จ. ว่าด้วยการทำความเข้าใจพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์และการระบุบ่งชี้งานของพวกวิญญาณชั่ว

471. พระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์คือรูปสัณฐานหนึ่งของการทรงนำเชิงรุกและความรู้แจ้งเชิงบวก ซึ่งไม่ยอมให้ผู้คนนิ่งเฉย  สิ่งนั้นจะนำการปลอบขวัญมายังพวกเขา ให้ความศรัทธาและความแน่วแน่แก่พวกเขา และช่วยให้พวกเขาไล่ตามเสาะหาการได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อมโดยพระเจ้า  เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงพระราชกิจ ผู้คนก็สามารถเข้าสู่ได้อย่างแข็งขัน กล่าวคือ พวกเขาไม่ได้นิ่งเฉยหรือถูกบังคับ แต่กระทำด้วยการเริ่มของพวกเขาเอง  เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงพระราชกิจ ผู้คนยินดีและเต็มใจ เต็มใจที่จะเชื่อฟังและเป็นสุขที่จะถ่อมตัวของพวกเขาเอง  แม้ว่าพวกเขาเจ็บปวดและเปราะบางอยู่ภายใน แต่พวกเขาก็มีความแน่วแน่ในการให้ความร่วมมือ พวกเขาทนทุกข์ด้วยความยินดี พวกเขาสามารถเชื่อฟัง และพวกเขาไม่ด่างพร้อยด้วยเจตจำนงของมนุษย์ ไม่ด่างพร้อยด้วยการคิดแบบมนุษย์ และแน่นอนว่าพวกเขาไม่ด่างพร้อยด้วยความอยากได้อยากมีและแรงจูงใจแบบมนุษย์  เมื่อผู้คนได้รับประสบการณ์กับพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ พวกเขาก็บริสุทธิ์เป็นอย่างยิ่งที่ภายใน  บรรดาผู้ที่มีพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ใช้ชีวิตอยู่โดยการรักพระเจ้า และการรักพี่น้องชายหญิงของพวกเขา พวกเขาปีติยินดีในสิ่งทั้งหลายที่ทำให้พระเจ้าทรงปีติยินดี และเกลียดสิ่งทั้งหลายที่พระเจ้าทรงเกลียด  ผู้คนที่ได้รับการสัมผัสโดยพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์มีสภาวะความเป็นมนุษย์ปกติ และพวกเขาไล่ตามเสาะหาความจริงอยู่เป็นนิตย์ และครองสภาวะความเป็นมนุษย์  เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงพระราชกิจภายในผู้คน สภาพเงื่อนไขของพวกเขาก็กลับกลายเป็นดีขึ้นและดีขึ้น และสภาวะความเป็นมนุษย์ของพวกเขาก็กลับกลายเป็นปกติมากขึ้นและมากขึ้น และแม้ว่าความร่วมมือบางอย่างของพวกเขาอาจโง่เขลา แต่แรงจูงใจของพวกเขาก็ถูกต้อง การเข้าสู่ของพวกเขาก็เป็นเชิงบวก พวกเขาไม่ได้พยายามก่อให้เกิดการหยุดชะงักและไม่มีการคิดร้ายภายในตัวพวกเขา

ตัดตอนมาจาก “พระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์และงานของซาตาน” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

472. พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงพระราชกิจด้วยหลักการนี้ กล่าวคือ โดยผ่านความร่วมมือของผู้คน โดยผ่านการที่พวกเขาอธิษฐาน แสวงหา และเข้ามาใกล้ชิดพระเจ้ายิ่งขึ้นอย่างกระตือรือร้น ผลลัพธ์ทั้งหลายจึงจะสามารถสัมฤทธิ์ได้  และพวกเขาจึงจะสามารถได้รับความรู้แจ้ง และได้รับความกระจ่างจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้  ซึ่งไม่ใช่กรณีที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงดำเนินการโดยฝ่ายเดียว หรือที่มนุษย์ดำเนินการโดยฝ่ายเดียว  ทั้งสองฝ่ายต่างสำคัญอย่างขาดไม่ได้ และยิ่งผู้คนร่วมมือมากขึ้นเท่าใด และยิ่งพวกเขาไล่ตามเสาะหาการบรรลุถึงมาตรฐานตามข้อพึงประสงค์ของพระเจ้ามากขึ้นเท่าใด พระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็จะยิ่งใหญ่มากขึ้นเท่านั้น  มีเพียงความร่วมมืออย่างแท้จริงของผู้คนที่เพิ่มพูนให้กับพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์เท่านั้น ที่สามารถก่อให้เกิดประสบการณ์ที่แท้จริง และความรู้ที่เป็นเนื้อแท้แห่งพระวจนะของพระเจ้าได้  ในที่สุด บุคคลที่เพียบพร้อมจะค่อยๆ  ก่อเกิดขึ้นมา โดยผ่านทางการได้รับประสบการณ์ในหนทางนี้  พระเจ้าไม่ทรงทำสิ่งที่เหนือธรรมชาติ ในมโนคติอันหลงผิดของผู้คน พระเจ้าทรงเป็นผู้เปี่ยมมหิทธิฤทธิ์ และทุกสิ่งทุกอย่างนั้นกระทำขึ้นโดยพระเจ้า—พร้อมด้วยผลลัพธ์ที่ผู้คนรอคอยอยู่อย่างนิ่งเฉย ไม่อ่านพระวจนะของพระเจ้าหรืออธิษฐาน และเพียงแต่รอคอยการสัมผัสของพระวิญญาณบริสุทธิ์  อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้ที่มีความเข้าใจถูกต้องเชื่อเช่นนี้ว่า การดำเนินการของพระเจ้าสามารถไปได้ไกลเท่าที่ฉันให้ความร่วมมือเท่านั้น และผลกระทบที่พระราชกิจของพระเจ้ามีในตัวฉัน ขึ้นอยู่กับวิธีที่ฉันให้ความร่วมมือ  เมื่อพระเจ้าตรัส ฉันควรทำทุกสิ่งที่ฉันสามารถทำได้เพื่อแสวงหา และเพียรพยายามไปสู่พระวจนะของพระเจ้า นี่คือสิ่งที่ฉันควรจะสัมฤทธิ์

ตัดตอนมาจาก “วิธีรู้จักความเป็นจริง” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

473. พระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นปกติและเป็นจริง พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงพระราชกิจในมนุษย์โดยสอดคล้องกับกฎเกณฑ์แห่งชีวิตปกติของมนุษย์ และพระองค์ทรงดำเนินความรู้แจ้งและการทรงนำภายในผู้คนโดยสอดคล้องกับการไล่ตามเสาะหาที่แท้จริงของผู้คนปกติ  เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงพระราชกิจในผู้คน พระองค์ทรงนำและทรงให้ความรู้แจ้งแก่พวกเขาโดยสอดคล้องกับความต้องการที่จำเป็นของผู้คนปกติ  พระองค์ทรงจัดเตรียมสำหรับพวกเขาโดยสอดคล้องกับความต้องการที่จำเป็นของพวกเขา และพระองค์ทรงนำและทรงให้ความรู้แจ้งในเชิงบวกแก่พวกเขาโดยสอดคล้องกับสิ่งที่พวกเขาขาดพร่อง และโดยสอดคล้องกับสิ่งที่พวกเขาขัดสน  พระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์คือการให้ความรู้แจ้งและการทรงนำผู้คนในชีวิตจริง เฉพาะเมื่อพวกเขาได้รับประสบการณ์กับพระวจนะของพระเจ้าในชีวิตจริงของพวกเขาเท่านั้น พวกเขาจึงจะสามารถเห็นพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้  หากในชีวิตทุกๆ วันของพวกเขา ผู้คนอยู่ในสภาพเชิงบวกและมีชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณปกติ เช่นนั้นแล้วพวกเขาก็จะมีพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในครอบครอง  ในสภาพเช่นนั้น เมื่อพวกเขากินและดื่มพระวจนะของพระเจ้า พวกเขามีความเชื่อ เมื่อพวกเขาอธิษฐาน พวกเขาได้รับแรงดลใจ เมื่อพวกเขาติดขัดในบางสิ่ง พวกเขาไม่นิ่งเฉย และในขณะที่สิ่งต่างๆ เกิดขึ้น พวกเขาสามารถเห็นบทเรียนทั้งหลายภายในสิ่งเหล่านั้นที่พระเจ้าทรงพึงประสงค์ให้พวกเขาเรียนรู้  พวกเขาไม่ได้นิ่งเฉยหรืออ่อนแอ และถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีความลำบากยากเย็นที่แท้จริง แต่พวกเขาก็เต็มใจเชื่อฟังการจัดการเตรียมการทั้งหมดของพระเจ้า

ตัดตอนมาจาก “พระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์และงานของซาตาน” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

474. ในตอนที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงพระราชกิจที่จะให้ความรู้แจ้งแก่เจ้า บางคราวการนี้นำทางให้เจ้าเข้าใจบางสิ่งอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เวลาอื่นๆ พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงทำให้เจ้าผ่านประสบการณ์ไปเป็นเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะค่อยๆ เปิดโอกาสให้เจ้าจับใจความประสบการณ์นั้น  นั่นมิใช่ว่า พระองค์มิทรงเปิดโอกาสให้เจ้าได้รับประสบการณ์อันใด และเพียงแค่ปล่อยให้เจ้าเข้าใจพระวจนะอันแห้งแล้งไม่กี่คำเท่านั้น  พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงพระราชกิจโดยใช้หลักธรรมใดหรือ?  พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงพระราชกิจโดยหลักธรรมแห่งการจัดการเตรียมการสภาพแวดล้อมของเจ้า และการจัดการเตรียมการผู้คน เหตุการณ์ และสิ่งทั้งหลายเพื่อที่จะเปิดโอกาสให้เจ้าเป็นผู้ใหญ่ท่ามกลางสิ่งเหล่านั้น และค่อยๆ เข้าใจความจริงในครรลองของการได้รับประสบการณ์กับสิ่งเหล่านั้น  พระองค์มิได้ทรงให้พระวจนะเรียบง่ายไม่กี่คำแก่เจ้าเพื่อที่จะดลใจเจ้า หรือให้ความรู้แจ้งแก่เจ้า หรือเพื่อที่จะจัดเตรียมความสว่างเล็กน้อยให้แก่เจ้า และพระองค์ก็ไม่ทรงให้เพียงพระวจนะอันแห้งแล้งกับคำสอนไม่กี่คำ  ในทางกลับกัน พระองค์ทรงเปิดโอกาสให้เจ้าเรียนรู้ และค่อยๆ เติบโตขึ้นโดยผ่านทางการได้รับประสบการณ์กับทุกเรื่อง สภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน และผู้คน เหตุการณ์ และสิ่งทั้งหลายที่แตกต่างกัน  พระองค์ทรงเป็นเหตุให้เจ้าค่อยๆ เข้าใจความจริงโดยผ่านทางกระบวนการแห่งการเติบโต  เพราะฉะนั้น พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงพระราชกิจโดยหลักธรรมหนึ่งซึ่งเป็นธรรมชาติอย่างมาก พระองค์ทรงพระราชกิจโดยสอดคล้องแบบครบบริบูรณ์กับแบบแผนธรรมชาติแห่งพัฒนาการมนุษย์ โดยปราศจากการนำการกดดันอันใดมาใช้

ตัดตอนมาจาก “จงมอบหัวใจอันแท้จริงของเจ้าแด่พระเจ้า และเจ้าจึงจะสามารถได้มาซึ่งความจริง” ใน บันทึกปาฐกถาของพระคริสต์

475. พระเจ้าได้มีการตรัสไว้มากมายนักแล้ว เจ้าควรทำให้ถึงที่สุดที่จะกินและดื่มพระวจนะของพระองค์ และจากนั้น โดยที่เจ้าไม่ทันรู้ตัว เจ้าจะได้มาเข้าใจ และโดยที่เจ้าไม่ทันรู้ตัว พระวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงให้ความรู้แจ้งแก่เจ้า  ในเวลาที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงให้ความรู้แจ้งแก่มนุษย์ บ่อยครั้งที่มันเป็นไปโดยที่มนุษย์ไม่รู้ตัว  พระองค์ทรงให้ความรู้แจ้งแก่เจ้าและทรงนำเจ้าเมื่อเจ้ากระหายและแสวงหา  หลักการซึ่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงพระราชกิจนั้นมีศูนย์กลางโอบล้อมพระวจนะของพระเจ้าที่เจ้ากินและดื่ม  ทุกคนที่ไม่ได้ให้ความสำคัญต่อพระวจนะของพระเจ้าและมีท่าทีที่แตกต่างต่อพระวจนะของพระองค์เสมอ—การเชื่อในการคิดที่มึนงงสับสนของตน นับเป็นเรื่องของความไม่แยแส ไม่ว่าพวกเขาจะอ่านพระวจนะของพระองค์หรือไม่ก็ตาม—คือพวกที่ไม่ได้ครอบครองความเป็นจริง  อีกทั้งพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์และการให้ความรู้แจ้งของพระองค์ก็ไม่อาจพบเห็นได้ในบุคคลเช่นนั้น  ผู้คนเยี่ยงนี้ก็เพียงแค่ลอยชายไปเรื่อยไม่จริงจัง พวกคนเสแสร้งซึ่งปราศจากคุณสมบัติที่แท้จริง เหมือนอย่างนายหนานกวั๋วจากนิทานอุปมา[ก]

ตัดตอนมาจาก “ยุคแห่งราชอาณาจักรคือยุคพระวจนะ” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

476. พระเจ้าทรงพระราชกิจในบรรดาผู้ที่ไล่ตามเสาะหาและหวงแหนความล้ำค่าของพระวจนะของพระองค์  ยิ่งเจ้าหวงแหนความล้ำค่าของพระวจนะของพระเจ้ามากเท่าใด พระวิญญาณของพระองค์จะทรงพระราชกิจในตัวเจ้ามากเท่านั้น  ยิ่งบุคคลผู้หนึ่งหวงแหนความล้ำค่าของพระวจนะของพระเจ้ามากเท่าใด โอกาสที่เขาจะได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อมโดยพระเจ้าก็จะยิ่งใหญ่มากขึ้นเท่านั้น  พระเจ้าทรงทำให้บรรดาผู้ที่รักพระองค์อย่างแท้จริงมีความเพียบพร้อม และพระองค์ทรงทำให้บรรดาผู้ที่หัวใจของพวกเขามีสันติสุขเฉพาะพระพักตร์พระองค์มีความเพียบพร้อม  การหวงแหนความล้ำค่าของพระราชกิจทั้งปวงของพระเจ้า การหวงแหนความล้ำค่าของความรู้แจ้งของพระเจ้า การหวงแหนความล้ำค่าของการทรงสถิตของพระเจ้า การหวงแหนความล้ำค่าของการดูแลเอาใจใส่และการคุ้มครองปกป้องของพระเจ้า การหวงแหนความล้ำค่าของวิธีที่พระวจนะของพระเจ้ากลายเป็นความเป็นจริงของเจ้าและจัดเตรียมให้กับชีวิตของเจ้า—ทั้งหมดนี้ล้วนสอดคล้องกับพระทัยของพระเจ้าอย่างเหมาะสมที่สุด  หากเจ้าหวงแหนความล้ำค่าของพระราชกิจของพระเจ้า กล่าวคือ หากเจ้าหวงแหนความล้ำค่าของพระราชกิจทั้งปวงที่พระองค์ทรงทำกับเจ้า เช่นนั้นแล้ว พระองค์ก็จะทรงมอบพระพรแก่เจ้า และทรงทำให้ทุกสิ่งที่เป็นของเจ้าเพิ่มทวีคูณ  หากเจ้าไม่หวงแหนความล้ำค่าของพระวจนะของพระเจ้า พระองค์จะไม่ทรงพระราชกิจในตัวเจ้า แต่พระองค์จะให้พระคุณแก่เจ้าเพียงเล็กน้อยสำหรับความเชื่อของเจ้า หรืออวยพระพรแก่เจ้าด้วยความมั่งคั่งที่ไม่เพียงพอและมอบความปลอดภัยที่ไม่เพียงพอแก่ครอบครัวของเจ้า  เจ้าควรเพียรพยายามที่จะทำให้พระวจนะของพระเจ้าเป็นความเป็นจริงของเจ้า และมีความสามารถที่จะทำให้พระองค์ทรงพึงพอพระทัยและเป็นที่สมดังพระทัยของพระองค์ เจ้าไม่ควรแค่เพียรพยายามที่จะชื่นชมพระคุณของพระองค์เท่านั้น  ไม่มีสิ่งใดสำคัญสำหรับบรรดาผู้เชื่อมากไปกว่าการได้รับพระราชกิจของพระเจ้า การได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อม และการได้กลายเป็นบรรดาผู้ที่ทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า  นี่คือเป้าหมายที่เจ้าควรไล่ตามเสาะหา

ตัดตอนมาจาก “พระเจ้าทรงทำให้บรรดาผู้ซึ่งเป็นที่สมดังพระทัยของพระองค์มีความเพียบพร้อม” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

477. ผู้คนทั้งหมดที่อยู่ภายในกระแสแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ถูกครองโดยการทรงสถิตและการบ่มวินัยของพระวิญญาณบริสุทธิ์ และพวกที่ไม่อยู่ภายในกระแสแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ย่อมอยู่ภายใต้คำสั่งของซาตาน และปราศจากพระราชกิจใดๆ แห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์  ผู้คนที่อยู่ในกระแสแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์คือบรรดาผู้ที่ยอมรับพระราชกิจใหม่ของพระเจ้า กับผู้ที่ร่วมมือในพระราชกิจใหม่ของพระเจ้า  หากบรรดาผู้ที่อยู่ภายในกระแสนี้ไม่สามารถร่วมมือ และไร้ความสามารถที่จะนำความจริงที่พระเจ้าทรงพึงประสงค์ในช่วงระหว่างยุคนี้ไปปฏิบัติได้ เช่นนั้นแล้ว พวกเขาก็จะถูกบ่มวินัย และในกรณีที่เลวร้ายที่สุดพวกเขาก็จะถูกพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงละทิ้ง  บรรดาผู้ที่ยอมรับพระราชกิจใหม่แห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ย่อมจะใช้ชีวิตภายในกระแสแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ และพวกเขาจะได้รับการดูแลและการคุ้มครองปกป้องของพระวิญญาณบริสุทธิ์  บรรดาผู้ที่เต็มใจที่จะนำความจริงไปปฏิบัติย่อมได้รับการประทานความรู้แจ้งจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ และพวกที่ไม่เต็มใจจะนำความจริงไปปฏิบัติย่อมถูกพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงบ่มวินัย และอาจแม้กระทั่งถูกลงโทษ  ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นบุคคลประเภทใดก็ตาม พระเจ้าจะทรงรับผิดชอบทุกผู้คนที่ยอมรับพระราชกิจใหม่ของพระองค์เพื่อประโยชน์แห่งพระนามของพระองค์ภายใต้เงื่อนไขว่าพวกเขานั้นอยู่ภายในกระแสแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์  บรรดาผู้ที่ถวายพระเกียรติแด่พระนามของพระองค์และเต็มใจที่จะนำพระวจนะของพระองค์ไปปฏิบัติจะได้รับพระพรของพระองค์ ส่วนพวกที่ไม่เชื่อฟังพระองค์และไม่นำพระวจนะของพระองค์ไปปฏิบัติย่อมจะได้รับการลงโทษของพระองค์

ตัดตอนมาจาก “พระราชกิจของพระเจ้าและการปฏิบัติของมนุษย์” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

478. พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงมีเส้นทางที่จะทรงดำเนินในแต่ละบุคคล และทรงให้โอกาสแต่ละบุคคลที่จะได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อม  เจ้าถูกทำให้รู้ความเสื่อมทรามของเจ้าเองโดยผ่านทางความเป็นด้านลบของเจ้า และแล้วโดยการโยนความเป็นด้านลบทิ้งไป เจ้าก็จะพบเส้นทางสู่การฝึกฝนปฏิบัติ เหล่านี้คือหนทางทั้งหมดซึ่งในนั้นเจ้าได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อม  นอกจากนี้ โดยผ่านทางการทรงนำและความกระจ่างที่ต่อเนื่องของบางสิ่งด้านที่เป็นบวกในตัวเจ้า เจ้าจะลุล่วงในหน้าที่การงานของเจ้า เติบโตขึ้นในความรู้ความเข้าใจเชิงลึกและได้รับวิจารณญาณโดยเป็นไปในเชิงรุก  เมื่อสภาพเงื่อนไขของเจ้าดี เจ้าก็เต็มใจเป็นพิเศษที่จะอ่านพระวจนะของพระเจ้า และเต็มใจเป็นพิเศษที่จะอธิษฐานต่อพระเจ้า และสามารถเกี่ยวโยงคำเทศนาที่เจ้าได้ยินเข้ากับสภาวะของเจ้าเอง  ณ เวลาเช่นนั้น พระเจ้าทรงให้ความรู้แจ้งและทรงให้ความกระจ่างแก่เจ้าอยู่ภายใน ทำให้เจ้าตระหนักถึงบางสิ่งในแง่มุมด้านบวก  นี่คือวิธีที่เจ้าได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อมในด้านบวก  ในสภาวะด้านลบ เจ้าอ่อนแอและนิ่งเฉย เจ้ารู้สึกว่าเจ้าไม่มีพระเจ้าในหัวใจของเจ้า ถึงกระนั้น พระเจ้าก็ยังทรงให้ความกระจ่างแก่เจ้า ช่วยเจ้าค้นหาเส้นทางสู่การฝึกฝนปฏิบัติ  ที่ออกมาจากการนี้คือการบรรลุความเพียบพร้อมในแง่มุมด้านลบ

ตัดตอนมาจาก “เฉพาะบรรดาผู้มุ่งเน้นการฝึกฝนปฏิบัติเท่านั้นที่สามารถได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อมได้” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

479. บางครั้งพระเจ้าทรงให้ความรู้สึกเฉพาะชนิดหนึ่งแก่เจ้า เป็นความรู้สึกที่ทำให้เจ้าสูญเสียความชื่นชมยินดีด้านในและสูญเสียการทรงสถิตของพระเจ้า จนกระทั่งเจ้าถูกดันพรวดลงสู่ความมืด  นี่คือกระบวนการถลุงชนิดหนึ่ง  เมื่อใดก็ตามที่เจ้าทำสิ่งใด มันมักจะผิดเพี้ยนไปเสมอ หรือเจ้าถึงทางตัน  นี่คือพระวินัยของพระเจ้า  บางครั้ง เมื่อเจ้าทำบางสิ่งที่เป็นการไม่เชื่อฟังและเป็นกบฏต่อพระเจ้า อาจไม่มีผู้ใดอื่นเลยที่รู้เรื่องนี้—แต่พระเจ้าทรงทราบ  พระเจ้าจะไม่ทรงปล่อยเจ้าไป และพระองค์จะบ่มวินัยเจ้า  พระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์มีรายละเอียดมาก  พระองค์ทรงสังเกตการณ์ทุกคำพูดและการกระทำของผู้คน ทุกการปฏิบัติตนและการเคลื่อนไหวของพวกเขา และทุกความคิดและแนวคิดของพวกเขาอย่างพิถีพิถัน เพื่อที่ผู้คนจะสามารถได้รับการตระหนักรู้ภายในของสิ่งเหล่านี้  เจ้าทำบางสิ่งหนึ่งครั้งและมันผิดเพี้ยนไป เจ้าทำบางสิ่งอีกครั้งและมันก็ยังคงผิดเพี้ยนไป และเจ้าย่อมจะค่อยๆ มาเข้าใจพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์  โดยผ่านทางการบ่มวินัยหลายครั้งหลายหน เจ้าจะรู้ว่าต้องทำสิ่งใดเพื่อให้อยู่ในแนวเดียวกับน้ำพระทัยของพระเจ้าและสิ่งใดที่ไม่อยู่ในแนวเดียวกับน้ำพระทัยของพระองค์  ในท้ายที่สุด เจ้าจะมีการตอบสนองที่ถูกต้องแม่นยำต่อการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์จากภายในตัวเจ้า  บางครั้งเจ้าจะเป็นกบฏและเจ้าจะสามารถถูกพระเจ้าว่ากล่าวจากภายในได้  ทั้งหมดนี้มาจากพระวินัยของพระเจ้า

ตัดตอนมาจาก “บรรดาผู้ที่จะได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อมต้องก้าวผ่านกระบวนการถลุง” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

480. เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงพระราชกิจเพื่อทำให้ผู้คนรู้แจ้ง โดยทั่วไปแล้วพระองค์ทรงมอบความรู้ในเรื่องพระราชกิจของพระเจ้าแก่พวกเขา และความรู้ในเรื่องการเข้าสู่ที่แท้จริงและสภาวะที่แท้จริงของพวกเขา  พระองค์ยังทรงยอมให้พวกเขาเข้าใจเจตนารมณ์อันเร่งด่วนของพระเจ้าและข้อพึงประสงค์ของพระองค์สำหรับมนุษย์ในวันนี้อีกด้วย เพื่อที่พวกเขาจะมีความแน่วแน่ที่จะพลีอุทิศทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อทำให้พระเจ้าพึงพอพระทัย เพื่อรักพระเจ้าแม้ว่าพวกเขาจะเผชิญกับการข่มเหงและความทุกข์ยาก และยืนหยัดเป็นพยานให้กับพระเจ้าถึงแม้ว่ามันจะหมายถึงการหลั่งโลหิตหรือสละชีวิตของพวกเขาก็ตาม และทำเช่นนั้นโดยไม่เสียใจ  หากว่าเจ้ามีความแน่วแน่ประเภทนี้ ก็หมายความว่าเจ้ามีสัญญาณเริ่มต้นและพระราชกิจแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์—แต่จงรู้ไว้ว่าเจ้าไม่ได้มีสัญญาณเริ่มต้นเช่นนั้นในช่วงเวลาที่ผ่านพ้นไปทุกขณะ  บางครั้งในที่ประชุมเมื่อเจ้าอธิษฐานและกินและดื่มพระวจนะของพระเจ้า เจ้าสามารถรู้สึกได้ว่าถูกขับเคลื่อนและได้รับแรงบันดาลใจยิ่งนัก เป็นความรู้สึกใหม่และสดมากเมื่อผู้อื่นแบ่งปันการสามัคคีธรรมบางส่วนที่เกี่ยวกับประสบการณ์ของพวกเขาและการเข้าใจพระวจนะของพระเจ้า และหัวใจของเจ้าก็ชัดเจนและสว่างไสวอย่างสมบูรณ์แบบ  นี่คือพระราชกิจทั้งหมดของพระวิญญาณบริสุทธิ์  หากเจ้าเป็นผู้นำคนหนึ่งและพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงมอบความรู้แจ้งและความกระจ่างเป็นพิเศษแก่เจ้าเมื่อเจ้าไปยังคริสตจักรเพื่อทำงาน ทรงมอบความรู้ความเข้าใจเชิงลึกต่อปัญหาที่มีอยู่ภายในคริสตจักรแก่เจ้า ทรงยอมให้เจ้ารู้ว่าจะแบ่งปันการสามัคคีธรรมในเรื่องความจริงเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้อย่างไร ทรงทำให้เจ้ารับผิดชอบด้วยความจริงจังจริงใจและเคร่งครัดในงานของเจ้าอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งหมดนี้คือพระราชกิจแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์

ตัดตอนมาจาก “การปฏิบัติ (1)” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

481. ผลกระทบใดที่สัมฤทธิ์จากพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์?  เจ้าอาจโง่เขลา และเจ้าอาจไร้ซึ่งดุลยพินิจ แต่พระวิญญาณบริสุทธิ์มีแต่จะต้องทรงพระราชกิจเท่านั้น และจะมีความเชื่อในเจ้า และเจ้าจะรู้สึกเสมอว่าเจ้าไม่สามารถรักพระเจ้าได้อย่างเพียงพอ  เจ้าจะเต็มใจร่วมมือ ไม่สำคัญว่าความลำบากยากเย็นเบื้องหน้าจะใหญ่หลวงเพียงใด  สิ่งทั้งหลายจะเกิดขึ้นกับเจ้า และจะไม่ชัดเจนต่อเจ้าว่าสิ่งเหล่านั้นมาจากพระเจ้าหรือจากซาตาน แต่เจ้าจะสามารถรอคอยได้ และเจ้าจะไม่ทั้งนิ่งเฉยและเกียจคร้าน  นี่คือพระราชกิจปกติของพระวิญญาณบริสุทธิ์  เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงพระราชกิจภายในเจ้า เจ้าจะยังคงเผชิญกับความลำบากยากเย็นที่แท้จริง กล่าวคือ บางครั้งเจ้าจะถูกทำให้มีน้ำตา และบางครั้งจะมีสิ่งทั้งหลายที่เจ้าไม่สามารถเอาชนะได้ แต่นี่ล้วนเป็นเพียงระยะหนึ่งของพระราชกิจธรรมดาของพระวิญญาณบริสุทธิ์  แม้ว่าเจ้าไม่ได้เอาชนะความลำบากยากเย็นเหล่านั้น และแม้ว่าในเวลานั้นเจ้าอ่อนแอและเต็มไปด้วยการพร่ำบ่น แต่หลังจากนั้นเจ้าก็ยังคงสามารถรักพระเจ้าด้วยความเชื่อมากยิ่ง  ความนิ่งเฉยของเจ้าไม่สามารถป้องกันเจ้าไม่ให้มีประสบการณ์ปกติ และไม่ว่าผู้คนอื่นๆ จะพูดอะไร และผู้อื่นจะโจมตีเจ้าอย่างไร เจ้าก็ยังคงสามารถรักพระเจ้าได้  ในระหว่างการอธิษฐาน เจ้ารู้สึกเสมอว่าในอดีตเจ้าช่างเป็นหนี้พระเจ้า และเจ้าตั้งใจแน่วแน่ในการทำให้พระเจ้าพึงพอพระทัย และประกาศตัดขาดกับเนื้อหนังเมื่อใดก็ตามที่เจ้าเผชิญกับสิ่งเช่นนั้นอีกครั้ง  ความเข้มแข็งนี้แสดงว่าพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่ภายในเจ้า  นี่คือสภาพปกติของพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์

ตัดตอนมาจาก “พระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์และงานของซาตาน” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

482. พระเจ้าไม่ทรงกระทำพระราชกิจของพระองค์ซ้ำ พระองค์ไม่ทรงกระทำพระราชกิจที่ไม่สมจริง พระองค์ไม่กำหนดข้อพึงประสงค์ที่มากเกินไปจากมนุษย์ และพระองค์ไม่ทรงกระทำพระราชกิจที่อยู่เหนือสำนึกรับรู้ของมนุษย์  พระราชกิจทั้งหมดที่พระองค์ทรงกระทำอยู่ภายในวงเขตแห่งสำนึกรับรู้ปกติของมนุษย์ และไม่เกินสำนึกรับรู้แห่งสภาวะความเป็นมนุษย์ปกติ และพระราชกิจของพระองค์ดำเนินไปตามข้อพึงประสงค์ต่างๆ ที่ปกติของมนุษย์  หากมันเป็นพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผู้คนก็จะกลายเป็นปกติมากขึ้นทุกที และสภาวะความเป็นมนุษย์ของพวกเขาก็จะกลายเป็นปกติมากขึ้นทุกที  ผู้คนได้ความรู้ที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับอุปนิสัยของพวกเขา และเกี่ยวกับแก่นแท้ของมนุษย์ และพวกเขายังได้รับการถวิลหาความจริงที่มากขึ้นทุกทีอีกด้วย  กล่าวคือ ชีวิตของมนุษย์เติบโตขึ้นเรื่อยๆ และอุปนิสัยอันเสื่อมทรามของมนุษย์ก็กลายเป็นสามารถเปลี่ยนแปลงได้มากขึ้นเรื่อยๆ—ซึ่งทั้งหมดนี้คือความหมายของการที่พระเจ้าทรงกลายเป็นชีวิตของมนุษย์

ตัดตอนมาจาก “บรรดาผู้ที่รู้จักพระเจ้าและพระราชกิจของพระองค์เท่านั้นที่สามารถทำให้พระเจ้าทรงพึงพอพระทัยได้” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

483. อะไรคืองานที่มาจากซาตาน?  ในงานที่มาจากซาตาน นิมิตภายในผู้คนนั้นคลุมเครือ ผู้คนปราศจากสภาวะความเป็นมนุษย์ปกติ แรงจูงใจเบื้องหลังการกระทำของพวกเขานั้นผิด และถึงแม้ว่าพวกเขาปรารถนาที่จะรักพระเจ้า แต่ก็มีข้อกล่าวหาภายในพวกเขาเสมอ และข้อกล่าวหาและความคิดเหล่านี้ก่อให้เกิดการเข้าแทรกแซงเป็นนิตย์ภายในพวกเขา ซึ่งจำกัดควบคุมการเติบโตของชีวิตของพวกเขา และหยุดพวกเขาไม่ให้มายังเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าในสภาพเงื่อนไขปกติ  กล่าวได้ว่า ทันทีที่งานของซาตานอยู่ภายในผู้คน หัวใจของพวกเขาก็ไม่สามารถสงบสุขเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าได้  ผู้คนเช่นนั้นไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับตัวเอง—เมื่อพวกเขาเห็นผู้คนมารวมตัวกัน พวกเขาต้องการวิ่งหนี และพวกเขาไม่สามารถหลับตาได้เมื่อผู้อื่นอธิษฐาน  งานของวิญญาณชั่วทำลายสัมพันธภาพปกติระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า และปั่นป่วนนิมิตก่อนหน้านี้ของผู้คนหรือเส้นทางที่ผ่านมาในการเข้าสู่ชีวิตของพวกเขา ในหัวใจของพวกเขานั้น พวกเขาไม่สามารถมีวันเข้าไปใกล้พระเจ้าได้ และสิ่งทั้งหลายเกิดขึ้นเสมอ ซึ่งก่อให้เกิดการหยุดชะงักแก่พวกเขาและพันธนาการพวกเขาไว้  หัวใจของพวกเขาไม่สามารถพบสันติสุข และพวกเขาถูกทิ้งไว้โดยไม่มีกำลังที่จะรักพระเจ้าและโดยที่จิตวิญญาณของพวกเขาจมลง  เช่นนั้นคือการสำแดงของงานของซาตาน  การสำแดงของงานของซาตานคือ การไม่สามารถยืนหยัดต่อสู้และยืนหยัดเป็นพยาน ซึ่งทำให้เจ้ากลายเป็นใครคนหนึ่งที่ทำผิดเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า และเป็นผู้ที่ไม่มีความสัตย์ซื่อต่อพระเจ้า  เมื่อซาตานเข้าแทรกแซง เจ้าสูญเสียความรักและความจงรักภักดีต่อพระเจ้าภายในเจ้า เจ้าถูกปลดเปลื้องจากสัมพันธภาพปกติกับพระเจ้า เจ้าไม่ไล่ตามเสาะหาความจริงหรือการปรับปรุงตัวเอง เจ้าถอยหลังและกลายเป็นนิ่งเฉย เจ้าหมกมุ่นกับตัวเอง เจ้าปล่อยให้การแพร่กระจายของบาปดำเนินไปอย่างอิสระและไม่รังเกียจบาป ยิ่งไปกว่านั้น การเข้าแทรกแซงของซาตานทำให้เจ้าเหลวไหล นั่นทำให้การทรงสัมผัสของพระเจ้าอันตรธานไปภายในเจ้า และทำให้เจ้าพร่ำบ่นเกี่ยวกับพระเจ้าและต่อต้านพระองค์ นำเจ้าไปสู่การตั้งคำถามกับพระเจ้า มีแม้กระทั่งความเสี่ยงที่ว่าเจ้าจะทอดทิ้งพระเจ้า  ทั้งหมดนี้มาจากซาตาน

ตัดตอนมาจาก “พระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์และงานของซาตาน” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

484. วันนี้มีวิญญาณชั่วอยู่บ้างที่หลอกลวงมนุษย์ด้วยสิ่งทั้งหลายที่เหนือธรรมชาติ นั่นไม่ใช่สิ่งใดเลยนอกจากการเอาอย่างในส่วนของพวกเขา เพื่อหลอกลวงมนุษย์โดยผ่านทางงานที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่ได้ทรงทำในปัจจุบัน  มนุษย์จำนวนมากแสดงปาฏิหาริย์และรักษาคนป่วยและขับไล่พวกมาร สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งใดเลยนอกจากงานของวิญญาณชั่ว เพราะพระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่ได้ทรงพระราชกิจเช่นนั้นในยุคปัจจุบันอีกต่อไป และคนเหล่านั้นทั้งหมดที่ได้เอาอย่างพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์จากเวลานั้นเรื่อยมาคือวิญญาณชั่วโดยแท้  งานทั้งหมดที่ได้ดำเนินการในอิสราเอลในเวลานั้นคืองานที่มีลักษณะเหนือธรรมชาติ ถึงแม้ว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์จะไม่ทรงพระราชกิจในลักษณะเช่นนั้นแล้วตอนนี้ และงานใดๆ เช่นนั้นในตอนนี้คือการเอาอย่างและการปลอมตัวของซาตานและการรบกวนของมัน  แต่เจ้าไม่สามารถกล่าวได้ว่าสิ่งใดก็ตามที่เหนือธรรมชาตินั้นมาจากวิญญาณชั่ว—การนี้คงจะขึ้นอยู่กับยุคแห่งพระราชกิจของพระเจ้า  

ตัดตอนมาจาก “ความล้ำลึกแห่งการทรงจุติเป็นมนุษย์ (1)” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

485. มีบางคนผู้ถูกครอบงำโดยวิญญาณชั่วและส่งเสียงร้องอย่างระเบ็งเซ็งแซ่ว่า “เราคือพระเจ้า!”  กระนั้น ในที่สุดพวกเขาก็ถูกเปิดเผย เพราะพวกเขาผิดในสิ่งที่พวกเขาเป็นตัวแทน  พวกเขาเป็นตัวแทนซาตาน และพระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่ทรงใส่พระทัยพวกเขา  เจ้าจะยกย่องตัวเจ้าเองอย่างสูงเพียงใดก็ตาม หรือเจ้าจะส่งเสียงร้องอย่างแข็งกร้าวเพียงใดก็ตาม เจ้าก็ยังคงเป็นสิ่งมีชีวิตทรงสร้างหนึ่งและเป็นผู้ที่เป็นของซาตาน  เราไม่มีวันส่งเสียงร้องว่า “เราคือพระเจ้า เราเป็นพระบุตรผู้เป็นที่รักของพระเจ้า!”  แต่งานที่เราทำคือพระราชกิจของพระเจ้า  เราจำเป็นต้องตะโกนหรือ?  ไม่มีความจำเป็นต้องมีการยกย่อง  พระเจ้าทรงพระราชกิจของพระองค์เองด้วยพระองค์เอง และไม่ทรงจำเป็นต้องให้มนุษย์มอบสถานะแก่พระองค์หรือให้สมญาที่ให้เกียรติแก่พระองค์ กล่าวคือ  พระราชกิจของพระองค์เป็นตัวแทนของพระอัตลักษณ์และสถานะของพระองค์  ก่อนหน้าการบัพติศมาของพระองค์ พระเยซูทรงเป็นพระเจ้าพระองค์เองหรือไม่?  พระองค์ไม่ได้ทรงเป็นเนื้อหนังซึ่งจุติมาเป็นมนุษย์ของพระเจ้าหรอกหรือ?  แน่ใจหรือไม่ว่าไม่สามารถกล่าวได้ว่า หลังจากการได้รับประจักษ์พยานแล้วเท่านั้นพระองค์จึงทรงกลายเป็นพระบุตรพระองค์เดียวของพระเจ้า?  ไม่ได้มีบุรุษหนึ่งที่มีนามว่าเยซูอยู่นานแล้วก่อนที่พระองค์จะได้ทรงเริ่มพระราชกิจของพระองค์หรอกหรือ?  เจ้าไร้ความสามารถที่จะนำพาเส้นทางใหม่ๆ ออกมาหรือเป็นตัวแทนพระวิญญาณได้  เจ้าไม่สามารถแสดงออกถึงพระราชกิจของพระวิญญาณหรือพระวจนะที่พระองค์ตรัส  เจ้าไร้ความสามารถที่จะทำพระราชกิจของพระเจ้าพระองค์เองได้ และเจ้าก็ไร้ความสามารถที่จะทำพระราชกิจของพระวิญญาณได้  พระปรีชาญาณ การอัศจรรย์ และความยากหยั่งถึงได้ของพระเจ้า และความครบถ้วนบริบูรณ์แห่งพระอุปนิสัยที่พระเจ้าทรงใช้ตีสอนมนุษย์—เหล่านี้ทั้งหมดล้วนเกินความสามารถของเจ้าที่จะแสดงออก  ดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์ที่จะพยายามกล่าวอ้างว่าเป็นพระเจ้า เจ้าคงจะมีเพียงชื่อเท่านั้นและไม่มีสิ่งใดจากเนื้อแท้นี้เลย  พระเจ้าพระองค์เองได้เสด็จมาแล้ว แต่ไม่มีผู้ใดจำพระองค์ได้ กระนั้นพระองค์ยังทรงดำเนินพระราชกิจของพระองค์ต่อไป และทรงทำเช่นนั้นในการเป็นตัวแทนของพระวิญญาณ  ไม่ว่าเจ้าจะเรียกพระองค์ว่ามนุษย์หรือพระเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้าหรือพระคริสต์ หรือเรียกพระองค์ว่าพี่น้องหญิง นั่นก็ไม่สำคัญ  แต่พระราชกิจที่พระองค์ทรงทำคือพระราชกิจของพระวิญญาณและเป็นตัวแทนของพระราชกิจของพระเจ้าพระองค์เอง  พระองค์ไม่ทรงใส่พระทัยกับพระนามที่มนุษย์ใช้เรียกพระองค์  พระนามนั้นสามารถกำหนดพระราชกิจของพระองค์ได้หรือไม่?  ไม่ว่าเจ้าจะเรียกพระองค์ว่าอย่างไร เท่าที่พระเจ้าทรงเกี่ยวข้องนั้น พระองค์ทรงเป็นเนื้อหนังซึ่งจุติมาเป็นมนุษย์ของพระวิญญาณของพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นตัวแทนของพระวิญญาณและได้รับความเห็นชอบโดยพระวิญญาณ  หากเจ้าไร้ความสามารถที่จะกรุยทางให้แก่ยุคใหม่ หรือนำพายุคเก่าไปถึงบทอวสาน หรือนำมาซึ่งยุคใหม่ หรือทำงานใหม่ได้ เช่นนั้นแล้ว ก็ไม่สามารถเรียกเจ้าว่าพระเจ้าได้!

ตัดตอนมาจาก “ความล้ำลึกแห่งการทรงจุติเป็นมนุษย์ (1)” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

486. บางคนกล่าวว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์กำลังทรงพระราชกิจในตัวพวกเขาตลอดเวลา นี่เป็นไปไม่ได้ หากพวกเขาจะกล่าวว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตกับพวกเขาตลอดเวลา นั่นอาจจะเป็นไปได้ หากพวกเขาจะกล่าวว่าการคิดและสำนึกรับรู้ของพวกเขาเป็นปกติตลอดเวลา นั่นก็อาจจะเป็นไปได้เช่นกัน และอาจแสดงให้เห็นว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตกับพวกเขา หากพวกเขากล่าวว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์กำลังทรงพระราชกิจภายในตัวพวกเขาตลอดเวลา กล่าวว่าพวกเขาได้รับการให้ความรู้แจ้งโดยพระเจ้าและได้รับการสัมผัสโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ทุกชั่วขณะ และได้รับความรู้ใหม่ตลอดเวลา เช่นนั้นแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องปกติแต่อย่างใดเลย!  มันเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติอย่างครบถ้วนบริบูรณ์!  ไม่ต้องสงสัยเลยแม้แต่น้อย ผู้คนเช่นนั้นก็คือเหล่าวิญญาณชั่ว!  แม้คราที่พระวิญญาณของพระเจ้าเสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์ มีเวลาที่พระองค์ยังต้องเสวยและต้องทรงหยุดพัก—ไม่ต้องพูดถึงพวกมนุษย์แต่อย่างใด  บรรดาผู้ที่ได้ถูกเหล่าวิญญาณชั่วครอบครองดูเหมือนว่าไม่มีความอ่อนแอของเนื้อหนัง พวกเขาสามารถละทิ้งและล้มเลิกทุกสิ่งได้ พวกเขาเป็นอิสระจากอารมณ์ความรู้สึก สามารถสู้ทนต่อความทรมานและไม่รู้สึกถึงความเหนื่อยล้าแม้แต่น้อย ราวกับว่าพวกเขาได้อยู่เหนือเนื้อหนังแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติอย่างที่สุดหรอกหรือ? งานของเหล่าวิญญาณชั่วนั้นเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ—ไม่มีมนุษย์คนใดสามารถสัมฤทธิ์สิ่งต่างๆ เช่นนั้นได้!  บรรดาผู้ที่ขาดการหยั่งรู้จะอิจฉาเมื่อพวกเขาเห็นผู้คนเช่นนั้น: พวกเขากล่าวว่าพวกเขามีเรี่ยวแรงกำลังเช่นนั้นในการเชื่อในพระเจ้าของพวกเขา มีความเชื่ออันยิ่งใหญ่ และไม่เคยแสดงให้เห็นถึงสัญญาณของความอ่อนแอแม้แต่น้อย!  ในความเป็นจริงแล้ว เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นการสำแดงให้เห็นถึงงานของวิญญาณชั่ว  ด้วยเพราะผู้คนปกติย่อมมีความอ่อนแอของมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นี่คือสภาวะปกติของบรรดาผู้ที่มีการทรงสถิตของพระวิญญาณบริสุทธิ์

ตัดตอนมาจาก “การปฏิบัติ (4)” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

487. เมื่อผู้คนมีความเข้าใจเกี่ยวกับพระเจ้าอยู่บ้าง พวกเขาย่อมสามารถที่จะทนทุกข์เพื่อพระองค์และอุทิศชีวิตของพวกเขาให้แก่พระองค์อย่างเต็มใจ  ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ซาตานก็ยังคงมีอำนาจควบคุมความอ่อนแอภายในของพวกเขา และยังคงสามารถเป็นเหตุให้พวกเขาทุกข์ทนได้  วิญญาณชั่วทั้งหลายนั้นยังคงทำงานอยู่ในตัวผู้คน ทำการแทรกแซงพวกเขาและเป็นเหตุให้พวกเขาอยู่ในสภาวะงุนงงสับสนของจิตใจ ทำให้พวกเขาสูญเสียสำนึกรับรู้ที่ปกติไป รู้สึกไม่สบายใจ และรู้สึกกระวนกระวายในทุกด้าน  ยังมีหลายสิ่งทางจิตใจและดวงจิตในผู้คนที่สามารถถูกควบคุมและบงการได้โดยซาตาน  นี่คือเหตุผลที่เจ้าล้มป่วยและกลายเป็นเดือดร้อน และมีความเป็นไปได้ที่เจ้าจะฆ่าตัวตาย และบางคราวเจ้ายังรู้สึกอีกด้วยว่า โลกนี้ช่างอ้างว้าง หรือชีวิตไม่มีความหมาย  กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ความทุกข์เหล่านี้ของมนุษย์ยังอยู่ภายใต้การบัญชาของซาตาน ความทุกข์ดังกล่าวประกอบขึ้นจากหนึ่งในความอ่อนแอทั้งหลายที่ถึงแก่ชีวิตของมนุษย์  ทั้งซาตานยังคงมีความสามารถที่จะนำสิ่งเหล่านั้นที่มันได้เหยียบย่ำและทำให้เสื่อมทรามไปแล้วมาใช้ กล่าวคือ สิ่งเหล่านั้นเป็นอาวุธทั้งหลายที่ซาตานสามารถนำมาใช้กับมนุษยชาติได้ […] พวกวิญญาณชั่วเข้าใจใช้ทุกโอกาสเหมาะที่จะทำงานของพวกมัน กล่าวคือ พวกมันสามารถพูดกับเจ้าจากภายใน หรือกระซิบเข้าไปในหูของเจ้า หรือพวกมันสามารถทำให้ความคิดและจิตใจของเจ้าเกิดความระส่ำระสาย  พวกมันสามารถถึงขั้นสามารถพรางสัมผัสของพระวิญญาณบริสุทธิ์เอาไว้เพื่อที่เจ้าจะไม่สามารถรู้สึกถึงสัมผัสนั้นได้  หลังจากนั้น พวกมันก็เริ่มแทรกแซงเจ้าโดยการทำให้การคิดของเจ้างุนงงสับสนและทำให้เจ้าสมองฝ่อ ทิ้งให้เจ้าทุรนทุรายและสติแตก  เช่นนั้นก็คืองานที่พวกวิญญาณชั่วทำกับผู้คน  หากผู้คนไม่สามารถหยั่งรู้การนี้แล้วไซร้ พวกเขาย่อมพบว่าตัวเองนั้นตกอยู่ในอันตรายอันใหญ่หลวง

ตัดตอนมาจาก “นัยสำคัญแห่งการที่พระเจ้าทรงรับรสชาติของความทุกข์ทางโลก” ใน บันทึกปาฐกถาของพระคริสต์

488. พระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นการดำเนินไปในเชิงบวก ในขณะที่งานของซาตานคือการล่าถอย ความเป็นลบ ความเป็นกบฏ การต้านทานต่อพระเจ้า การสูญเสียความเชื่อในพระเจ้า ความไม่เต็มใจแม้กระทั่งที่จะร้องเพลงสรรเสริญ และการอ่อนแอเกินไปที่จะปฏิบัติหน้าที่ของคนผู้หนึ่ง  ทุกสิ่งทุกอย่างที่แตกกิ่งก้านจากความรู้แจ้งของพระวิญญาณบริสุทธิ์ค่อนข้างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ได้บังคับเจ้า  หากเจ้าติดตามสิ่งนั้น เช่นนั้นแล้วเจ้าก็จะมีสันติสุข หากเจ้าไม่ติดตาม เช่นนั้นแล้วเจ้าก็จะถูกต่อว่าหลังจากนั้น  ด้วยความรู้แจ้งของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ไม่มีสิ่งใดที่เจ้าทำจะถูกเข้าแทรกแซงหรือจำกัดควบคุม เจ้าจะได้รับการปล่อยให้เป็นอิสระ จะมีเส้นทางที่จะปฏิบัติในการกระทำของเจ้า และเจ้าจะไม่ต้องอยู่ภายใต้สิ่งยึดเหนี่ยวใดๆ แต่สามารถที่จะกระทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าได้  งานของซาตานทำให้เกิดการเข้าแทรกแซงเจ้าในหลายสิ่ง  นั่นทำให้เจ้าไม่เต็มใจที่จะอธิษฐาน เกียจคร้านเกินไปที่จะกินและดื่มพระวจนะของพระเจ้า และไม่สมัครใจที่จะใช้ชีวิตแห่งคริสตจักร และนั่นทำให้เจ้าห่างเหินจากชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ  พระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่เข้าแทรกแซงชีวิตประจำวันของเจ้า และไม่เข้าแทรกแซงการเข้าไปสู่ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณปกติของเจ้า

ตัดตอนมาจาก “พระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์และงานของซาตาน” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

489. สิ่งที่มาจากพระเจ้ามอบนิมิตต่างๆ แก่เจ้าด้วยความกระจ่างแจ้งที่เพิ่มพูนขึ้นทุกที และนำเจ้ามาใกล้ชิดพระเจ้ายิ่งขึ้นทุกที เจ้าแบ่งปันความรักที่จริงจังจริงใจกับพี่น้องชายหญิงของเจ้า  เจ้าสามารถแสดงการคำนึงถึงพระภาระของพระเจ้า และมีหัวใจที่รักพระเจ้าซึ่งไม่มีวันลดน้อยลง  มีถนนสายหนึ่งข้างหน้าให้เจ้าเดิน  สิ่งที่มาจากซาตานทำให้นิมิตทั้งหลายปลาสนาการไปพร้อมกับเจ้า และทำให้เจ้าสูญเสียทั้งหมดที่เจ้าได้มีมาก่อน เจ้ากลายเป็นเหินห่างจากพระเจ้า เจ้าไม่มีความรักสำหรับพี่น้องชายหญิงของเจ้า และเจ้ามีหัวใจที่น่าชัง  เจ้ากลับกลายท้อแท้สิ้นหวัง  เจ้าไม่ปรารถนาที่จะใช้ชีวิตคริสตจักรอีกต่อไป และหัวใจที่รักพระเจ้าของเจ้าก็ไม่มีอีกต่อไป  นี่คืองานของซาตาน และเป็นผลสืบเนื่องที่งานของพวกวิญญาณชั่วนำไปสู่

ตัดตอนมาจาก “บทที่ 22” ของ ถ้อยดำรัสของพระคริสต์ในปฐมกาล ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

490. ในการปฏิบัติที่แท้จริงของผู้คน โดยมากเกิดจากเจตจำนงของมนุษย์ที่ผู้คนเชื่ออย่างไม่เปลี่ยนแปลงว่ามาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์  สิ่งบางสิ่งมาจากวิญญาณชั่ว แต่กระนั้นผู้คนก็ยังคงคิดว่าสิ่งเหล่านั้นมาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ และบางครั้งพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงนำผู้คนจากภายใน แต่ถึงกระนั้น ผู้คนก็เกรงว่าการทรงนำเช่นนั้นมาจากซาตาน และดังนั้นจึงไม่กล้าเชื่อฟัง ทั้งที่ในความเป็นจริง การทรงนำนั้นคือความรู้แจ้งของพระวิญญาณบริสุทธิ์  ดังนั้น นอกเสียจากว่าคนผู้หนึ่งปฏิบัติการแยกความแตกต่างกัน เช่นนั้นแล้วก็ไม่มีทางประสบกับประสบการณ์ที่สัมพันธ์กับชีวิตจริงของคนผู้หนึ่งได้ หากปราศจากการแยกความแตกต่างกัน ก็ไม่มีทางจะได้รับชีวิต  พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงพระราชกิจอย่างไร?  วิญญาณชั่วทำงานอย่างไร?  สิ่งใดที่มาจากเจตจำนงของมนุษย์?  และสิ่งใดเกิดจากการทรงนำและความรู้แจ้งของพระวิญญาณบริสุทธิ์?  หากเจ้าจับความเข้าใจแบบแผนพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ภายในมนุษย์ เช่นนั้นแล้ว ในชีวิตประจำวันของเจ้าและในระหว่างประสบการณ์ที่สัมพันธ์กับชีวิตจริงของเจ้า เจ้าจะสามารถทำให้ความรู้เพิ่มพูนขึ้นและเปรียบเทียบลักษณะเด่นได้ เจ้าจะได้มารู้จักพระเจ้า เจ้าจะสามารถเข้าใจและหยั่งรู้ซาตาน เจ้าจะไม่สับสนในการเชื่อฟังหรือการไล่ตามเสาะหาของเจ้า และเจ้าจะเป็นใครคนหนึ่งที่ความคิดชัดเจน ผู้เชื่อฟังพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์

ตัดตอนมาจาก “พระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์และงานของซาตาน” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

491. เมื่อบางสิ่งเกิดขึ้นกับเจ้าในชีวิตประจำวันของเจ้า เจ้าควรแยกความแตกต่างระหว่างกันว่าสิ่งนั้นมาจากพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์หรือมาจากงานของซาตานอย่างไร?  เมื่อสภาพเงื่อนไขของผู้คนปกติ เช่นนั้นแล้วชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของพวกเขาและชีวิตของพวกเขาในเนื้อหนังก็ปกติ และเหตุผลของพวกเขาก็ปกติและเป็นระเบียบ  เมื่อพวกเขาอยู่ในสภาพเงื่อนไขนี้ สิ่งที่พวกเขาได้รับประสบการณ์และมารู้ภายในตัวพวกเขาเอง สามารถกล่าวได้โดยทั่วไปว่ามาจากการได้รับการสัมผัสจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ (การมีความรู้ความเข้าใจเชิงลึกหรือการครอบครองความรู้ที่เรียบง่ายบางอย่างเมื่อพวกเขากินและดื่มพระวจนะของพระเจ้า หรือสัตย์ซื่อในสิ่งบางสิ่ง หรือการมีกำลังที่จะรักพระเจ้าในสิ่งบางสิ่ง—นี่ล้วนมาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์)  พระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในมนุษย์มีความปกติอย่างยิ่ง มนุษย์ไม่สามารถรู้สึกถึงสิ่งนั้นได้ และดูเหมือนว่าจะผ่านมายังมนุษย์ด้วยตัวเขาเอง แม้ว่าที่จริงแล้วสิ่งนั้นเป็นพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์  ในชีวิตประจำวัน พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงพระราชกิจทั้งใหญ่และเล็กในทุกคน และขอบเขตของพระราชกิจนี้นั่นเองที่ผันแปร  ผู้คนบางคนมีขีดความสามารถที่ดี และพวกเขาเข้าใจสิ่งทั้งหลายอย่างรวดเร็ว และความรู้แจ้งของพระวิญญาณบริสุทธิ์ยิ่งใหญ่เป็นอย่างยิ่งภายในพวกเขา  ในขณะเดียวกัน ผู้คนบางคนก็มีขีดความสามารถที่ไม่ดี และต้องใช้เวลานานกว่าในการเข้าใจสิ่งทั้งหลาย แต่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสัมผัสพวกเขาที่ภายในและพวกเขาก็สามารถสัมฤทธิ์ความสัตย์ซื่อในพระเจ้าได้เช่นกัน—พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงพระราชกิจในบรรดาคนเหล่านั้นทั้งหมดผู้ที่ไล่ตามเสาะหาพระเจ้า  ในชีวิตประจำวัน เมื่อผู้คนไม่ต่อต้านหรือเป็นกบฏต่อพระเจ้า ไม่ทำสิ่งที่ไม่ลงรอยกันกับการบริหารจัดการของพระเจ้า และไม่เข้าแทรกแซงพระราชกิจของพระเจ้า เช่นนั้นแล้วในพวกเขาแต่ละคน พระวิญญาณของพระเจ้าก็ทรงพระราชกิจในระดับหนึ่ง  พระองค์ทรงสัมผัสพวกเขา ทรงให้ความรู้แจ้งแก่พวกเขา ทรงให้ความเชื่อแก่พวกเขา ทรงให้กำลังแก่พวกเขา และทรงเคลื่อนพวกเขาให้เข้าสู่ในเชิงรุก ไม่เกียจคร้านหรือโลภอยากได้ความชื่นชมยินดีในเนื้อหนัง เต็มใจที่จะปฏิบัติความจริง และถวิลหาพระวจนะของพระเจ้า  ทั้งหมดนี้คือพระราชกิจที่มาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์

เมื่อสภาวะของผู้คนไม่ปกติ พวกเขาถูกละทิ้งโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในความรู้สึกนึกคิดทั้งหลายของพวกเขา พวกเขาโน้มเอียงที่จะพร่ำบ่น แรงจูงใจของพวกเขานั้นผิด พวกเขาเกียจคร้าน พวกเขาปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเนื้อหนัง และหัวใจของพวกเขาเป็นกบฏต่อความจริง  ทั้งหมดนี้มาจากซาตาน เมื่อสภาพเงื่อนไขของผู้คนไม่เป็นปกติ เมื่อพวกเขามืดมนภายในและสูญเสียเหตุผลปกติของพวกเขาไป ได้ถูกละทิ้งโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ และไร้ความสามารถที่จะรู้สึกถึงพระเจ้าภายในตัวพวกเขาเอง นี่คือเวลาที่ซาตานกำลังทำงานภายในพวกเขา  หากผู้คนมีกำลังอยู่เสมอภายในพวกเขาและรักพระเจ้าอยู่เสมอ เช่นนั้นแล้วโดยทั่วไป เมื่อสิ่งทั้งหลายเกิดขึ้นกับพวกเขา สิ่งเหล่านั้นมาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ และไม่ว่าใครก็ตามที่พวกเขาพบพาน การพบพานเป็นผลลัพธ์ของการจัดการเตรียมการของพระเจ้า  กล่าวคือ เมื่อเจ้าอยู่ในสภาพเงื่อนไขปกติ เมื่อเจ้าอยู่ภายในพระราชกิจที่ยิ่งใหญ่ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เช่นนั้นแล้วก็เป็นไปไม่ได้ที่ซาตานจะทำให้เจ้าหวั่นไหว  บนรากฐานนี้สามารถกล่าวได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างมาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ และแม้ว่าเจ้าอาจมีความคิดที่ไม่ถูกต้อง แต่เจ้าก็สามารถประกาศตัดขาดจากความคิดเหล่านั้นและเจ้าไม่ติดตามความคิดเหล่านั้น  ทั้งหมดนี้มาจากพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์  ซาตานเข้าแทรกแซงในสถานการณ์ใด?  เป็นเรื่องง่ายสำหรับซาตานที่จะทำงานภายในเจ้า เมื่อสภาพเงื่อนไขของเจ้าไม่ปกติ เมื่อเจ้าไม่ได้รับการสัมผัสโดยพระเจ้า และปราศจากพระราชกิจของพระเจ้า เมื่อเจ้าแห้งแล้งและรกร้างภายใน เมื่อเจ้าอธิษฐานต่อพระเจ้าแต่จับความเข้าใจไม่ได้สักสิ่ง และเมื่อเจ้ากินและดื่มพระวจนะของพระเจ้าแต่ไม่ได้รับความรู้แจ้งหรือได้รับความกระจ่าง  กล่าวอีกอย่างคือ เมื่อเจ้าถูกทอดทิ้งโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ และเจ้าไม่สามารถรู้สึกถึงพระเจ้าได้ เช่นนั้นแล้วหลายสิ่งก็เกิดขึ้นกับเจ้าซึ่งมาจากการทดลองของซาตาน  ในขณะที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงพระราชกิจ ซาตานก็กำลังทำงานอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน  พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสัมผัสภายในของมนุษย์ ในขณะเดียวกัน ซาตานก็เข้าแทรกแซงในมนุษย์  อย่างไรก็ตาม พระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงรับตำแหน่งนำหน้า และผู้คนที่สภาพเงื่อนไขของพวกเขาปกติสามารถมีชัยชนะได้ นี่คือชัยชนะของพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์เหนืองานของซาตาน  ในขณะที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงพระราชกิจ อุปนิสัยที่เสื่อมทรามยังคงดำรงอยู่ภายในผู้คน อย่างไรก็ดี ในระหว่างพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้คนที่จะค้นพบและระลึกรู้ความเป็นกบฏ แรงจูงใจ และการเจือปนของพวกเขา  เมื่อนั้นเท่านั้นผู้คนจึงจะรู้สึกสำนึกผิดและมีความเต็มใจเพิ่มมากขึ้นที่จะกลับใจ  เมื่อเป็นเช่นนั้น อุปนิสัยที่เป็นกบฏและเสื่อมทรามของพวกเขาจึงค่อยๆ ถูกเหวี่ยงทิ้งไปภายในพระราชกิจของพระเจ้า  พระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์นั้นปกติเป็นอย่างยิ่ง ขณะที่พระองค์ทรงพระราชกิจในผู้คน พวกเขาก็ยังคงมีความทุกข์ยากลำบาก พวกเขายังคงร้องไห้คร่ำครวญ พวกเขายังคงทนทุกข์ พวกเขายังคงอ่อนแอและยังคงมีมากมายหลายสิ่งที่ไม่ชัดเจนสำหรับพวกเขา แต่กระนั้นก็ดีในสภาวะนี้ พวกเขาก็สามารถหยุดตัวเองไม่ให้เสื่อมถอย และพวกเขาสามารถรักพระเจ้า และแม้ว่าพวกเขาร้องไห้คร่ำครวญและคับแค้นใจ แต่พวกเขาก็ยังคงสามารถสรรเสริญพระเจ้า พระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์นั้นปกติเป็นอย่างยิ่งโดยไม่เกินธรรมชาติเลยแม้แต่น้อยนิด  ผู้คนส่วนมากเชื่อว่า ทันทีที่พระวิญญาณบริสุทธิ์เริ่มต้นทรงพระราชกิจ การเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นแก่สภาวะของผู้คนและสิ่งที่จำเป็นสำหรับพวกเขาก็ถูกกำจัดออก  การเชื่อเช่นนั้นเป็นความเชื่อที่ผิด  เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงพระราชกิจภายในมนุษย์ สิ่งที่นิ่งเฉยของมนุษย์ก็ยังคงอยู่ที่นั่นและวุฒิภาวะของเขาก็ยังคงเหมือนเดิม แต่เขาได้รับความกระจ่างและความรู้แจ้งของพระวิญญาณบริสุทธิ์ และดังนั้นสภาวะของเขาจึงกลายเป็นเชิงรุกมากยิ่งขึ้น สภาพเงื่อนไขภายในเขากลายเป็นปกติ และเขาเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  ในประสบการณ์ที่แท้จริงของผู้คน โดยหลักแล้วพวกเขาได้รับประสบการณ์กับพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์หรือไม่ก็กับงานของซาตาน และหากพวกเขาไร้ความสามารถที่จะจับความเข้าใจสภาวะเหล่านี้และไม่แยกความแตกต่าง เช่นนั้นแล้วก็ไม่ต้องถามถึงการเข้าไปสู่ประสบการณ์ที่แท้จริง ไม่ต้องพูดถึงการเปลี่ยนแปลงในอุปนิสัย  ดังนั้น กุญแจสำคัญในการได้รับประสบการณ์กับพระราชกิจของพระเจ้าคือการที่สามารถมองทะลุสิ่งดังกล่าว ในหนทางนี้ นั่นก็จะง่ายขึ้นสำหรับพวกเขาที่จะได้รับประสบการณ์กับพระราชกิจของพระเจ้า

ตัดตอนมาจาก “พระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์และงานของซาตาน” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

492. เมื่อรู้ว่าพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์คืออะไรและงานของซาตานคืออะไร เจ้าก็สามารถเปรียบเทียบสิ่งเหล่านี้กับสภาวะของตัวเจ้าเองในระหว่างประสบการณ์ของเจ้า และกับประสบการณ์ของตัวเจ้าเอง และในหนทางนี้ จะมีความจริงอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับหลักธรรมในประสบการณ์ของเจ้า  เมื่อได้เข้าใจความจริงเหล่านี้เกี่ยวกับหลักธรรมแล้ว เจ้าจะสามารถเชี่ยวชาญสภาวะที่แท้จริงของเจ้าได้ เจ้าจะสามารถแยกความแตกต่างท่ามกลางผู้คนและเหตุการณ์ทั้งหลาย และเจ้าจะไม่ต้องใช้ความพยายามมากมายในการได้รับพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์  แน่นอนว่า นี่ขึ้นอยู่กับแรงจูงใจของเจ้าที่ถูกต้องและกับความเต็มใจของเจ้าที่จะแสวงหาและปฏิบัติ  ภาษาเช่นนี้—ภาษาซึ่งเกี่ยวข้องกับหลักธรรม—ควรมีส่วนสำคัญในประสบการณ์ของเจ้า  เมื่อปราศจากสิ่งนี้ ประสบการณ์ของเจ้าจะเต็มไปด้วยการเข้าแทรกแซงของซาตานและความรู้ที่โง่เขลา  หากเจ้าไม่เข้าใจว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงพระราชกิจอย่างไร เช่นนั้นแล้วเจ้าก็ไม่เข้าใจว่าเจ้าจะเข้าสู่ได้อย่างไร และหากเจ้าไม่เข้าใจว่าซาตานทำงานอย่างไร เช่นนั้นแล้วเจ้าก็ไม่เข้าใจว่าเจ้าจะระมัดระวังกับแต่ละก้าวที่เจ้าเดินได้อย่างไร  ผู้คนควรเข้าใจทั้งว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงพระราชกิจอย่างไรและซาตานทำงานอย่างไร ทั้งคู่เป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ของประสบการณ์ของผู้คน

ตัดตอนมาจาก “พระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์และงานของซาตาน” ใน พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

เชิงอรรถ:

ก. ข้อความต้นฉบับไม่มีวลี “จากนิทานอุปมา”

ก่อนหน้า: ง. ว่าด้วยความแตกต่างระหว่างพระราชกิจของพระเจ้ากับมนุษย์

ถัดไป: ฉ. ว่าด้วยการทำความเข้าใจอุปนิสัยเยี่ยงซาตานของคนเราและธรรมชาติกับแก่นแท้ของคนเรา

พระเจ้าได้เสด็จมาอย่างลับๆ ก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงและได้ทรงสร้างกลุ่มผู้มีชัยชนะขึ้นแล้ว จากนั้น พระเจ้าจะทรงปรากฏอย่างเปิดเผยและทรงให้รางวัลคนดีและลงโทษคนชั่ว คุณต้องการต้อนรับองค์พระผู้เป็นเจ้าและให้พระเจ้าช่วยให้รอดก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงหรือไม่? อย่าลังเลที่จะติดต่อเราตอนนี้เพื่อหาวิธี
ติดต่อเราผ่าน Messenger
ติดต่อเราผ่าน Line

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เส้นทาง… (1)

ในชั่วชีวิตของพวกเขา ไม่มีใครรู้เลยว่าพวกเขาจะเผชิญกับความผิดพลาดล้มเหลวแบบใด และพวกเขาจะอยู่ภายใต้กระบวนการถลุงแบบใด สำหรับบางคน...

ตระเตรียมความประพฤติที่ดีงามให้พอเพียงสำหรับบั้นปลายของเจ้า

เราได้ทำงานไปมากมายท่ามกลางพวกเจ้า และแน่นอนว่า ได้กล่าวถ้อยคำไปมากพอสมควรด้วยเช่นกัน  กระนั้นเราก็ยังอดที่จะรู้สึกไม่ได้ว่า...

ผู้ที่ถูกเรียกมีมากมาย แต่ผู้ที่ถูกเลือกมีเพียงนิดเดียว

เราได้แสวงหาผู้คนมากมายบนโลกนี้เพื่อให้มาเป็นผู้ติดตามของเรา ในหมู่ผู้ติดตามทั้งหมดเหล่านี้ มีผู้ที่ทำหน้าที่เป็นนักบวช ผู้ที่เป็นผู้นำ...

พระคริสต์แห่งยุคสุดท้ายเท่านั้นที่ทรงสามารถประทานหนทางแห่งชีวิตนิรันดร์แก่มนุษย์ได้

หนทางแห่งชีวิตไม่ใช่สิ่งที่ใครๆ ก็สามารถมีได้ อีกทั้งก็ไม่ใช่สิ่งที่ใครๆ ก็สามารถบรรลุอย่างง่ายๆ ได้...

การตั้งค่า

  • ข้อความ
  • ธีม

สีเข้ม

ธีม

แบบอักษร

ขนาดตัวอักษร

ระยะห่างบรรทัด

ระยะห่างบรรทัด

ความกว้างของหน้า

เนื้อหา

ค้นหา

  • ค้นหาข้อความนี้
  • ค้นหาในหนังสือนี้