เหตุใดจึงกล่าวกันว่าคริสตจักรแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์เชื่อในพระเจ้าผู้ทรงจุติเป็นมนุษย์

วันที่ 17 เดือน 05 ปี 2020

ศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโลกสองศาสนา—ศาสนาคริสต์และศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก—ทั้งเชื่อในองค์พระเยซูเจ้าและยอมรับว่าพระองค์ทรงเป็นการจุติเป็นมนุษย์ของพระเจ้า  จากภายนอก องค์พระเยซูเจ้าทรงปรากฏว่าเป็นบุตรมนุษย์ปกติธรรมดาคนหนึ่ง แต่พระองค์ทรงมีแก่นสารของพระเจ้า พระองค์ทรงแสดงความจริงและประทานหนทางแห่งการกลับใจแก่มนุษย์ ทรงถูกตรึงกางเขนเพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ ทรงปฏิบัติพระราชกิจแห่งการไถ่ ทรงสิ้นสุดยุคธรรมบัญญัติ และทรงเริ่มต้นยุคพระคุณ ด้วยการนั้นจึงเป็นการทำให้การเผยพระวจนะของพระเมสสิยาห์ในภาคพันธสัญญาเดิมลุล่วง  องค์พระเยซูเจ้าทรงเป็นการจุติเป็นมนุษย์ของพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของมวลมนุษย์  บัดนี้ ในยุคสุดท้าย องค์พระเยซูเจ้าได้ทรงกลับมาแล้ว ในเนื้อหนัง ในฐานะพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ พระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย  พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ไม่ทรงแตกต่างจากองค์พระเยซูเจ้า กล่าวคือ  จากภายนอก พระองค์ทรงปรากฏว่าเป็นบุตรมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่มีสภาวะความเป็นมนุษย์ปกติ แต่ที่มากกว่านั้น พระองค์ทรงครอบครองเทวสภาพอันครบบริบูรณ์  พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ได้ทรงแสดงความจริงทั้งหมดเพื่อชำระมนุษยชาติให้บริสุทธิ์และช่วยมนุษยชาติให้รอด ทรงปฏิบัติพระราชกิจแห่งการพิพากษาในยุคสุดท้าย ทรงสิ้นสุดยุคพระคุณ และทรงเริ่มต้นยุคแห่งราชอาณาจักร  พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทรงเป็นการจุติเป็นมนุษย์ของพระเจ้า—พระเจ้าผู้ทรงชอบธรรมผู้ซึ่งพิพากษามวลมนุษย์

พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ตรัสว่า “‘การประสูติเป็นมนุษย์’ คือการทรงปรากฏของพระเจ้าในเนื้อหนัง  พระเจ้าทรงพระราชกิจในพระฉายาของเนื้อหนังท่ามกลางมวลมนุษย์ที่ทรงสร้าง  ดังนั้น เนื่องจากพระองค์คือพระเจ้าผู้ประสูติเป็นมนุษย์ ประการแรกพระองค์ต้องทรงเป็นเนื้อหนังก่อน เนื้อหนังที่มีสภาวะความเป็นมนุษย์ที่ปกติ นี่คือข้อกำหนดเบื้องต้นซึ่งเป็นพื้นฐานที่สุด  อันที่จริงแล้ว ความหมายโดยนัยของการประสูติเป็นมนุษย์ของพระเจ้าก็คือว่า พระเจ้าทรงพระชนม์ชีพและทรงพระราชกิจในเนื้อหนัง แก่นแท้ของพระองค์ทรงบังเกิดเป็นเนื้อหนัง ทรงบังเกิดเป็นบุคคล(พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, แก่นแท้ของเนื้อหนังที่พระเจ้าประทับ)  “บุคคลที่เป็นพระเจ้าผู้ทรงบังเกิดเป็นเนื้อหนังมีแก่นแท้ของพระเจ้าอยู่ และบุคคลที่เป็นพระเจ้าผู้ทรงบังเกิดเป็นเนื้อหนังนี้มีการแสดงออกของพระเจ้า  ในเมื่อพระเจ้าทรงบังเกิดเป็นเนื้อหนัง พระองค์ย่อมนำพระราชกิจที่พระองค์ตั้งพระทัยที่จะทำมาพร้อมกับพระองค์ด้วย และในเมื่อบุคคลผู้นี้คือพระเจ้าผู้ทรงบังเกิดเป็นเนื้อหนัง พระองค์ย่อมทรงแสดงออกซึ่งสิ่งที่พระองค์ทรงเป็น และสามารถนำความจริงมาให้มนุษย์ มอบชีวิตและชี้ทางให้แก่มนุษย์  แน่นอนว่าเนื้อหนังที่ไม่มีแก่นแท้ของพระเจ้าย่อมไม่ใช่พระเจ้าผู้ทรงบังเกิดเป็นเนื้อหนัง เรื่องนี้ไม่ต้องสงสัยเลย(พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, คำนำ)  จากพระวจนะของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ สามารถมองเห็นได้ว่าการจุติเป็นมนุษย์คือพระวิญญาณของพระเจ้าเสด็จมายังแผ่นดินโลก ทรงสวมใส่เนื้อหนังเป็นบุคคลธรรมดาคนหนึ่ง  พระองค์ทรงมีสภาวะความเป็นมนุษย์ปกติ แต่ก็ทรงมีเทวสภาพอันครบบริบูรณ์ด้วยเช่นกัน  จากภายนอก พระคริสต์ทรงดูธรรมดาและปกติ แต่พระองค์ทรงมีแก่นสารของพระเจ้าของพระองค์และทรงสามารถแสดงพระอุปนิสัยของพระเจ้าและสิ่งที่พระเจ้าทรงมีและทรงเป็น  ที่มากกว่านั้น พระองค์ทรงสามารถแสดงความจริงเพื่อทรงพระราชกิจแห่งการชำระมนุษยชาติให้บริสุทธิ์และช่วยมนุษยชาติให้รอด และนี่ไม่ใช่บางสิ่งบางอย่างที่แค่ใครก็ตามสามารถสัมฤทธิ์ได้  การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทำให้การเผยพระวจนะในพระคัมภีร์เกี่ยวกับการทรงกลับมาขององค์พระเยซูเจ้าลุล่วงอย่างครบบริบูรณ์ กล่าวคือ “เพราะว่าฟ้าแลบจากทิศตะวันออกส่องไปจนถึงทิศตะวันตกอย่างไร การเสด็จมาของบุตรมนุษย์ก็จะเป็นอย่างนั้น(มัทธิว 24:27)  “เพราะเหตุนี้พวกท่านจงเตรียมพร้อม เพราะในเวลาที่ท่านไม่คิดไม่ฝันนั้น บุตรมนุษย์จะเสด็จมา(มัทธิว 24:44)  “นี่แน่ะ เราจะมาในเร็วๆ นี้ เราจะนำบำเหน็จของเรามาด้วย เพื่อตอบแทนตามการกระทำของแต่ละคน(วิวรณ์ 22:12)  “เพราะถึงเวลาแล้ว ที่การพิพากษาจะเริ่มต้นที่ครอบครัวของพระเจ้า(1 เปโตร 4:17)  พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทรงเป็นบุตรมนุษย์ตามที่มีการกล่าวคำเผยพระวจนะในพระคัมภีร์  กล่าวคือ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงจุติเป็นมนุษย์ ผู้ได้ทรงแสดงความจริงทั้งหมดเพื่อชำระมวลมนุษย์ให้บริสุทธิ์และช่วยมวลมนุษย์ให้รอด และปฏิบัติพระราชกิจแห่งการพิพากษาของพระองค์ โดยเริ่มต้นในพระนิเวศของพระเจ้า  ส่วนใหญ่ของถ้อยดำรัสเหล่านี้รวบรวมไว้ในหนังสือที่ชื่อ พระวจนะทรงปรากฏในเนื้อหนัง พระวจนะที่ทรงแสดงออกโดยพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์เผยความจริงและความล้ำลึกทั้งหมดของแผนการบริหารจัดการหกพันปีของพระเจ้าสำหรับความรอดของมนุษย์ จุดประสงค์ของสามช่วงระยะของพระราชกิจของพระองค์ ความล้ำลึกของการจุติเป็นมนุษย์ของพระองค์ วิธีที่ซาตานทำให้มวลมนุษย์เสื่อมทราม วิธีที่ในตอนนั้นพระเจ้าทรงชำระมนุษย์ให้บริสุทธิ์ ทรงช่วยมนุษย์ให้รอด และทรงทำให้มนุษย์เพียบพร้อม บั้นปลายทั้งหลายในอนาคตของผู้คน และอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดเป็นการยืนยันอย่างถ้วนทั่วว่าพระคริสต์ทรงเป็นความจริง หนทาง และชีวิต และว่ามีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่สามารถแสดงความจริงและเปิดเผยความล้ำลึกทั้งหลายได้  พวกมนุษย์ไม่มีความจริง นับประสาอะไรที่พวกเขาจะสามารถปฏิบัติงานแห่งการช่วยมวลมนุษย์ให้รอดได้  ความจริงทั้งหมดที่แสดงออกโดยพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทำให้เป็นที่ประจักษ์ชัดแก่พวกเราว่า พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทรงเป็นการจุติเป็นมนุษย์ของพระเจ้า และว่าพระองค์ทรงเป็นการทรงปรากฏของพระคริสต์ในยุคสุดท้าย

กว่าสองพันปีมาแล้ว เมื่อองค์พระเยซูเจ้าผู้ทรงจุติเป็นมนุษย์ได้ทรงปรากฏและปฏิบัติพระราชกิจของพระองค์ พระองค์ทรงถูกกล่าวโทษว่าเป็นมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น—ว่าเป็นบุตรของช่างไม้คนหนึ่ง—โดยบรรดาหัวหน้าปุโรหิต คณาจารย์ และพวกฟาริสีแห่งศาสนายิว (อ้างอิงถึงมัทธิว 13:55)  อย่างไรก็ตาม สองพันปีต่อมา ข่าวประเสริฐขององค์พระเยซูเจ้าได้เผยแผ่ไปโดยตลอดทั่วทั้งจักรวาลและไปยังที่สุดปลายแผ่นดินโลก  การจุติเป็นมนุษย์ครั้งที่สองของพระเจ้าบัดนี้ได้ปรากฏแล้วและกำลังปฏิบัติพระราชกิจของพระองค์ และบรรดาบรรดาศิษยาภิบาลและผู้อาวุโสแห่งโลกศาสนากล่าวโทษพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์อย่างป่าเถื่อนว่าเป็นมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น  อย่างไรก็ตาม ขบวนประชาชนได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ และผู้คนจำนวนมาก จากทุกศาสนาและทุกนิกาย ผู้ซึ่งเชื่ออย่างจริงใจในองค์พระผู้เป็นเจ้าและถวิลหาให้พระเจ้าทรงปรากฏและทรงพระราชกิจ ได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ภายในพระวจนะของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ พวกเขาได้ยืนยันว่าพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์แท้จริงแล้วทรงเป็นองค์พระเยซูเจ้าผู้ได้ทรงหวนคืน และพวกเขาได้กลับมาเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าทีละคน  ทั้งหมดที่มีจุดกำเนิดจากพระเจ้าจะเจริญรุ่งเรือง  ในแค่ช่วงยี่สิบปีอันสั้น ข่าวประเสริฐแห่งยุคสุดท้ายของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ได้เผยแผ่ไปโดยตลอดทั่วทั้งประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ และบัดนี้กำลังแผ่ขยายไปยังชนชาติทั้งหมดและสถานที่ทั้งหมดของแผ่นดินโลก  ผู้คนในจำนวนที่มากขึ้นเรื่อยๆ กำลังหวนคืนสู่พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ การนี้ตัดสินโดยสิทธิอำนาจและฤทธานุภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของพระองค์ และที่มากกว่านั้น เป็นร่างสถิตของความทรงมหิทธิฤทธิ์และพระปรีชาญาณของพระเจ้า ข้อเท็จจริงเหล่านี้เป็นข้อพิสูจน์ที่เพียงพอว่า พระวจนะของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์คือความจริง หนทาง และชีวิต พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทรงเป็นพระคริสต์ผู้ทรงจุติเป็นมนุษย์  และพระองค์ทรงเป็นการทรงปรากฏของพระผู้ช่วยให้รอดในยุคสุดท้าย  การนี้ไม่สามารถโต้แย้งได้!

ปี 2026 โรคระบาดร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว การกันดารอาหาร และสงครามยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรเบื้องหลังภัยพิบัติเหล่านี้? เข้าร่วมการเทศนาออนไลน์แล้วจะบอกคำตอบให้แก่คุณ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เหตุใดฟ้าแลบจากทิศตะวันออกจึงเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างเต็มกำลังด้วยความก้าวหน้าที่ไม่อาจหยุดยั้งได้

องค์พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เพราะว่าฟ้าแลบจากทิศตะวันออกส่องไปจนถึงทิศตะวันตกอย่างไร การเสด็จมาของบุตรมนุษย์ก็จะเป็นอย่างนั้น” (มัทธิว 24:27)...

พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์และองค์พระเยซูเจ้าคือพระเจ้าหนึ่งเดียว

เมื่อมวลมนุษย์ถูกซาตานทำให้เสื่อมทราม พระเจ้าได้ทรงเริ่มแผนการบริหารจัดการของพระองค์เพื่อความรอดของมวลมนุษย์...

อะไรคือจุดมุ่งหมายของคริสตจักรแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์?

คริสตจักรแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ให้น้ำและเป็นผู้เลี้ยงให้กับประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรรโดยสอดคล้องอย่างครบบริบูรณ์กับพระวจนะของพระเจ้า…...

ติดต่อเราผ่าน Messenger