วิธีการสำหรับการสมรสของคริสตชน: ด้วยการทรงนำของพระวจนะของพระเจ้า ฉันได้เผชิญหน้ากับการทรยศของสามีของฉันอย่างสงบ (ส่วนที่ 2)

วันที่ 19 เดือน 10 ปี 2020

โดย Shiji

การทรยศของสามีของฉันมีจุดกำเนิดจากกระแสนิยมชั่วของสังคม

ในช่วงหลายวันต่อมา ฉันเข้าร่วมการพบปะกับบรรดาพี่น้องชายหญิงบ่อยครั้ง และพวกเราก็จะอ่านพระวจนะของพระเจ้า ขับร้องเพลงสรรเสริญ และเต้นรำเป็นการสรรเสริญพระเจ้า อารมณ์อันบีบคั้นของฉันค่อยๆ กลายเป็นเบิกบานเป็นอย่างยิ่ง แต่ทุกครั้งที่ฉันคิดถึงว่าสามีของฉันได้ทรยศฉันอย่างไรนั้น ฉันยังคงรู้สึกถึงความเจ็บปวดตุบๆ อันน่าเบื่อในหัวใจของฉัน มีเพียงต่อมาเท่านั้น เมื่อฉันได้อ่านพระวจนะของพระเจ้า ฉันจึงเข้าใจว่าทำไมสามีของฉันจึงได้ทรยศฉัน และฉันยังเข้าใจสาเหตุรากของความเจ็บปวดของฉันด้วยเช่นกัน

วันหนึ่ง ฉันได้อ่านพระวจนะเหล่านี้ใน พระเจ้าพระองค์เอง พระผู้ทรงเอกลักษณ์ 6 ความว่า “ดังนั้นแล้วแนวโน้มเหล่านี้คืออะไร? พวกมันคือแนวโน้มที่เจ้าไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า เมื่อแนวโน้มใหม่อย่างหนึ่งแพร่ผ่านไปทั่วโลก บางทีอาจมีผู้คนเพียงจำนวนเล็กน้อยเท่านั้นที่ล้ำหน้ากว่าผู้อื่น ปฏิบัติตัวดุจดังผู้ที่ก่อให้เกิดกระแสความนิยม พวกเขาเริ่มด้วยการทำสิ่งใหม่บางอย่าง จากนั้นจึงยอมรับแนวคิดบางชนิดหรือมุมมองบางอย่าง อย่างไรก็ดี ผู้คนส่วนใหญ่จะถูกทำให้ติดเชื้อ ถูกทำให้กลมกลืน และถูกดึงดูดใจโดยแนวโน้มประเภทนี้อย่างต่อเนื่องในสภาวะของการไม่ตระหนักรู้ จนกระทั่งพวกเขาทั้งหมดยอมรับมันโดยที่ไม่รู้ตัวและไม่ได้ตั้งใจและกลับกลายเป็นจมอยู่ในมันและถูกมันควบคุม แนวโน้มเช่นนี้ แนวโน้มแล้วแนวโน้มเล่า เป็นเหตุให้ผู้คน—ผู้ที่ไม่ได้มีร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์ ไม่รู้ว่าความจริงคืออะไร และไม่สามารถแยกแยะระหว่างสิ่งที่เป็นด้านบวกและด้านลบที่จะ ยอมรับพวกมันรวมทั้งมุมมองต่างๆ เกี่ยวกับชีวิตและค่านิยมต่างๆ ที่มาจากซาตานอย่างเป็นสุข พวกเขายอมรับสิ่งที่ซาตานบอกกับพวกเขาเกี่ยวกับวิธีเข้าหาชีวิตและหนทางในการดำเนินชีวิตที่ซาตาน ‘ประทาน’ ให้พวกเขา และพวกเขาไม่มีทั้งพละกำลังและความสามารถ นับประสาอะไรกับการตระหนักรู้ ที่จะต้านทาน” “ส่วนใดของมนุษย์ที่ซาตานทำลาย? (จิตใจของมนุษย์และการดำรงอยู่ทั้งหมด) ซาตานทำลายจิตใจของเจ้า ทำให้เจ้าไร้พลังที่จะต้านทาน หมายความว่า หัวใจของเจ้าหันไปหาซาตานทีละน้อยๆ โดยไม่คำนึงถึงตัวเจ้าเอง มันปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ในตัวเจ้าทุกวัน ใช้แนวคิดและวัฒนธรรมเหล่านี้ทุกวันเพื่อชักจูงและเตรียมเจ้าให้พร้อม บ่อนทำลายเจตจำนงของเจ้าทีละน้อยๆ เพื่อที่ในท้ายที่สุดเจ้าไม่อยากเป็นคนดีอีกต่อไป เพื่อที่เจ้าไม่ปรารถนาจะยืนหยัดเพื่อสิ่งที่เจ้าเรียกว่า ‘ความชอบธรรม’ อีกต่อไป โดยที่ไม่รู้ตัว เจ้าไม่มีพลังใจที่จะว่ายทวนกระแสอีกต่อไป แต่กลับไหลไปตามมัน ‘ความวิบัติ’ หมายความว่าซาตานทรมานผู้คนมากจนกระทั่งพวกเขากลายเป็นเงาของตัวเอง ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป นี่คือเวลาที่ซาตานจู่โจม เกาะกุมและกลืนกินพวกเขา

หลังจากอ่านพระวจนะของพระเจ้า ฉันเข้าใจว่าสามีของฉันได้ไถลห่างเพราะเขาถูกหลอกลวงและทำให้เสื่อมทรามโดยกระแสนิยมชั่วที่ซาตานใส่ฟืน ฉันจำได้ว่า สามีของฉันได้สำนึกในบุญคุณมากเพียงใดเมื่อเขาเห็นว่าฉันทำให้เขามากแค่ไหน และหลังจากที่เขาจบการศึกษาแล้ว เขาได้ทำงานอย่างอย่างขะมักเขม้นและอย่างมีสติเพียงใด เพื่อที่จะตอบแทนฉัน และเขาต่อสู้ดิ้นรนและเพียรพยายามเพียงใด เพื่อที่พวกเราจะสามารถใช้ชีวิตที่ดีขึ้นได้ในภายภาคหน้า แต่นับตั้งแต่เขาเข้าสู่ธุรกิจและเริ่มที่จะสร้างชื่อให้กับตัวเขาเอง ผู้คนจำพวกเดียวที่เขาคลุกคลีด้วยเสมอๆ ก็คือบรรดาผู้จัดการของบริษัทและคนเด่นคนดัง เขามักจะไปยังสถานบันเทิง อาทิ บาร์คาราโอเกะ ไนท์คลับ และเซาน่า และภายใต้อิทธิพลของผู้คนและสิ่งเหล่านี้ โดยที่ไม่รู้ตัว เขาเริ่มที่จะยอมรับแนวคิดชั่วๆ อย่างเช่น “ธงแดงที่บ้านไม่ร่วงหล่น ธงหลากสีข้างนอกสะบัดในสายลมอ่อน” “หากปราศจากผู้หญิงอยู่ข้างๆ ผู้ชายก็ไม่มีความมีรสชาติสำหรับชีวิต” “อย่าถามหาชั่วกัลปาวสาน จงมีความสุขกับปัจจุบัน” และ “การไล่ตามเสาะหาผู้หญิงสวยนั้นคือหนทางที่ควรค่าที่จะใช้ชีวิต” เขาเชื่อว่าเป็นการถูกต้องเหมาะสมและเป็นปกติสำหรับผู้ชายที่จะมีผู้หญิงอีกคนอยู่ข้างๆ พิทักษ์รักษาเธอและมีลูกๆ กับเธอ ว่าเหล่านี้คือการแสดงออกถึงความเป็นผู้ชายและความสามารถ และดังนั้นเขาจึงติดตามกระแสนิยมชั่วเหล่านี้ และเริ่มมีชู้โดยไม่ลังเล เมื่อถูกแนวคิดชั่วเหล่านี้กัดกร่อนและทำลาย การคิดของสามีของฉันจึงกลายเป็นบิดเบือน และเขาก็เริ่มจากการมีมโนธรรมอยู่บ้างไปเป็นไม่คำนึงถึงหน้าที่รับผิดชอบและศีลธรรมอย่างสิ้นเชิง และเขาก็กลายเป็นผู้ชายที่ไร้หัวใจ ไม่สำนึกบุญคุณ และไม่สัตย์ซื่อ เขาใส่ใจเกี่ยวกับการตอบสนองตัณหาทางกายภาพของตัวเขาเองเท่านั้น และไม่คำนึงถึงความรู้สึกของฉันเลย และไม่คำนึงถึงว่าการกระทำของเขาจะทำร้ายลูกชายของพวกเราอย่างไร และเพื่อที่จะได้อยู่กับผู้หญิงอีกคนของเขา เขารับเอาการนี้จนถึงขอบเขตที่ว่า เขากดดันฉันครั้งแล้วครั้งเล่าให้เซ็นเอกสารหย่า และเขาก็สูญเสียมโนธรรมและเหตุผลทั้งหมดไปอย่างสิ้นเชิง เขากลายเป็นเลวทราม ชั่ว และเสื่อมมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วเหล่านี้ไม่ใช่ดอกผลของการถูกซาตานทำให้เสื่อมทรามและทำร้ายหรอกหรือ? เช่นนั้นแล้ว ฉันจึงคิดถึงสังคมสมัยใหม่ ภายใต้ผลกระทบรุนแรงและการบุกรุกของกระแสนิยมชั่วๆ สามีและภรรยาจำนวนมากที่ได้เคยเปี่ยมรักเป็นอย่างมากก่อนหน้านี้ ได้แยกกันเนื่องจากคนใดคนหนึ่งมีชู้ และการนี้ได้นำไปสู่การแตกสลายของครอบครัวที่มีความสุขหลายครอบครัว ยังมีหลายคนที่แสวงหาการแก้แค้นกับผู้หญิงที่ได้เกี่ยวข้องกับคู่สมรสของพวกเขาด้วยเช่นกัน และกรณีของการทำให้เสียโฉมและฆาตกรรมก็เป็นสิ่งที่เห็นได้บ่อยๆ ยิ่งมากไปกว่านั้นอีก มีเด็กๆ จำนวนมากที่เคยมีชีวิตชีวาและมีความสุข แต่ตอนนี้เป็นผู้ที่ทนทุกข์จากความซึมเศร้าเพราะพ่อแม่ของพวกเขาหย่าร้างกัน และบางคนก็ลาออกจากโรงเรียนและเลือกที่จะใช้ชีวิตที่ตกต่ำ เหล่านี้เป็นแค่ผลกระทบบางอย่างของกระแสนิยมทางสังคมชั่วเหล่านี้ ในชั่วขณะนี้ ฉันเห็นว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่จะคอยระแวดระวังวิถีทางที่ซาตานใช้เพื่อทำให้ผู้คนเสื่อมทรามและทำร้ายผู้คน มันกำลังใช้ความคิดเห็นและแนวคิดซึ่งไม่ถูกต้องเหล่านี้ เพื่อปลูกฝังทรรศนะชั่วของมันภายในหัวใจของพวกเราอย่างมีเลศนัย หากปราศจากความจริง พวกเราในฐานะมนุษย์ก็ไร้ความสามารถที่จะหยั่งรู้ความดีจากความชั่ว ความสวยงามจากความน่าเกลียด และสิ่งด้านบวกจากสิ่งด้านลบ พวกเราก็แค่ไร้ความสามารถที่จะทานทนต่อการล่วงล้ำที่กระแสนิยมชั่วเหล่านี้กำลังทำอยู่ และพวกเราก็กำลังสูญเสียสภาวะความเป็นมนุษย์ของพวกเรา เหตุผลของพวกเรา ศักดิ์ศรีของพวกเรา และความสัตย์สุจริตของพวกเราทีละน้อยๆ และในท้ายที่สุดแล้ว พวกเราก็ลงเอยด้วยการถูกซาตานทำร้ายและกลืนกิน—ซาตานนั้นมุ่งร้ายและโหดเหี้ยมจริงๆ! หลังจากที่ฉันได้เข้าใจสิ่งเหล่านี้แล้ว ฉันก็รู้ว่าสามีของฉันก็เป็นเหยื่อของพิษของกระแสนิยมชั่วเหล่านี้ด้วยเช่นกัน ฉันยังได้ยินอีกเช่นกันว่า เขาและผู้หญิงอีกคนของเขาได้แยกทางกันหลังการหย่าของพวกเราเพียงไม่นาน เพราะการที่พวกเขาได้อยู่ด้วยกันเริ่มแรกนั้น เป็นไปเพื่อเห็นแก่ประโยชน์ของการตอบสนองความต้องการที่จำเป็นของพวกเขาเองเท่านั้น การหย่าครั้งที่สองของสามีของฉันมาถึงจุดจบที่น่าเศร้า ข้อเท็จจริงนี้ทำให้ฉันสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนขึ้นว่า ซาตานคือแหล่งกำเนิดของความชั่วทั้งปวง และว่ามันคือรากของความเจ็บปวดทั้งหมดของพวกเรา

ต่อมา ในการประชุมครั้งหนึ่ง ฉันได้อ่านพระวจนะของพระเจ้าเหล่านี้ ความว่า “มีเล่ห์เพทุบายหลักหกอย่างที่ซาตานใช้เพื่อทำให้มนุษย์เสื่อมทราม…อย่างที่สามคือการสั่งสอนที่หนักแน่น ผู้คนถูกสั่งสอนอย่างหนักแน่นด้วยสิ่งใด? การสั่งสอนที่หนักแน่นทำโดยทางเลือกของมนุษย์เองหรือไม่? มันทำด้วยความยินยอมของมนุษย์หรือไม่? (ไม่) ต่อให้เจ้าไม่ยินยอม ก็ไม่มีอะไรที่เจ้าสามารถทำได้เกี่ยวกับมัน ในการไม่ตระหนักรู้ของเจ้า ซาตานสั่งสอนเจ้า ปลูกฝังเจ้าด้วยการคิดของมัน กฎเกณฑ์ชีวิตของมัน และแก่นแท้ของมัน…อย่างที่ห้าคือการหลอกลวงและความตายด้าน ‘การหลอกลวงและความตายด้าน’ คือเมื่อซาตานเรียบเรียงถ้อยคำที่ฟังดูอ่อนหวานและแนวคิดที่สอดคล้องกับมโนคติที่หลงผิดของผู้คน เพื่อทำให้ดูราวกับว่ามันกำลังนึกถึงสถานการณ์ฝ่ายเนื้อหนังของผู้คน ถึงชีวิตและอนาคตของพวกเขา เมื่อที่จริงแล้วเป้าหมายเดียวของมันคือการหลอกเจ้า แล้วมันก็ทำให้เจ้าตายด้านเพื่อที่เจ้าจะไม่รู้ว่าอะไรถูกและอะไรผิด เพื่อที่เจ้าจะได้ถูกอุบายหลอกโดยที่ไม่รู้ตัวและดังนั้นจึงมาอยู่ใต้การควบคุมของมัน” (“พระเจ้าพระองค์เอง พระผู้ทรงเอกลักษณ์ 6”)

ขณะที่ฉันใคร่ครวญพระวจนะของพระเจ้า จู่ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างก็กลายเป็นชัดเจน กลับกลายเป็นว่า ฉันยังได้ถูกแนวคิดซึ่งไม่ถูกต้องของซาตานหลอกลวงด้วยเช่นกัน ซาตานได้ใช้นวนิยายจินตนาการฝันหวานและละครน้ำเน่าเพ้อฝันประโลมใจทุกลักษณะ เพื่อปลูกฝังความเชื่อแก่ฉันด้วยทรรศนะเกี่ยวกับความรัก อาทิ “ความรักสำคัญที่สุด” และ “จนกว่าความตายจะพรากเราจากกัน” เพื่อทำให้ฉันไล่ตามเสาะหาการสมรสที่มีความสุขอันสมบูรณ์แบบอย่างมุ่งมั่น เพื่อที่ฉันจะสามารถเป็นดั่งตัวเอกหญิงในนวนิยายเหล่านั้น และใช้ชีวิตของฉันร่วมกับอัศวินขี่ม้าขาวที่ฉันจินตนาการในหัวใจของฉัน และแก่ไปด้วยกันกับเขา เมื่อฉันเจอสามีของฉัน ฉันแน่ใจว่าเขาคืออัศวินขี่ม้าขาวที่ฉันได้ถวิลหา และฉันก็ฝันว่าฉันจะใช้ชีวิตที่เหลือของฉันกับเขา เพื่อสัมฤทธิ์จุดมุ่งหมายนั้น ฉันใช้พละกำลังทั้งหมดของฉันไปกับการหาเงินเพื่อส่งเขาเรียนจนจบวิทยาลัย และหลังจากที่เขาได้ทรยศฉันแล้ว ฉันยังคงยึดติดกับมโนคติอันหลงผิดว่า “ความรักสำคัญที่สุด” ไม่เต็มใจที่จะเผชิญหน้ากับความเป็นจริง และถึงขั้นปรารถนาจะปลุกมโนธรรมของเขาอีกครั้งด้วยวิถีทางของความตายของฉันเอง อย่างไรก็ตาม ความไม่แยแสและความไร้หัวใจของสามีของฉันแปรหัวใจของฉันเป็นน้ำแข็งทันทีทันใด และฉันก็สิ้นหวังอย่างที่สุด ฉันซึมเศร้าทุกๆ วัน จิตวิญญาณของฉันเกือบจะพังทลายจริงๆ และฉันก็ใช้ชีวิตเหมือนคนตายที่เดินได้คนหนึ่ง ในการวิเคราะห์ขั้นสุดท้าย ความเจ็บปวดของฉันยังคงมีจุดกำเนิดจากความเสื่อมทรามของซาตาน เป็นซาตานนั่นเองที่ประดิษฐ์เรื่องราวความรักอันสวยงามทุกประเภทเพื่อหลอกลวงฉัน และมันทำให้ฉันไล่ตามเสาะหาความรักเหล่านั้นอย่างเหนื่อยล้า จนกระทั่งฉันลงเอยด้วยการทนทุกข์กับอันตรายและความเจ็บปวดมากมายเหลือเกิน มีเพียงตอนนี้เท่านั้นที่ฉันเห็นว่า ฉันได้ถูกทรรศนะซึ่งไม่ถูกต้องของซาตานต้มตุ๋นเอาอย่างลุ่มลึกมากเพียงใด! เมื่อมาเข้าใจการนี้ ฉันจึงตัดสินใจที่จะไม่เจ็บปวดจากการทรยศของสามีของฉันอีกต่อไป ที่จะเผชิญหน้ากับการสมรสของฉันอย่างสงบซึ่งตอนนี้จบลงไปแล้ว ที่จะปล่อยความขุ่นเคืองที่ฉันเก็บงำไว้ในหัวใจของฉันไป และที่จะดำรงชีวิตอย่างมีความสุขและเป็นอิสระ

ฉันหวนคิดถึงความรักของพระเจ้าด้วยความรู้สึกขอบคุณและปรารถนาที่จะติดตามพระองค์ไปจนกระทั่งถึงบทอวสาน

ต่อมา ในขณะที่ปฏิบัติการเฝ้าเดี่ยวฝ่ายจิตวิญญาณของฉัน ฉันได้อ่านพระวจนะของพระเจ้า ความว่า “เมื่อใดก็ตามที่ซาตานทำให้มนุษย์เสื่อมทรามหรือทำให้เกิดอันตรายซึ่งไม่ได้ควบคุมต่อมนุษย์ พระเจ้าไม่ทรงยืนดูอยู่เฉยๆ อีกทั้งพระองค์ก็ไม่ทรงไม่แยแสและไม่ทรงเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ต่อบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงเลือกสรร พระเจ้าทรงเข้าใจทั้งหมดที่ซาตานทำอย่างชัดแจ้งบริบูรณ์ ไม่สำคัญว่าซาตานทำอะไร ไม่สำคัญว่ามันทำให้แนวโน้มใดเกิดขึ้น พระเจ้าทรงรู้ทั้งหมดที่ซาตานกำลังพยายามทำ และพระเจ้าไม่ทรงละทิ้งบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงเลือกสรร แทนที่จะเป็นเช่นนั้น โดยที่ไม่เรียกร้องความสนใจใดๆ—อย่างลับๆ อย่างเงียบๆ—พระเจ้าทรงทำทุกสิ่งที่จำเป็น…พระองค์ทรงทำหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อมนุษย์และด้วยต้นทุนที่ยิ่งใหญ่ มนุษย์ไม่ล่วงรู้อะไรเลยเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้หรือเกี่ยวกับต้นทุนนี้ กระนั้นก็ตามในทางปฏิบัติทั้งหมดที่พระองค์ทรงทำนั้นเป็นการดำเนินการกับแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง” (“พระเจ้าพระองค์เอง พระผู้ทรงเอกลักษณ์ 6”) “ดังนั้น แท้ที่จริงแล้วพระเจ้าทรงมอบสิ่งใดให้มนุษย์กันแน่? พระองค์เพียงแค่ทรงมอบการดูแล ความใส่พระทัย และการคำนึงถึงเพียงเล็กน้อยโดยที่เจ้าไม่ตระหนักรู้ถึงสิ่งนั้นกระนั้นหรือ? พระเจ้าได้ทรงมอบสิ่งใดให้มนุษย์หรือ? พระเจ้าได้ทรงมอบชีวิตให้มนุษย์ ได้ทรงมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้มนุษย์ และประทานทั้งหมดนี้ให้แก่มนุษย์อย่างไม่มีเงื่อนไขโดยปราศจากการเรียกร้องสิ่งใด โดยไม่มีสิ่งจูงใจแอบแฝงอันใด พระองค์ทรงใช้ความจริง พระวจนะของพระองค์ และพระชนม์ชีพของพระองค์เพื่อทรงนำและทรงนำทางมนุษย์ โดยทรงนำพามนุษย์ออกไปจากอันตรายของซาตาน ออกไปจากการทดลองและการชักจูงของซาตาน โดยทรงเปิดโอกาสให้มนุษย์มองทะลุปรุโปร่งถึงธรรมชาติที่ชั่วร้ายและโฉมหน้าที่น่าเกลียดน่ากลัวของซาตานอย่างชัดเจน ความรักและความห่วงใยของพระเจ้าที่มีต่อมวลมนุษย์นั้นเที่ยงแท้หรือไม่? นั่นเป็นบางสิ่งบางอย่างที่พวกเจ้าทุกคนสามารถได้รับประสบการณ์หรือไม่? (ใช่แล้ว)” (“พระเจ้าพระองค์เอง พระผู้ทรงเอกลักษณ์ 4”)

พระวจนะของพระเจ้าเป็นเหตุให้ฉันน้ำตาร่วงอีกครั้ง ฉันเข้าใจว่าทุกครั้งที่ซาตานใส่ฟืนกระแสนิยมชั่ว แน่นอนว่าพระเจ้าทรงเข้าใจจุดประสงค์ที่เลวของมันที่จะทำให้มนุษย์เสื่อมทรามและทำอันตรายแก่มนุษย์ พระองค์ทรงรู้ว่าวิถีทางซึ่งซาตานใช้เพื่อทำอันตรายแก่มนุษย์นั้นโหดร้ายเพียงใด และพระองค์ทรงรู้ความอ่อนแอของพวกเรา เพื่อที่จะทรงทำให้พวกเราสามารถถอยห่างจากอันตรายซึ่งซาตานก่อให้เกิดขึ้น และหยั่งรู้การล่อลวงและการทดลองอันหลากหลายทั้งหมดของซาตาน พระเจ้าทรงปฏิบัติพระราชกิจมากมายโดยผ่านทางพวกเราอย่างลับๆ พระองค์ทรงเลือกพวกเราให้มาอยู่เฉพาะพระพักตร์พระองค์ ทรงใช้พระวจนะของพระองค์เพื่อทำให้พวกเรารู้แจ้งและนำพวกเรา และเพื่อทำให้พวกเราสามารถเข้าใจความจริง และเห็นความเลวและความน่าเกลียดของซาตาน ตลอดจนสิ่งจูงใจอันน่ารังเกียจของมัน พระเจ้าทรงใช้พระวจนะของพระองค์เพื่อทำให้พวกเราสามารถค่อยๆ ขยับห่างจากความเสื่อมทรามและการล่อลวงของซาตาน เพื่อที่พวกเราจะไม่ตกอยู่ภายใต้การถูกซาตานทำอันตรายอีกต่อไป เมื่อคิดย้อนกลับไปในเรื่องชีวิตของฉัน หากไม่ได้เป็นเพราะความรอดอันทันต่อเวลาของพระเจ้าแล้วไซร้ ฉันเกรงว่าฉันคงจะได้กลายเป็นติดหล่มในความเจ็บปวดอย่างไม่อาจหนีพ้นได้ไปแล้ว ในไม่ช้าฉันคงจะได้รับการวินิจฉัยไปแล้วว่าเป็นโรคซึมเศร้าจากการที่ต้องหดหู่ใจมากทุกวัน และฉันคงจะได้ลงเอยด้วยการถูกซาตานทำร้ายและกลืนกินไปแล้ว คำขอบคุณจงมีแด่ความรอดอันทันต่อเวลาของพระเจ้า และฉันขอบคุณพระเจ้าที่ได้ทรงชูใจฉันโดยผ่านทางพระวจนะของพระองค์ และที่ได้ทรงทำให้ฉันสามารถพบเจอสิ่งรองรับและรู้สึกถึงความอบอุ่น ในท่ามกลางความโดดเดี่ยวและความสิ้นหวังของฉัน ยิ่งมากไปกว่านั้นอีก เป็นพระวจนะของพระเจ้านั่นเอง ที่ได้นำทางและนำฉันให้เข้าใจแหล่งกำเนิดของความเจ็บปวดทั้งหมดของฉันในที่สุด และทิ้งความเจ็บปวดนั้นไว้ข้างหลัง

หลังจากที่ได้ก้าวผ่านโชครายนี้ในการสมรสของฉัน ฉันได้มาซึ้งคุณค่าอย่างแท้จริงว่า ความรักเพ้อฝันประโลมใจนั้นไม่จริงใจ และความรักที่ว่า “จนกว่าความตายจะพรากเราจากกัน” นั้น ยิ่งเป็นความฝันที่ไม่มีอยู่จริงมากยิ่งกว่าเสียด้วยซ้ำ โดยการพึ่งพาแนวคิดและทรรศนะของซาตานในการไล่ตามเสาะหาความรักอันสมบูรณ์แบบของพวกเรานั้น พวกเราเพียงแต่จะลงเอยด้วยการถูกซาตานควบคุมและต้มตุ๋นเท่านั้น และชีวิตของพวกเราก็กลายเป็นเจ็บปวดยิ่งขึ้นเรื่อยๆ มีเพียงโดยการมาอยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้า การอ่านพระวจนะของพระองค์ และการไล่ตามเสาะหาความจริงอย่างจริงจังตั้งใจ การมองทะลุปรุโปร่งถึงกลอุบายอันเต็มไปด้วยเล่ห์ลวงทั้งหมดของซาตาน การกำจัดแนวคิดซึ่งไม่ถูกต้องของซาตานไปจากตัวพวกเราเอง และการปฏิบัติตนไปตามพระวจนะของพระเจ้าในทุกสรรพสิ่งเท่านั้น พวกเราจึงจะสามารถสัมฤทธิ์สันติสุข ความสุข และอิสรภาพที่แท้จริงได้ การที่ในวันนี้ฉันได้มีความสามารถที่จะบรรลุการจัดเตรียมความจริงนั้น มีคุณค่ามากกว่าและล้ำค่ามากกว่าเรื่องทางโลกอันใดที่ฉันอาจจะสามารถบรรลุได้ บัดนี้ ฉันรู้สึกถึงความซึ้งคุณค่าอันลึกซึ้งสำหรับความรักที่แท้จริงของพระเจ้า คำขอบคุณจงมีแด่พระเจ้า! ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ฉันปรารถนาจะติดตามพระเจ้าอย่างจริงจังตั้งใจและทำหน้าที่ของฉันให้ลุล่วงให้ดี เพื่อชดใช้คืนพระเจ้าสำหรับความรอดของพระองค์สำหรับฉัน

พระเจ้าได้เสด็จมาอย่างลับๆ ก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงและได้ทรงสร้างกลุ่มผู้มีชัยชนะขึ้นแล้ว จากนั้น พระเจ้าจะทรงปรากฏอย่างเปิดเผยและทรงให้รางวัลคนดีและลงโทษคนชั่ว คุณต้องการต้อนรับองค์พระผู้เป็นเจ้าและให้พระเจ้าช่วยให้รอดก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงหรือไม่? อย่าลังเลที่จะติดต่อเราตอนนี้เพื่อหาวิธี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

พระคุณของพระเจ้าทำให้เธอเป็นอิสระจากการสมรสที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด (ภาค 1)

โดย อาเจียว ฮ่องกง เจียวนั่งอยู่ริมหน้าต่างพลางมองใบหย่าในมือของเธอด้วยความรู้สึกโล่งอก เพราะพระคุณและความรอดของพระเจ้า...

วิธีการสำหรับการสมรสของคริสตชน: ด้วยการทรงนำของพระวจนะของพระเจ้า ฉันได้เผชิญหน้ากับการทรยศของสามีของฉันอย่างสงบ (ส่วนที่ 1)

โดย Shiji นวนิยายจินตนาการฝันหวานคือเพื่อนคู่เคียงของฉันขณะที่ฉันเติบโตขึ้น เมื่อใดก็ตามที่ฉันได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเอกชายและหญิง...

พระคุณของพระเจ้าทำให้เธอเป็นอิสระจากการสมรสที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด (ภาค 2)

โดย อาเจียว ฮ่องกง พระวจนะของพระเจ้าแก้ปัญหาความว้าวุ่นสับสนของเธอและหัวใจของเธอจึงผ่อนสบายขึ้น ครั้งหนึ่งในการพบปะกัน...