ข้อคัดสรรของพระวจนะแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์

สีเข้ม

ธีม

แบบอักษร

ขนาดตัวอักษร

ระยะห่างบรรทัด

ความกว้างของหน้า

ผลลัพธ์ 0 รายการ

ไม่พบผลลัพธ์

งานในยุคพระธรรมบัญญัติ

ราชกิจซึ่งพระยาห์เวห์ทรงกระทำกับชนชาติอิสราเอลนั้นได้เป็นการสถาปนาสถานกำเนิดของพระเจ้าในทางโลกขึ้นท่ามกลางมนุษยชาติอันเป็นสถานศักดิ์สิทธ์ที่พระองค์สถิตอยู่เช่นกัน พระองค์ทรงจำกัดพระราชกิจของพระองค์ไว้เฉพาะกับประชาชนคนอิสราเอล ในตอนแรกเริ่มนั้น พระองค์มิได้ทรงราชกิจนอกเขตประเทศอิสราเอล ทว่าทรงเลือกประชาชนกลุ่มหนึ่งที่ทรงเห็นว่าเหมาะสมเพื่อจะทรงจำกัดขอบเขตราชกิจของพระองค์ ประเทศอิสราเอลคือสถานที่ซึ่งพระเจ้าทรงสร้างอาดัมกับเอวา และ พระยาห์เวห์ได้ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นจากผงคลีดินแห่งสถานที่นั้น สถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นฐานที่ตั้งแห่งพระราชกิจของพระองค์บนแผ่นดินโลก ชนชาติอิสราเอลซึ่งเป็นลูกหลานของโนอาห์และเป็นลูกหลานของอาดัมเช่นกันคือรากฐานมนุษย์แห่งงานของพระยาห์เวห์บนโลก

ในยุคนี้ นัยสำคัญ วัตถุประสงค์และขั้นตอนแห่งพระราชกิจของพระยาห์เวห์ในประเทศอิสราเอลนั้นเป็นไปเพื่อริเริ่มพระราชกิจของพระองค์บนโลกทั้งหมดทุกส่วน โดยใช้อิสราเอลเป็นศูนย์กลาง แล้วค่อยๆ แผ่กระจายไปสู่ต่างชาติทั้งหลาย นี่คือหลักการที่พระองค์จะทรงปฏิบัติตามในการทรงงานของพระองค์ทั่วทั้งจักรวาล ซึ่งก็คือการสถาปนาแบบอย่างหนึ่งขึ้นมา แล้วจากนั้นจึงขยายออกไปจนกระทั่งทุกคนในจักรวาลจะได้รับพระกิตติคุณของพระองค์ ชนอิสราเอลกลุ่มแรกคือลูกหลานของโนอาห์ คนเหล่านี้ได้รับการประทานให้เฉพาะลมปราณของพระยาห์เวห์ และมีความเข้าใจพอที่จะดูแลสิ่งจำเป็นพื้นฐานของชีวิต แต่พวกเขาไม่รู้ว่าพระยาห์เวห์ทรงเป็นพระเจ้าแบบใด หรือพระองค์ทรงมีพระประสงค์อย่างไรสำหรับมนุษย์ ที่ยิ่งรู้น้อยกว่านั้นคือ วิธีที่จะยำเกรงองค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งสิ่งทรงสร้างทั้งมวล สำหรับเรื่องที่ว่าจะมีกฎเกณฑ์และธรรมบัญญัติให้เชื่อฟัง[a] หรือไม่ และมีงานที่สิ่งทรงสร้างควรจะทำเพื่อพระผู้สร้างบ้างหรือไม่นั้น ลูกหลานของอาดัมหาได้รู้เรื่องเหล่านี้แม้แต่น้อยไม่ ทั้งหมดที่พวกเขารู้ก็แค่เพียง สามีควรจะทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวของตน และภรรยาพึงนอบน้อมต่อสามีและรักษาพงศ์พันธุ์มนุษย์ที่พระยาห์เวห์ได้ทรงสร้างให้คงอยู่ถาวรต่อไป อีกนัยหนึ่ง คนเหล่านี้ที่มีเพียงลมปราณของพระยาห์เวห์และพระชนม์ชีพของพระองค์ ไม่รู้อะไรเลยเรื่องวิธีทำตามพระธรรมบัญญัติของพระเจ้า หรือวิธีทำให้องค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งสิ่งทรงสร้างทั้งมวลพึงพอพระทัย พวกเขาเข้าใจน้อยเกินไป ดังนั้นแล้ว แม้จะไม่มีอะไรที่ฉ้อฉลหรือหลอกลวงในหัวใจของพวกเขาเลย อีกทั้งความริษยาและการโต้แย้งก็เกิดขึ้นนานๆ ครั้งในหมู่พวกเขา กระนั้นพวกเขาก็ไม่ได้มีความรู้หรือความเข้าใจเรื่องพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งสิ่งทรงสร้างทั้งมวลอยู่ดี บรรพบุรุษของมนุษย์เหล่านี้รู้เพียงแต่จะกินสิ่งที่เป็นของพระยาห์เวห์ และสำราญในสิ่งต่างๆ ของพระยาห์เวห์ แต่ไม่รู้จักการยำเกรงพระยาห์เวห์ พวกเขาไม่รู้ว่าพระยาห์เวห์คือองค์ผู้เป็นหนึ่งเดียวที่พวกเขาควรคุกเข่านมัสการ ดังนี้แล้วพวกเขาจะถูกเรียกว่าสิ่งทรงสร้างของพระองค์ได้อย่างไร หากเป็นเช่นนี้แล้ว ถ้อยคำที่ว่า “พระยาห์เวห์เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งสิ่งทรงสร้างทั้งมวล” และ “พระองค์ทรงสร้างมนุษย์เพื่อที่มนุษย์อาจสำแดงพระองค์ ถวายเกียรติแด่พระองค์และเป็นตัวแทนพระองค์” จะไม่ถูกพูดไว้โดยไร้ค่าดอกหรือ ผู้คนที่ไม่ยำเกรงพระยาห์เวห์จะเป็นพยานแด่พระสิริของพระองค์ได้อย่างไรกัน พวกเขาจะกลายมาเป็นสิ่งสำแดงพระสิริของพระองค์ได้อย่างไร ถ้อยคำของพระยาห์เวห์ที่ว่า “เราสร้างมนุษย์ตามฉายาของเรา” จะไม่กลายมาเป็นอาวุธในมือของซาตานมารร้ายดอกหรือ ถ้อยคำเหล่านี้จะไม่กลายเป็นเครื่องหมายแห่งความอัปยศต่อการทรงสร้างมนุษย์ของพระยาห์เวห์ดอกหรือ เพื่อที่จะเสร็จงานของระยะนั้นหลังการทรงสร้างมนุษยชาติแล้ว พระยาห์เวห์ก็มิได้ทรงสั่งสอนหรือทรงนำพวกเขาเลยนับตั้งแต่อาดัมไปจนถึงโนอาห์ ทว่า จนกระทั่งภายหลังน้ำท่วมได้ทำลายโลกแล้วนั่นเอง พระองค์ถึงได้เริ่มต้นชี้นำคนอิสราเอล ผู้เป็นลูกหลานของอาดัมและโนอาห์อย่างเป็นทางการ พระราชกิจและพระวาทะของพระองค์ในประเทศอิสราเอลได้มอบการชี้นำแก่ประชาชนทั้งผองของประเทศอิสราเอล ณ ขณะที่พวกเขาดำรงชีวิตอยู่ทั่วแผ่นดินอิสราเอล เหตุนั้น จึงเป็นการแสดงให้มนุษย์เห็นว่าพระยาห์เวห์ไม่เพียงจะสามารถพ่นลมปราณเข้าไปในมนุษย์เพื่อให้เขาได้ชีวิตจากพระองค์ และลุกขึ้นจากผงคลีดินไปเป็นมนุษย์ที่ถูกสร้างขึ้นเท่านั้น แต่พระองค์ยังทรงสามารถเผาทำลายจนสิ้นซากและสาปแช่งมนุษย์และใชไม้เรียวของพระองค์ปกครองมนุษย์ได้เช่นกัน และดังนั้น พวกเขาจึงได้เห็นอีกด้วยเช่นกันว่าพระยาห์เวห์ทรงสามารถชี้นำชีวิตมนุษย์บนแผ่นดินโลกได้ รวมถึงทรงตรัสและทำพระราชกิจท่ามกลางมนุษย์ได้โดยสอดคล้องกับโมงยามของเวลากลางวันและกลางคืนพระราชกิจที่พระองค์ทรงทำนั้นก็เพียงเพื่อที่บรรดาสิ่งทรงสร้างทั้งหลายของพระองค์อาจจะได้รู้ว่ามนุษย์นั้นมาจากผงคลีดิน ที่พระองค์ทรงเก็บขึ้นมาและยิ่งไปกว่านั้นก็คือ มนุษย์นั้นถูกสร้างขึ้นโดยพระองค์ ไม่เพียงเท่านี้ ทว่าพระองค์ทรงเริ่มพระราชกิจของพระองค์ในประเทศอิสราเอลเพื่อที่ประชาชนและชาติอื่นๆ (ผู้ซึ่งอันที่จริงแล้วไม่ได้ถูกแยกออกจากอิสราเอล แต่ได้มีการแตกแขนงออกจากชนคนอิสราเอลเสียมากกว่ากระนั้น ก็ยังคงเป็นลูกหลานของอาดัมและเอวาอยู่ดี) จะได้รับพระกิตติคุณของพระยาห์เวห์จากอิสราเอล ทั้งนี้เพื่อมนุษย์ที่พระองค์ทรงสร้างทั้งมวลจะสามารถยำเกรงพระยาห์เวห์และนับถือว่าพระองค์ทรงยิ่งใหญ่ได้ หากพระยาห์เวห์มิได้ทรงเริ่มพระราชกิจของพระองค์ในประเทศอิสราเอล แต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้น กลับทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมา แล้วปล่อยให้พวกเขาดำเนินชีวิตอิสระเสรีบนแผ่นดินโลก หากเป็นเช่นนี้ โดยธรรมชาติทางกายภาพของมนุษย์ (ธรรมชาติหมายความว่า มนุษย์ไม่มีวันรู้จักสิ่งต่างๆ ที่พวกเขามองไม่เห็น กล่าวคือ พวกเขาย่อมจะไม่รู้ว่าพระยาห์เวห์นั่นเองที่เป็นผู้สร้างมนุษยชาติขึ้นมา และยิ่งรู้น้อยไปกว่านั้นว่าเหตุใดพระองค์จึงทรงทำเช่นนั้น) พวกเขาย่อมไม่รู้เลยว่าพระยาห์เวห์คือผู้ทรงสร้างมนุษย์ หรือพระองค์คือองค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งการสร้างทั้งมวล หากพระยาห์เวห์ได้ทรงสร้างมนุษย์และวางพวกเขาไว้บนแผ่นดินโลก จากนั้นก็เพียงทรงปัดฝุ่นดินออกจากพระหัตถ์ของพระองค์และจากไป แทนที่จะยังทรงอยู่ท่ามกลางมนุษย์เพื่อให้การชี้นำพวกเขาในช่วงเวลาหนึ่ง มนุษยชาติทั้งมวลก็คงกลับคืนสู่ความเปล่าดายกระทั่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกรวมทั้งสรรพสิ่งมากมายเกินคณาซึ่งพระองค์ทรงทำขึ้นมาก็คงจะกลับคืนสู่ความเปล่าดาย และยิ่งไปกว่านั้น คงจะถูกเหยียบย่ำตลอดมาโดยซาตาน หากเป็นเช่นนี้ ความปรารถนาของพระยาห์เวห์ที่ว่า “บนแผ่นดินโลก ซึ่งก็คือในท่ามกลางสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นมานั้น พระองค์ควรจะมีสถานที่สำหรับประทับสักที่หนึ่ง สถานที่อันศักดิ์สิทธ์” ก็คงจะแตกสลายไปเรียบร้อยแล้ว และ ดังนั้นหลังจากการสร้างมนุษยชาติซึ่งพระองค์สามารถคงอยู่ท่ามกลางมนุษย์เพื่อชี้นำชีวิตของพวกเขา และพูดกับพวกเขาจากภายในท่ามกลางพวกเขาได้ต่อไปนั้น ทั้งหมดก็เพื่อจะทำให้ความปรารถนาของพระองค์เป็นจริง และทำให้แผนการของพระองค์สำเร็จ พระราชกิจที่พระองค์ทรงทำในประเทศอิสราเอลนั้นมุ่งหมายเพื่อให้บรรลุแผนการที่พระองค์ทรงวางไว้ตั้งแต่ก่อนที่พระองค์ทรงสร้างสรรพสิ่ง และดังนั้น การเริ่มทำพระราชกิจท่ามกลางคนอิสราเอลและการทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งมวลของพระองค์นั้นจึงไม่ขัดแย้งกันเองเลย แต่ถูกกระทำไปเพื่อผลดีของทั้งการบริหารจัดการของพระองค์ พระราชกิจของพระองค์และพระสิริของพระองค์ และถูกกระทำไปเพื่อให้ความหมายของการทรงสร้างมนุษยชาติของพระองค์นั้นมีความลึกล้ำพระองค์ทรงชี้นำชีวิตมนุษย์บนโลกอยู่ 2,000 ปีหลังจากโนอาห์ อันเป็นช่วงเวลาที่พระองค์ทรงสอนมนุษย์ให้เข้าใจวิธียำเกรงพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งสิ่งทรงสร้างทั้งมวล รวมถึงวิธีประพฤติตนในชีวิตของพวกเขา และวิธีดำเนินชีวิตต่อไปและที่มากที่สุดก็คือ วิธีปฏิบัติตนในฐานะของพยานเพื่อพระยาห์เวห์ถวายความเชื่อฟังในพระองค์และมอบความยำเกรงต่อพระองค์กระทั่งการสรรเสริญพระองค์ด้วยดนตรีดังที่ดาวิดและปุโรหิตของท่านทำ

ก่อนช่วงสองพันปีซึ่งพระยาห์เวห์ทรงทำพระราชกิจของพระองค์นั้น มนุษย์ไม่รู้อะไรเลย และมนุษยชาติแทบทั้งหมดล้วนตกไปอยู่ในความเลวทราม จนกระทั่งก่อนการทำลายล้างโลกโดยน้ำท่วม พวกเขาได้ไปถึงก้นบึ้งของความเหลวแหลกและความเสื่อมทรามซึ่งจิตใจของพวกเขาปราศจากพระยาห์เวห์และความต้องการในหนทางของพระองค์อีกต่อไปโดยสิ้นเชิง พวกเขาไม่เคยเข้าใจพระราชกิจที่พระยาห์เวห์กำลังจะทำ โดยพวกเขาขาดเหตุผล ความรู้ก็ยิ่งมีน้อยเข้าไปใหญ่ และประหนึ่งเครื่องจักรที่หายใจ ไม่รู้เท่าทันโดยสิ้นเชิงทั้งเรื่องมนุษย์ พระเจ้า โลก ชีวิตและอื่นๆ บนแผ่นดินโลกนั้น พวกเขาสาละวนอยู่กับการล่อลวงหลายอย่าง ดั่งเจ้าอสรพิษร้าย และกล่าวหลายอย่างที่เป็นการหยามหมิ่นพระยาห์เวห์ แต่เนื่องจากพวกเขาไม่รู้เท่าทัน พระยาห์เวห์จึงมิได้ลงโทษหรือลงวินัยพวกเขา ต่อเมื่อภายหลังน้ำท่วมโลกแล้วเท่านั้น เมื่อตอนโนอาห์อายุได้ 601 ปี พระยาห์เวห์จึงได้ทรงปรากฏแก่โนอาห์อย่างเป็นทางการ และชี้นำเขาและครอบครัว ทรงนำนกและสัตว์ป่าต่างๆ ที่รอดชีวิตจากน้ำท่วมร่วมกับโนอาห์และลูกหลานของเขา จนกระทั่งสิ้นยุคพระธรรมบัญญัติ ซึ่งยาวนานทั้งสิ้น 2,500 ปี พระองค์ทรงทำพระราชกิจในประเทศอิสราเอลอย่างเป็นทางการเป็นเวลาทั้งสิ้น 2,000 ปี และทรงพระราชกิจในและนอกประเทศอิสราเอลไปพร้อมๆ กันอีก 500 ปี รวมทั้งสิ้นเป็น2,500 ปี ตลอดช่วงเวลานั้น พระองค์ทรงสอนคนอิสราเอลให้รับใช้พระยาห์เวห์ พวกเขาควรจะสร้างพระวิหาร สวมเสื้อคลุมปุโรหิต และเดินเท้าเปล่าเข้าไปในพระวิหารตั้งแต่รุ่งเช้า มิฉะนั้นรองเท้าของพวกเขาจะทำให้พระวิหารแปดเปื้อนและไฟจะถูกส่งลงมาจากยอดพระวิหารและเผาพวกเขาตาย พวกเขาปฏิบัติหน้าที่และนอบน้อมต่อแผนการของพระยาห์เวห์ พวกเขาอธิษฐานต่อพระยาห์เวห์ในพระวิหาร และหลังจากได้รับวิวรณ์ของพระยาห์เวห์ กล่าวคือ หลังจากที่พระยาห์เวห์ได้ตรัส พวกเขาก็นำฝูงชนและสอนว่าพวกเขาควรจะยำเกรงพระยาห์เวห์ พระเจ้าของพวกเขา และพระยาห์เวห์ได้บอกว่าพวกเขาควรสร้างพระวิหารและแท่นบูชา และในเวลาที่พระยาห์เวห์กำหนดไว้ นั่นคือในเทศกาลปัสกา พวกเขาควรจะเตรียมลูกวัวและลูกแกะแรกเกิด เพื่อนำมาวางบนแท่นบูชา เพื่อเป็นเครื่องบูชาถวายแด่พระยาห์เวห์ ทั้งนี้เพื่อควบคุมพวกเขาและเพื่อนำความยำเกรงต่อพระยาห์เวห์ไปใส่ไว้ในในหัวใจพวกเขา การที่พวกเขาเชื่อฟังและไม่เชื่อฟังพระธรรมบัญญัตินี้กลายเป็นมาตรวัดความรักภักดีของพวกเขาที่มีต่อพระยาห์เวห์พระยาห์เวห์ยังได้ทรงสถาปนาวันสะบาโต—วันที่เจ็ดแห่งการทรงสร้างของพระองค์—สำหรับพวกเขาเช่นกัน วันถัดจากวันสะบาโต พระองค์ทรงตั้งให้เป็นวันแรก เป็นวันที่พวกเขาจะสรรเสริญพระยาห์เวห์ ถวายเครื่องบูชาแด่พระองค์ และถวายเสียงดนตรีแด่พระองค์ ในวันนี้ พระยาห์เวห์ทรงเรียกชุมนุมปุโรหิตทุกคนเพื่อแบ่งเครื่องถวายบูชาที่อยู่บนแท่นเพื่อให้ประชาชนได้กิน เพื่อที่พวกเขาจะได้เปรมปรีดิ์กับเครื่องบูชาบนแท่นของพระยาห์เวห์และพระยาห์เวห์ได้ตรัสว่าพวกเขาเป็นผู้ได้รับพร พวกเขาได้ร่วมปันส่วนแบ่งกับพระองค์ และพวกเขาเป็นประชาชนที่พระองค์ทรงเลือกสรร (อันเป็นพันธสัญญาของพระยาห์เวห์กับคนอิสราเอล) นี่คือเหตุผลว่าทำไมกระทั่งทุกวันนี้ ประชาชนของประเทศอิสราเอลจึงยังพูดว่าพระยาห์เวห์คือพระเจ้าของพวกเขาเท่านั้น ไม่ใช่พระเจ้าของประชาชาติอื่นๆ

ในระหว่างยุคพระบัญญัติ พระยาห์เวห์ได้ทรงมอบพระบัญชามากมายเพื่อให้โมเสสส่งต่อไปยังคนอิสราเอลที่ติดตามเขาออกจากอียิปต์ พระบัญชาเหล่านี้ทรงประทานโดยพระยาห์เวห์แด่คนอิสราเอล และไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับชาวอียิปต์แม้แต่น้อย พระบัญชาเหล่านี้มุ่งหมายเพื่อควบคุมคนอิสราเอล และทรงใช้พระบัญชาเหล่านี้เพื่อเรียกร้องให้พวกเขาปฏิบัติตาม ไม่ว่าพวกเขาจะปฏิบัติวันสะบาโตหรือไม่ เคารพบิดามารดาหรือไม่ นมัสการรูปเคารพหรือไม่ และอื่นๆ เหล่านี้คือหลักการที่พวกเขาจะถูกตัดสินว่าผิดบาปหรือชอบธรรม ท่ามกลางพวกเขา บางคนได้ถูกไฟของพระยาห์เวห์ลงทัณฑ์ บ้างก็ถูกหินขว้างให้ตาย และบ้างก็ได้รับพรจากพระยาห์เวห์ และนี่ถูกกำหนดตามข้อที่ว่าพวกเขาเชื่อฟังพระบัญชาเหล่านี้หรือไม่ คนที่ไม่ปฏิบัติวันสะบาโตจะถูกขว้างด้วยหินจนตาย บรรดาปุโรหิตที่ไม่ปฏิบัติวันสะบาโตจะถูกไฟลงทัณฑ์ของพระยาห์เวห์ พวกที่ไม่เคารพบิดามารดาก็จะถูกขว้างด้วยหินจนตายเช่นกัน ทั้งหมดนี้ถูกสั่งโดยพระยาห์เวห์ทั้งสิ้น พระยาห์เวห์ทรงสถาปนาพระบัญชาและพระบัญญัติเพื่อที่ขณะที่พระองค์ทรงนำชีวิตของพวกเขานั้น ประชาชนจะได้ฟังและเชื่อฟังถ้อยคำของพระองค์และไม่กบฏต่อพระองค์ พระองค์ทรงใช้พระธรรมบัญญัติเหล่านี้เพื่อรักษาชาติพันธุ์มนุษย์แรกเกิดให้อยู่ในการควบคุม ซึ่งจะเป็นผลดียิ่งขึ้นต่อการวางรากฐานพระราชกิจในอนาคตของพระองค์ และดังนั้น จากพระราชกิจที่พระยาห์เวห์ทรงทำไว้ ยุคแรกจึงเรียกว่ายุคพระธรรมบัญญัติ แม้ว่าพระยาห์เวห์จะทรงให้พระวาทะและทำพระราชกิจมากมาย พระองค์ก็ทรงชี้นำประชาชนในด้านบวกเท่านั้น ทรงสอนประชาชนที่ไม่รู้เท่าทันเหล่านี้ให้รู้วิธีเป็นมนุษย์ วิธีดำเนินชีวิต วิธีที่จะเข้าใจวิถีทางของพระยาห์เวห์ สำหรับงานส่วนใหญ่นั้น พระองค์ทรงกระทำเพื่อทำให้ผู้คนปฏิบัติตามวิถีทางของพระองค์และเชื่อฟังพระธรรมบัญญัติของพระองค์พระราชกิจดังกล่าวนี้กระทำกับคนที่เสื่อมทราม.ในระดับตื้น ไม่ได้ขยายไปไกลจนถึงการเปลี่ยนแปลงอุปนิสัยหรือความก้าวหน้าในชีวิตของพวกเขา พระองค์ทรงสนใจเฉพาะการใช้พระธรรมบัญญัติเพื่อจำกัดและควบคุมผู้คนเท่านั้น สำหรับคนอิสราเอลในเวลานั้น พระยาห์เวห์ทรงเป็นเพียงพระเจ้าในพระวิหาร พระเจ้าในฟ้าสวรรค์เท่านั้น พระองค์ทรงเป็นเสาเมฆ เสาเพลิง ทั้งหมดที่พระยาห์เวห์ทรงต้องการให้พวกเขาทำนั้นมีเพียงเชื่อฟังในสิ่งที่ผู้คนปัจจุบันรู้จักกันในฐานะพระธรรมบัญญัติและพระบัญชาของพระองค์ บางคนอาจถึงกับเรียกว่ากฎเกณฑ์ เนื่องจากสิ่งที่พระยาห์เวห์ทรงทำนั้นไม่ใด้มุ่งหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงพวกเขา แต่เพื่อมอบสิ่งที่มนุษย์ควรจะมีมากกว่านี้ให้กับพวกเขาและเพื่อสั่งสอนพวกเขาจากพระโอษฐ์ของพระองค์เอง เพราะหลังจากถูกสร้างขึ้นมาแล้ว มนุษย์หาได้มีสิ่งที่พวกเขาควรจะมีไม่ และดังนั้น พระยาห์เวห์จึงได้ทรงประทานให้แก่ผู้คนในสิ่งที่พวกเขาควรมีเพื่อชีวิตของพวกเขาบนแผ่นดินโลก ทำให้ผู้คนที่พระองค์ทรงนำนั้นเหนือกว่าบรรพบุรุษของพวกเขา หรืออาดัมกับเอวา เพราะสิ่งที่พระยาห์เวห์ทรงมอบแก่พวกเขานั้นเหนือกว่าที่พระองค์ทรงมอบแก่อาดัมกับเอวาในปฐมกาล โดยไม่ต้องคำนึงว่า พระราชกิจที่พระยาห์เวห์ทรงทำในประเทศอิสราเอลนั้นเพียงเพื่อชี้นำมนุษย์และทำให้มนุษย์จำพระผู้สร้างได้เท่านั้น พระองค์ไม่ได้ทรงปราบพยศหรือเปลี่ยนแปลงพวกเขา เพียงแต่ชี้นำพวกเขาเท่านั้น นี่คือผลสรุปของพระราชกิจของพระยาห์เวห์ในยุคพระธรรมบัญญัติ อันเป็นพื้นภูมิ เป็นเรื่องจริง เป็นแก่นสาระแห่งพระราชกิจของพระองค์ในดินแดนทั้งสิ้นของประเทศอิสราเอล และเป็นจุดเริ่มต้นของพระราชกิจระยะ 6,000 ปีของพระองค์ เพื่อรักษามนุษยชาติไว้การควบคุมของแห่งพระหัตถ์แห่งพระยาห์เวห์ จากเรื่องนี้ก่อให้เกิดงานที่เพิ่มเข้ามาในแผนบริหารจัดการระยะ 6,000 ปีของพระองค์

เชิงอรรถ:

a. ข้อความต้นฉบับไม่มีวลี “เพื่อให้เชื่อฟัง”

ก่อนหน้า:เรื่องจริงเบื้องหลังพระราชกิจยุคแห่งการไถ่

ถัดไป:พระเจ้าทรงเป็นประธานเหนือชะตากรรมของมนุษยชาติทั้งมวล

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง