พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | “ทุกสิ่งสัมฤทธิ์ได้ด้วยพระวจนะแห่งพระเจ้า” | บทตัดตอน 35

พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน | “ทุกสิ่งสัมฤทธิ์ได้ด้วยพระวจนะแห่งพระเจ้า” | บทตัดตอน 35

398 |วันที่ 11 เดือน 06 ปี 2020

พระเจ้าได้เสด็จมายังแผ่นดินโลกเพื่อตรัสพระวจนะของพระองค์เป็นหลัก สิ่งที่เจ้าเข้าเชื่อมความสัมพันธ์ด้วยก็คือพระวจนะของพระเจ้า สิ่งที่เจ้าเห็นก็คือพระวจนะของพระเจ้า สิ่งที่เจ้าได้ยินก็คือพระวจนะของพระเจ้า สิ่งที่เจ้าปฏิบัติตามก็คือพระวจนะของพระเจ้า สิ่งที่เจ้าได้รับประสบการณ์ด้วยก็คือพระวจนะของพระเจ้า และการจุติเป็นมนุษย์ของพระเจ้าก็ใช้พระวจนะเป็นหลักในการทำให้มนุษย์มีความเพียบพร้อม พระองค์ไม่ทรงแสดงหมายสำคัญและการอัศจรรย์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ทรงพระราชกิจซึ่งพระเยซูได้ทรงทำในอดีต แม้ว่าพระองค์ทั้งสองทรงเป็นพระเจ้า และทั้งสองทรงเป็นเนื้อหนัง พันธกิจต่าง ๆ ของพระองค์ทั้งสองไม่ใช่อย่างเดียวกัน เมื่อพระเยซูได้เสด็จมา พระองค์ยังได้ทรงส่วนหนึ่งของพระราชกิจของพระเจ้าและได้ตรัสพระวจนะบางถ้อยคำ—แต่อะไรกันแน่ที่เป็นพระราชกิจหลักซึ่งพระองค์ได้ทรงสำเร็จลุล่วง? สิ่งที่พระองค์ได้ทรงสำเร็จลุล่วงโดยหลักก็คือพระราชกิจแห่งการถูกตรึงกางเขน พระองค์ได้ทรงกลายเป็นสภาพเสมือนเนื้อหนังที่บาปเพื่อทรงพระราชกิจแห่งการถูกตรึงกางเขนให้แล้วเสร็จและไถ่มนุษยชาติทั้งมวล และที่พระองค์ได้ทรงทำหน้าที่ในฐานะเครื่องบูชาบาปอย่างหนึ่งนั้นก็เป็นไปเพื่อประโยชน์แห่งบาปของมนุษยชาติทั้งมวล นี่คือพระราชกิจหลักซึ่งพระองค์ได้ทรงสำเร็จลุล่วง ท้ายที่สุด พระองค์ได้ทรงจัดเตรียมเส้นทางแห่งกางเขนเพื่อทรงนำบรรดาผู้ที่ได้มาในภายหลัง ในตอนที่พระเยซูได้เสด็จมา ในเบื้องต้นก็เพื่อทรงพระราชกิจแห่งการไถ่ให้แล้วเสร็จ พระองค์ได้ทรงไถ่มนุษยชาติทั้งมวล และได้ทรงนำข่าวประเสริฐแห่งอาณาจักรสวรรค์มาสู่มนุษย์ และยิ่งไปกว่านั้น พระองค์ได้ทรงให้กำเนิดเส้นทางสู่อาณาจักรสวรรค์ ผลก็คือ ทุกคนที่ได้มาในภายหลังกล่าวว่า "เราควรเดินไปบนเส้นทางแห่งกางเขน และพลีอุทิศตัวพวกเราเองเพื่อกางเขน" แน่นอนว่า ในตอนเริ่มแรก พระเยซูยังได้ทรงพระราชกิจอื่นบางอย่างและได้ตรัสพระวจนะบางถ้อยคำเช่นกันเพื่อทำให้มนุษย์กลับใจและสารภาพบาปของเขา แต่พันธกิจของพระองค์นั้นยังคงเป็นการถูกตรึงกางเขน และช่วงเวลาสามปีครึ่งที่พระองค์ได้ทรงใช้ไปในการประกาศหนทางนั้น ก็เป็นไปเพื่อการตระเตรียมสำหรับการถูกตรึงกางเขนซึ่งตามมาในภายหลัง หลายครั้งคราวที่พระเยซูได้ทรงอธิษฐานก็ยังเป็นไปเพื่อประโยชน์ของการถูกตรึงกางเขนเช่นกัน ชีวิตของมนุษย์ปกติคนหนึ่งซึ่งพระองค์ได้ทรงดำเนินไปและช่วงเวลาสามสิบปีครึ่งที่พระองค์ทรงพระชนม์ชีพอยู่บนแผ่นดินโลกนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ของการทรงพระราชกิจแห่งการถูกตรึงกางเขนให้แล้วเสร็จเป็นหลัก ปีทั้งหลายนั้นก็เพื่อจะมอบความแข็งแกร่งให้แก่พระองค์ในการรับปฏิบัติพระราชกิจนี้ซึ่งผลที่ตามมาจากการนี้ก็คือ พระเจ้าได้ทรงไว้วางพระทัยมอบพระราชกิจแห่งการถูกตรึงกางเขนให้แก่พระองค์ พระเจ้าซึ่งจุติมาเป็นมนุษย์จะทรงสำเร็จลุล่วงพระราชกิจใดวันนี้? วันนี้ พระเจ้าได้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์โดยประการสำคัญแล้วก็เพื่อทรงพระราชกิจแห่ง "พระวจนะซึ่งทรงปรากฏเป็นมนุษย์" ให้แล้วเสร็จ เพื่อทรงใช้พระวจนะทำให้มนุษย์มีความเพียบพร้อม และทรงทำให้มนุษย์ยอมรับการจัดการกับพระวจนะและกระบวนการถลุงพระวจนะ ในพระวจนะของพระองค์ พระองค์ทรงทำให้เจ้าได้รับการจัดเตรียมและได้รับชีวิต ในพระวจนะของพระองค์ เจ้าเห็นพระราชกิจและกิจการของพระองค์ พระเจ้าทรงใช้พระวจนะเพื่อตีสอนและถลุงเจ้า และด้วยเหตุนี้ หากเจ้าทนทุกข์จากความยากลำบาก มันก็เป็นเพราะพระวจนะของพระเจ้าด้วยเช่นกัน วันนี้ พระเจ้าไม่ทรงพระราชกิจด้วยข้อเท็จจริงต่าง ๆ แต่ด้วยพระวจนะ เพียงภายหลังจากที่พระวจนะของพระองค์ได้มาถึงเจ้าแล้วเท่านั้น พระวิญญาณบริสุทธิ์จึงสามารถทรงพระราชกิจภายในตัวเจ้าได้และทำให้เจ้าทนทุกข์จากความเจ็บปวดหรือรู้สึกถึงความหวานชื่น มีเพียงพระวจนะของพระเจ้าเท่านั้นที่สามารถนำเจ้าไปสู่ความเป็นจริงได้ และมีเพียงพระวจนะของพระเจ้าเท่านั้นที่สามารถทำให้เจ้ามีความเพียบพร้อมได้ และดังนั้น อย่างน้อยที่สุดเจ้าจะต้องเข้าใจการนี้: พระราชกิจซึ่งปฏิบัติสำเร็จโดยพระเจ้าช่วงระหว่างยุคสุดท้ายโดยประการสำคัญแล้วคือ การใช้พระวจนะของพระองค์เพื่อทรงทำให้บุคคลทุกคนมีความเพียบพร้อมและเพื่อทรงนำมนุษย์ พระราชกิจทั้งหมดซึ่งพระองค์ทรงปฏิบัตินั้นทำโดยผ่านทางพระวจนะ พระองค์ไม่ทรงใช้ข้อเท็จจริงต่าง ๆ เพื่อตีสอนเจ้า มีบางเวลาที่ผู้คนบางคนต่อต้านพระเจ้า พระเจ้าไม่ทรงทำให้เจ้าได้รับความไม่สบายใหญ่หลวง เนื้อหนังของเจ้าไม่ได้ถูกตีสอน และเจ้าไม่ได้ทนทุกข์จากความยากลำบาก—แต่ทันทีที่พระวจนะของพระองค์มาถึงเจ้า และถลุงเจ้า มันก็ทนไม่ไหวแล้วสำหรับเจ้า มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอกหรือ? ในระหว่างเวลาของพวกคนปรนนิบัติ พระเจ้าได้ตรัสว่าจะโยนมนุษย์เข้าไปในบาดาลลึก มนุษย์ได้มาถึงยังบาดาลลึกจริง ๆ หรือไม่? แค่ผ่านทางการใช้พระวจนะเพื่อถลุงมนุษย์ มนุษย์ก็ได้เข้าสู่บาดาลลึกไปแล้ว และดังนั้น ในระหว่างยุคสุดท้าย เมื่อพระเจ้าทรงบังเกิดเป็นมนุษย์ พระองค์ทรงใช้พระวจนะเป็นหลักเพื่อสำเร็จลุล่วงในทุกสิ่งและทำให้ให้ทุกสิ่งชัดเจน ด้วยพระวจนะของพระองค์เท่านั้นเจ้าจึงสามารถเห็นสิ่งที่พระองค์ทรงเป็น ด้วยพระวจนะของพระองค์เท่านั้นเจ้าจึงสามารถเห็นได้ว่าพระองค์ทรงเป็นองค์พระเจ้าเอง เมื่อพระเจ้าซึ่งจุติมาเป็นมนุษย์เสด็จมายังแผ่นดินโลก พระองค์ไม่ทรงพระราชกิจอื่นใดเว้นเสียแต่การตรัสถึงพระวจนะ—ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีความจำเป็นสำหรับข้อเท็จจริงต่าง ๆ พระวจนะทั้งหลายนั้นเพียงพอแล้ว นั่นเป็นเพราะพระองค์ได้เสด็จมาเพื่อทรงพระราชกิจนี้เป็นหลัก เพื่อยอมให้มนุษย์ได้เห็นฤทธานุภาพของพระองค์และมไหศวรรย์ในพระวจนะของพระองค์ เพื่อยอมให้มนุษย์ได้เห็นในพระวจนะของพระองค์ว่าพระองค์ทรงซ่อนเร้นพระองค์เองโดยถ่อมพระทัยอย่างไร และเพื่อยอมให้มนุษย์ได้รู้จักความครบถ้วนบริบูรณ์ในพระวจนะของพระองค์ ทั้งหมดที่พระองค์ทรงมีและทั้งหมดที่พระองค์ทรงเป็นนั้นอยู่ในพระวจนะของพระองค์ พระปรีชาญาณและความมหัศจรรย์ของพระองค์นั้นอยู่ในพระวจนะของพระองค์ ในการนี้เจ้าถูกทำให้เห็นวิธีการมากมายซึ่งพระเจ้าทรงใช้ในการตรัสพระวจนะของพระองค์ ส่วนใหญ่ของพระราชกิจของพระเจ้าในระหว่างเวลาที่ผ่านมาเป็นการจัดเตรียม วิวรณ์ และการจัดการกับมนุษย์มาตลอด พระองค์ไม่ทรงสาปแช่งบุคคลคนหนึ่งสักน้อย และแม้คราที่พระองค์ทรงทำเช่นนั้น พระองค์ทรงสาปแช่งพวกเขาโดยผ่านทางพระวจนะ และดังนั้น ในยุคพระเจ้าทรงบังเกิดเป็นมนุษย์นี้ จงอย่าพยายามที่จะมองให้เห็นว่าพระเจ้าทรงรักษาคนป่วยและขับไล่บรรดาปีศาจอีก และจงหยุดมองหาหมายสำคัญต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา—ไม่มีประโยชน์ใดเลย! หมายสำคัญต่าง ๆ เหล่านั้นไม่สามารถทำให้มนุษย์มีความเพียบพร้อมได้! หากจะพูดอย่างตรง ๆ แล้ว: วันนี้ องค์พระเจ้าองค์จริงเองซึ่งอยู่ในเนื้อหนังมนุษย์ไม่ทรงการกระทำ พระองค์เพียงตรัสเท่านั้น นี่คือความจริง! พระองค์ทรงใช้พระวจนะเพื่อทำให้เจ้ามีความเพียบพร้อม และทรงใช้พระวจนะเพื่อป้อนอาหารและน้ำให้เจ้า พระองค์ยังทรงใช้พระวจนะเพื่อทรงพระราชกิจเช่นกัน และพระองค์ทรงใช้พระวจนะแทนข้อเท็จจริงต่าง ๆ เพื่อทำให้เจ้ารู้จักความเป็นจริงของพระองค์ หากเจ้าสามารถรับรู้ลักษณะนี้ของพระราชกิจของพระเจ้า มันก็ย่อมเป็นการยากที่จะมีความคิดในเชิงลบ แทนที่จะจดจ่ออยู่กับสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นลบ เจ้าควรมุ่งความสนใจไปที่สิ่งที่เป็นบวกเท่านั้น—กล่าวคือ ไม่ว่าพระวจนะของพระเจ้าได้รับการทำให้ลุล่วงหรือไม่ก็ตาม หรือไม่ว่ามีการมาถึงของข้อเท็จจริงต่าง ๆ หรือไม่ก็ตาม พระเจ้าทรงทำให้มนุษย์ได้รับชีวิตจากพระวจนะของพระองค์ และนี่คือหมายสำคัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาหมายสำคัญทั้งหมด และยิ่งไปกว่านั้นก็คือ มันคือข้อเท็จจริงที่ไม่สามารถโต้แย้งได้ประการหนึ่ง นี่คือหลักฐานที่ดีที่สุดที่ใช้ในการทำความรู้จักพระเจ้า และเป็นหมายสำคัญหนึ่งซึ่งยิ่งใหญ่กว่าบรรดาหมายสำคัญต่าง ๆ มีเพียงพระวจนะเหล่านี้เท่านั้นที่สามารถทำให้มนุษย์มีความเพียบพร้อมได้

ตัดตอนมาจาก พระวจนะทรงปรากฏเป็นมนุษย์

แสดงเพิ่มเติม
พระเจ้าได้เสด็จมาอย่างลับๆ ก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงและได้ทรงสร้างกลุ่มผู้มีชัยชนะขึ้นแล้ว จากนั้น พระเจ้าจะทรงปรากฏอย่างเปิดเผยและทรงให้รางวัลคนดีและลงโทษคนชั่ว คุณต้องการต้อนรับองค์พระผู้เป็นเจ้าและให้พระเจ้าช่วยให้รอดก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงหรือไม่? อย่าลังเลที่จะติดต่อเราตอนนี้เพื่อหาวิธี
ติดต่อเราผ่าน Messenger
ติดต่อเราผ่าน Line

แบ่งปัน

ยกเลิก