เหตุใดจึงกล่าวกันว่าคริสตจักรแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์เชื่อในพระเจ้าผู้ทรงจุติเป็นมนุษย์

ศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโลกสองศาสนา—ศาสนาคริสต์และศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก—ทั้งเชื่อในองค์พระเยซูเจ้าและยอมรับว่าพระองค์ทรงเป็นการจุติเป็นมนุษย์ของพระเจ้า จากภายนอก องค์พระเยซูเจ้าทรงปรากฏว่าเป็นบุตรมนุษย์ปกติธรรมดาคนหนึ่ง แต่พระองค์ทรงมีแก่นสารของพระเจ้า พระองค์ทรงแสดงความจริงและประทานหนทางแห่งการกลับใจแก่มนุษย์ ทรงถูกตรึงกางเขนเพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ ทรงปฏิบัติพระราชกิจแห่งการไถ่ ทรงสิ้นสุดยุคธรรมบัญญัติ และทรงเริ่มต้นยุคพระคุณ ด้วยการนั้นจึงเป็นการทำให้การเผยพระวจนะของพระเมสสิยาห์ในภาคพันธสัญญาเดิมลุล่วง องค์พระเยซูเจ้าทรงเป็นการจุติเป็นมนุษย์ของพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของมวลมนุษย์ บัดนี้ ในยุคสุดท้าย องค์พระเยซูเจ้าได้ทรงกลับมาแล้ว ในเนื้อหนัง ในฐานะพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ พระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ไม่ทรงแตกต่างจากองค์พระเยซูเจ้า กล่าวคือ จากภายนอก พระองค์ทรงปรากฏว่าเป็นบุตรมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่มีสภาวะความเป็นมนุษย์ปกติ แต่ที่มากกว่านั้น พระองค์ทรงครอบครองเทวสภาพอันครบบริบูรณ์ พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ได้ทรงแสดงความจริงทั้งหมดเพื่อชำระมนุษยชาติให้บริสุทธิ์และช่วยมนุษยชาติให้รอด ทรงปฏิบัติพระราชกิจแห่งการพิพากษาในยุคสุดท้าย ทรงสิ้นสุดยุคพระคุณ และทรงเริ่มต้นยุคแห่งราชอาณาจักร พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทรงเป็นการจุติเป็นมนุษย์ของพระเจ้า—พระเจ้าผู้ทรงชอบธรรมผู้ซึ่งพิพากษามวลมนุษย์

พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ตรัสว่า “‘การจุติเป็นมนุษย์’ คือการทรงปรากฏของพระเจ้าในเนื้อหนัง พระเจ้าทรงพระราชกิจท่ามกลางมวลมนุษย์ที่ถูกสร้างขึ้นในพระฉายาของเนื้อหนัง ดังนั้น เพื่อที่พระเจ้าจะทรงจุติเป็นมนุษย์ได้นั้น ประการแรกพระองค์ทรงต้องเป็นเนื้อหนังก่อน นั่นคือ เนื้อหนังที่มีสภาวะความเป็นมนุษย์ที่ปกติ นี่คือข้อกำหนดเบื้องต้นที่สำคัญที่สุด อันที่จริงแล้ว ความหมายโดยนัยของการจุติเป็นมนุษย์ของพระเจ้าก็คือว่า พระเจ้าทรงพระชนม์ชีพและทรงพระราชกิจในเนื้อหนัง คือว่าพระเจ้าในแก่นสารที่แท้จริงของพระองค์ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์ ทรงกลายเป็นมนุษย์” (“แก่นสารของเนื้อหนังที่พระเจ้าทรงประทับ” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์) “พระองค์ผู้ซึ่งเป็นพระเจ้าผู้ทรงจุติเป็นมนุษย์จะทรงมีแก่นแท้ของพระเจ้า และพระองค์ผู้ซึ่งเป็นพระเจ้าผู้ทรงจุติเป็นมนุษย์จะทรงมีการแสดงออกของพระเจ้า ในเมื่อพระเจ้าทรงบังเกิดเป็นมนุษย์ พระองค์จะทรงก่อเกิดพระราชกิจที่พระองค์ทรงตั้งพระทัยที่จะทำ และในเมื่อพระเจ้าทรงบังเกิดเป็นมนุษย์ พระองค์จะทรงแสดงออกถึงสิ่งที่พระองค์ทรงเป็น และจะทรงสามารถนำความจริงสู่มนุษย์ ประทานชีวิตให้เขาและชี้หนทางให้เขา เนื้อหนังที่ไม่มีแก่นแท้ของพระเจ้านั้นไม่ถือว่าเป็นพระเจ้าผู้ทรงจุติเป็นมนุษย์อย่างแน่นอน ในเรื่องนี้ไม่มีข้อสงสัยแต่อย่างใด” (คำนำของ พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์) จากพระวจนะของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ สามารถมองเห็นได้ว่าการจุติเป็นมนุษย์คือพระวิญญาณของพระเจ้าเสด็จมายังแผ่นดินโลก ทรงสวมใส่เนื้อหนังเป็นบุคคลธรรมดาคนหนึ่ง พระองค์ทรงมีสภาวะความเป็นมนุษย์ปกติ แต่ก็ทรงมีเทวสภาพอันครบบริบูรณ์ด้วยเช่นกัน จากภายนอก พระคริสต์ทรงดูธรรมดาและปกติ แต่พระองค์ทรงมีแก่นสารของพระเจ้าของพระองค์และทรงสามารถแสดงพระอุปนิสัยของพระเจ้าและสิ่งที่พระเจ้าทรงมีและทรงเป็น ที่มากกว่านั้น พระองค์ทรงสามารถแสดงความจริงเพื่อทรงพระราชกิจแห่งการชำระมนุษยชาติให้บริสุทธิ์และช่วยมนุษยชาติให้รอด และนี่ไม่ใช่บางสิ่งบางอย่างที่แค่ใครก็ตามสามารถสัมฤทธิ์ได้ การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทำให้การเผยพระวจนะในพระคัมภีร์เกี่ยวกับการทรงกลับมาขององค์พระเยซูเจ้าลุล่วงอย่างครบบริบูรณ์ กล่าวคือ “เพราะว่าฟ้าแลบจากทิศตะวันออกส่องไปจนถึงทิศตะวันตกอย่างไร การเสด็จมาของบุตรมนุษย์ก็จะเป็นอย่างนั้น” (มัทธิว 24:27). “เพราะเหตุนี้พวกท่านจงเตรียมพร้อม เพราะในเวลาที่ท่านไม่คิดไม่ฝันนั้น บุตรมนุษย์จะเสด็จมา” (มัทธิว 24:44). “นี่แน่ะ เราจะมาในเร็วๆ นี้ และจะนำบำเหน็จของเรามาด้วย เพื่อตอบแทนตามการกระทำของแต่ละคน” (วิวรณ์ 22:12). “เพราะถึงเวลาแล้ว ที่การพิพากษาจะเริ่มต้นที่ครอบครัวของพระเจ้า” (1 เปโตร 4:17). พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทรงเป็นบุตรมนุษย์ตามที่มีการกล่าวคำเผยพระวจนะในพระคัมภีร์ กล่าวคือ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงจุติเป็นมนุษย์ ผู้ได้ทรงแสดงความจริงทั้งหมดเพื่อชำระมวลมนุษย์ให้บริสุทธิ์และช่วยมวลมนุษย์ให้รอด และปฏิบัติพระราชกิจแห่งการพิพากษาของพระองค์ โดยเริ่มต้นในพระนิเวศของพระเจ้า ส่วนใหญ่ของถ้อยดำรัสเหล่านี้รวบรวมไว้ในหนังสือที่ชื่อ พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์ พระวจนะที่ทรงแสดงออกโดยพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์เผยความจริงและความล้ำลึกทั้งหมดของแผนการบริหารจัดการหกพันปีของพระเจ้าสำหรับความรอดของมนุษย์ จุดประสงค์ของสามช่วงระยะของพระราชกิจของพระองค์ ความล้ำลึกของการจุติเป็นมนุษย์ของพระองค์ วิธีที่ซาตานทำให้มวลมนุษย์เสื่อมทราม วิธีที่ในตอนนั้นพระเจ้าทรงชำระมนุษย์ให้บริสุทธิ์ ทรงช่วยมนุษย์ให้รอด และทรงทำให้มนุษย์เพียบพร้อม บั้นปลายทั้งหลายในอนาคตของผู้คน และอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดเป็นการยืนยันอย่างถ้วนทั่วว่าพระคริสต์ทรงเป็นความจริง หนทาง และชีวิต และว่ามีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่สามารถแสดงความจริงและเปิดเผยความล้ำลึกทั้งหลายได้ พวกมนุษย์ไม่มีความจริง นับประสาอะไรที่พวกเขาจะสามารถปฏิบัติงานแห่งการช่วยมวลมนุษย์ให้รอดได้ ความจริงทั้งหมดที่แสดงออกโดยพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทำให้เป็นที่ประจักษ์ชัดแก่พวกเราว่า พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทรงเป็นการจุติเป็นมนุษย์ของพระเจ้า และว่าพระองค์ทรงเป็นการทรงปรากฏของพระคริสต์ในยุคสุดท้าย

กว่าสองพันปีมาแล้ว เมื่อองค์พระเยซูเจ้าผู้ทรงจุติเป็นมนุษย์ได้ทรงปรากฏและปฏิบัติพระราชกิจของพระองค์ พระองค์ทรงถูกกล่าวโทษว่าเป็นมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น—ว่าเป็นบุตรของช่างไม้คนหนึ่ง—โดยบรรดาหัวหน้าปุโรหิต คณาจารย์ และพวกฟาริสีแห่งศาสนายิว (อ้างอิงถึงมัทธิว 13:55) อย่างไรก็ตาม สองพันปีต่อมา ข่าวประเสริฐขององค์พระเยซูเจ้าได้เผยแผ่ไปโดยตลอดทั่วทั้งจักรวาลและไปยังที่สุดปลายแผ่นดินโลก การจุติเป็นมนุษย์ครั้งที่สองของพระเจ้าบัดนี้ได้ปรากฏแล้วและกำลังปฏิบัติพระราชกิจของพระองค์ และบรรดาบรรดาศิษยาภิบาลและผู้อาวุโสแห่งโลกศาสนากล่าวโทษพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์อย่างป่าเถื่อนว่าเป็นมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ขบวนประชาชนได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ และผู้คนจำนวนมาก จากทุกศาสนาและทุกนิกาย ผู้ซึ่งเชื่ออย่างจริงใจในองค์พระผู้เป็นเจ้าและถวิลหาให้พระเจ้าทรงปรากฏและทรงพระราชกิจ ได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ภายในพระวจนะของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ พวกเขาได้ยืนยันว่าพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์แท้จริงแล้วทรงเป็นองค์พระเยซูเจ้าผู้ได้ทรงหวนคืน และพวกเขาได้กลับมาเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าทีละคน ทั้งหมดที่มีจุดกำเนิดจากพระเจ้าจะเจริญรุ่งเรือง ในแค่ช่วงยี่สิบปีอันสั้น ข่าวประเสริฐแห่งยุคสุดท้ายของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ได้เผยแผ่ไปโดยตลอดทั่วทั้งประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ และบัดนี้กำลังแผ่ขยายไปยังชนชาติทั้งหมดและสถานที่ทั้งหมดของแผ่นดินโลก ผู้คนในจำนวนที่มากขึ้นเรื่อยๆ กำลังหวนคืนสู่พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ การนี้ตัดสินโดยสิทธิอำนาจและฤทธานุภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของพระองค์ และที่มากกว่านั้น เป็นร่างสถิตของความทรงมหิทธิฤทธิ์และพระปรีชาญาณของพระเจ้า ข้อเท็จจริงเหล่านี้เป็นข้อพิสูจน์ที่เพียงพอว่า พระวจนะของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์คือความจริง หนทาง และชีวิต พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทรงเป็นพระคริสต์ผู้ทรงจุติเป็นมนุษย์ และพระองค์ทรงเป็นการทรงปรากฏของพระผู้ช่วยให้รอดในยุคสุดท้าย การนี้ไม่สามารถโต้แย้งได้!

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง