หน้าที่รับผิดชอบของผู้นำและคนทำงาน (26) ตอนที่ห้า
ช. ประพฤติผิดศีลธรรมทางเพศอย่างต่อเนื่อง
ประเภทที่เจ็ดคือคนที่ประพฤติผิดศีลธรรมทางเพศ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ถูกกล่าวถึงอยู่เป็นประจำ แม้การสำแดงของความเป็นมนุษย์จะไม่ชั่วนัก—ไม่มีการยุยงให้แตกแยก หรือการกระทำชั่วและก่อให้เกิดการรบกวน—แต่พวกเขากลับมีลักษณะร่วมกันอยู่อย่างหนึ่งคือ การมีปัญหาและเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ของพวกเขากับเพศตรงข้ามเสมอ ไม่ว่าจะมีโอกาสหรือไม่ก็ตาม ปัญหาเช่นนั้นก็เกิดขึ้นกับพวกเขาตลอดเวลา และหากไม่มีโอกาส พวกเขาก็สร้างโอกาสขึ้นมา เพื่อให้เกิด “เรื่องราว” แบบนี้ขึ้นมาจนได้ ไม่ว่าในสภาพการณ์ใด ไม่ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร หรือคนคนนั้นจะอยู่ห่างจากพวกเขาเพียงใด เหตุการณ์ดังกล่าวก็เกิดขึ้นกับพวกเขาอยู่เป็นระยะ เหตุการณ์แบบใด? พวกเขาคบหาดูใจใครบางคน หรือต้องการใกล้ชิดใครบางคนอยู่เสมอ หรือเกิดความรู้สึกชอบพอใครบางคน หรือหมายตาใครบางคน และอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน พวกเขาไม่สามารถดำเนินชีวิตอย่างเป็นปกติและทำหน้าที่ของตนได้ตามปกติ เพราะตกอยู่ในอิทธิพลของความอยากที่เปี่ยมไปด้วยตัณหาตลอดเวลา กล่าวคือ ในสถานการณ์ทั่วไปซึ่งผู้คนปกติจะไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นเหล่านั้น แต่พวกเขากลับข้องเกี่ยวอยู่เป็นประจำ ไม่จำเป็นต้องมีสภาพการณ์พิเศษหรือจำเป็นต้องให้ใครสร้างโอกาสให้พวกเขา เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ไม่ว่าผลที่ตามมาจะเป็นเช่นใด กลุ่มคนหรือใครคนใดคนหนึ่งต้องจ่ายราคาให้เสมอ พวกเขาจ่ายราคาอย่างไรบ้าง? การปฏิบัติหน้าที่ของพวกเขาได้รับผลกระทบ งานของคริสตจักรล่าช้าและถูกขัดขวาง คนหนุ่มสาวบางคนว้าวุ่นใจและตกอยู่ในการทดลอง รวมทั้งหมดความสนใจในการเชื่อในพระเจ้าและการทำหน้าที่ของตน บางคนก็ถึงขนาดสูญเสียหน้าที่หรือละทิ้งหน้าที่ของตนไปเลย ผู้คนที่ประพฤติผิดศีลธรรมทางเพศนั้นสร้างปัญหาอย่างยิ่ง มีสมาชิกที่เป็นเพศตรงข้ามมารุมล้อมพวกเขาในทุกๆ ที่ ใกล้ชิดพวกเขา หว่านเสน่ห์ และถึงกับพูดจาหยอกเย้ากัน แม้จะยังไม่มีปัญหาร้ายแรงที่เป็นสาระสำคัญเกิดขึ้น แต่พวกเขากลับก่อกวนสภาวะที่เป็นปกติของประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรรอย่างรุนแรงระหว่างที่คนเหล่านั้นทำหน้าที่ของตน ไม่ว่าพวกเขาไปที่ใด พวกเขาก็นำความเดือดร้อนและการรบกวนมาสู่ผู้อื่น สู่งาน และสู่คริสตจักร โดยถึงกับล่อลวงสมาชิกที่เป็นเพศตรงข้ามที่ตนรู้สึกว่าดึงดูดใจในทุกโอกาส และสานสัมพันธ์กับคนเหล่านั้น นี่คือการก่อความรำคาญมากเกินไป เมื่อพวกเขาหลงรักใครสักคน คนคนนั้นย่อมประสบกับความโชคร้าย ไม่สามารถเชื่อในพระเจ้าหรือทำหน้าที่ของตนอย่างเป็นปกติได้อีกต่อไป ผลที่ตามมานั้นเกินกว่าจะคิดฝัน คนคนนั้นไม่สามารถอยู่ได้โดยขาดการติดต่อหรือไม่ได้พบเจอคนที่ล่อลวงตน และในขณะที่พวกเขายุ่งกับการทำหน้าที่ของตน พวกเขาก็ไม่สามารถแต่งงานหรือลงหลักปักฐานได้ และความสัมพันธ์ดังกล่าวก็ยังคงตัดไม่ขาด สุดท้ายแล้วจะเกิดอะไรขึ้น? พวกเขาเริ่มทนทุกข์อย่างแสนสาหัส ด้วยความเจ็บปวดอย่างยิ่ง! หากพวกเขาสู้ทนจนถูกลงโทษในความวิบัติ ทุกอย่างก็จบสิ้นสำหรับพวกเขา ความหวังที่จะได้รับการช่วยให้รอดของพวกเขาย่อมพังทลายลง บางคนก้าวล่วงครั้งหนึ่งและไม่กลับใจเมื่อถูกตัดแต่ง แต่กลับก้าวล่วงเป็นครั้งที่สองหรือกระทั่งเป็นครั้งที่สาม มีความสัมพันธ์กับคนสามหรือสี่คนในระยะเวลาสองปีหรือสามปี ซึ่งทำให้เกิดการก่อกวนประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรรและชีวิตคริสตจักร รวมทั้งทำให้ประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรรรังเกียจพวกเขา เรื่องนี้ย่อมทิ้งรอยด่างไว้กับพวกเขาซึ่งพวกเขาต้องเสียใจไปตลอดชีวิต
บางคนมีสมาชิกที่เป็นเพศตรงข้ามมาติดพันอยู่เสมอราวกับแมลงวันที่ตอมอยู่รอบตัว เพราะพวกเขาค่อนข้างหน้าตาดี มีความสง่างาม มีพรสวรรค์และความสามารถพิเศษในระดับหนึ่ง หรือได้รับผิดชอบงานสำคัญบางอย่าง บางคนคอยนำอาหารมาให้ บางคนปูที่หลับที่นอนให้ บางคนซักผ้าให้ บางคนซื้ออาหารเสริมกับเครื่องสำอางและมอบของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้ เป็นต้น พวกเขาต้อนรับทุกคนที่มาหา โดยรู้อยู่แก่ใจว่าพฤติกรรมดังกล่าวของคนเหล่านี้ไม่เหมาะสมแต่ก็ไม่เคยปฏิเสธ กลับล่อลวงสมาชิกที่เป็นเพศตรงข้ามหลายคนในเวลาเดียวกัน ผู้คนเหล่านั้นต่างแย่งชิงกันเองเพื่อจะได้มีโอกาสรับใช้พวกเขา แข่งขันกันจนกลายเป็นอิจฉากันเอง ในขณะที่คนมักมากในกามกลับเพลิดเพลินกับความรู้สึกเช่นนี้ โดยเชื่อว่าตนเองมีเสน่ห์อย่างยิ่ง ในความเป็นจริง ผู้ใหญ่ย่อมเข้าใจเรื่องของชายหญิงเป็นอย่างดี กระทั่งเยาวชนบางคนก็ยังเข้าใจเรื่องเหล่านี้ มีแต่คนเขลา คนที่บกพร่องทางสติปัญญา หรือป่วยทางจิตเท่านั้นที่ไม่เข้าใจเรื่องดังกล่าว เหตุใดคนเหล่านี้จึงแข่งขันกันอย่างดุเดือดเพื่อรับใช้และเอาใจสมาชิกที่เป็นเพศตรงข้าม? นี่เป็นความต้องการล่อลวงทั้งสิ้นใช่หรือไม่? ไม่จำเป็นต้องพูดออกมาตรงๆ ทุกคนก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เป็นสิ่งที่ผู้คนตระหนักดี เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างชัดเจน ทว่าคนคนนั้นไม่ปฏิเสธ แต่กลับยอมรับอย่างเงียบๆ—แบบนี้เรียกว่าอะไร? นั่นเรียกว่าการหว่านเสน่ห์ เขารู้ว่านี่คือการล่อลวงระหว่างชายหญิง แต่ความตื่นเต้นที่เกิดจากการสนองความอยากที่เปี่ยมไปด้วยตัณหาของเนื้อหนังทำให้เขาไม่ต้องการปฏิเสธ เขารู้สึกว่าความรู้สึกนี้คือความสุขสำราญอย่างหนึ่ง ความสุขสำราญที่ดียิ่งกว่าอาหารโอชะใดๆ ในโลกเสียอีก ดังนั้นเขาจึงไม่ปฏิเสธ เมื่อคนคนนั้นไม่ปฏิเสธ พวกที่ล่อลวงก็ยิ่งมีความสุข คิดว่าตนเป็นผู้ที่คนคนนั้นชอบ และเพลิดเพลินกับสถานการณ์นั้นอยู่ในใจ แล้วคนคนนั้นก็คิดว่าตราบใดที่ไม่เกิดความสัมพันธ์อันลึกซึ้งขึ้น ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรง การประพฤติผิดศีลธรรมทางเพศในหมู่ผู้ไม่มีความเชื่อนั้นแย่กว่านี้มาก อย่างมากที่สุดนี่ถือเป็นการล่อลวง เหมือนกับการคบหาดูใจกันปกติ แต่การคบหาดูใจกันสมควรเป็นเช่นนี้หรือ? วันนี้กับคนหนึ่ง พรุ่งนี้กับอีกคนหนึ่ง วนเวียนอยู่กับการคบหาดูใจและล่อลวงใครก็ได้โดยไม่ยั้งคิด ไม่ว่าจะไปที่ใด ผู้คนที่มักมากในกามเช่นนั้นก็ให้ความสำคัญกับการปลดปล่อยความอยากในกำหนัดของตน อวดตัว และทำการล่อลวง ยิ่งล่อลวงผู้คนมากเท่าใด พวกเขาก็ยิ่งมีความสุขมากเท่านั้น สุดท้ายจะเกิดอะไรขึ้น? หลังจากโอ้อวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า พี่น้องชายหญิงบางคนก็แยกแยะพฤติกรรมของพวกเขาและร่วมกันเขียนจดหมายถึงผู้นำระดับสูงขึ้นไป การสอบสวนพิสูจน์ว่าคำกล่าวอ้างของพี่น้องชายหญิงเป็นจริง แล้วคนที่มักมากในกามก็ถูกชำระออกจากคริสตจักร เห็นหรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น? เส้นทางแห่งการเชื่อในพระเจ้าของพวกเขาย่อมจบลงเพียงเท่านั้นมิใช่หรือ? จุดจบของพวกเขาถูกเผยให้เห็นแล้ว การกระทำและพฤติกรรมของพวกเขาซึ่งผู้คนพบว่าเกินทนนั้น ยิ่งน่าชิงชังสำหรับพระเจ้าด้วยซ้ำไป พฤติกรรมที่ผู้คนเหล่านี้แสดงออกไม่ได้แสดงถึงความสัมพันธ์ที่ถูกควรระหว่างผู้คน และไม่ได้สะท้อนความต้องการของมนุษย์ที่ปกติ การกระทำของพวกเขาสามารถอธิบายได้ด้วยคำพูดคำเดียวว่า “การประพฤติผิดศีลธรรมทางเพศ” ความมักมากในกามหมายถึงอะไร? หมายถึงการมีความสัมพันธ์กับเพศตรงข้ามโดยไม่ยั้งคิด ล่อลวงผู้อื่นตามอำเภอใจอย่างไร้ความรับผิดชอบ ยั่วยวนและคุกคามสมาชิกที่เป็นเพศตรงข้าม นี่เป็นการเล่นกับตัณหา และเป็นการทำเช่นนั้นโดยไม่คำนึงถึงราคาที่ต้องจ่ายและผลที่ตามมา หากท้ายที่สุดมีใครบางคนติดเบ็ดและมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับพวกเขา พวกเขากลับไม่ยอมรับและกล่าวว่า “ฉันแค่ล้อเล่น คุณคิดจริงจังหรือนี่? ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นเลย คุณคิดมากเกินไป” นี่คือมารที่กำลังทดลองผู้คนอยู่ไม่ใช่หรือ? หลังจากทดลองคนคนหนึ่ง เขาก็มองหาเป้าหมายต่อไป เพื่อล่อลวงคนอื่นๆ เขาช่างน่ารังเกียจและเลวร้ายเหลือเกิน! หลังจากล่อลวงใครบางคนแล้ว เขาก็ปฏิเสธที่จะยอมรับ หากใครบางคนถูกคนเช่นนี้ชักพาให้หลงผิดและเข้าไปพัวพันด้วย ย่อมน่าขยะแขยงไม่ใช่หรือ? (ใช่) ผู้คนที่ล่อลวงผู้อื่นโดยไม่ยั้งคิดนั้นน่าเกลียดใช่หรือไม่? (ใช่) พระนิเวศของพระเจ้าได้กล่าวไว้ตั้งแต่เริ่มแรกว่า หากคนคนหนึ่งถึงวัยที่จะแต่งงานและเป็นผู้ใหญ่ พระนิเวศของพระเจ้าก็ไม่ต่อต้านการคบหาดูใจที่เป็นปกติของพวกเขา หรือต่อต้านการแต่งงานและการใช้ชีวิตร่วมกันในหนทางปกติ พระนิเวศของพระเจ้าอนุญาตและให้เสรีภาพแก่พวกเขาในการทำเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม มีเงื่อนไขหลายประการคือ ไม่อนุญาตให้ประพฤติผิดศีลธรรมทางเพศ ไม่อนุญาตให้ล่อลวงและหว่านเสน่ห์โดยไม่ยั้งคิด และไม่อนุญาตให้คุกคามเพศตรงข้ามตามอำเภอใจ พระนิเวศของพระเจ้าไม่จำกัดการคบหาดูใจ แต่ไม่อนุญาตให้มีการล่อลวงโดยไม่ยั้งคิด การล่อลวงโดยไม่ยั้งคิดหมายความว่าอย่างไร? หมายถึงการคุกคามสมาชิกที่เป็นเพศตรงข้ามคนใดก็ตาม และหลังจากทำเช่นนั้นแล้วก็ไม่ยอมรับว่าตนทำ ผู้คนที่พวกเขาคุกคามก็ไม่ใช่รักแท้ของพวกเขา พวกเขาไม่มีเจตนาที่จะมีความสัมพันธ์ในระยะยาวหรือเจตนาที่จะแต่งงาน แต่ปรารถนาเพียงล่อลวง เล่นสนุกกับอีกฝ่าย หาความสำราญจากอีกฝ่าย เสาะหาความตื่นเต้น มีความสัมพันธ์กับคู่รักหลายๆ คน ทำตัวเป็นคนเจ้าชู้—นี่เรียกว่าความมักมากในกาม ในคริสตจักร ไม่อนุญาตให้มีการมักมากในกาม และหากเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ก็ควรจัดการคนที่เกี่ยวข้องตามหลักธรรมของการคัดคนออก แน่นอนว่า ในฝ่ายข่าวประเสริฐ ไม่อนุญาตให้เกิดสภาพการณ์เช่นนั้นกับคนที่ประกาศข่าวประเสริฐ ไม่ว่าพวกเขามาจากคริสตจักรที่ปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลาหรือมาจากคริสตจักรทั่วไป หากใครสักคนใช้การประกาศข่าวประเสริฐเป็นข้ออ้างเพื่อล่อลวงผู้อื่นโดยไม่ยั้งคิด เลือกที่จะร่วมมือแต่เพียงกับสมาชิกที่เป็นเพศตรงข้าม หรือประกาศข่าวประเสริฐให้กับสมาชิกที่เป็นเพศตรงข้ามเท่านั้น แล้วถือโอกาสนี้สร้างความสัมพันธ์ที่ไม่ถูกควร นี่ย่อมเป็นการขัดขวางและก่อกวนพระราชกิจข่าวประเสริฐของพระเจ้า ผู้นำและคนทำงานต้องชำระผู้คนเหล่านั้นออกไปในทันที
เพื่อที่จะหาสมาชิกที่เป็นเพศตรงข้ามและประพฤติผิดศีลธรรมทางเพศ บางคนไม่คำนึงถึงอายุและไม่มีขีดจำกัดเรื่องอายุ พวกเขาเพียงพยายามที่จะล่อลวงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่ละอายเลยแม้แต่น้อย บางคนไม่เพียงสนองความอยากที่เปี่ยมไปด้วยตัณหาของเนื้อหนังของตนในการล่อลวงสมาชิกที่เป็นเพศตรงข้ามเท่านั้น—พวกเขายังถึงกับจะเรียกร้องให้อีกฝ่ายออกค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตของตน ซื้อสิ่งต่างๆ ให้ เป็นต้น หากพวกเจ้าพบคนแบบนั้นหรือใครบางคนรายงานเหตุการณ์ดังกล่าว ก็ควรจัดการกับพวกเขาในทันที วิธีเดียวที่จะแก้ปัญหาได้ก็คือคัดคนเหล่านี้ออกไปเสีย คัดออกอย่างถาวร นี่เป็นเพราะผู้คนที่มีประเด็นปัญหาเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่ปัญหาชั่วคราวอย่างแน่นอน โดยเฉพาะพวกที่แต่งงานแล้ว—ถึงแม้จะมีคู่ครองอยู่ที่บ้าน พวกเขาก็ยังคงมุ่งเป้าไปที่เพศตรงข้ามภายใต้ข้ออ้างของการประกาศข่าวประเสริฐ พวกเขามองหาคนแบบไหนก็ได้ ไม่ว่ารวยหรือจน และหากพวกเขาพบใครบางคนที่พวกเขาชอบ พวกเขาอาจถึงกับหนีตามกันไป โดยไม่ประกาศข่าวประเสริฐอีกเลยด้วยซ้ำ—กล่าวคือ ไม่เชื่อในพระเจ้าอีกต่อไป หากพบตัวผู้คนดังกล่าวได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก็ควรคัดออกจากกลุ่มผู้ประกาศข่าวประเสริฐเป็นการถาวรและโดยเร็ว ไม่ให้โอกาสพวกเขาอีก และไม่จำเป็นต้องเฝ้าสังเกตอีกต่อไป เจ้าเข้าใจหรือไม่? บางคนกล่าวว่า “สำหรับบางคน ชีวิตเป็นเรื่องยาก ถ้าพวกเขาล่อลวงเพศตรงข้ามบางคนเพื่อสร้างครอบครัว และอีกฝ่ายก็สามารถเชื่อในพระเจ้าและเกื้อหนุนพวกเขาได้ นั่นย่อมจะเป็นสถานการณ์ที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ไม่ใช่หรือ?” เราบอกเจ้าเลยว่าจำเป็นต้องคัดคนเช่นนั้นออกให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ พวกเขาไม่ได้ทำเช่นนั้นเพื่อสร้างชีวิตครอบครัวแต่อย่างใด แต่เพื่อประพฤติผิดศีลธรรมทางเพศ เหตุใดเราจึงมั่นใจนัก? หากพวกเขาไม่ใช่คนจำพวกที่ประพฤติผิดศีลธรรมทางเพศ เช่นนั้นหลังจากมาเชื่อในพระเจ้าแล้ว แน่นอนว่าพวกเขาย่อมจะไม่ทำพฤติกรรมเช่นนั้นต่อ และมองว่าเป็นพฤติกรรมน่ารังเกียจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าพวกเขาแต่งงานแล้ว กระแสนิยมต่างๆ ทั่วทั้งโลกในทุกวันนี้ล้วนประพฤติผิดศีลธรรมทางเพศและเลว ผู้คนลุ่มหลงในตัณหาและแข่งขันกันว่าใครจะล่อลวงสมาชิกที่เป็นเพศตรงข้ามได้มากกว่ากันโดยไม่จำเป็นต้องมีการยับยั้งชั่งใจใดๆ เพราะสังคมนี้และมวลมนุษย์เหล่านี้ไม่กล่าวโทษหรือเหยียดหยันการกระทำเหล่านี้ ดังนั้น ผู้คนจึงคิดว่าหากพวกเขาสามารถหาเงินได้จากการประพฤติผิดศีลธรรมทางเพศและขายเนื้อหนังของตน นั่นย่อมเป็นเครื่องหมายของทักษะหรือความสามารถ พวกเขามองว่านั่นเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ อย่างไรก็ตาม หลังจากมาเชื่อในพระเจ้าแล้ว ทัศนะที่ผู้คนมีต่อเรื่องเหล่านี้ย่อมเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง พวกเขาพบหนทางที่ถูกต้องที่จะปฏิบัติต่อความอยากทางตัณหาของเนื้อหนัง ซึ่งสิ่งแรกและสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการยับยั้งชั่งใจ คนเราสามารถฝึกการยับยั้งชั่งใจได้อย่างไร? ผู้คนจำเป็นต้องรู้จักอายและมีสำนึกของความละอาย นั่นคือสิ่งที่เรียกว่าความเป็นมนุษย์ที่ปกติ ทุกคนมีความอยากที่เปี่ยมไปด้วยตัณหา แต่ผู้คนจำเป็นต้องรู้จักยับยั้งชั่งใจตนเอง มีสำนึกแห่งความละอาย ต่อให้พวกเขามีความคิดในทำนองนี้อยู่บ้าง พวกเขาก็ควรยับยั้งชั่งใจตนเองเพราะพวกเขาเชื่อในพระเจ้า รวมทั้งมีมโนธรรมและสำนึก พวกเขาต้องไม่ทำตามความคิดที่ไม่ถูกไม่ควรในความรู้สึกนึกคิดของตนเป็นอันขาด และยิ่งไม่ควรลุ่มหลงในความคิดเหล่านั้น พวกเขาควรแสวงหาความจริงเพื่อแก้ไขประเด็นปัญหาเหล่านี้ ต่อให้พวกเขาเป็นผู้เชื่อใหม่ที่ไม่เข้าใจความจริงก็ตาม พวกเขาก็ยังควรประเมินวัดตนเองตามมาตรฐานขั้นพื้นฐานที่สุดของศีลธรรมมนุษย์ หากเจ้าขาดแม้กระทั่งการยับยั้งชั่งใจในระดับนี้ เช่นนั้นเจ้าก็ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ที่ปกติ รวมทั้งมโนธรรมและสำนึกของความเป็นมนุษย์ที่ปกติ สัตว์ทุกชนิดล้วนทำตามสัญชาตญาณและกฎเกณฑ์ในแง่มุมนี้ ไม่ทำอะไรโดยไม่ยั้งคิด ในฐานะมนุษย์ ผู้คนยิ่งไม่ควรมีแนวโน้มที่จะปฏิบัติตนโดยไม่ยั้งคิด และควรมีความยับยั้งชั่งใจมากกว่าเสียด้วยซ้ำ หากเจ้าขาดแม้แต่ความยับยั้งชั่งใจและการควบคุมตนเองในระดับนี้ แล้วเจ้าหวังที่จะแสวงหาและปฏิบัติความจริงได้อย่างไร? หากเจ้าไม่สามารถแม้แต่จะแก้ไขตัณหาอันเลวร้ายของตนเอง แล้วเจ้าจะแก้ไขอุปนิสัยอันเสื่อมทรามของตนได้อย่างไร? และยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะแก้ไขธรรมชาติของเจ้าที่ต่อต้านและทรยศพระเจ้าไม่ใช่หรือ? (ใช่) หากเจ้าไม่สามารถแม้แต่จะจัดการกับความอยากที่เปี่ยมไปด้วยตัณหาของเนื้อหนัง แล้วเจ้าหวังที่จะแก้ไขอุปนิสัยอันเสื่อมทรามของตนได้อย่างไร? จงอย่าแม้แต่จะคิดถึงเรื่องนี้ เจ้าจะไม่สามารถสัมฤทธิ์การนั้นได้
บางคนมองหาโอกาสที่จะคบหาดูใจในระหว่างประกาศข่าวประเสริฐอยู่เสมอ และเหตุการณ์เช่นนั้นก็เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ พวกที่มีสัมพันธ์ฉันชู้สาวเป็นนิสัย พลางละเลยงานที่ถูกควรของตน ได้ถูกคัดออกและจัดการไปแล้ว ส่วนคนที่กระทำผิดเป็นครั้งคราวก็ได้รับการตักเตือน เมื่อบุคคลที่มีอุปนิสัยอันเลวร้ายเหล่านี้พบสภาพการณ์ที่เหมาะสมและพบเจอใครบางคนที่พวกเขาถือว่าเป็นคนรัก พวกเขาก็ตกอยู่ในการทดลอง ดังนั้น เจตนาที่จะได้รับพรจากการเชื่อในพระเจ้าของพวกเขาจึงหายไปท่ามกลางตัณหาอันเลวร้ายของตน ทันทีที่พวกเขาเข้าสู่ความสัมพันธ์ฉันชู้สาว พวกเขาก็ละเลยสิ่งอื่นๆ ทั้งหมด ถึงขนาดละทิ้งเจตนาที่จะได้รับพรของตน และไล่ตามไขว่คว้าเพียงความสุขของเนื้อหนัง หลังจากการก้าวล่วงครั้งหรือสองครั้ง พวกเขาอาจรู้สึกกล่าวโทษตนเองและทุกข์ใจอยู่บ้าง แต่หลังจากสามหรือสี่ครั้ง นั่นก็กลายเป็นความมักมากในกาม ทันทีที่ความมักมากในกามหยั่งรากลง พวกเขาย่อมไม่รู้สึกถึงการกล่าวโทษตนเองหรือความทุกข์ใจอีกต่อไปเพราะชั้นของความละอายซึ่งเป็นขั้นต่ำสุดในความเป็นมนุษย์ของคนเราได้ถูกฝ่าฝืนไปแล้ว พวกเขาไม่ถือว่าความมักมากในกามเป็นเรื่องน่าละอายอีกต่อไป จึงยังคงทำเช่นนั้นต่อไป ผู้ที่ยังคงมีส่วนร่วมในความมักมากในกามได้คือผู้ที่ลุ่มหลงในความอยากที่เปี่ยมไปด้วยตัณหาของตน โดยไม่แสดงการยับยั้งชั่งใจใดๆ บุคคลเช่นนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในคริสตจักร และต้องถูกชำระออกไป จงอย่าตามใจพวกเขา หรือหาข้ออ้างใดๆ เพื่อเก็บพวกเขาไว้ พระนิเวศของพระเจ้าไม่ขาดผู้คนที่จะประกาศข่าวประเสริฐ และไม่จำเป็นต้องให้คนมักมากในกามเหล่านี้มาเติมเต็มที่ว่าง เพราะนี่เป็นการสร้างความเสื่อมเสียแก่พระนามของพระเจ้าอย่างร้ายแรง เพราะฉะนั้น หากมีใครสักคนรายงานหรือหากเจ้าค้นพบด้วยตัวเองว่ามีบุคคลเช่นนั้นอยู่ในฝ่ายประกาศข่าวประเสริฐ เจ้าควรรู้ว่าจะทำอย่างไร หากผู้เชื่อใหม่บางคนมีประเด็นปัญหานี้ เช่นนั้นพวกเจ้าก็ควรสามัคคีธรรมความจริงเกี่ยวกับประเด็นนี้เสียก่อน เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าอะไรคือหลักธรรมและท่าทีที่คริสตจักรมีต่อผู้ที่กระทำการอันเป็นความมักมากในกาม อย่างน้อยที่สุด พวกเขาก็ควรได้รับการตักเตือนในเบื้องต้นเพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาตกอยู่ในความมักมากในกามและไม่ให้ใช้การประกาศข่าวประเสริฐเป็นโอกาสในการทำพฤติกรรมเช่นนั้น แล้วสุดท้ายก็ตำหนิผู้ที่ดูแลรับผิดชอบหรือผู้นำและคนทำงานว่าไม่สามัคคีธรรมหลักธรรมความจริงที่เกี่ยวข้องเสียก่อน เพราะฉะนั้น ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น ก่อนที่คนบางคนจะตระหนักถึงท่าทีของพระนิเวศของพระเจ้าต่อบุคคลและเรื่องราวดังกล่าว เมื่อผู้คนไม่กระจ่างในประเด็นปัญหาเหล่านี้ ผู้นำและคนทำงานก็ต้องสามัคคีธรรมถึงหลักธรรมเหล่านี้กับพวกเขาอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมาเพื่อให้พวกเขารู้ว่าเรื่องเหล่านี้มีธรรมชาติและพฤติกรรมเช่นใด และพระนิเวศของพระเจ้ามีท่าทีอย่างไรต่อเรื่องราวและบุคคลดังกล่าว หลังจากที่สามัคคีธรรมถึงหลักธรรมเหล่านี้ครบถ้วนแล้ว หากพวกเขายังคงยึดติดกับครรลองของตนเองและยืนกรานในหนทางของตนแม้จะรู้หลักธรรมเหล่านี้แล้วก็ตาม เช่นนั้นก็ต้องจัดการเอาพวกเขาออกไปเสีย ต้องคัดออก หากบุคคลเช่นนั้นปรากฏตัวในคริสตจักร โดยมักจะก่อให้เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ด้วยการล่อลวงผู้อื่นหรือมักจะก่อการคุกคามสมาชิกที่เป็นเพศตรงข้ามอยู่บ่อยครั้ง พวกเขาย่อมมีปัญหาอย่างแน่นอน ต่อให้ไม่เคยเกิดปัญหาใหญ่โตขึ้นมา ผู้นำและคนทำงานก็ควรตักเตือนและจัดการคนเหล่านี้ หรือย้ายพวกเขาออกจากสถานที่ที่ผู้คนทำหน้าที่ของตน ในกรณีที่ร้ายแรง พวกเขาควรถูกคัดออกทันที นี่คือบทสรุปการสามัคคีธรรมของพวกเราถึงการสำแดงความเป็นมนุษย์ของผู้คนในประเภทที่เจ็ด
18 ธันวาคม ค.ศ. 2021
ปี 2026 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ