย หากผู้นำและคนทำงานจัดวางพี่น้องชายหญิงให้ครอบครัวเช่นนั้นเป็นเจ้าภาพรับรอง พวกเจ้าคิดว่าเหมาะสมหรือไม่? (ไม่เหมาะสม) นั่นไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง อย่าส่งพี่น้องชายหญิงไปเผชิญอันตราย พี่น้องชายหญิงอาจเคยใช้ชีวิตอยู่ที่อื่นอย่างค่อนข้างปลอดภัยมาก่อน หากเจ้าจัดวางพวกเขาในบ้านของบุคคลผู้นี้ ซึ่งบุตรหลานหรือญาติเป็นผู้ไม่มีความเชื่อ และคนเหล่านั้นอาจจะไปรายงานและนำพี่น้องชายหญิงไปมอบให้กับตำรวจทันทีที่ทราบว่ามีผู้เชื่อพักอาศัยอยู่ที่นั่น อันเป็นการนำภัยมาสู่ชีวิตของพี่น้องชายหญิง แล้วเจ้าภาพผู้นั้นจะไม่เดือดร้อนหรือ? หากเจ้าภาพเต็มใจที่จะเสี่ยงชีวิตของตนเพื่อปกป้องพี่น้องชายหญิงในสถานการณ์เช่นนั้น และสามารถรับประกันความปลอดภัยของพวกเขาได้อย่างมีประสิทธิผล ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงปัญญาอันเฉียบแหลมอยู่เป็นนิจ ครอบครัวเจ้าภาพเช่นนี้ก็อาจยังเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมได้ อย่างไรก็ตาม หากพวกเขาไม่สามารถเสี่ยงชีวิตของตนเพื่อปกป้องพี่น้องชายหญิงได้ และเมื่อผู้ไม่มีความเชื่อในครอบครัวของตนขู่ว่าจะไปรายงานและนำพี่น้องชายหญิงไปมอบให้กับตำรวจ พวกเขากลับไม่มีทางออก ทำได้เพียงแต่หดหัวประหนึ่งเต่าที่ซุกหัวอยู่ในกระดอง ไม่ปกป้องพี่น้องชายหญิงและปล่อยให้ผู้ไม่มีความเชื่อนำพวกเขาไปมอบตัว เช่นนั้นแล้วครอบครัวนี้ก็ไม่เหมาะสมที่จะเป็นเจ้าภาพ หากพี่น้องชายหญิงพักอาศัยอยู่ที่นั่นเป็นการชั่วคราวเพียงไม่กี่วัน แล้วรีบย้ายไปยังสถานที่ที่เหมาะสมทันทีที่หาได้ เช่นนั้นก็ยังพอจะอนุโลมได้บ้าง การพักอาศัยในบ้านดังกล่าวในระยะยาวเพื่อทำหน้าที่ของพวกเขานั้นย่อมไม่เหมาะสม อย่างน้อยเจ้าภาพต้องสามารถปกป้องพี่น้องชายหญิงให้ปลอดภัยได้—นี่คือข้อกำหนดประการหนึ่งสำหรับเจ้าภาพ สำหรับผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ของตนเพื่อหลีกเลี่ยงการแทรกแซงจากโลกภายนอกนั้น ประการแรกคือ สภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตของพวกเขาต้องเหมาะสม นอกจากนี้ คุณสมบัติต่างๆ ของเจ้าภาพเองก็ต้องเหมาะสมในทุกด้านด้วย—กล่าวคือ พวกเขาต้องสามารถป้องกันบุคลากรสำคัญของงานจากการแทรกแซงของโลกภายนอกได้ ผู้นำและคนทำงานจะสามารถจัดให้บุคลากรสำคัญของงานพักอาศัยในบ้านของพวกเขาได้ก็ต่อเมื่อพวกเขาสามารถทำได้เช่นนี้เท่านั้น หากเจ้าภาพมีความเชื่อน้อย ทั้งยังไร้ความสามารถและขลาดเขลา ไม่สามารถตัดสินใจชี้ขาดในบ้านของตนเองได้ และบุตรหลานหรือญาติที่ไม่มีความเชื่อคนใดของพวกเขาก็สามารถเข้ามาและมีอำนาจเหนือพวกเขาได้ เช่นนั้นแล้วนี่ก็นับว่าเป็นปัญหาทีเดียว สถานที่เช่นนั้นย่อมไม่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการรับรอง แม้ว่าบ้านจะหลังใหญ่ มีห้องหลายห้อง สภาพแวดล้อมสะดวกสบาย และภาวะอื่นๆ ที่ดีพร้อม ก็ยังคงไม่เหมาะสมสำหรับการรับรอง สภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตที่เหมาะสมเพียงอย่างเดียวนั้นยังไม่เพียงพอ เจ้าภาพก็ต้องเหมาะสมด้วย ประเด็นสำคัญในที่นี้คือ เจ้าภาพต้องสามารถรับประกันได้เป็นอันดับแรกว่าบุคลากรที่ทำหน้าที่ของตนซึ่งพวกเขาเป็นเจ้าภาพรับรองนั้นจะได้รับการป้องกันจากการแทรกแซงของโลกภายนอก หลังจากนั้นจึงค่อยพิจารณาสภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิต สภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบน้อยกว่าเล็กน้อยก็ยังพอยอมรับได้—ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ที่คับแคบกว่า สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่จำกัด อาหารการกินที่เรียบง่ายกว่า หรือการใช้น้ำที่ไม่สะดวกนักก็ตาม ตราบใดที่เจ้าภาพมีความเหมาะสม สามารถรับมือกับอันตรายเมื่อเกิดขึ้นได้ จัดการกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนต่างๆ ได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถจัดการกับสภาวการณ์พิเศษใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้องเพื่อปกป้องความปลอดภัยของพี่น้องชายหญิงแล้ว พวกเขาก็ถือว่าได้มาตรฐานในฐานะเจ้าภาพ ข้อกำหนดของพวกเราสำหรับสภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตของครอบครัวเจ้าภาพนั้นไม่สูงนัก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสภาพแวดล้อมนั้นสามารถรับประกันความปลอดภัยได้ ไม่จำเป็นต้องลงรายละเอียดในประเด็นนี้

II. ข้อกำหนดสำหรับสภาพแวดล้อม ณ สถานที่พักอาศัย

สำหรับสภาพแวดล้อมภายนอกที่อยู่รอบที่พักของครอบครัวเจ้าภาพนั้น ความปลอดภัยเป็นสิ่งแรกที่ผู้นำและคนทำงานต้องคำนึงถึง ไม่ว่าภาวะของครอบครัวเจ้าภาพจะเป็นเช่นไร หรือไม่ว่าที่พักอาศัยนั้นจะเป็นบ้านของพี่น้องชายหญิงหรือเป็นบ้านเช่าก็ตาม การพิจารณาว่าสภาพแวดล้อมภายนอกของที่พักอาศัยนั้นปลอดภัยหรือไม่ ถือเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุด ประการแรก จะเหมาะสมก็ต่อเมื่อการเชื่อในพระเจ้าของครอบครัวเจ้าภาพนี้ไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และไม่มีบันทึกเกี่ยวกับความเชื่อของพวกเขาที่สำนักงานความมั่นคงสาธารณะ หากในอดีต เมื่อพี่น้องชายหญิงมารวมกลุ่มกันที่นั่น เพื่อนบ้านก็จะรายงานเรื่องนี้ต่อทางการ และทางการก็ทราบอยู่แล้วว่าครอบครัวนี้มักจะมีคนแปลกหน้ามารวมกลุ่มกันบ่อยครั้ง เช่นนั้นแล้วสถานที่นี้ก็ไม่เหมาะสมสำหรับการเป็นเจ้าภาพรับรอง หากเป็นการเช่า ก็ไม่เหมาะสมที่จะเช่าบ้านของครอบครัวเช่นนั้นเช่นกัน นี่เป็นแง่มุมหนึ่ง นอกจากนี้ ในบางสถานที่ ความปลอดภัยในที่สาธารณะก็ย่ำแย่ มีเหตุปล้น ฆ่า และคดีอื่นๆ เกิดขึ้นเนืองๆ ผู้อยู่อาศัยเป็นคนที่มีความเป็นมาค่อนข้างซับซ้อนอีกด้วย และตำรวจก็มักจะไปที่นั่นเพื่อตรวจสอบทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชน รวมถึงสอบสวนผู้ต้องสงสัยในคดีอาญา และอื่นๆ จงบอกเราทีว่า หากเจ้าพักอยู่ในสถานที่เช่นนั้น เจ้าจะไม่ถูกก่อกวนอยู่บ่อยครั้งหรอกหรือ? (ใช่) สถานที่เช่นนั้นก็ไม่เหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยเช่นกัน ตำรวจแวะเวียนมาเคาะประตูอยู่บ่อยครั้ง โดยอ้างว่ามีการลักขโมยหรือฆาตกรรมเกิดขึ้นในบริเวณใกล้เคียงและขอความร่วมมือในการสืบสวน พร้อมบอกให้รีบรายงานทันทีหากเห็นผู้กระทำความผิด ตำรวจมักจะใช้ข้ออ้างต่างๆ นานามาเคาะประตู โดยอ้างว่ากำลังสืบสวนคดี แต่ตามความเป็นจริงแล้ว พวกเขากำลังตรวจสอบคนนอกและคนแปลกหน้า—กล่าวให้แม่นยำยิ่งขึ้นคือ พวกเขากำลังตามหาผู้ที่เชื่อในพระเจ้า เจ้าจะรู้สึกปลอดภัยบ้างหรือไม่เมื่อพักอาศัยอยู่ในบ้านเจ้าภาพเช่นนั้น? (ไม่) แน่นอนว่าเจ้าจะร้อนใจอยู่ไม่สุขตลอดทั้งวัน แม้ว่าเหตุอาชญากรรมภายนอกเหล่านี้จะไม่เกี่ยวข้องกับครอบครัวเจ้าภาพ แต่เจ้าก็ยังคงรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี การใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมเช่นนั้นมักจะทำให้เจ้ารู้สึกว่าความปลอดภัยส่วนบุคคลของเจ้ากำลังถูกคุกคาม ใครจะรู้ว่าวันหนึ่ง พอเห็นพี่น้องชายหญิง ตำรวจอาจจะเริ่มสอบถามคนแปลกหน้าเหล่านี้ และลงเอยด้วยการจับกุมพี่น้องก็เป็นได้ เจ้าว่านี่เป็นสถานการณ์ที่น่าหวาดหวั่นหรือไม่? (ใช่) ยิ่งไปกว่านั้น คนจีนส่วนใหญ่ขาดความตระหนักรู้ในเรื่องความปลอดภัย ทันทีที่ได้ยินเสียงคนเคาะประตูก็จะเปิดรับ ทั้งยังไม่ล็อกประตูเป็นปกติ ซึ่งนำไปสู่เหตุการณ์ต่างๆ ได้โดยง่าย ในประเทศตะวันตกที่มีเสรีภาพและประชาธิปไตยนั้นถือว่าที่พักอาศัยส่วนตัวเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล หากคนนอกเข้ามาในพื้นที่ส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็ถือว่าผิดกฎหมาย และผู้อยู่อาศัยจะโทรแจ้งตำรวจ ผู้บุกรุกก็จะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย ดังนั้น หากมีคนแปลกหน้ามาเคาะประตู เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องเปิดประตู—เจ้าสามารถปฏิเสธได้ แม้ว่าใครบางคนจะนัดหมายเพื่อมาพบเจ้าไว้แล้ว หากเจ้ายังไม่พร้อมหรือเปลี่ยนใจ เจ้าก็ยังไม่จำเป็นต้องเปิดประตู และสามารถนัดหมายเวลากับพวกเขาใหม่ได้ ผู้คนในประเทศตะวันตกมีสิทธินี้ พวกเขามีความตระหนักรู้ทางกฎหมายนี้ อย่างไรก็ตาม คนจีนขาดความตระหนักรู้ทางกฎหมายดังกล่าว เมื่อใดก็ตามที่ได้ยินเสียงเคาะประตู พวกเขาก็รีบไปเปิด นี่แสดงให้เห็นถึงการขาดความระมัดระวัง ขาดความตระหนักรู้ในการป้องกันตนเอง และไม่คุ้นเคยกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป็นเพราะประเทศจีนเป็นระบอบเผด็จการ มีการปกครองแบบพรรคเดียวที่อยู่เหนือกฎหมาย ระบบกฎหมายของประเทศจึงเป็นเพียงฉากหน้า พญานาคใหญ่สีแดงกระทำการในประเทศจีนโดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและระเบียบใดๆ ทั้งสิ้น กระทำความผิดอย่างบุ่มบ่าม และผู้คนก็ไม่มีสิทธิมนุษยชนใดๆ เลย คนจีนไม่ใส่ใจสิทธิมนุษยชน ทั้งยังไม่ได้พัฒนาสำนึกในการปฏิบัติตามกฎระเบียบและกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกเขาขาดความตระหนักรู้ในการป้องกันตนเอง และคนส่วนใหญ่ไม่รู้จักใช้กฎหมายเพื่อปกป้องตนเอง ผลก็คือ ไม่มีหลักประกันความปลอดภัย โดยสรุป ในสถานที่ใดก็ตามที่มีการรักษาความปลอดภัยสาธารณะไม่ดี มีผู้อยู่อาศัยที่มีภูมิหลังและอัตลักษณ์ที่ซับซ้อน ถูกตรวจสอบบ่อยครั้ง หรือเกิดคดีอาชญากรรมต่างๆ ขึ้นเป็นประจำ ย่อมง่ายที่จะได้รับผลกระทบจากการก่อกวนของโลกภายนอก สถานที่เช่นนั้นไม่เหมาะสมที่จะเข้าพักอาศัย นี่คือปัจจัยด้านความปลอดภัยสาธารณะที่ต้องคำนึงถึงเมื่อจัดหาที่พักให้กับบุคลากรสำคัญของงาน

สภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตสำหรับผู้ที่กำลังทำหน้าที่ของตนนั้นต้องได้รับการคัดเลือกอย่างรอบคอบ ทางที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงย่านชุมชนเมืองที่พลุกพล่านและสถานที่ที่เป็นอันตราย ย่านชุมชนเมืองที่พลุกพล่านที่เรากล่าวถึงนั้นหมายถึงที่ใดบ้าง? ได้แก่ สถานที่ต่างๆ เช่น บริเวณใกล้ทางรถไฟ ทางหลวง สี่แยก และตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามแนวทางรถไฟสายหลัก ซึ่งมีรถไฟผ่านนับไม่ถ้วนในแต่ละวัน และพื้นของบ้านที่อยู่ใกล้เคียงก็สั่นสะเทือนไปพร้อมกับรถไฟแต่ละขบวนที่วิ่งผ่านไป ในสภาพแวดล้อมเช่นนั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่จะอยู่ได้อย่างสงบสุขในขณะที่ทำหน้าที่ของตน นอกจากนี้ บางคนที่ใช้เวลาหลายปีในการทำหน้าที่ห่างจากบ้านก็ใช้ชีวิตอยู่กับความวิตกกังวลอย่างต่อเนื่อง และสภาพหัวใจของพวกเขาก็ไม่สู้ดีนัก ทำให้ยิ่งไม่เหมาะสมสำหรับพวกเขาที่จะอาศัยอยู่ในสถานที่เช่นนั้น หากงานบางอย่างต้องการสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ เช่น งานบันทึกเสียงหรืองานข้อเขียน อย่างน้อยที่สุดก็ต้องไม่มีเสียงรบกวน และต้องรับประกันความปลอดภัยด้วย—นี่คือภาวะที่เหมาะที่สุด หากไม่มีสถานที่ที่ปลอดภัยอย่างสิ้นเชิง ก็ต้องหาสถานที่ที่ค่อนข้างปลอดภัย ในกรณีนี้ เสียงรบกวนเล็กน้อยก็เป็นที่ยอมรับได้ และพวกเราไม่ควรตั้งข้อกำหนดไว้สูงเกินไป ตราบใดที่สภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตปลอดภัย ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว นอกจากนี้ หากบ้านตั้งอยู่ในย่านที่มีการจราจรคับคั่ง เช่น ใกล้สัญญาณไฟจราจรหรือสี่แยก ก็จะมีคนเดินเท้าและยานพาหนะผ่านไปมานับไม่ถ้วนในแต่ละวัน บ้านเช่นนั้นย่อมตกเป็นเป้าสายตาของผู้สัญจรไปมาจำนวนมาก และเพียงแค่เหลือบมองผ่านๆ ผู้คนที่ผ่านไปมาก็สามารถเห็นผู้ที่อยู่ข้างในได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปิดไฟในเวลากลางคืน ก็จะสามารถมองเห็นสภาพภายในบ้านอย่างชัดเจน เจ้าจะกล่าวหรือว่าบ้านเช่นนั้นยังคงยอมรับได้สำหรับการเข้าพักอาศัย? สภาพแวดล้อมนี้เหมาะสมหรือไม่? (ไม่ ไม่เหมาะสม) ไม่เหมาะสมอย่างแท้จริง ผู้คนที่พักอาศัยอยู่ในสถานที่เช่นนั้นมักจะถูกก่อกวนอยู่บ่อยครั้ง และมักจะเห็นคนแปลกหน้าคอยสังเกตการณ์พวกเขาอยู่เสมอ เมื่อสายตาของพวกเขาประสานกับสายตาของคนแปลกหน้า พวกเขาก็จะสะดุ้งตกใจ รู้สึกไม่สบายใจทุกวัน และรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่ากำลังถูกจับตามอง—ใครจะรู้ว่ามีใครบางคนอยู่เบื้องหลัง คอยชี้นำและบงการอยู่หรือไม่ เจ้าคิดว่าคนเราจะรู้สึกสบายใจได้หรือไม่เมื่อใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนั้น? อีกทั้งบ้านบางหลังก็มีคุณภาพต่ำและเก็บเสียงได้ไม่ดี ดังนั้นเมื่อพูดเสียงดังหรือเปิดเพลงนมัสการข้างใน คนข้างนอกก็ได้ยินทุกอย่าง นอกจากนี้ บ้านบางหลังยังตั้งอยู่ที่จุดสูงสุดของชุมชน ซึ่งในกรณีเช่นนั้นไม่เพียงแค่ง่ายที่จะถูกฟ้าผ่า แต่ยังทำให้เพื่อนบ้านโดยรอบสามารถเห็นพี่น้องชายหญิงได้ทุกครั้งที่พวกเขาก้าวออกมาข้างนอก เป็นเรื่องไม่สะดวกสำหรับพวกเขาแม้แต่จะเปิดหน้าต่างเป็นครั้งคราวเพื่อระบายอากาศหรือเพื่อคลายร้อน หน้าต่างต้องปิดสนิทและปิดม่านไว้ตลอด ดังนั้นจึงไม่มีแสงสว่างส่องเข้ามาเลย และการออกไปข้างนอกเพื่อยืดเส้นยืดสายก็ยิ่งไม่สะดวกมากขึ้นไปอีก มีความกังวลอยู่ตลอดเวลาว่าจะถูกผู้คนภายนอกเฝ้ามองและสังเกตเห็น แม้ว่าพี่น้องชายหญิงจะไม่ได้เข้าออกพร้อมกันทั้งหมด แต่ทุกครั้งที่มีคนเข้าหรือออก คนข้างนอกก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ในท้ายที่สุด พวกเขาก็จะพอทราบได้ว่ามีคนแปลกหน้ากี่คนที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ พวกเจ้าจะกล่าวหรือว่ารับประกันได้ว่าผู้คนที่พักอยู่ที่นี่จะยังคงปลอดภัย? (ไม่ ไม่สามารถรับประกันได้) บางคนคิดว่า “ส่วนใหญ่แล้วพวกเราทำหน้าที่ของพวกเราในร่ม และแม้ว่าพวกเราจะออกไปข้างนอก พวกเราก็ผลัดกันออกไปและไม่ได้ออกไปพร้อมกันทั้งหมด โดยการปฏิบัติเช่นนี้ เพื่อนบ้านโดยรอบก็จะไม่ล่วงรู้สิ่งใด” แต่แม้ว่าเจ้าจะผลัดกันออกไป ก็ยังคงจะก่อให้เกิดปัญหาได้หากมีใครบางคนสังเกตเห็นว่าเจ้าเป็นคนแปลกหน้า ผู้ไม่มีความเชื่อจำนวนมากไม่ได้ดำเนินชีวิตที่ดีนัก แต่กลับมีความสุขเป็นพิเศษในการสังเกตและสอดรู้สอดเห็นเรื่องของผู้อื่น บางคนอาจถึงกับใช้กล้องส่องทางไกลเพื่อสอดแนมเจ้า คอยดูว่าเจ้าทำอะไรอยู่ข้างใน หากพวกเขาค้นพบว่าผู้เชื่อกำลังรวมกลุ่มกัน พวกเขาก็จะรีบไปรายงานต่อทางการเพื่อรับรางวัล เมื่อคนเช่นนั้นจับตาดูเจ้าแล้ว นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่เป็นอันตรายหรอกหรือ? (ใช่) เมื่อพวกเขาจับตาดูเจ้าแล้ว จะหวังอะไรดีๆ ได้อีกหรือ? เจ้าจะลงเอยด้วยการถูกจับกุมอย่างแน่นอน! ไม่ว่าจะเป็นประเทศหรือภูมิภาคใด ก็มีคนชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านอยู่ไม่ขาด แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้รับเงินแม้แต่สตางค์เดียวจากการสอดส่องเจ้า พวกเขาก็เต็มใจที่จะทำอย่างยิ่ง—พวกเขาถึงกับยอมจ่ายเงินเองและทิ้งงานของตนเพื่อใช้เวลาในการเฝ้าดู และหากมีการให้รางวัลสำหรับการรายงานเจ้า พวกเขาก็จะยิ่งกระตือรือร้นที่จะทำเช่นนั้นมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบอบเผด็จการเช่นประเทศจีน มีผู้คนมากมายเกินไปที่คอยสอดส่องผู้ที่เชื่อในพระเจ้า เพราะพวกเขารังเกียจความจริงและรู้สึกรังเกียจต่อผู้ที่เชื่อในพระเจ้า ทันทีที่พวกเขาค้นพบว่าผู้เชื่อมีปฏิสัมพันธ์กันหรือรวมกลุ่มกัน พวกเขาก็จะรายงานเรื่องนี้ หากมีการให้รางวัลสำหรับการรายงาน พวกเขาก็จะพบความพึงพอใจอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยในการทำเช่นนั้น นี่ไม่นำปัญหามาสู่คริสตจักรโดยง่ายดายหรอกหรือ? (ใช่) หากเจ้าถูกก่อกวนด้วยวิธีนี้ นั่นไม่ใช่เป็นเพราะผู้นำและคนทำงานไม่ได้จัดหาที่พักให้ดีหรอกหรือ? หากสถานที่และสภาพแวดล้อมสำหรับการจัดวางบุคลากรสำคัญของงานไม่เหมาะสมเพราะผู้นำและคนทำงานไม่ได้พิจารณาสิ่งต่างๆ อย่างถี่ถ้วน นี่คือผลที่ตามมาที่เกิดขึ้น หากสถานที่ที่คนเราอาศัยอยู่ดึงดูดความสนใจมากเกินไป ก็อาจนำไปสู่การเกิดเรื่องผิดปกติได้โดยง่าย เมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นและเมื่อนั้นเจ้าจึงตระหนักว่าสถานที่นี้ไม่เหมาะสมสำหรับการเข้าพักอาศัย ก็สายไปเสียแล้ว ดังนั้น การเลือกสถานที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ทำหน้าที่ของตนจึงเป็นงานสำคัญอย่างหนึ่งเช่นกัน และการเลือกที่ไม่ดีก็อาจนำไปสู่อันตรายได้โดยง่าย

ปี 2026 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ

ติดต่อเราผ่าน Messenger