พระคุณของพระเจ้าทำให้เธอเป็นอิสระจากการสมรสที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด (ภาค 1)

วันที่ 21 เดือน 09 ปี 2020

โดย อาเจียว ฮ่องกง

เจียวนั่งอยู่ริมหน้าต่างพลางมองใบหย่าในมือของเธอด้วยความรู้สึกโล่งอก เพราะพระคุณและความรอดของพระเจ้า ในที่สุดเจียวจึงได้เป็นอิสระจากการสมรสที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด เธอจ้องมองไปยังท้องถนนนอกหน้าต่าง แล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้เกิดขึ้นระหว่างเธอกับอดีตสามีของเธอก็ได้ผ่านเข้ามาในห้วงคำนึงของเธอ…

การค้นหาความสุข

เจียวก็แค่เป็นเหมือนหญิงสาวคนอื่นๆ มากมายเหลือเกิน เมื่อตอนที่เธอเป็นวัยรุ่นนั้น เธอได้ใฝ่ฝันถึงการเติบโตขึ้นและได้พบเจอสามีสักคนผู้ที่คงจะรักเธออย่างสุดซึ้ง โดยเฉพาะเมื่อเธอได้อ่านพวกนิยายประโลมโลกทั้งหลาย หรือได้ดูพวกบุคคลต้นแบบบนหน้าจอโทรทัศน์ และเธอได้เห็นความรักอันไม่รู้จบระหว่างตัวแสดงหลักชายและหญิง เธอก็จะนำแนวคิดแบบ “ความรักคือสิ่งสูงส่ง” และ “การจับจูงมือแก่เฒ่าไปด้วยกัน” มาเป็นอุดมคติสำหรับการสมรสในอนาคตของเธอ และเธอโหยหาที่จะมีความรักอันยิ่งใหญ่โอฬาร เธอได้คิดไปว่า ถึงตอนนั้นเท่านั้น ชีวิตของเธอจึงจะไม่ได้ถูกดำเนินไปโดยสูญเปล่า

เมื่อเธอพร้อมที่จะสมรส เธอก็ได้พบกับหมิง หมิงรักเจียวอย่างสุดซึ้ง และเจียวก็ได้พิจารณาให้หมิงมาเป็นคู่ตราบชีวิตที่เหลือของเธอ และดังนั้น พวกเขาจึงเริ่มครอบครัวด้วยกัน ภายหลังจากที่พวกเขาได้สมรสกัน หมิงยิ่งเอาใจใส่ต่อเจียวมากกว่าเดิม เขายอมผ่อนปรนต่อความผิดทั้งหลายของเธอและเขายอมรับพฤติกรรมทั้งหลายของเธอเสมอ เจียวจึงรู้สึกเสมือนเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก

การแยกทาง

ในขณะที่เจียวกำลังดื่มด่ำอยู่ในชีวิตสมรสอันเปี่ยมสุขนั่นเอง วันหนึ่งเธอก็บังเอิญได้เห็นข้อความอันเปี่ยมเสน่หาอย่างล้นพ้นบนโทรศัพท์มือถือของหมิงที่ผู้หญิงอีกคนส่งมา เจียวได้ถามหมิงว่าเขากำลังนอกใจหรือเปล่า และหมิงก็ได้ยอมรับ นี่เป็นดั่งสายฟ้าที่ฟาดลงมาอย่างฉับพลันสำหรับเจียว และเธอรู้สึกเสมือนหัวใจของเธอได้ถูกฉีกขาดออกจากกัน เธอต้องการจากไป แต่หมิงได้ขอร้องและอ้อนวอนให้เธอให้โอกาสเขาอีกสักครั้ง เมื่อมองเห็นหมิงกำลังรู้สึกสำนึกผิดมากมาย หัวใจของเจียวก็อ่อนลง และเธอได้ตัดสินใจยกโทษให้เขา

ตลอดหลายวันที่ตามมา หมิงมีความเกรงใจและห่วงใยพอกันกับตอนที่สัมพันธภาพของพวกเขาเริ่มต้นไม่มีผิด และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากที่เจียวได้ให้กำเนิดบุตร หมิงก็ยิ่งห่วงใยเธออย่างลึกซึ้งมากขึ้น เขายังได้เห็นสัญญากับเจียวไว้มากมายด้วยเช่นกันว่า “ผมจะทำงานหนักเพื่อให้ได้เงินมา เพื่อที่คุณกับลูกของเราจะมีชีวิตที่ดีในอนาคต” แม้ว่าเขาได้ทรยศเธอไปครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้ แต่เจียวก็รู้สึกว่าหมิงยังรักเธออยู่จริงๆ เธอจึงบอกตัวเองให้รักษาความรักของพวกเขาให้แข็งแกร่งเข้าไว้!

ว่าแต่ว่า ความรักสามารถยืนยาวได้นานเท่าไรหรือก่อนที่มันจะหมดอายุลงไป? เมื่อเวลาได้ผ่านไป การเสียดสีของชีวิตค่อยๆ เข้ามาแทนที่ความผาสุกฉันท์สามีภรรยาของพวกเขา หมิงกลับจากทำงานมาบ้านช้าขึ้นทุกที และบางคราวจะไม่กลับบ้านจนกว่าจะตีสองตีสาม ท่าทีที่เขามีต่อเจียวก็กลับกลายเป็นไม่แยแสขึ้นทุกที และบ่อยครั้งที่เขาจะทะเลาะกับเธอด้วยเรื่องสัพเพเหระ หลังโต้เถียงกัน พวกเขาก็จะมึนตึงใส่กัน เจียวรู้สึกเจ็บปวดมาก และเธอไม่ต้องการให้ภาวะจนมุมนี้ดำเนินต่อไป มีอยู่ครั้งหนึ่ง เจียวได้ถามหมิงว่า “ทำไมหรือคะ คุณถึงกำลังปฏิบัติกับฉันอย่างไม่แยแสมากขึ้นทุกที?” และหมิงได้ตอบว่า “ความรักของเราเปลี่ยนไปแล้ว ผมคิดว่า คงจะเป็นการดีที่สุดถ้าเราแยกทางกัน…” พอได้ยินเขากล่าวเช่นนี้ หัวใจของเจียวรู้สึกว่างโหวงไปหมด เธอได้แต่ยืนนิ่งงัน ไม่สามารถหยุดยั้งน้ำตาไม่ให้พร่างพรู

สัปดาห์ต่อมา และมันเป็นวันครบรอบเจ็ดปีของหมิงกับเจียว เจียวคิดว่า หมิงคงจะคิดถึงเวลาทั้งหมดที่พวกเขาได้ใช้ไปด้วยกัน และคงจะมีการเปลี่ยนใจ แต่แล้ว โดยไม่คาดฝัน หมิงแจ้งกับเธอว่า เขาต้องการหย่า!

การระเบิดออกมาแบบฉับพลันนี้ทำเอาเจียวม้วนกลิ้งไม่เป็นท่า พี่สาวของเจียวจึงบอกกับเธอว่า อันที่จริงนั้น หมิงไม่ได้รักเธอมามานานพอดูแล้ว และเธอแค่ถูกปิดบังไว้ในมุมมืดเท่านั้นเอง…คำพูดของพี่สาวเธอได้ทำลายสายป่านสุดท้ายแห่งความหวังของเจียวลงอย่างสิ้นเชิง ในความท้อแท้สิ้นหวังของเธอ เจียวได้กินยานอนหลับเข้าไป 90 เม็ด เธอได้รับการรักษาทันท่วงที แต่แล้ว เธอก็ได้ตัดสินใจกระโดดตึก เธอถูกช่วยให้รอดไว้อย่างปาฏิหาริย์อีกครั้ง แต่เธอได้รับบาดเจ็บรุนแรงเหลือเกิน มีความเป็นไปได้ว่า เธอจะใช้ชีวิตที่เหลือของเธอบนรถเข็นสำหรับผู้พิการ แต่เมื่อเธอได้เห็นว่าหมิงทำทุกสิ่งที่เขาสามารถทำได้เพื่อดูแลเธอ และเห็นว่าเขารู้สึกตำหนิตัวเองอย่างหงุดหงิดอยู่ลึกๆ เจียวจึงคิดว่า ทั้งหมดนั้นช่างคุ้มค่าแล้ว

กระจกที่แตกเป็นเสี่ยงแล้วไม่มีวันสามารถซ่อมแซมได้

ครั้นเวลาผ่านไป สุขภาพของเจียวค่อยๆ ฟื้นฟูขึ้นอย่างช้าๆ และเธอก็สามารถที่จะเดินด้วยอุปกรณ์ค้ำยันได้ อย่างไรก็ดี ชีวิตอันเปี่ยมสุขของเธอหาได้หวนคืนมาดังที่เธอปรารถนา หมิงมีความลับเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของเขา และเขาได้โกหกว่ากำลังเดินทางไปทำธุรกิจเป็นเวลาสองวัน ในขณะที่เขาอยู่ไกล เจียวโทรหาเขา แต่เขาไม่รับ แล้วเธอก็ได้โทรหาเขาอีกครั้งหลังจากที่ระงับการแสดงหมายเลขโทรศัพท์ของเธอเอง หมิงรับสายและหลังจากที่กล่าวคำพูดแบบเหลืออดไม่กี่คำ เขาก็วางสายใส่เธอ หัวของเจียวจึงกลายมาเต็มไปด้วยรูปภาพของหมิงกับหญิงอื่นอีกคน และหัวใจของเธอเจ็บปวดจนเกินกว่าความสามารถของเธอที่จะควบคุมมันได้ หมิงกลับมาในวันที่สามและเจียวได้แอบดูตามในกระเป๋าเสื้อและกางเกงของเขา เธอต้องมีอันประหลาดใจที่ได้พบถุงยางอนามัย! หัวใจของเจียวแหลกสลาย เธอแค่ไม่สามารถเข้าใจเลยจริงๆ เธอได้มอบหมดทั้งหัวใจของเธอให้หมิงมานานปี—เหตุใดหมิงจึงจำเป็นต้องปฏิบัติต่อเธออย่างโหดร้ายยิ่งนัก? เจียวกลายเป็นเต็มไปด้วยความคับแค้นใจต่อหมิง และเธอรู้สึกว่า ครอบครัวซึ่งเพียบพร้อมของเธอได้กลายมาเป็นดั่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะเขา…

แต่ไม่สำคัญว่าเธอรู้สึกเจ็บปวดเพียงใด เจียวก็ไม่ต้องการสูญเสียครอบครัวของเธอไป และเธอต้องการที่จะจัดเตรียมครอบครัวซึ่งอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาให้กับลูกชายของเธอ เธอได้ข่มความเจ็บปวดเอาไว้ในหัวใจของเธอเพื่อที่จะช่วยให้การสมรสที่แหลกสลายนั้นอยู่รอดต่อไป และเธอเริ่มเรียนรู้ที่จะทำอาหารที่หมิงโปรดปราน เธอทำขนมเค้กที่เขาชอบ และเธอถึงขั้นขายเครื่องประดับจากสินสอดและซื้อสร้อยข้อมือทองที่หมิงชอบ แต่หมิงก็ยังยืนกรานในแบบเดิมของเขา โดยไม่มีแม้สักเสี้ยวของความหักห้ามใจ จนมาวันหนึ่ง หอสังเกตุการณ์ได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับพายุไต้ฝุ่นซึ่งมีกำลังลมที่ระดับ 10 เจียวบอกหมิงไม่ให้ออกข้างนอกแต่ให้อยู่ในบ้านกับลูกชายของพวกเขา แต่หมิงก็ดึงดันว่าเขาจะออกข้างนอก ตอนมื้อกลางวัน เจียวอดไม่ได้ที่จะแอบมองในกระเป๋าของสามีเธออีก และเธอได้เจอกับถุงยางอนามัยอีกครั้ง เธอไม่สามารถข่มอารมณ์ของเธอไว้ได้อีกต่อไป เธอจึงได้ทุ่มชามของเธอลงบนพื้นอย่างรุนแรง ลูกชายวัยห้าขวบเริ่มร้องไห้จ้าด้วยความขวัญผวา หมิงจึงตบเจียว ในชั่วขณะนั้นเอง เจียวรู้สึกแหลกสลายอย่างสมบูรณ์ และความโศกเศร้า ความโมโห กับความเจ็บปวดก็ได้โถมท่วมจิตใจของเธอ และน้ำตาของเธอหลั่งไหลออกมาอย่างปราศจากการยับยั้ง…เธอคว้าอุปกรณ์ค้ำยันของเธอและเดินออกนอกประตูไป เธอกระปลกกระเปลี้ยไปตามถนนหนทางอันว่างเปล่า และสายฝนเย็นเฉียบหลั่งรินลงมาบนตัวเธอขณะที่พายุไต้ฝุ่นซัดเข้าใส่ใบหน้าและร่างกายของเธอ เจียวรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่ซึมแทรกเข้าสู่กายเธอ และเธอไม่สามารถบอกได้ว่า น้ำบนใบหน้าของเธอนั้นเป็นน้ำฝนหรือเป็นน้ำตาของเธอเอง ในชั่วขณะนั้นสำหรับเจียวแล้ว ทั้งหมดที่เหลืออยู่ในโลกคือความมืดดำและความหม่นเทา…

หลังจากนั้น หมิงยิ่งเริ่มปฏิบัติตนอย่างเห็นแก่ตัวและบุ่มบ่ามมากขึ้นกว่าเดิม และบ่อยครั้งที่จะกลับมาบ้านก็ตอนหลังเที่ยงคืนเท่านั้น หรือไม่ก็ จะไม่กลับมาบ้านเลยแค่นั้นเอง เจียวสู้ทนความเจ็บปวดในหัวใจของเธอ และเธอได้อ่อนระโหยโรยแรงลงตลอดแต่ละวันที่ผ่านไป แต่ละคืน เมื่อเข้ายามดึก การมองเห็นเพียงตัวเธอและลูกชายของเธออยู่ในบ้านหลังใหญ่ขนาดนั้น เจียวจะรู้สึกถึงสำนึกแห่งความระทมใจและความอ้างว้างอันหาใดเสมอเหมือน และทั้งหมดที่เธอทำได้คือการดื่มเพื่อให้ตัวเองมึนชา…

รุ่งอรุณมาเยือน

วันหนึ่ง ด้วยโอกาสบังเอิญ เจียวได้พบกับชาวคริสเตียนที่ชื่อหมิน หมินได้มีสิ่งอาภัพอับโชคแบบเดียวกับเจียวเกิดขึ้นกับเธอ แต่เพราะความรอดของพระเจ้า หมินจึงผ่านความเจ็บปวดทั้งหมดมาได้ ครั้งหนึ่ง เจียวได้ถามหมินว่า “ทำไมมวลมนุษย์ถึงมีชีวิตอยู่ในความเจ็บปวดขนาดนี้?” หมินจึงได้อ่านพระวจนะของพระเจ้าให้เจียวฟังสองบทตอน ความว่า “อาดัมกับเอวาที่พระเจ้าได้ทรงสร้างขึ้นในปฐมกาลนั้น เป็นผู้คนบริสุทธิ์ ซึ่งกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ในขณะที่อยู่ในสวนเอเดน พวกเขาบริสุทธิ์ ไม่ด่างพร้อยด้วยความโสมม พวกเขาสัตย์ซื่อต่อพระยาห์เวห์ด้วยเช่นกัน และไม่ได้รู้อะไรในเรื่องการทรยศพระยาห์เวห์เลย นี่เป็นเพราะพวกเขาปราศจากการรบกวนจากอิทธิพลของซาตาน ปราศจากพิษของซาตาน และบริสุทธิ์ที่สุดในหมู่มวลมนุษย์ พวกเขาได้มีชีวิตอยู่ในสวนเอเดน ไม่มีความโสมมใดๆ มาทำให้มัวหมอง ไม่ได้ถูกเนื้อหนังเข้าครอง และมีความเคารพในพระยาห์เวห์ ต่อมา เมื่อพวกเขาได้ถูกซาตานทดลอง พวกเขาได้มีพิษของงู และได้มีความอยากที่จะทรยศพระยาห์เวห์ และพวกเขาได้มีชีวิตอยู่ภายใต้อิทธิพลของซาตาน ในปฐมกาล พวกเขาบริสุทธิ์ และพวกเขาเคารพพระเจ้า เพียงในสภาวะนี้เท่านั้นที่พวกเขาเป็นมนุษย์ ต่อจากนั้นมา ภายหลังจากที่พวกเขาได้ถูกซาตานทดลอง พวกเขาได้กินผลของต้นไม้แห่งความรู้ถึงความดีและความชั่ว และได้มีชีวิตอยู่ภายใต้อิทธิพลของซาตาน พวกเขาค่อยๆ ถูกซาตานทำให้เสื่อมทรามและได้สูญเสียภาพลักษณ์ดั้งเดิมของมนุษย์ไป” (“บรรดาผู้ที่จะได้รับการทำให้มีความเพียบพร้อมต้องก้าวผ่านกระบวนการถลุง”) “หลังจากที่พวกมนุษย์ถูกซาตานทำให้เสื่อมทราม มันก็เริ่มทรมานพวกเขา ผลก็คือ พวกเขากลายเป็นเสื่อมถอยลงเรื่อยๆ โรคภัยของมนุษยชาติมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และความทุกข์ของพวกเขากลายเป็นสาหัสมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนสำนึกรับรู้ถึงความว่างเปล่า และโศกนาฏกรรมของโลกมนุษย์เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการไร้ความสามารถ ที่จะอาศัยอยู่ที่นั่นต่อไปของพวกเขา และพวกเขารู้สึกถึงความหวังที่มีต่อโลกน้อยลงเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้ ความทุกข์นี้จึงถูกซาตานนำพาลงมาให้กับพวกมนุษย์” (“นัยสำคัญแห่งการที่พระเจ้าทรงรับรสชาติของความทุกข์ทางโลก”).

หมินได้ให้สามัคคีธรรมแก่เจียว โดยกล่าวว่า “ในปฐมกาลนั้น พระเจ้าได้ทรงสร้างบรรพบุรุษของพวกเรา อาดัมกับเอวา จากนั้น พระองค์ได้ทรงตั้งพวกเขาไว้ในสวนเอเดน มวลมนุษย์ ณ จุดนั้นไม่ได้ถูกซาตานทำให้เสื่อมทราม และพวกเขาเชื่อฟังและมีความเคารพต่อพระเจ้า พวกเขาไม่มีความชั่วหรือความเสื่อมทรามในหัวใจของพวกเขา และในชีวิตของพวกเขาภายในสวนเอเดนนั้น พวกเขามีการดูแล การปกป้องและพระพรของพระเจ้า และพวกเขาช่างมีความสุขและมีสันติสุขอย่างเหลือเกิน ภายหลังต่อมา พวกเขาได้ถูกซาตานล่อลวงและทำให้เสื่อมทรามไปสู่การทรยศพระเจ้า และด้วยเหตุนั้น บาปจึงได้ถือกำเนิดเข้ามาในพิภพ เมื่อเวลาผ่านไป มนุษย์ได้เริ่มหลบเลี่ยงพระเจ้าอย่างช้าๆ และดำรงชีวิตอยู่ในบาป ได้เริ่มเกาะติดอยู่กับความยินดีทางกาย ปรนเปรอตัณหาทางกาย และไล่ตามเสาะหากระแสนิยมชั่วทั้งหลาย เพราะความเสื่อมทรามของซาตาน มวลมนุษย์จึงกลายเป็นโอหัง มีความเลว เห็นแก่ตัว และเต็มไปด้วยเล่ห์ลวงมากขึ้นทุกที และปฏิกิริยาของผู้คนที่มีต่อกันและกันก็ได้กลายเป็นเต็มไปด้วยคำโกหกและความหลอกลวง และพวกเขาหลอกใช้และทรยศกันเอง ณ บัดนี้ ผู้คนนั้นทางหนึ่งก็ทำอะไรต่อหน้าผู้อื่น อีกทางก็ทำอะไรลับหลังพวกเขา และพวกเขาแข่งขันและต่อสู้กันเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวของพวกเขาเอง แม้แต่สามีและภรรยาก็หลอกใช้และทรยศอีกฝ่าย ไม่ใส่ใจความรู้สึกของคู่ตัวเองอย่างถึงที่สุด และพวกเขาได้สูญเสียมโนธรรม เหตุผล ความมีศีลธรรม และศักดิ์ศรีขั้นพื้นฐานที่สุดไปแล้ว การที่ดำรงชีวิตอยู่ในพิภพอันเสื่อมทรามและมีความเลวเช่นนั้น และการที่ได้ถูกซาตานทำให้เสื่อมทรามไปอย่างมากยิ่งนักจนพวกเราไม่มีความคล้ายคลึงทั้งมนุษย์และผีเลยนั้น เป็นไปได้หรือที่จะไม่อยู่ในความเจ็บปวด? พระเจ้าทรงทราบว่า พวกเรามวลมนุษย์นั้นได้ถูกซาตานทำอันตรายและทำให้เสื่อมทราม และทราบว่าพวกเราดำรงชีวิตอยู่ในสภาวะของความเจ็บปวดและความอับจนหนทาง เพราะฉะนั้น พระองค์จึงได้ทรงจุติเป็นมนุษย์บนแผ่นดินโลก และพระองค์ทรงแสดงความจริงเพื่อช่วยพวกเราให้รอด และทำให้พวกเรามีความสามารถที่จะเข้าใจความจริง และทำให้พวกเรามีความสามารถที่จะมองเห็นวิถีทางและวิธีการทั้งหลายที่ซาตานนำมาใช้เพื่อทำให้พวกเราเสื่อมทราม ในเวลาเดียวกันนั้น พระเจ้าก็ทรงแสดงให้พวกเราเห็นหนทางและทิศทางที่พวกเราต้องเดินตามเพื่อที่จะเป็นอิสระจากความเจ็บปวด เมื่อพวกเรามาอยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้าและอ่านพระวจนะของพระองค์ และพวกเราเข้าใจความจริงและมองทะลุไปถึงแก่นแท้ของปัญหา เมื่อนั้น พวกเราย่อมพบเจอกับเป้าหมายอันถูกต้องที่จะไล่ตามเสาะหา และเราก็ย่อมกลายเป็นมีอิสระจากความเจ็บปวดไปเอง” หลังจากที่ได้ฟังสามัคคีธรรมของหมิน ในที่สุดเจียวก็ได้เข้าใจว่า เหตุผลที่มวลมนุษย์ได้ดำรงชีวิตอยู่ในความเจ็บปวดมากมายยิ่งนักก็เป็นเพราะการทำให้เสื่อมทรามของซาตาน มวลมนุษย์กำลังกลายไปมีความเลวและเสื่อมสภาพลงทุกที และได้สูญเสียทั้งมโนธรรมและสภาวะความเป็นมนุษย์ไปแล้ว เจียวได้รู้สึกว่า สิ่งที่หมินได้กล่าวไปนั้นมีเหตุผล และเธอปรารถนาอย่างมากที่จะได้ยินหมินพูดคุยเกี่ยวกับการเชื่อในพระเจ้า

หมินได้อ่านอีกบทตอนของพระวจนะของพระเจ้าให้เจียวฟัง ความว่า “องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทรงมีพระเมตตาปราณีต่อผู้คนเหล่านี้ที่ทุกข์อย่างล้ำลึก ในขณะเดียวกัน พระองค์ก็ทรงเอือมระอากับผู้คนที่ไร้สติเหล่านี้ เนื่องจากพระองค์ต้องทรงรอคอยคำตอบจากมนุษย์นานเกินไป พระองค์ทรงเฝ้าปรารถนาที่จะแสวงหา แสวงหาหัวใจของเจ้าและจิตวิญญาณของเจ้า เพื่อนำน้ำและอาหารมามอบให้เจ้า เพื่อปลุกเจ้าให้ตื่นขึ้นมา เพื่อที่เจ้าจะไม่ต้องกระหายและหิวโหยอีกต่อไป ยามที่เจ้ารู้สึกอ่อนล้าท้อใจและยามที่เจ้าเริ่มรู้สึกถึงความหนาวเหน็บอ้างว้างบางอย่างในโลกใบนี้ จงอย่าหลงทาง จงอย่าร่ำไห้ พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ผู้เฝ้าดู จะทรงโอบกอดการมาถึงของเจ้าไม่ว่า ณ เวลาใดก็ตาม” (“การทอดถอนพระทัยขององค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์”) ขณะที่เธอได้ฟังพระวจนะของพระเจ้า หัวใจของเจียวได้รับความอบอุ่นจากความรักของพระเจ้า เธอได้คิดไปเกี่ยวกับเรื่องที่ว่า หลังการทรยศของหมิง เธอได้สู้ทนความเจ็บปวดทั้งหมดและมีชีวิตที่เลวร้าย และเกือบที่จะมาสูญเสียชีวิตของเธอไปถึงสองครั้งเพียงเพื่อที่จะรักษาการสมรสให้ดำเนินต่อไปเท่านั้นเอง เพียงตอนนี้เองที่เธอได้รู้ว่า พระเจ้าได้ทรงเฝ้าดูอยู่เคียงข้างเธอเสมอ ทรงคอยเฝ้าระวังและปกป้องเธอ ทรงตระหนักรู้ว่าเธอกำลังดำรงชีวิตอยู่ในความเจ็บปวดภายใต้อำนาจของซาตาน พระเจ้าได้ทรงนำเธอในแต่ละย่างก้าวของหนทางและได้ทรงทำให้เธอมีความสามารถที่จะหวนคืนมาเคียงข้างพระเจ้า หัวใจของเจียวนั้นเต็มตื้นไปด้วยความสำนึกในบุญคุณต่อพระเจ้า และเธอรู้สึกได้รับการขับเคลื่อนอย่างมากจนถึงกับน้ำตาเอ่อรินลงมาตามแก้มของเธอ…

เจียวยอมรับพระราชกิจแห่งยุคสุดท้ายของพระเจ้าอย่างชื่นบาน และเธอจะอ่านพระวจนะของพระเจ้าด้วยกันกับพี่น้องชายหญิงของเธอบ่อยครั้ง และพวกเขาจะสามัคคีธรรมเกี่ยวกับประสบการณ์และความเข้าใจของตัวพวกเขาเอง และขับร้องบทเพลงทั้งหลายเพื่อสรรเสริญพระเจ้า ทั้งหมดนี้นำพาความสว่างมาสู่ชีวิตอันเดียวดายอย่างง่อยเปลี้ยเสียขาของเจียว และใบหน้าของเธอก็เริ่มฉายด้วยรอยยิ้มที่ขาดหายไปนานแล้ว แต่ทุกครั้งที่เธอกลับมาบ้าน เธอจะคิดถึงความเฉยชาของหมิงที่มีต่อเธอและการทรยศของเขา และเธอก็คงจะไม่สามารถที่จะหยุดตัวเองจากความรู้สึกเจ็บปวดในส่วนลึกของหัวใจของเธอได้ ยิ่งไปกว่านั้น บางสิ่งบางอย่างที่เจียวไม่สามารถคิดออกก็คือ หมิงผู้ซึ่งเคยรักเธอมากเหลือเกินนั้น ได้กลายเป็นใครบางคนที่ยังคุ้นเคยยิ่งนักสำหรับเธอ แต่ทว่าก็เป็นคนแปลกหน้าสำหรับเธอถึงขนาดนั้นได้อย่างไร

พระเจ้าได้เสด็จมาอย่างลับๆ ก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงและได้ทรงสร้างกลุ่มผู้มีชัยชนะขึ้นแล้ว จากนั้น พระเจ้าจะทรงปรากฏอย่างเปิดเผยและทรงให้รางวัลคนดีและลงโทษคนชั่ว คุณต้องการต้อนรับองค์พระผู้เป็นเจ้าและให้พระเจ้าช่วยให้รอดก่อนความวิบัติอันใหญ่หลวงหรือไม่? อย่าลังเลที่จะติดต่อเราตอนนี้เพื่อหาวิธี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

พระคุณของพระเจ้าทำให้เธอเป็นอิสระจากการสมรสที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด (ภาค 2)

โดย อาเจียว ฮ่องกง พระวจนะของพระเจ้าแก้ปัญหาความว้าวุ่นสับสนของเธอและหัวใจของเธอจึงผ่อนสบายขึ้น ครั้งหนึ่งในการพบปะกัน...

วิธีการสำหรับการสมรสของคริสตชน: ด้วยการทรงนำของพระวจนะของพระเจ้า ฉันได้เผชิญหน้ากับการทรยศของสามีของฉันอย่างสงบ (ส่วนที่ 1)

โดย Shiji นวนิยายจินตนาการฝันหวานคือเพื่อนคู่เคียงของฉันขณะที่ฉันเติบโตขึ้น เมื่อใดก็ตามที่ฉันได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเอกชายและหญิง...

วิธีการสำหรับการสมรสของคริสตชน: ด้วยการทรงนำของพระวจนะของพระเจ้า ฉันได้เผชิญหน้ากับการทรยศของสามีของฉันอย่างสงบ (ส่วนที่ 2)

โดย Shiji การทรยศของสามีของฉันมีจุดกำเนิดจากกระแสนิยมชั่วของสังคม ในช่วงหลายวันต่อมา ฉันเข้าร่วมการพบปะกับบรรดาพี่น้องชายหญิงบ่อยครั้ง...