หน้าที่รับผิดชอบของผู้นำและคนทำงาน (11) ตอนที่สี่

เมื่อเป็นเรื่องของงานจัดสรรวัสดุสิ่งของสารพันแห่งพระนิเวศของพระเจ้า พวกผู้นำเทียมเท็จไม่สามารถทำงานนี้ไปตามหลักธรรมที่พระนิเวศของพระเจ้ากำหนดได้เลย ทั้งพวกเขายังปล่อยให้ความรู้สึก ความชอบ และความอยากได้อยากมีส่วนตน ตลอดจนความเข้าใจส่วนตัวของตนเข้ามาปะปนในงานนี้ด้วย พวกเขาสร้างความไม่เป็นระเบียบและความยุ่งเหยิงสับสนให้กับงานนี้โดยไม่มีหลักธรรมให้พูดถึงเลย ดังนั้น ขณะที่ผู้นำเทียมเท็จบริหารจัดการวัสดุสิ่งสารพันแห่งพระนิเวศของพระเจ้า สิ่งของทั้งหลายจึงเกิดความเสียหายสิ้นเปลืองอย่างไร้เหตุผล หรือสูญหายและมีจำนวนคลาดเคลื่อนบ่อยครั้งในสภาวการณ์ไม่มีใครรู้เลยว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น สิ่งของอื่นก็ถูกคนนำไปใช้ส่วนตัวโดยไม่มีการลงทะเบียนหรือรายงานเรื่องนี้ พวกผู้นำเทียมเท็จไม่สามารถบริหารงานธุรการที่เรียบง่ายเช่นนี้ได้ด้วยซ้ำ พวกเขาทำให้งานนี้ยุ่งเหยิง แต่กลับยังคงรู้สึกสบายใจโดยคิดว่าตนเองได้ทำงานไปมากมาย พวกผู้นำเทียมเท็จไม่เคยทำการตรวจสอบ การบำรุงรักษา และการทะนุบำรุงวัสดุสิ่งของสารพันแห่งพระนิเวศของพระเจ้าแบบสม่ำเสมอ ในหัวใจของพวกเขาไม่สนใจใยดีสิ่งของเหล่านี้แม้แต่น้อย สมมุติเจ้าถามพวกเขาว่า “มีใครดูแลเรื่องการบำรุงรักษาและทะนุบำรุงอุปกรณ์เหล่านี้หรือไม่? เคยเกิดกรณีสิ้นเปลืองในการจัดหาอะไหล่เพื่อซ่อมแซมอุปกรณ์เหล่านี้หรือไม่? หรือกรณีที่ใครบางคนใช้จ่ายเกินจำเป็นและถูกโกงเงินไปบ้างหรือไม่? มีใครบ้างไหมที่ถูกให้มารับผิดชอบหลังเกิดเหตุการณ์เหล่านั้น? มีใครโดนปรับหรือได้รับคำเตือนบ้างหรือไม่?” พวกผู้นำเทียมเท็จจะไม่รู้และไม่ใส่ใจเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้เลย การซื้อสิ่งของสำหรับพระนิเวศของพระเจ้าได้ใช้จ่ายเงินไปโดยไม่สมควรหรือไม่ มีใครได้รับมอบหมายให้บริหารจัดการสิ่งของเหล่านั้นหลังจากที่ซื้อมาหรือไม่ สิ่งของที่ซื้อมาเหมาะสมและสามารถนำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ และหากไม่ได้ สิ่งของเหล่านั้นถูกส่งคืนหรือเปลี่ยนทันกำหนดเวลาหรือไม่—พวกเขาไม่รู้เรื่องใดในนี้เลย พวกเขาโง่เง่าเช่นนั้น—พวกเขาไม่รู้อะไรทั้งสิ้น ผู้นำเทียมเท็จคิดอยู่แต่ว่าจะประกาศคำสอนในการชุมนุมอย่างไรให้ผู้คนนับถือตน เมื่อเป็นเรื่องเฉพาะเกี่ยวกับการบริหารจัดการสิ่งของ พวกเขาก็ไร้ความสามารถในการทำงาน ทั้งยังไม่มีท่าทีใดต่อเรื่องนี้ พวกเขาไม่รู้ว่านี่เป็นงานที่ตนควรทำ และไม่รู้ด้วยว่าจะทำอย่างไร พวกผู้นำเทียมเท็จมองว่าสิ่งของแห่งพระนิเวศของพระเจ้าเป็นของทุกคน ดังนั้นใครประสงค์จะใช้สิ่งใดก็ย่อมทำได้ และใครจำเป็นต้องใช้อะไรก็เอาไปได้เลย หรือยื่นคำขอสิ่งนั้นได้จากผู้ที่อยู่ในตำแหน่งบน—นั่นเป็นสิทธิ์ของทุกคน และสิ่งของของพระนิเวศของพระเจ้าก็ไม่ควรอยู่ภายใต้การบริหารจัดการหรือการควบคุมของบุคคลใด ดังนั้นหากใครจะทำอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งพังหรือสูญหาย พวกเขาก็ไม่สนใจ และหากใครจะยื่นเรื่องขอซื้อบางสิ่ง พวกเขาก็ไม่สนใจว่าสิ่งนั้นราคาแพงหรือราคาถูกเช่นกัน ที่จริงแล้วพระนิเวศของพระเจ้ามีกฎเกณฑ์สำหรับเรื่องเหล่านี้ ตราบที่ผู้นำและคนทำงานลุล่วงความรับผิดชอบของตนและดำเนินการตรวจสอบอย่างถูกควรไปตามหลักธรรมแห่งพระนิเวศของพระเจ้า ก็ย่อมหลีกเลี่ยงการสูญเสียและการสิ้นเปลืองดังกล่าวทั้งหมดได้ กระนั้นพวกผู้นำเทียมเท็จกลับไม่ทำแม้แต่งานอันเรียบง่ายที่สุดนี้ที่อาจป้องกันการสูญเสียได้ พวกเขากำลังกินอาหารของพระนิเวศของพระเจ้าอยู่โดยไม่ทำสิ่งใดตอบแทนเลยไม่ใช่หรือ? พวกเขาไม่ใช่มาเกาะกินหรอกหรือ? นี่เป็นพฤติกรรมเฉพาะของ “ความเทียมเท็จ” ของพวกผู้นำเทียมเท็จไม่ใช่หรือ? พวกเจ้าจะรับมืออย่างไรหากเผชิญหน้ากับผู้นำแบบนั้น? (โดยการปลดพวกเขาออก) แค่ปลดออกเองหรือ? เจ้าจำเป็นต้องให้บทเรียนแก่พวกเขาบ้างไม่ใช่หรือ? “อุปกรณ์นั่นวางอยู่ตรงนั้นแล้วเกิดเปียกชื้นขึ้นมา และไม่มีใครตรวจสภาพมันมาหลายวันแล้ว ดูไม่ออกว่าระบบไฟฟ้ายังทำงานหรือเปล่า หรือพวกหนูแทะสายไฟไปแล้ว ทำไมคุณจึงไม่เป็นห่วงสิ่งของพวกนี้? คอมพิวเตอร์ที่ฉันใช้ก็พังและจำเป็นต้องซ่อมแซม ถ้าไม่ซ่อมก็จะทำให้งานล่าช้า แต่ว่าฉันก็ได้ยื่นคำขอกับคุณไปหลายครั้งแล้ว—ทำไมคุณถึงไม่เคยใส่ใจ? คุณเอาแต่วิ่งวุ่นไม่ลืมหูลืมตาอยู่กับอะไรทั้งวันเหมือนหนูติดจั่น? พอผู้นำอย่างคุณได้รับความไว้วางใจให้ทำงาน คุณก็ทำให้งานทุกอย่างล่าช้า และอุปกรณ์กับวัสดุสิ่งของทั้งหมดก็พังพินาศในมือคุณ คุณไม่ดูแลหรือบริหารจัดการสิ่งของสารพัดของพระนิเวศของพระเจ้า คุณไม่เหมาะที่จะเป็นผู้นำ—รีบลงจากตำแหน่งเสียเถิด!” การอบรมพวกเขาแบบนี้ใช้ได้หรือไม่? (ได้) คนที่กล้าอบรมผู้นำและคนทำงานต้องมีคุณสมบัติอะไร? ก่อนอื่นเลยพวกเขาต้องมีความกล้าหาญและมีสำนึกถึงความยุติธรรม บางคนอาจพูดว่า “ฉันคงไม่กล้าอบรมผู้นำและคนทำงานหรอก พวกเขาเป็นนายทหาร ฉันเป็นแค่พลทหาร ตำแหน่งของฉันต่ำกว่าพวกเขามากมาย พวกเขามีความจริงและประกาศคำเทศนาได้ ฉันไม่เก่งอะไรเลยและไม่อยู่ในฐานะที่จะอบรมพวกเขา” นี่เป็นตรรกะของคนเส็งเคร็งไม่ใช่หรือ? (ใช่) แล้วเช่นนั้นพวกเจ้าจะอบรมผู้นำประเภทนี้ว่าอย่างไร? “ถ้าคุณทำงานนี้ได้ก็พยายามทำให้ดีที่สุดและทำไปตามหลักธรรมแห่งพระนิเวศของพระเจ้าก็แล้วกัน ไม่ว่าคุณจัดแจงให้พวกเราทำอะไร พวกเราก็จะเชื่อฟัง แต่ถ้าคุณไม่พยายามทำงานนี้ให้ดีที่สุด ถ้าคุณไม่ทำงานนี้ไปตามหลักธรรมแห่งพระนิเวศของพระเจ้า พวกเราก็จะไม่มีวันฟังคุณ! นอกจากนั้น ถ้าคุณไม่ทำงานจริงอะไร พวกเราก็มีสิทธิ์ถอดคุณจากตำแหน่งและเอาตัวคุณออกไป! ถ้าคุณอยากทำร้ายใครก็ทำร้ายตัวเองไปเถิด—อย่าพยายามทำร้ายพวกเราทุกคน” พวกเจ้ากล้าอบรมพวกเขาแบบนี้หรือไม่? (กล้า) ตอนนี้เจ้าพูดแบบนี้ แต่พอถึงเวลาต้องทำ เจ้าจะกล้าจริงหรือ? โดยทั่วไปแล้ว สำหรับสิ่งที่เกี่ยวข้องกับหลักธรรมความจริงและเรื่องสำคัญๆ เจ้าไม่กล้าพูดออกไปตามสบาย เพราะเกรงว่าการพูดจาที่ขาดความเข้าใจเชิงลึกและขาดความชัดเจนอาจหมายถึงการที่เจ้าแค่กำลังตัดสินผู้นำและคนทำงาน อีกทั้งเป็นการก่อกวน แต่เจ้าก็ควรสามารถมีความเข้าใจเชิงลึกในเรื่องการบริหารจัดการวัสดุสิ่งของ เจ้าควรเรียนรู้ที่จะใช้วิจารณญาณในเรื่องนี้และรู้ซึ้งถึงหลักธรรมที่เกี่ยวกับเรื่องนี้

มีผู้ชายคนหนึ่งซึ่งรับผิดชอบเรื่องเสื้อผ้าในฝ่ายผลิตภาพยนตร์ เขามีการกระทำที่ไม่เคารพกฎเกณฑ์และแอบยักยอกสิ่งของในพระนิเวศของพระเจ้าอยู่เสมอ พอออกจากฝ่ายผลิตภาพยนตร์ไป เขาก็เอาของบางอย่างไปด้วย และการตรวจสอบบัญชีในเวลาต่อมาก็แสดงให้เห็นว่าเงินจำนวนมากที่เขารับไปนั้นไม่ถูกต้องลงตัว ยิ่งไปกว่านั้นถึงแม้ไม่ได้ทำงานแล้ว แต่เขาก็มีเงินและได้ซื้อสิ่งของที่มีระดับอย่างมากมายอีกด้วย ผู้คนมากมายประจบประแจงเขาขณะที่เขาอยู่ในฝ่ายผลิตภาพยนตร์ และคนพวกนั้นล้วนต้องการตีสนิทกับเขา เพื่อที่เวลาตนเองต้องการเสื้อผ้าก็แค่ต้องเอ่ยขอแล้วเขาก็จะให้ หากใครไม่สนิทกับเขา เขาก็จะไม่ให้เสื้อผ้าแก่คนเหล่านั้นตามที่ควรได้ด้วยซ้ำ นี่คือปัญหาอะไร? นี่คือปัญหาของบุคลากรฝ่ายบริหารจัดการ ส่วนหนึ่งก็คือเขายักยอกสิ่งของเหล่านี้เสียเอง อีกส่วนก็คือเขาไม่ได้จัดสรรสิ่งของแห่งพระนิเวศของพระเจ้าไปตามหลักธรรม แต่กลับทำไปตามความรู้สึกส่วนตน เจตจำนงส่วนตน และสัมพันธภาพส่วนตัว โดยหลักธรรมนั้น คนคนนี้ควรถูกชำระออกไปแล้ว นี่เป็นปัญหาที่เห็นได้อย่างชัดเจน ผู้นำเทียมเท็จไม่เพียงไม่ได้ทำเช่นนั้น แต่ยังถือว่าคนคนนี้เป็นคนดีและจัดแจงให้เขาไปทำหน้าที่อีกแห่ง นี่ไม่ใช่กำลังทำความผิดพลาดซ้ำเติมหรอกหรือ? เจ้าคิดว่างานนี้ถูกทำไปอย่างไร? ตรงตามหลักธรรมหรือไม่? ผู้นำคนนี้ได้ลุล่วงความรับผิดชอบที่ผู้นำและคนทำงานพึงทำหรือไม่? (ไม่) ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ผู้นำคนนี้สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ใดได้บ้างจากการจัดการกับคนคนนี้ในหนทางนี้—แค่ตัดสินจากวิธีที่เขารับมือกับเรื่องนี้ ธรรมชาติของเรื่องนี้คืออะไร? นั่นก็คือการเป็นเกราะกำบังให้คนชั่วตามความรู้สึก และไม่จัดการกับเขาไปตามหลักธรรมแห่งพระนิเวศของพระเจ้า ดังนั้นเมื่อเชื่อมโยงเรื่องนั้นเข้ากับความรับผิดชอบประการที่สิบของผู้นำและคนทำงาน ผู้นำและคนทำงานจำพวกนี้ปฏิบัติผิดพลาดอย่างไรต่อวัสดุสิ่งของแห่งพระนิเวศของพระเจ้า? ผู้นำคนนี้ได้ลุล่วงความรับผิดชอบของตนหรือไม่? พวกเขาได้รับมือกับเรื่องนี้ไปบนพื้นฐานของการปกป้องสิ่งของแห่งพระนิเวศของพระเจ้าหรือไม่? แน่นอนว่าไม่ พวกเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งของแห่งพระนิเวศของพระเจ้า ถึงกับหลับหูหลับตาปล่อยให้สิ่งของเหล่านี้ถูกทำลายหรือถูกคนชั่วเอาไปตามอำเภอใจ หากสิ่งของของตนเองถูกทำให้เสียหายหรือถูกคนอื่นเอาไปครอบครอง พวกเขาจะรับมือแบบนั้นหรือไม่? ไม่—เช่นนั้นพวกเขาจะครุ่นคิดถึงการแก้แค้นและการเอาคืน แล้วเหตุใดพวกเขาจึงไม่ได้จัดการกับสิ่งของแห่งพระนิเวศของพระเจ้าไปแบบนั้น? พวกเขาถึงกับพูดว่า “ให้เขาเอาไปได้สักสองสามอย่างถ้าเขาชอบ—เขาไม่เอามากหรอก ถ้าเขาชอบ เขาก็พอจะยักยอกสิ่งของพวกนี้ได้บ้าง—ใครเล่าที่ไม่อยากทำแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย? ของจำนวนเล็กน้อยที่เขายักยอกไปนั้นสำคัญหรือไร? ไม่ใช่ว่าคนอื่นจะได้น้อยลงเสียหน่อย” นี่เป็นท่าทีประเภทใด? นี่ใช่ท่าทีที่ผู้นำและคนทำงานควรมีต่อสิ่งของแห่งพระนิเวศของพระเจ้าหรือ? (ไม่ใช่) พวกเขากำลังแว้งกัดมือที่ป้อนอาหารตนไม่ใช่หรือ? และสุดท้ายแล้วพวกเขาให้ตรรกะว่าอย่างไร? “ปล่อยให้เขายักยอกสิ่งของเหล่านั้นไปเถิด—พวกเราไม่จำเป็นต้องคิดบัญชีพวกนี้กับเขาหรอก เงินทุนและสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ พวกนั้นมีมูลค่าเท่าไรกันเชียว? ศัตรูของพระคริสต์ยักยอกเกินกว่านั้นมากนัก การที่เขายักยอกสิ่งของเหล่านั้นเป็นเรื่องระหว่างเขากับพระเจ้า—เป็นเรื่องของเขาว่าจะรายงานเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าว่าอย่างไรเมื่อถึงเวลา นั่นไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเราเลย” หลังจากที่ได้ยินผู้นำพูดสิ่งเช่นนั้น เจ้ามีความคิดและความรู้สึกอย่างไร? ใครก็ตามที่มีสำนึกในความยุติธรรม มีความตระหนักในมโนธรรมสักเล็กน้อยย่อมน้ำตาตกในเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ และต่อให้เป็นแค่ผู้ติดตามธรรมดา พวกเขาก็จะรู้สึกหัวใจสลายและผิดหวัง หากพวกเขาเป็นผู้นำหรือคนทำงานก็ยิ่งแล้วใหญ่! ผู้นำเทียมเท็จประเภทนี้เพลิดเพลินกับพระคุณและการคุ้มครองของพระเจ้า รวมทั้งความจริงของพระองค์มากมายยิ่งนัก แต่ก็ยังคงมีท่าทีเลือดเย็นแบบนี้กับสิ่งของแห่งพระนิเวศของพระองค์ พวกเขามีความเป็นมนุษย์หรือไม่? พวกเขาเหมาะที่จะเป็นผู้นำหรือคนทำงานหรือไม่? (ไม่เหมาะ) ครั้นคนเช่นนั้นถูกปลดไป พวกเขามีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำหรือคนทำงานในภายหน้าหรือไม่? (ไม่—พวกเขามีความเป็นมนุษย์ที่แย่) ความเป็นมนุษย์ที่แย่ของพวกเขาสำแดงออกมาอย่างไร? (โดยการที่พวกเขาไม่ค้ำจุนผลประโยชน์แห่งพระนิเวศของพระเจ้า) อะไรคือการกระทำที่เฉพาะเจาะจงของการที่พวกเขาไม่ค้ำจุนผลประโยชน์แห่งพระนิเวศของพระเจ้า? แก่นแท้ของพฤติกรรมจำเพาะนี้คืออะไร? ผู้คนแบบนี้ไม่มีความตั้งใจที่ดีและมีบุคลิกลักษณะที่ต่ำทราม พวกเขาพูดจาค่อนข้างน่าฟัง แต่กลับไม่ทำสิ่งใดจริง ผู้คนเช่นนั้นต้องไม่เป็นผู้นำหรือคนทำงานโดยเด็ดขาด พวกที่ไม่มีความตั้งใจที่ดีไม่ใช่ผู้ที่รักความจริง แต่ตั้งใจหาผลประโยชน์ใส่ตัว พวกที่ไม่มีความตั้งใจที่ดีนั้นไม่มีความคำนึงถึงประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรรอย่างสิ้นเชิง และแน่นอนที่สุดว่าพวกเขาไม่ค้ำจุนงานแห่งพระนิเวศของพระเจ้าหรือผลประโยชน์แห่งพระนิเวศของพระเจ้าเลย

สิ่งพื้นฐานอันดับแรกที่ผู้นำและคนทำงานต้องทำคือคอยเฝ้าระวังวัสดุสิ่งของสารพันแห่งพระนิเวศของพระเจ้าอย่างถูกควร ดำเนินการตรวจสอบและคอยคุ้มกันให้พระนิเวศของพระเจ้าอย่างถูกควร ไม่ปล่อยให้สิ่งของใดเสียหาย สิ้นเปลือง หรือถูกคนชั่วนำไปครอบครอง นี่เป็นขั้นต่ำสุดที่พวกเขาควรทำ ทันทีที่เจ้าได้รับเลือกให้เป็นผู้นำหรือคนทำงาน พระนิเวศของพระเจ้าก็คำนึงถึงเจ้าในฐานะผู้ดูแลแห่งพระนิเวศ เจ้าอยู่ในระดับบริหาร และชิ้นงานที่เจ้าแบกอยู่บนบ่านั้นหนักกว่าของผู้อื่น เจ้าแบกความรับผิดชอบอันใหญ่หลวง นั่นคือเหตุผลที่ทุกท่าทีของเจ้า ทุกการกระทำของเจ้า ทุกแผนการที่เจ้าใช้รับมือกับประเด็นปัญหา และทุกวิธีการที่เจ้าใช้แก้ไขปัญหาล้วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์แห่งพระนิเวศของพระเจ้า หากเจ้าไม่แม้แต่จะคำนึงถึงผลประโยชน์แห่งพระนิเวศของพระเจ้าหรือเก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ เจ้าก็ไม่เหมาะที่จะเป็นผู้ดูแลแห่งพระนิเวศของพระองค์ นี่เป็นคนจำพวกใด? เหตุใดพวกเขาจึงไม่เหมาะที่จะเป็นผู้ดูแลแห่งพระนิเวศของพระเจ้า? ในหมู่ผู้นำเทียมเท็จ มีบางคนที่ไม่ใช่แค่มีขีดความสามารถที่แย่—แต่ปัญหาหลักคือพวกเขาไม่รับภาระ พวกเขาไม่รู้วิธีทำงาน แต่พวกเขาก็ไม่แสวงหาความจริง อีกทั้งพวกเขาก็ไม่มีความสามารถที่จะลุล่วงความรับผิดชอบขั้นต่ำสุดที่ผู้ดูแลคนหนึ่งควรทำได้ด้วยซ้ำ พวกเขาไม่มีมโนธรรมและสำนึก นี่เป็นเพราะพวกเขาไม่มีความตั้งใจที่ดี พวกเขามีลักษณะนิสัยต่ำทราม รวมทั้งเห็นแก่ตัวและต่ำช้า พวกเขาไม่ค้ำจุนงานของคริสตจักรเลย แต่กลับมักสร้างความเสียหายและทรยศต่อผลประโยชน์ของคริสตจักร ประจบสอพลอผู้คนและค้ำจุนสัมพันธภาพระหว่างตนเองกับผู้อื่นในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลประโยชน์ของคริสตจักร พวกเขาเปิดโอกาสให้วัสดุสิ่งของแห่งพระนิเวศของพระเจ้าเสียหาย สิ้นเปลือง สูญหาย หรือแม้แต่ถูกคนชั่วนำไปครอบครอง และพวกเขาไม่ใส่ใจในเรื่องนี้ หรืออย่างน้อยที่สุดก็รู้สึกผิดหรือเป็นหนี้ในเรื่องนี้เลย ดังนั้นในเรื่องของการเลือกตั้งผู้นำและคนทำงาน เมื่อมองเรื่องนี้จากมุมมองของความเป็นมนุษย์ อะไรคือสิ่งพื้นฐานที่สุดที่พวกเขาควรมี? พวกเขาต้องมีมโนธรรมและมีสำนึกแห่งความเที่ยงธรรม และควรมีแรงจูงใจที่ถูกควร ความเป็นมนุษย์ของพวกเขาต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานก่อน ไม่ว่าพวกเขามีความสามารถในการทำงานมากเพียงใด หรือมีขีดความสามารถระดับใด ผู้คนจำพวกนั้นย่อมจะได้ตามมาตรฐานของการเป็นผู้พิทักษ์หากพวกเขาทำหน้าที่ในฐานะผู้กำกับดูแล อย่างน้อยที่สุดพวกเขาก็จะสามารถค้ำจุนผลประโยชน์แห่งพระนิเวศของพระเจ้าและผลประโยชน์ร่วมของเหล่าพี่น้องชายหญิงได้ พวกเขาจะไม่ทรยศต่อผลประโยชน์ของเหล่าพี่น้องชายหญิงและของพระนิเวศของพระเจ้าอย่างแน่นอนที่สุด เมื่อผลประโยชน์ของเหล่าพี่น้องชายหญิงและของพระนิเวศของพระเจ้าทำท่าว่าจะเกิดอันตรายหรือเกิดความเสียหาย พวกเขาจะคิดเตรียมการไว้แล้วล่วงหน้า และจะเป็นคนแรกที่ก้าวออกมาพิทักษ์รักษาสิ่งเหล่านั้น ต่อให้การทำเช่นนั้นจะส่งผลต่อความปลอดภัยของตนเอง หรือพึงให้พวกเขาต้องจ่ายราคาหรือทนทุกข์ ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ผู้คนซึ่งมีมโนธรรมและมีเหตุผลสามารถทำได้ ผู้นำและคนทำงานเทียมเท็จบางคนรีบหาที่หลบให้ตนเองปลอดภัยเมื่อเผชิญกับสภาพการณ์ที่อันตราย แต่ทว่าสำหรับสิ่งของสำคัญแห่งพระนิเวศของพระเจ้า—หนังสือพระวจนะของพระเจ้า โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และอื่นๆ—พวกเขาทั้งไม่ใส่ใจและไม่ไถ่ถามถึงสิ่งเหล่านั้น หากกังวลว่าการที่ตนถูกจับกุมจะส่งผลต่อภาพรวมของงานของคริสตจักรอย่างไร พวกเขาอาจส่งคนอื่นมารับมือกับเรื่องเหล่านี้ก็ได้—กระนั้นผู้นำเทียมเท็จเหล่านี้กลับหลบซ่อนให้ตนเองปลอดภัยเท่านั้น พวกเขาตื่นกลัวแทบขาดใจ และเพื่อให้แน่ใจว่าตนเองจะปลอดภัย พวกเขาจึงไม่ทำในสิ่งที่ตนสามารถทำได้ ดังนั้นจึงมีหลายเหตุการณ์ที่การละเลย การไม่ดำเนินการ และความไม่รับผิดชอบของผู้นำเทียมเท็จเป็นเหตุให้วัสดุสิ่งของสารพันแห่งพระนิเวศของพระเจ้าและของถวายสำหรับพระเจ้าถูกพญานาคใหญ่สีแดงปล้นชิงเอาไปในยามที่เกิดสถานการณ์อันตราย อันนำไปสู่การสูญเสียร้ายแรง ตอนที่เพิ่งเกิดสถานการณ์เหล่านั้นขึ้นในคริสตจักร ความคิดแวบแรกของผู้นำและคนทำงานควรเป็นเรื่องของการเก็บอุปกรณ์และวัสดุสิ่งของแห่งพระนิเวศของพระเจ้าไว้ในสถานที่ที่เหมาะสม การส่งมอบสิ่งของเหล่านั้นให้กับผู้ที่เหมาะสมเพื่อการบริหารจัดการ ต้องไม่เปิดโอกาสให้พญานาคใหญ่สีแดงเอาไปโดยเด็ดขาด แต่พวกผู้นำเทียมเท็จไม่เคยมีเรื่องเช่นนั้นอยู่ในจิตใจ พวกเขาไม่เคยวางผลประโยชน์แห่งพระนิเวศของพระเจ้าเป็นที่หนึ่ง แต่กลับวางความปลอดภัยของตนเป็นที่หนึ่งแทน บ่อยครั้งที่ความล้มเหลวของผู้นำเทียมเท็จในการทำงานจริงเป็นเหตุให้สิ่งของสำคัญสารพัดแห่งพระนิเวศของพระเจ้าประสบกับการสูญเสียหรือความเสียหาย นี่เป็นการปล่อยปละละเลยที่ร้ายแรงต่อความรับผิดชอบในส่วนของผู้นำเทียมเท็จไม่ใช่หรือ? (ใช่)

เมื่อกล่าวถึงความรับผิดชอบของผู้นำและคนทำงานประการที่สิบ พฤติกรรมหลักของผู้นำเทียมเท็จที่พวกเรากำลังเปิดโปงกันอยู่คืออะไร? ท่าทีที่พวกผู้นำเทียมเท็จมีต่อวัสดุสิ่งของแห่งพระนิเวศของพระเจ้าคือความไม่แยแสและความไม่คำนึงถึง พวกเขาไม่ทำไปตามหลักธรรม แต่กลับจัดสรรสิ่งของเหล่านั้นไปตามจินตนาการและความชอบส่วนตัวอย่างส่งเดช ขณะที่พวกเขากำลังบริหารจัดการสิ่งของทั้งหลายอยู่นั้น บ่อยครั้งที่เกิดความเสียหายและความสิ้นเปลืองกับสิ่งของแห่งพระนิเวศของพระเจ้าไม่มากก็น้อย ทำให้เกิดความสูญเสียต่องานแห่งพระนิเวศของพระเจ้า นี่คือพฤติกรรมหลักของพวกผู้นำเทียมเท็จ ผู้นำเทียมเท็จไม่สามารถรับมือกับงานซึ่งเป็นกิจธุระทั่วไปอันเรียบง่ายที่สุดชิ้นนี้เพียงชิ้นเดียวได้ด้วยซ้ำ พวกเขาไม่สามารถแม้แต่จะทำงานนั้น หรือทำงานนั้นให้ดีได้ด้วยซ้ำ—แล้วพวกเขาทำอะไรได้? ก็คือว่าเมื่อเจ้าเห็นผู้คนเช่นนั้นรับบทบาทเป็นผู้นำ พวกเจ้าอาจตรวจสอบและกำกับดูแลงานของพวกเขา หากพวกเขาทำให้งานซึ่งเป็นกิจธุระทั่วไปอันเรียบง่ายที่สุดชิ้นเดียวนี้ยุ่งเหยิง ไม่ทำแม้แต่สิ่งที่ตนเองทำได้ และไม่หาคนที่เหมาะสมมาทำงานนี้เมื่อตนเองไม่มีเวลา เช่นนั้นผู้นำแบบนั้นก็ต้องถูกเอาตัวออกไปและปลดออกจากตำแหน่งในทันที พระนิเวศของพระเจ้าจะไม่มีวันใช้พวกเขา แบบนี้สมควรหรือไม่? (สมควร) เหตุใดจึงสมควร? คนที่ไม่มีความตั้งใจที่ดี มีความเข้าใจที่บิดเบือน และเพียงกระทำไปตามความรู้สึกและความทะเยอทะยานกับความอยากได้อยากมีอันเห็นแก่ตัวและต่ำช้าของตนนั้นไว้วางใจไม่ได้ คนที่ไว้วางใจไม่ได้สามารถทำสิ่งใดให้ดีได้หรือ? หน้าที่ใดหรือที่พวกเขาสามารถทำได้ดี? พวกเขาสามารถทำหน้าที่ด้วยความจงรักภักดีได้หรือไม่? (ไม่ได้)

โดยการสามัคคีธรรมถึงความรับผิดชอบประการที่สิบของผู้นำและคนทำงานในวันนี้ เราได้แจงให้เห็นหลักธรรมและมาตรฐานอีกประการที่ผู้นำและคนทำงานพึงต้องมีไปอย่างชัดเจนแล้วใช่หรือไม่? ในเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเรื่องขีดความสามารถ อีกทั้งไม่ใช่ปัญหาเรื่องความสามารถในการทำงาน แต่เป็นคำถามเรื่องความเป็นมนุษย์ จงสังเกตดูผู้คนที่กำลังรับใช้ในฐานะผู้นำและคนทำงาน หรือบรรดาผู้ที่คริสตจักรกำลังบ่มเพาะอยู่ และดูว่าในหมู่พวกเขามีใครที่มีความเป็นมนุษย์ที่แย่และไม่มีความตั้งใจที่ดี มีความเป็นมนุษย์เหมือนของผู้นำเทียมเท็จที่ถูกชำแหละในประการที่สิบบ้างหรือไม่ หากเจ้าเจอผู้นำและคนทำงานแบบนั้นจริงๆ เจ้าก็ควรปลดพวกเขาออก และต้องจำไว้ว่าห้ามเลือกตั้งผู้คนแบบนั้นมาเป็นผู้นำอย่างเด็ดขาด และห้ามบ่มเพาะผู้คนเช่นนั้นให้เป็นผู้นำและคนทำงานโดยสิ้นเชิง ถ้าบางคนไม่เข้าใจลักษณะความเป็นมนุษย์ของผู้คนเหล่านั้นและลงคะแนนเลือกพวกเขา จงรายงานพวกเขาทันที จงอย่าให้โอกาสพวกเขาในการเป็นผู้นำและคนทำงาน ผู้คนพวกนั้นไม่ได้มาเป็นผู้นำและคนทำงานเพื่อทำงานจริง แต่เพื่อทำลายงานของคริสตจักร หากพวกเขากลายเป็นผู้นำ วัสดุสิ่งของสารพันแห่งพระนิเวศของพระเจ้าก็มีแต่จะย่อยยับไปตามกัน พวกเจ้าเต็มใจมองเห็นผลสืบเนื่องเช่นนั้นหรือไม่? (ไม่เต็มใจ) ดังนั้นแล้ว เจ้าควรปฏิบัติต่อผู้คนเช่นนั้นอย่างไร? หากขณะนี้พวกเขากำลังรับใช้ในฐานะผู้นำ จงรายงานและปลดพวกเขาออกจากตำแหน่ง หากพวกเขาไม่ได้กำลังรับใช้ในฐานะผู้นำ หากพวกเขายังไม่ได้รับเลือก เช่นนั้นจงบอกทุกคนว่า “คนนี้ไม่ดี อย่าเลือกเขา สิ่งที่พวกคุณทำจะส่งผลเสียต่อคริสตจักร” และหากผู้คนถูกตบตาและถูกชักพาให้หลงผิดไปเลือกพวกเขา เจ้าก็ต้องแจ้งทุกคนทันทีว่า “วันนี้พวกเราได้ทำบางอย่างผิดไป พวกเราได้เลือกใครบางคนที่มีความเป็นมนุษย์ที่แย่ คนที่มีความตั้งใจที่ไม่ดีมาเป็นผู้นำของพวกเรา เมื่อพวกเราได้ทำแบบนี้ไปแล้ว ย่อมจะเกิดความสูญเสียและความเสียหายแก่ผลประโยชน์แห่งพระนิเวศของพระเจ้า พวกเราต้องปลดพวกเขาจากตำแหน่งทันทีเพื่อรักษาผลประโยชน์และสิ่งของสารพันของพระนิเวศของพระเจ้าไม่ให้ได้รับความเสียหาย พวกเราต้องไม่ปล่อยให้แผนการของพวกเขาประสบความสำเร็จ” ทำแบบนี้สมควรหรือไม่? (สมควร)

คนที่ได้รับเลือกเป็นผู้นำและคนทำงานต้องมีขีดความสามารถและความสามารถในการทำงาน บัดนี้ยังมีข้อกำหนดเรื่องลักษณะความเป็นมนุษย์ของพวกเขาอีกด้วย พวกเจ้าว่าอย่างไร นี่เป็นกรณีที่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ลุล่วงเกณฑ์กำหนดสำหรับการเป็นผู้นำและคนทำงานกระนั้นหรือ? ในบรรดาสามสิ่งนี้สิ่งใดหรือที่สำคัญยิ่งยวดที่สุด? (ความเป็นมนุษย์) และลำดับที่สองล่ะ? (ความสามารถในการทำงาน) หลังจากนั้นล่ะ? (การที่พวกเขามีขีดความสามารถหรือไม่) ลำดับนั่นถูกต้องแม่นยำพอดู เมื่อเจ้าเลือกผู้นำในอนาคต จงประเมินวัดพวกเขาตามลำดับนี้ บางคนพูดว่า “ลำดับนี้มีปัญหาอยู่ประการหนึ่ง สมมติว่าความเป็นมนุษย์สำคัญกว่าสิ่งอื่นใด และมีบางคนที่มีความเป็นมนุษย์ดีแต่มีขีดความสามารถแย่พอควร และหากพวกเขาได้รับเลือกเป็นผู้นำ พวกเขาย่อมจะไม่สามารถทำงานจริงใดได้—การพิจารณาเพียงความเป็นมนุษย์ของผู้คนเท่านั้นจะยังใช้ได้อยู่หรือ?” ความเป็นมนุษย์ของผู้คนมีความสำคัญที่สุด และเป็นสิ่งแรกที่เจ้าควรมอง แต่ไม่ใช่เพียงสิ่งเดียวที่ต้องคำนึงถึงยามที่กำลังเลือกผู้นำและคนทำงาน หากคนคนหนึ่งมีความเป็นมนุษย์ตามมาตรฐาน ก็ให้มองที่ความสามารถในการทำงานของพวกเขาเป็นลำดับถัดไป หากพวกเขาขาดความสามารถในการทำงานและทำงานจริงไม่ได้ เจ้าก็สามารถขอให้พวกเขารับงานที่ไม่ยากเข็ญเกินความสามารถของพวกเขา หากพวกเขามีความเป็นมนุษย์ที่ดีและสามารถแบกรับงานนั้นได้ ทั้งยังพยายามที่สุดที่จะทำให้ดี อีกทั้งพวกเขาก็เป็นคนที่ไว้ใจได้ และพระนิเวศของพระเจ้าก็ใช้พวกเขาได้อย่างวางใจ และพวกเขาสร้างความจำเริญใจ มีน้ำใจ รวมทั้งมีประโยชน์ต่อพี่น้องชายหญิงส่วนใหญ่ เช่นนั้นพวกเขาก็ได้ตามมาตรฐาน หากพวกเขามีขีดความสามารถที่แย่และขาดความสามารถในการทำงาน หรือหากพวกเขามีความสามารถแค่พอใช้ในด้านการทำงาน จงให้เขาปฏิบัติงานเรียบง่ายบางอย่างหรืองานเดียว หากพวกเขามีขีดความสามารถที่ดีและมีความสามารถอย่างมากในการทำงาน พวกเขาก็สามารถปฏิบัติงานสำคัญบางอย่างหรืองานที่แตกต่างกันได้หลายงาน แม้แต่การจัดการเตรียมการประเภทเหล่านี้ เจ้าก็ทำไม่ได้หรือ? หากพวกเขามีความเป็นมนุษย์ที่แย่และไม่มีความตั้งใจที่ดี เช่นนั้นไม่ว่าพวกเขามีความสามารถสูงเพียงใดในการทำงาน พวกเขาจะสามารถทำงานนั้นให้ดีได้หรือไม่? (ไม่ได้) หากพวกเขาบริหารจัดการบริษัทหนึ่งหรือพนักงานไม่กี่คน นั่นอาจจะไม่เป็นปัญหา—แต่ประเด็นปัญหาใดจะเกิดขึ้นหากพวกเขาถูกร้องขอให้บริหารจัดการวัสดุสิ่งของสารพันแห่งพระนิเวศของพระเจ้า? ประการแรก แน่นอนที่สุดว่าพวกเขาคงจะไม่บริหารจัดการสิ่งของเหล่านั้นหรือรับมือกับสิ่งต่างๆ ตามหลักธรรมที่พระนิเวศของพระเจ้ากำหนด พวกเขาไม่มีความตั้งใจที่ดี พวกเขาไม่รักความจริง และในหัวใจไม่มีสิ่งใดเลยนอกจากความเจ้าเล่ห์เพทุบาย ไม่มีสิ่งใดเลยนอกจากมุมมองและความคิดที่เลวทราม ดังนั้นแล้ว เมื่อไรก็ตามที่พวกเขากระทำการ พวกเขาก็ทำไปตามความชอบส่วนตัวของตนเอง และอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ของตัวเอง ไม่ใช่บนพื้นฐานของหลักธรรมความจริง ทั้งยังไม่ใช่บนพื้นฐานของความเป็นธรรม พวกเขาคำนึงว่าตนเองจำเป็นต้องสูญเสียหรือได้รับอะไรเท่านั้น และไม่นึกถึงหลักธรรมที่พระนิเวศของพระเจ้ากำหนดเลย—และด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงถูกลิขิตให้ล้มเหลวในการทำงานผู้นำและคนทำงาน การนี้พิจารณาตามสิ่งใด? ตามลักษณะความเป็นมนุษย์ของพวกเขา ไม่ได้พิจารณาตามความสามารถในการทำงานของพวกเขา และดังนั้น เมื่อชั่งน้ำหนักดูว่าใครบางคนสูงศักดิ์หรือต่ำต้อย และว่าพวกเขาทำได้ตรงตามมาตรฐานของพระนิเวศของพระเจ้าสำหรับการเลือกผู้นำและคนทำงานหรือไม่ ก่อนอื่นจงมองดูที่ความเป็นมนุษย์ของพวกเขา หากความเป็นมนุษย์ของพวกเขาเป็นที่ไว้วางใจได้และเป็นไปตามมาตรฐาน ถัดไปก็จงพิจารณาว่าพวกเขามีความสามารถในการทำงานและมีภาระหรือไม่ แล้วจึงค่อยพิจารณาแง่มุมอื่นๆ

นี่คือความรับผิดชอบประการที่สิบของผู้นำและคนทำงาน โดยประมาณแล้วนี่ก็คือสิ่งที่ถูกชำแหละในประการที่สิบของพฤติกรรมอันหลากหลายของพวกผู้นำเทียมเท็จ จากท่าทีและพฤติกรรมทั้งหลายที่พวกผู้นำเทียมเท็จปฏิบัติต่อวัสดุสิ่งของแห่งพระนิเวศของพระเจ้า เห็นได้ว่าพวกเขาส่วนใหญ่ขาดมโนธรรมและสำนึก มีความเป็นมนุษย์ที่แย่และไม่มีความรับผิดชอบ—เจ้าอาจพูดได้ว่าพวกเขามีความตั้งใจที่ไม่ดี ตอนนี้พวกเราก็มีหลักฐานอีกชิ้นที่สามารถใช้พิจารณาตัดสินว่าคนบางคนเป็นผู้นำเทียมเท็จได้แล้วไม่ใช่หรือ? ผู้นำเทียมเท็จบางคนไม่สามารถทำงานเพราะมีขีดความสามารถที่แย่ และเพราะพวกเขามืดบอด อีกทั้งไม่มีความรู้ความเข้าใจเชิงลึกในสิ่งทั้งหลาย บางคนไม่ลงมือทำงานจริงเพราะพวกเขาไม่มีความตั้งใจที่ดี และมีแต่เจตนาเพื่อประโยชน์ของตนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น—พวกเขาไม่ค้ำจุนผลประโยชน์แห่งพระนิเวศของพระเจ้า อีกทั้งไม่สนใจว่าประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรรจะอยู่หรือตาย ผู้นำเทียมเท็จทุกจำพวกต้องถูกปลดและกำจัดออกไปให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นได้ เพื่อป้องกันไม่ให้งานแห่งพระนิเวศของพระเจ้าล่าช้าและเกิดความเสียหายแก่ประชากรที่พระองค์ทรงเลือกสรร

1 พฤษภาคม ค.ศ. 2021

ปี 2026 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ

ติดต่อเราผ่าน Messenger