未分类

สีเข้ม

ธีม

แบบอักษร

ขนาดตัวอักษร

ระยะห่างบรรทัด

ความกว้างของหน้า

ผลลัพธ์ 0 รายการ

ไม่พบผลลัพธ์

การเข้าใจพระอุปนิสัยของพระเจ้ามีความสำคัญมาก

มีหลายสิ่งที่เราหวังให้พวกเจ้าได้บรรลุผล กระนั้นก็ตามไม่ใช่ว่าการกระทำทั้งหมดของพวกเจ้า ไม่ใช่ทุกสิ่งที่เกี่ยวกับชีวิตของพวกเจ้า จะสามารถทำให้ลุล่วงในสิ่งที่เราขอได้ ดังนั้นเราจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องพูดตามตรงและอธิบายให้พวกเจ้าเข้าใจถึงความตั้งใจของเรา เนื่องจากการหยั่งรู้ของพวกเจ้านั้นไม่ดีพอและความรู้คุณค่าของพวกเจ้าก็ไม่ดีพอในทำนองเดียวกัน พวกเจ้าแทบจะไม่รู้อุปนิสัยและเนื้อแท้ของเราอย่างสิ้นเชิง—และด้วยเหตุนี้มันจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่เราจะต้องแจ้งให้พวกเจ้ารู้เกี่ยวกับเรื่องเหล่านั้น ไม่ว่าเจ้าจะเข้าใจมากเพียงใดก่อนหน้านี้ ไม่ว่าเจ้าปรารถนาที่จะเข้าใจปัญหาเหล่านี้หรือไม่ก็ตาม เรายังคงจะต้องอธิบายให้พวกเจ้าเข้าใจเรื่องเหล่านั้นอย่างละเอียด ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้แปลกโดยสิ้นเชิงสำหรับพวกเจ้า กระนั้นพวกเจ้าก็ยังขาดความเข้าใจ ขาดความคุ้นเคยอย่างมาก กับความหมายที่มีอยู่ภายในปัญหาเหล่านั้น พวกเจ้าหลายคนมีเพียงความเข้าใจอันเลือนรางบางอย่างเท่านั้น และความเข้าใจบางส่วนและไม่ครบถ้วนบริบูรณ์ในเรื่องนั้น เพื่อที่จะช่วยเจ้าให้ฝึกฝนปฏิบัติความจริงได้ดีขึ้น—ฝึกฝนปฏิบัติถ้อยคำของเราได้ดีขึ้น—เราคิดว่าเหล่านี้คือปัญหาต่าง ๆ ที่พวกเจ้าจะต้องตระหนักเป็นสิ่งสำคัญที่สุดอย่างแรก หากไม่แล้ว ความเชื่อของพวกเจ้าจะยังคงคลุมเครือ แบบหน้าซื่อใจคด และเต็มไปด้วยเครื่องประกอบของศาสนา หากเจ้าไม่เข้าใจพระอุปนิสัยของพระเจ้า มันย่อมจะเป็นไปไม่ได้สำหรับเจ้าที่จะทำงานที่เจ้าควรทำเพื่อพระองค์ หากเจ้าไม่รู้จักเนื้อแท้ของพระเจ้า มันย่อมจะเป็นไปไม่ได้สำหรับเจ้าที่จะมีความเคารพและความยำเกรงต่อพระองค์ แทนที่จะเป็นเช่นนั้น จะมีเพียงความฉาบฉวยและความกลับกลอกอย่างเลินเล่อเท่านั้น และยิ่งไปกว่านั้นคือ การดูหมิ่นซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ แม้ว่าการทำความเข้าใจพระอุปนิสัยของพระเจ้าเป็นสิ่งสำคัญอย่างแท้จริง และการรู้จักเนื้อแท้ของพระเจ้าก็ไม่สามารถมองข้ามไปได้ แต่ไม่เคยมีใครตรวจสอบหรือเจาะลึกเข้าไปในปัญหาเหล่านี้อย่างถี่ถ้วน เห็นได้ชัดแจ้งว่าพวกเจ้าได้เมินเฉยต่อประกาศกฤษฎีกาบริหารที่เราได้บัญญัติขึ้นทั้งหมด หากพวกเจ้าไม่เข้าใจพระอุปนิสัยของพระเจ้า เจ้าก็ย่อมจะมีแนวโน้มอย่างมากที่จะทำให้ขุ่นเคืองพระอุปนิสัยของพระองค์ การทำให้ขุ่นเคืองพระอุปนิสัยของพระองค์ก็เท่าการยั่วยุพระพิโรธของพระเจ้าเอง ซึ่งเป็นกรณีที่ผลลัพธ์สุดท้ายของการกระทำต่าง ๆ ของเจ้าจะเป็นการละเมิดประกาศกฤษฎีกาบริหาร บัดนี้ เจ้าควรตระหนักว่า เมื่อเจ้ารู้จักเนื้อแท้ของพระเจ้า เจ้าก็จะสามารถเข้าใจพระอุปนิสัยของพระองค์ได้เช่นกัน—และเมื่อเจ้าเข้าใจพระอุปนิสัยของพระองค์ เจ้าก็จะได้เข้าใจประกาศกฤษฎีกาบริหารแล้วเช่นกัน ไม่จำเป็นต้องพูดว่า มีสิ่งใดมากมายอยู่ภายในประกาศกฤษฎีกาบริหารที่เกี่ยวข้องกับพระอุปนิสัยของพระเจ้า แต่พระอุปนิสัยของพระองค์ไม่ได้ถูกแสดงออกมาทั้งหมดภายในประกาศกฤษฎีกาบริหารเหล่านั้น ดังนั้น เจ้าจะต้องขยับไปอีกหนึ่งก้าวเพื่อพัฒนาความเข้าใจของเจ้าเกี่ยวกับพระอุปนิสัยของพระเจ้า

เราพูดกับพวกเจ้าวันนี้ไม่ใช่เป็นการสนทนาปกติธรรมดา ดังนั้นจึงจำเป็นที่พวกเจ้าจะต้องเข้าหาถ้อยคำของเราอย่างระมัดระวัง และยิ่งไปกว่านั้นคือ จะต้องใคร่ครวญถ้อยคำของเราอย่างลึกซึ้ง ความหมายของสิ่งที่เราพูดก็คือว่า พวกเจ้าได้ทุ่มเทความพยายามน้อยเกินไปต่อถ้อยคำที่เราพูด พวกเจ้ายิ่งเต็มใจน้อยไปกว่านั้นอีกที่จะไตร่ตรองพระอุปนิสัยของพระเจ้า แทบจะไม่มีใครใช้ความพยายามกับมันเลย ด้วยสาเหตุนี้เราจึงพูดว่าความเชื่อของพวกเจ้าไม่ใช่สิ่งใดที่มากไปกว่าคำพูดที่โอหัง แม้กระทั่งตอนนี้ ไม่มีแม้สักคนในพวกเจ้าที่ได้ทุ่มเทอุทิศความพยายามจริงจังใด ๆ ต่อจุดอ่อนที่สำคัญที่สุดของเจ้า พวกเจ้าได้ทำให้เราผิดหวังแม้ว่าเราจะได้รับความเจ็บปวดทั้งหมดแทนพวกเจ้าก็ตาม ไม่แปลกใจเลยที่พวกเจ้าไม่ได้มีความสนใจในพระเจ้าและชีวิตของพวกเจ้าไร้ซึ่งความจริง ผู้คนเช่นนั้นสามารถถูกมองว่าเป็นเหล่าวิสุทธิชนได้อย่างไร ? ธรรมบัญญัติแห่งสวรรค์จะไม่ทนต่อสิ่งดังกล่าว ! เนื่องจากเจ้ามีความเข้าใจเรื่องนี้เล็กน้อยมาก เราจึงไม่มีทางเลือกนอกจากจะอุทิศลมหายใจมากขึ้น

พระอุปนิสัยของพระเจ้าเป็นหัวข้อซึ่งดูเหมือนว่าเป็นนามธรรมมากต่อทุกคน และยิ่งไปกว่านั้นคือ เป็นหัวข้อซึ่งไม่ง่ายสำหรับใครก็ตามที่จะยอมรับ ด้วยเหตุที่พระอุปนิสัยของพระองค์ไม่เหมือนกับบุคลิกลักษณะของมนุษย์ พระเจ้าทรงมีอารมณ์ของพระองค์เองในเรื่องความเปรมปรีดิ์ ความโกรธ ความเศร้า และความสุขเช่นกัน แต่อารมณ์เหล่านี้แตกต่างจากอารมณ์ของมนุษย์ พระเจ้าทรงเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงเป็นและพระองค์ทรงมีสิ่งที่พระองค์ทรงมี ทั้งหมดซึ่งพระองค์ทรงแสดงออกและเปิดเผยเป็นการแสดงให้เห็นถึงเนื้อแท้ของพระองค์และของพระอัตลักษณ์ของพระองค์ สิ่งที่พระองค์ทรงเป็นและสิ่งที่พระองค์ทรงมี เช่นเดียวกับเนื้อแท้และพระอัตลักษณ์ของพระองค์ เป็นสิ่งต่าง ๆ ซึ่งไม่สามารถถูกแทนที่ได้โดยมนุษย์คนใด พระอุปนิสัยของพระองค์ครอบคลุมถึงความรักของพระองค์ที่มีต่อมนุษยชาติ การปลอบใจมนุษยชาติ ความเกลียดชังมนุษยชาติ และยิ่งไปกว่านั้นคือ ความเข้าใจละเอียดถี่ถ้วนในมนุษยชาติ อย่างไรก็ดี บุคลิกลักษณะของมนุษย์อาจมีลักษณะมองโลกในแง่ดี มีชีวิตชีวา หรือปราศจากความรู้สึก พระอุปนิสัยของพระเจ้าคือพระอุปนิสัยของผู้ปกครองแห่งสรรพสิ่งต่างๆ และสิ่งมีชีวิตทั้งมวล เป็นพระอุปนิสัยขององค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งการสร้างทั้งปวง พระอุปนิสัยของพระองค์แสดงให้เห็นถึงพระเกียรติ ฤทธานุภาพ ความสูงศักดิ์ ความยิ่งใหญ่ และเหนือสิ่งอื่นใด ฤทธานุภาพสูงสุด พระอุปนิสัยของพระองค์เป็นสัญลักษณ์แห่งสิทธิอำนาจ สัญลักษณ์แห่งทุกสิ่งซึ่งชอบธรรม สัญลักษณ์แห่งทุกสิ่งซึ่งสวยงามและดีงาม ยิ่งไปกว่านั้นคือ มันเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของพระองค์ผู้ซึ่งไม่สามารถถูก[ก]เอาชนะหรือถูกรุกรานได้โดยความมืดและกองกำลังศัตรูใด ๆ รวมทั้งยังเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของพระองค์ผู้ซึ่งไม่สามารถถูกทำให้ขุ่นเคืองได้ (และพระองค์จะไม่ทรงทนการถูกทำให้ขุ่นเคือง)[ข] โดยสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นใด ๆ พระอุปนิสัยของพระองค์เป็นสัญลักษณ์แห่งฤทธานุภาพสูงสุด ไม่มีบุคคลหรือเหล่าบุคคลใดสามารถหรืออาจรบกวนพระราชกิจของพระองค์หรือพระอุปนิสัยของพระองค์ได้ แต่บุคลิกภาพของมนุษย์ไม่ใช่สิ่งใดที่มากไปกว่าแค่สัญลักษณ์หนึ่งของความเหนือกว่าสัตว์เดียรัจฉานเล็กน้อยของมนุษย์เท่านั้นเอง ในตัวมนุษย์และจากตัวเขาเองนั้นไม่มีสิทธิอำนาจ ไม่มีอิสรภาพในการปกครองตนเอง และไม่มีความสามารถที่จะอยู่เหนือตนเอง แต่ในธาตุแท้ของเขานั้นเป็นผู้หนึ่งที่หดหัวอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้คน เหตุการณ์ต่าง ๆ และสิ่งต่าง ๆ ทุกลักษณะ ความเปรมปรีดิ์ของพระเจ้านั้นเป็นเพราะการดำรงอยู่และการปรากฏของความชอบธรรมและความสว่าง เนื่องจากการทำลายล้างความมืดและความชั่ว พระองค์ทรงยินดีในการนำความแสงและชีวิตที่ดีมาสู่มนุษยชาติ ความเปรมปรีดิ์ของพระองค์เป็นความเปรมปรีดิ์อันชอบธรรม เป็นสัญลักษณ์ของการดำรงอยู่ของทุกสิ่งที่เป็นด้านบวก และยิ่งไปกว่านั้นคือ เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมงคล พระพิโรธของพระเจ้านั้นเป็นเพราะอันตรายซึ่งการมีอยู่และการแทรกแซงความอยุติธรรมนำมาสู่มนุษยชาติของพระองค์ เป็นเพราะการมีอยู่ของความชั่วและความมืด เป็นเพราะการมีอยู่ของสิ่งต่าง ๆ ซึ่งขับเคลื่อนความจริง และยิ่งไปกว่านั้นคือ เป็นเพราะการมีอยู่ของสิ่งต่าง ๆ ซึ่งคัดค้านสิ่งที่ดีและสวยงาม พระพิโรธของพระองค์เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งว่าทุกสรรพสิ่งที่เป็นด้านลบไม่มีอยู่อีกต่อไป และยิ่งไปกว่านั้นก็คือว่า มันเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของความศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ ความเศร้าของพระองค์นั้นเป็นเพราะมนุษยชาติ เนื่องจากผู้ที่พระองค์ทรงมีความหวังแต่เขาเป็นผู้ที่ตกสู่ความมืด เพราะพระราชกิจที่พระองค์ทรงปฏิบัติต่อมนุษย์นั้นไม่เป็นผลตามที่พระองค์ทรงคาดหวัง และเป็นเพราะมนุษยชาติที่พระองค์ทรงรักไม่สามารถใช้ชีวิตในความสว่างได้ทั้งหมด พระองค์ทรงรู้สึกเศร้ากับมนุษยชาติผู้บริสุทธิ์ กับมนุษย์ผู้ซื่อสัตย์แต่ไม่รู้เท่าทัน และกับมนุษย์ผู้ที่ดีแต่ขาดมุมมองต่าง ๆ ของเขาเอง ความเศร้าของพระองค์เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของความดีงามของพระองค์และของพระเมตตาของพระองค์ เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของความสวยงามและความกรุณา แน่นอนว่า ความสุขของพระองค์มาจากการพิชิตบรรดาศัตรูของพระองค์และการได้รับความจริงใจของมนุษย์ มากกว่านี้ก็คือ มันเกิดขึ้นจากการการขับไล่และการทำลายล้างกองกำลังศัตรูทั้งหมด และเพราะมนุษยชาติได้รับชีวิตที่ดีและสันติสุข ความสุขของพระเจ้าไม่เหมือนกับความสุขสำราญของมนุษย์ แทนที่จะเป็นเช่นนั้น มันกลับเป็นความรู้สึกของการเก็บรวบรวมผลไม้ที่ดี เป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าความสุขสำราญเสียอีก ความสุขของพระองค์เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของมนุษยชาติที่หลุดพ้นเป็นอิสระจากความทุกข์ทรมานนับจากเวลานี้ไป และเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของมนุษยชาติที่เข้าสู่โลกของความสวาง ในทางกลับกัน อารมณ์ต่าง ๆ ของมนุษยชาติล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของเขาเอง ไม่ใช่เพื่อความชอบธรรม ความสว่าง หรือสิ่งที่สวยงาม และที่น้อยที่สุดก็คือเพื่อพระคุณที่สวรรค์ได้ประทานลงมา อารมณ์ต่าง ๆ ของมนุษยชาติมีลักษณะที่เห็นแก่ตัวและเป็นของโลกแห่งความมืด อารมณ์เหล่านั้นไม่ได้มีอยู่เพื่อเห็นแก่น้ำพระทัย นับประสาอะไรจะเห็นแก่แผนการของพระเจ้า และดังนั้นมนุษย์และพระเจ้าจึงไม่มีวันที่จะสามารถถูกพูดถึงในขณะเดียวกันได้ พระเจ้าทรงสูงสุดตลอดกาลและทรงทรงเกียรติเสมอ ในขณะที่มนุษย์นั้นต่ำช้าตลอดกาล ไร้ค่าตลอดกาล นี่เป็นเพราะพระเจ้าทรงกำลังเสียสละและทรงอุทิศพระองค์เองต่อมนุษยชาติตลอดกาล อย่างไรก็ดี มนุษย์นั้นรับเอาและพยายามมุ่งมั่นเพื่อตัวเขาเองเท่านั้นตลอดกาล พระเจ้าทรงกำลังรับความเจ็บปวดเพื่อความรอดของมนุษยชาติตลอดกาล กระนั้นมนุษย์กลับไม่เคยมีส่วนร่วมในอะไรเลยเพื่อประโยชน์ของความสว่างหรือเพื่อความชอบธรรม ต่อให้มนุษย์พยายามชั่วขณะหนึ่ง มันก็อ่อนแอมากกระทั่งมันไม่สามารถทนการโจมตีแม้สักครั้งได้ ด้วยเหตุที่ความพยายามของมนุษย์มักจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ของเขาเองเสมอและไม่ใช่เพื่อผู้อื่น มนุษย์เห็นแก่ตัวเสมอ ในขณะที่พระเจ้าทรงไม่เห็นแก่พระองค์เองตลอดกาล พระเจ้าทรงเป็นแหล่งกำเนิดของทุกอย่างซึ่งยุติธรรม ดีงาม และสวยงาม ในขณะที่มนุษย์คือผู้ที่สืบสานต่อและสำแดงความน่าเกลียดและความชั่วทุกอย่าง พระเจ้าจะไม่มีวันทรงเปลี่ยนแปลงเนื้อแท้ของความชอบธรรมและความสวยงามของพระองค์ ทว่ามนุษย์กลับมีความสามารถอย่างสมบูรณ์แบบในการที่จะทรยศต่อความชอบธรรมและไถลห่างไปจากพระเจ้าในเวลาใดก็ตามและในสถานการณ์ใดก็ตาม

ทุกประโยคที่เราได้พูดไปมีพระอุปนิสัยของพระเจ้าอยู่ภายในนั้น พวกเจ้าน่าจะทำได้ดีในการไตร่ตรองถ้อยคำของเราอย่างระมัดระวัง และพวกเจ้าจะได้ประโยชน์อย่างมากจากถ้อยคำของเราอย่างแน่นอน เนื้อแท้ของพระเจ้านั้นยากที่จะเข้าใจ แต่เราเชื่อใจว่าพวกเจ้าทุกคนมีความคิดอยู่บ้างเป็นอย่างน้อยเกี่ยวกับพระอุปนิสัยของพระเจ้า เช่นนั้นแล้ว เราหวังว่าพวกเจ้าจะแสดงให้เราเห็นและทำให้มากขึ้นในสิ่งซึ่งไม่เป็นที่ขุ่นเคืองต่อพระอุปนิสัยของพระเจ้า เมื่อนั้นเราจึงจะมั่นใจ ตัวอย่างเช่น เก็บพระเจ้าไว้ในหัวใจของเจ้าตลอดเวลา เมื่อเจ้ากระทำการใด จงทำเช่นนั้นตามพระวจนะของพระองค์ จงแสวงหาเจตนาของพระองค์ในทุกสรรพสิ่ง และจงละเว้นจากการทำสิ่งซึ่งแสดงการไม่เคารพและลบหลู่พระเจ้า ที่เจ้าควรทำให้น้อยลงกว่านั้นอีกก็คือการคิดไว้ในใจเฉย ๆ ว่าจะนำพระเจ้ามาเติมเต็มที่ว่างในหัวใจของเจ้าในอนาคต หากเจ้าทำเช่นนี้ เจ้าจะได้ทำให้พระอุปนิสัยของพระเจ้าขุ่นเคืองแล้ว และเช่นกัน สมมติว่าเจ้าไม่เคยเอ่ยคำพูดหมิ่นประมาทหรือแสดงคำบ่นว่าพระเจ้าตลอดชั่วชีวิตของเจ้า และอีกเช่นกัน สมมติว่าเจ้าสามารถปฏิบัติทุกอย่างที่พระองค์ทรงได้ไว้วางพระทัยให้เจ้าทำได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และยังสามารถนบนอบต่อพระวจนะของพระองค์ทั้งหมดตลอดชั่วชีวิตของเจ้า เจ้าก็ย่อมจะได้หลีกเลี่ยงการล่วงละเมิดประกาศกฤษฎีกาบริหารแล้ว ตัวอย่างเช่น หากเจ้าได้เคยพูดว่า “ทำไมฉันจึงไม่คิดว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า ?” “ฉันคิดว่าพระวจนะเหล่านี้ไม่ใช่อะไรมากไปกว่าความรู้แจ้งบางอย่างเกี่ยวกับพระวิญญาณบริสุทธิ์” “ในความเห็นของฉัน สิ่งที่พระเจ้าทรงปฏิบัติไม่จำเป็นว่าจะถูกต้องไปเสียทุกอย่าง” “สภาวะความเป็นมนุษย์ของพระเจ้าไม่ได้อยู่เหนือกว่าของฉัน” “พระวจนะของพระเจ้าไม่ได้น่าเชื่อถือจริง ๆ” หรือคำพูดอันเป็นการแสดงความเห็นเช่นนั้นอื่น ๆ เช่นนั้นแล้วเราจะเตือนสติให้เจ้าสารภาพและกลับใจในบาปของเจ้าให้บ่อยขึ้น มิฉะนั้นแล้ว เจ้าจะไม่มีวันมีโอกาสที่จะได้รับการให้อภัย ด้วยเหตุที่เจ้าไม่ได้ทำให้มนุษย์คนหนึ่งขุ่นเคือง แต่ทำให้พระเจ้าเองทรงขุ่นเคือง เจ้าอาจเชื่อว่าเจ้ากำลังตัดสินมนุษย์คนหนึ่ง แต่พระวิญญาณของพระเจ้าไม่ทรงพิจารณามันแบบนั้น การที่เจ้าไม่เคารพเนื้อหนังของพระองค์ก็เท่ากับการไม่เคารพพระองค์ เมื่อเป็นดังนี้แล้ว เจ้าไม่ได้ทำให้พระอุปนิสัยของพระเจ้าขุ่นเคืองแล้วหรอกหรือ? เจ้าจะต้องจำไว้ว่าทุกอย่างที่ได้รับการปฏิบัติโดยพระวิญญาณของพระเจ้านั้นทำไปเพื่อที่จะปกปักรักษาพระราชกิจของพระองค์ในเนื้อหนังและเพื่อที่จะให้พระราชกิจของพระองค์นั้นได้รับการปฏิบัติอย่างดี หากเจ้าละเลยเรื่องนี้ เราก็ย่อมพูดว่าเจ้าคือใครบางคนผู้ที่จะไม่มีวันสามารถประสบความสำเร็จในการเชื่อในพระเจ้าได้เลย ด้วยเหตุที่เจ้าได้ยั่วยุพระพิโรธของพระเจ้า และดังนั้นพระองค์จะทรงใช้การลงทัณฑ์อันเหมาะสมเพื่อสอนบทเรียนแก่เจ้า

การได้มารู้จักเนื้อแท้ของพระเจ้าไม่ใช่เรื่องที่ไม่สำคัญ เจ้าจะต้องเข้าใจพระอุปนิสัยของพระองค์ ด้วยวิธีนี้ เจ้าจะได้มารู้จักเนื้อแท้ของพระเจ้าทีละน้อย ๆ และโดยที่ไม่รู้ตัว เมื่อเจ้าได้เข้าสู่ความรู้นี้แล้ว เจ้าจะพบว่าตัวเจ้าเองกำลังก้าวเข้าสู่สภาวะที่สูงกว่าและสวยงามกว่า ในท้ายที่สุด เจ้าจะได้มารู้สึกละอายใจต่อจิตใจอันน่าขยะแขยงของเจ้า และยิ่งไปกว่านั้นคือ จะรู้สึกว่าไม่มีที่ใดที่จะหลบซ่อนให้พ้นจากความละอายใจของเจ้าได้ ในเวลานั้น ความประพฤติของเจ้าที่จะทำให้พระอุปนิสัยของพระเจ้าขุ่นเคืองจะมีน้อยลงและน้อยลง หัวใจของเจ้าจะใกล้ชิดพระทัยของพระเจ้าเข้าไปเรื่อย ๆ และความรักที่มีให้กับพระองค์จะค่อย ๆ เติบโตขึ้นในหัวใจของเจ้า นี่เป็นสัญญาณของมนุษยชาติที่เข้าสู่สภาวะอันสวยงาม แต่จนกระทั่งบัดนี้ พวกเจ้ายังไม่ได้บรรลุสิ่งนี้ ในขณะที่พวกเจ้าทุกคนทำอะไร ๆ อย่างเร่งรีบเพื่อเห็นแก่ชะตากรรมของพวกเจ้าเอง ใครล่ะที่มีความสนใจใด ๆ ในการพยายามที่จะรู้จักเนื้อแท้ของพระเจ้า ? หากสิ่งนี้ยังคงดำเนินต่อไป พวกเจ้าจะล่วงละเมิดประกาศกฤษฎีกาบริหารโดยที่ไม่รู้ตัว ด้วยเหตุที่พวกเจ้าเข้าใจพระอุปนิสัยของพระเจ้าน้อยเกินไป ดังนั้นสิ่งที่พวกเจ้าทำตอนนี้ไม่ใช่การวางรากฐานให้กับการที่พวกเจ้าจะทำให้พระอุปนิสัยของพระเจ้าขุ่นเคืองหรอกหรือ ? การที่เราขอให้พวกเจ้าเข้าใจพระอุปนิสัยของพระเจ้านั้น ไม่ได้ไม่ลงรอยกันกับงานของเรา ด้วยเหตุที่หากพวกเจ้าล่วงละเมิดประกาศกฤษฎีกาบริหารบ่อย ๆ ใครล่ะท่ามกลางพวกเจ้าที่จะหลบพ้นการลงโทษไปได้ ? เช่นนั้นแล้วงานของเราจะไม่เปล่าประโยชน์ไปทั้งหมดทั้งสิ้นหรอกหรือ ? ดังนั้น นอกเหนือไปจากการพินิจพิเคราะห์ความประพฤติของพวกเจ้าเองแล้ว เราจึงยังคงขอให้พวกเจ้าระมัดระวังในก้าวย่างที่พวกเจ้าเดิน นี่เป็นข้อเรียกร้องที่สูงขึ้นซึ่งเราขอจากพวกเจ้า และเราหวังว่าพวกเจ้าทุกคนจะพิจารณามันอย่างระมัดระวังและพวกเจ้าจะใส่ใจมันอย่างเอาจริงเอาจัง หากวันหนึ่งมาถึงเมื่อการกระทำต่าง ๆ ของพวกเจ้ายั่วยุเราจนโกรธรุนแรง เช่นนั้นแล้วพวกเจ้าก็ย่อมจะต้องพิจารณาผลที่ตามมาแต่เพียงลำพัง และจะไม่มีใครอื่นอีกที่รับการลงโทษแทนที่เจ้า

เชิงอรรถ:

ก. ข้อความเดิมคือ “มันเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของการไม่สามารถถูก”

ข. ข้อความเดิมคือ “รวมทั้งยังเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของการไม่สามารถถูกทำให้ขุ่นเคืองได้ (และการไม่อดทนต่อการถูกทำให้ขุ่นเคือง)”

ก่อนหน้า:ด้วยความเชื่อในพระเจ้าของเจ้า เจ้าควรเชื่อฟังพระเจ้า

ถัดไป:การเข้าใจพระอุปนิสัยของพระเจ้ามีความสำคัญมาก