หนังสือม้วนนั้นได้เปิดออกแล้วโดยพระเมษโปดก

สีเข้ม

ธีม

แบบอักษร

ขนาดตัวอักษร

ระยะห่างบรรทัด

ความกว้างของหน้า

ผลลัพธ์ 0 รายการ

ไม่พบผลลัพธ์

เตรียมความดีให้พอเพียงสำหรับจุดหมายปลายทางของเจ้า

เราได้ทำงานมากมายท่ามกลางพวกเจ้า และแน่นอนว่า ได้กล่าวถ้อยคำไว้จำนวนหนึ่งด้วยเช่นกัน กระนั้นเราก็ยังอดที่จะรู้สึกไม่ได้ว่า วาจาของเราและงานของเรานั้น ยังไม่ได้บรรลุผลตามจุดประสงค์ของงานของเราโดยบริบูรณ์ในวันเวลาสุดท้าย เพราะว่าในวันเวลาสุดท้ายนั้น งานของเราไม่ใช่เพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดโดยเฉพาะ หรือผู้คนกลุ่มใดโดยเฉพาะ แต่เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงอุปนิสัยโดยเนื้อแท้ของเรา กระนั้นด้วยเหตุผลมากมายเหลือคณานับ บางทีอาจจะเป็นเรื่องของการไม่ค่อยมีเวลาหรือตารางงานอันวุ่นวาย ผู้คนจึงยังไม่ได้รับความรู้ใดๆ เกี่ยวกับเราจากอุปนิสัยของเรา ด้วยเหตุนั้นเราจึงเริ่มดำเนินการแผนงานใหม่ของเรา งานสุดท้ายของเรา และเปิดหน้าใหม่ในงานของเรา เพื่อที่ทุกคนซึ่งมองเห็นเราจะต้องตีอกชกหัวตัวเองและร่ำไห้และครวญคร่ำรำพันไม่หยุดอันเนื่องมาจากการมีอยู่ของเรา นี่เป็นเพราะเรานำจุดจบของมนุษยชาติมาสู่โลก และจากจุดนี้ไป เรานำอุปนิสัยทั้งสิ้นของเรามาตีแผ่ต่อมนุษยชาติ เพื่อที่ทุกคนซึ่งรู้จักเราและบรรดาผู้คนทั้งหมดที่ไม่รู้จักเรา อาจตื่นตาตื่นใจและมองเห็นว่า เราได้มาสู่โลกมนุษย์แล้วจริงๆ ได้มาสู่โลกที่ซึ่งทุกสรรพสิ่งเพิ่มทบทวีคูณ นี่คือแผนงานของเรา และเป็น “การประกาศยืนยัน” เพียงครั้งเดียวเท่านั้นของเรานับตั้งแต่การสร้างมวลมนุษยชาติของเรา พวกเจ้าจงใส่ใจต่อก้าวย่างทุกก้าวของเราโดยไม่แบ่งปันความสนใจไปทางอื่น เพราะไม้เรียวของเรากดลงมาใกล้มนุษยชาติอีกครั้ง ใกล้ผู้คนทุกคนที่ต่อต้านเรา

เราเริ่มงานที่เราต้องทำ โดยร่วมกันกับบรรดาสวรรค์ทั้งหลาย และดังนั้นเราจึงค่อยๆ ลัดเลาะฝ่ากระแสผู้คนไปอย่างระมัดระวัง และเคลื่อนไหวระหว่างสวรรค์และโลก โดยที่ไม่มีใครเลยที่เคยรับรู้การเคลื่อนไหวของเรา หรือสังเกตเห็นวจนะของเรา ดังนั้น แผนงานของเราจึงยังคงคืบหน้าต่อไปอย่างราบรื่น จะมีก็เพียงตรงที่ การรับรู้ของพวกเจ้าทั้งหมดนั้นได้กลับกลายเป็นด้านชามากจนถึงขั้นที่เจ้าหลงลืมขั้นตอนต่างๆ ของงานของเรา แต่วันหนึ่งซึ่งพวกเจ้าจะได้รับรู้ถึงความตั้งใจของเรา จะมีมาถึงอย่างแน่นอน วันนี้เราใช้ชีวิตอยู่กับพวกเจ้าและทนทุกข์ไปด้วยกันกับพวกเจ้า และนานมาแล้วที่เราได้เข้าใจท่าทีที่มนุษยชาติมีต่อเรา เราไม่ปรารถนาที่จะพูดถึงเรื่องนี้อีกต่อไป เราไม่ปรารถนายิ่งกว่านั้นอีกที่จะนำความน่าอับอายมาสู่พวกเจ้าโดยการเอ่ยถึงตัวอย่างเพิ่มเติมในหัวข้อที่เจ็บปวดนี้ เราหวังแค่เพียงว่าพวกเจ้าจะจดจำทุกสิ่งที่เจ้าได้ทำไว้ในหัวใจของเจ้า เพื่อที่เราอาจจะได้เอาบัญชีของเรามาเทียบประกบกันในวันที่เราพบกันอีกครั้ง เราไม่ปรารถนาที่จะกล่าวหาไม่ว่าใครก็ตามท่ามกลางพวกเจ้าอย่างผิดๆ เพราะเรานั้นปฏิบัติอย่างเป็นธรรม อย่างยุติธรรม และด้วยเกียรติเสมอ แน่นอน เราหวังอีกด้วยว่าพวกเจ้าจะสามารถรักษาความดีงาม และไม่ทำอะไรที่เป็นการต่อต้านสวรรค์และโลกหรือจิตสำนึกของตัวเจ้าเอง นี่คือสิ่งเดียวที่เราขอจากพวกเจ้า ผู้คนจำนวนมากรู้สึกกระสับกระส่ายและกระวนกระวายใจเพราะพวกเขาได้กระทำความผิดที่เลวร้าย และหลายคนรู้สึกละอายใจในตัวเองเพราะพวกเขาไม่เคยทำความดีเลยแม้เพียงอย่างเดียว กระนั้นก็ยังมีหลายคนที่ห่างไกลจากการรู้สึกอับอายจากบาปของตน เปลี่ยนจากเลวไปเป็นเลวยิ่งกว่า กระชากหน้ากากที่ซ่อนคุณลักษณะอันน่ารังเกียจ—ซึ่งยังไม่เคยถูกตีแผ่อย่างเต็มที่ของพวกเขา—ออกอย่างสมบูรณ์เพื่อทดสอบอุปนิสัยของเรา เราไม่สนใจและไม่ใส่ใจต่อการกระทำต่างๆ ของบุคคลหนึ่งบุคคลใด ในทางตรงกันข้าม เราทำงานที่เราควรจะทำ ไม่ว่าจะเป็นการรวบรวมข้อมูล หรือการท่องไปในแผ่นดิน หรือทำอะไรบางอย่างที่อยู่ในความสนใจของเรา ในเวลาสำคัญๆ เราทำงานของเราต่อไปท่ามกลางมนุษย์ตามที่ได้วางแผนไว้แต่เดิม ไม่ช้าเกินไปหรือเร็วเกินไปแม้แต่หนึ่งวินาที และด้วยทั้งความง่ายดายและความฉับไว อย่างไรก็ตาม ด้วยทุกๆ ขั้นตอนของงานของเรา บางคนได้ถูกทิ้งขว้างเพราะเรารังเกียจวิธีประจบสอพลอต่างๆของพวกเขา และการอ่อนน้อมที่เสแสร้งของพวกเขา บรรดาผู้ที่น่าชิงชังสำหรับเราจะถูกทอดทิ้งอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม พูดให้สั้นๆ เราอยากจะให้ทุกคนที่เรารังเกียจอยู่ห่างเราไกลแสนไกล คงไม่ต้องบอกว่า เราจะไม่เก็บผู้ที่เลวทรามชั่วร้ายซึ่งยังคงอยู่ในนิเวศของเราเอาไว้ให้ลอยนวล เนื่องจากวันลงโทษของมนุษย์นั้นอยู่ใกล้แล้ว เราจึงไม่ได้เร่งรีบที่จะขับไล่ทุกดวงวิญญาณอันน่ารังเกียจเหล่านั้นออกจากบ้านของเรา เพราะเรามีแผนของเราเอง

บัดนี้เป็นเวลาที่เรากำหนดตอนจบสำหรับแต่ละบุคคล ไม่ใช่ระยะซึ่งเราเริ่มจัดการกับมนุษย์ เราจดบันทึกถ้อยคำและการกระทำต่างๆ ของแต่ละบุคคล เส้นทางซึ่งพวกเขาได้ติดตามเรามา บุคลิกลักษณะโดยเนื้อแท้ของพวกเขา และวิธีที่พวกเขาประพฤติตนในบั้นปลาย ลงในสมุดบันทึกของเรา ทีละคน เมื่อเป็นเช่นนี้ ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นบุคคลประเภทใด ย่อมไม่มีใครจะหลบพ้นมือของเรา และทุกคนจะรวมอยู่กับบุคคลประเภทเดียวกันตามที่เรากำหนด เราตัดสินใจเรื่องจุดหมายปลายทางของแต่ละบุคคลโดยไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของอายุ ความอาวุโส ปริมาณความทุกข์ และที่น้อยที่สุดคือ ระดับความชวนสังเวชของพวกเขา แต่เป็นไปโดยสอดคล้องกับการที่ว่า พวกเขาครอบครองความจริงหรือไม่ ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทางนี้ พวกเจ้าจำต้องตระหนักว่า ทุกคนที่ไม่ปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระเจ้าจะถูกลงโทษด้วยเช่นกัน นี่คือข้อเท็จจริงซึ่งไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ เพราะฉะนั้น ทุกคนที่ถูกลงโทษได้ถูกทำการลงโทษไปเช่นนั้นก็เพื่อความชอบธรรมของพระเจ้า และเป็นการลงโทษที่สาสมแล้วกับการกระทำเยี่ยงมารอันนับไม่ถ้วนของพวกเขา เราไม่ได้เปลี่ยนแปลงแผนงานของเราเลยแม้แต่อย่างเดียวนับตั้งแต่การแรกเริ่มของแผนงาน มันก็เพียงแค่ว่า หากพิจารณาจากฝั่งของมนุษย์ บรรดาผู้ที่เราชี้นำวจนะของเราดูเหมือนจะมีจำนวนลดน้อยถอยลง เช่นเดียวกันกับบรรดาผู้ที่เรายอมรับอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม เรายังคงยืนยันว่าแผนงานของเราไม่เคยเปลี่ยนแปลง ในทางตรงกันข้าม ความเชื่อและความรักของมนุษย์ต่างหากที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ลดถอยลงตลอดเวลา จนถึงขอบเขตที่เป็นไปได้ว่า แต่ละบุคคลจะเปลี่ยนแปลงจากประจบประแจงเรา ไปเป็นเย็นชาต่อเรา และถึงขั้นกำจัดเรา ท่าทีของเราที่มีต่อพวกเจ้าจะไม่เป็นทั้งร้อนและเย็น จนกว่าเราจะรู้สึกถึงความน่ารังเกียจและความเกลียดชัง และในท้ายที่สุดจึงสั่งตัดสินลงโทษไป ไม่ว่าจะอย่างไร ในวันแห่งการลงโทษของพวกเจ้า เราจะยังคงมองเห็นพวกเจ้าอยู่ แต่พวกเจ้าจะไม่สามารถมองเห็นเราได้อีกต่อไปแล้ว เนื่องจากชีวิตท่ามกลางพวกเจ้าได้กลายมาเป็นสิ่งที่น่าเบื่อและจืดชืดไปแล้วสำหรับเรา ดังนั้น คงไม่ต้องบอกว่า เราได้เลือกแล้วที่จะใช้ชีวิตในสิ่งรายล้อมที่ต่างออกไป สิ่งที่ดีกว่าเพื่อหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดจากถ้อยคำที่มุ่งร้ายนานาของพวกเจ้า และหลีกให้พ้นจากพฤติกรรมอันเลวทรามเหลือทนของพวกเจ้า ที่พวกเจ้าไม่อาจหลอกเราหรือปฏิบัติต่อเราอย่างขอไปทีอีกต่อไป ก่อนที่เราจะจากพวกเจ้าไป เรายังคงจำต้องพร่ำสอนพวกเจ้า ให้เว้นจากการกระทำในสิ่งซึ่งไม่สอดคล้องกับความจริง ในทางตรงกันข้าม เจ้าควรทำสิ่งซึ่งเป็นที่พอใจต่อทุกคน สิ่งซึ่งนำประโยชน์มาสู่ทุกคน และสิ่งซึ่งเป็นประโยชน์ต่อจุดหมายปลายทางของเจ้าเอง มิฉะนั้นแล้วผู้ที่ทนทุกข์ทรมานอยู่ท่ามกลางหายนะ จะไม่ใช่ใครอื่นนอกจากตัวเจ้าเอง

ความเมตตาของเรานั้นแสดงออกต่อบรรดาผู้ที่รักเราและปฏิเสธตัวพวกเขาเอง ในขณะเดียวกัน การลงโทษที่ได้ไปเยือนผู้ที่ชั่วร้ายเลวทราม ก็เป็นข้อพิสูจน์ถึงอุปนิสัยที่ชอบธรรมของเราอย่างชัดเจน และยิ่งไปกว่านั้นคือ พิสูจน์พระโอวาทแห่งความพิโรธของเรา เมื่อหายนะมาเยือน ทุกคนที่ต่อต้านเราจะวิปโยคร่ำไห้ในขณะที่พวกเขาตกเป็นเหยื่อของทุพภิกขภัยและโรคระบาด บรรดาผู้ที่ได้กระทำความเลวทรามชั่วร้ายในทุกรูปแบบ เว้นแต่ผู้ที่ได้ติดตามเรามาเป็นเวลาหลายปี จะไม่มีทางหลบพ้นการชำระชดใช้ให้กับบาปของตน พวกเขาอีกเช่นกัน ที่จะจมสู่หายนะ ในแบบที่นานๆ ครั้ง จะได้เห็นกันในตลอดระยะเวลาหลายล้านปี และพวกเขาจะมีชีวิตอยู่ในสภาวะแห่งความอกสั่นขวัญผวาและหวาดกลัวตลอดเวลา และบรรดาผู้ที่เป็นสาวกของเราทั้งหลายที่ได้แสดงความรักภักดีต่อเราจะปลื้มปีติและและสรรเสริญมหิทธิฤทธิ์ของเรา พวกเขาจะประสบกับความอิ่มอกอิ่มใจอันเกินพรรณนา และมีชีวิตท่ามกลางความสุขสำราญอย่างที่เราไม่เคยมอบให้มนุษยชาติมาก่อน เพราะเราเห็นคุณค่าความดีของมนุษย์และเกลียดชังความชั่วร้ายเยี่ยงมารของพวกเขา ตั้งแต่เมื่อเราเริ่มต้นนำทางมนุษยชาติ เรามุ่งหวังอย่างกระตือรือร้นมาตลอดว่าจะได้ผู้คนสักกลุ่มที่มีจิตใจเดียวกับเรา ในขณะเดียวกัน บรรดาผู้ที่ไม่ได้มีจิตใจเดียวกับเรานั้น เราก็ไม่เคยลืม เราชิงชังพวกเขาในหัวใจของเราเสมอ รอคอยโอกาสที่จะลงโทษพวกเขาให้สาสม อันเป็นสิ่งซึ่งเราจะเพลิดเพลินที่ได้เห็น บัดนี้วันของเราได้มาถึงแล้วในที่สุด และเราไม่จำเป็นต้องรออีกต่อไปแล้ว!

งานขั้นสุดท้ายของเราไม่ใช่แค่เพื่อการลงโทษมนุษย์เท่านั้น แต่เพื่อการตระเตรียมจุดหมายปลายทางของมนุษย์อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น มันเป็นไปเพื่อว่าผู้คนทั้งหมดอาจรับรู้ความดีและการกระทำของเรา เราต้องการให้แต่ละบุคคลได้เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เราได้ทำมานั้นถูกต้อง และได้เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เราได้ทำมานั้นเป็นการแสดงออกของอุปนิสัยของเรา ที่ให้กำเนิดมนุษยชาตินั้นไม่ใช่การกระทำของมนุษย์ ยิ่งไม่ใช่การกระทำของธรรมชาติ แต่เป็น—เรา—ผู้บำรุงเลี้ยงทุกสิ่งมีชีวิตซึ่งอยู่ในการสร้าง หากปราศจากการดำรงอยู่ของเรา มนุษยชาติย่อมมีแต่จะย่อยยับดับสูญและประสบทุกข์จากมหันตภัยแห่งภัยพิบัติเท่านั้น ไม่มีมนุษย์คนใดจะได้เห็นดวงอาทิตย์และดวงจันทร์อันสวยงาม หรือโลกอันเขียวขจีอีกเลย มนุษยชาติจะเผชิญเพียงค่ำคืนอันเยือกเย็นและหุบเขาแห่งเงามรณะซึ่งไม่ลดละปราณี เราคือความรอดเดียวเท่านั้นของมนุษยชาติ เราคือความหวังเดียวเท่านั้นของมนุษยชาติ และยิ่งไปกว่านั้นคือ เราก็คือพระองค์ผู้ซึ่งเป็นที่พึ่งแห่งการดำรงอยู่ของมนุษยชาติทั้งมวล หากไม่มีเรา-มนุษยชาติจะหยุดนิ่งลงในทันที หากไม่มีเรา-มนุษยชาติจะประสบทุกข์จากมหันตภัยและถูกบรรดาผีสางทุกรูปแบบเหยียบย่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้า—กระนั้นก็ยังไม่มีใครใส่ใจเรา เราได้ทำงานที่ไม่มีใครอื่นทำได้ และหวังเพียงแค่ว่ามนุษย์จะสามารถตอบแทนเราด้วยความดีบ้าง แม้จะมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถตอบแทนเราได้ เราก็จะยังคงยุติการเดินทางของเราในโลกมนุษย์ลง และเริ่มต้นขั้นตอนถัดไปของงานของเราที่กำลังเปิดเผยคลี่คลาย เนื่องจากการเร่งรุดไปมาของเราทั้งหมดท่ามกลางมนุษย์ในช่วงหลายปีมานี้สัมฤทธิ์ผล และเราก็พอใจมาก สิ่งที่เราสนใจไม่ใช่จำนวนผู้คน แต่เป็นความดีของพวกเขาเสียมากกว่า ไม่ว่าจะในกรณีใดก็ตาม เราหวังว่าพวกเจ้าจะตระเตรียมความดีที่พอเพียงสำหรับจุดหมายปลายทางของตัวเจ้าเอง เมื่อนั้นเราจึงจะพึงพอใจ มิฉะนั้นแล้ว ไม่มีใครเลยในบรรดาพวกเจ้าที่จะสามารถหลบเลี่ยงภัยพิบัติที่จะตกมาถึงเจ้าได้ ภัยพิบัตินั้นมีจุดเริ่มต้นกับเราและแน่นอนว่าถูกเรียบเรียงจัดวางโดยเรา หากพวกเจ้าไม่สามารถแสดงตัวว่าดีได้ในสายตาของเรา เช่นนั้นพวกเจ้าก็จะไม่อาจหลบเลี่ยงการประสบทุกข์จากภัยพิบัติไปได้ ในท่ามกลางความทุกข์ยากลำบาก การดำเนินการและการกระทำโดยเจตนาต่างๆ ของพวกเจ้าไม่ได้ถูกพิจารณาว่าเหมาะสมไปเสียทั้งหมด เนื่องจากความเชื่อและความรักของพวกเจ้านั้นไร้ค่าไม่จริงใจ และเจ้าเพียงแค่แสดงให้เห็นว่า ตัวตนของพวกเจ้าขี้ขลาดหรือไม่ก็แข็งแกร่งเท่านั้นเอง ในเรื่องนี้ เราจะพิพากษาสิ่งที่ดีและสิ่งที่เลวเท่านั้น ความกังวลสนใจของเรายังคงเป็นเรื่องของวิธีที่พวกเจ้าแต่ละคนปฏิบัติและแสดงตัวตนของเขาออกมา อันเป็นพื้นฐานที่เราจะใช้กำหนดจุดจบของพวกเจ้า อย่างไรก็ตาม เราจำต้องพูดเรื่องนี้ให้ชัดเจน: กับบรรดาผู้ที่ไม่ได้แสดงให้เราเห็นความรักภักดีแม้แต่น้อยในระหว่างช่วงเวลาของความทุกข์ยากลำบาก เราจะไม่มีเมตตาอีกต่อไป เพราะความเมตตาของเราขยายเวลาเพียงถึงตอนนี้เท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น เราไม่มีความชอบให้กับใครก็ตามที่ครั้งหนึ่งเคยทรยศเรา เรายิ่งอยากที่จะเกี่ยวข้องกับบรรดาผู้ที่ขายผลประโยชน์ของเพื่อนๆ ของตนน้อยเข้าไปอีก นี่คืออุปนิสัยของเรา ไม่ว่าบุคคลคนนั้นอาจเป็นใครก็ตาม เราจำต้องบอกเรื่องนี้กับพวกเจ้า: ใครก็ตามที่ทำให้เราเสียใจจะไม่ได้รับความเมตตาผ่อนปรนจากเราเป็นครั้งที่สอง และใครก็ตามที่ซื่อสัตย์ต่อเราตลอดมาจะยังคงอยู่ในหัวใจของเราตลอดกาล

ก่อนหน้า:การตักเตือนสามประการ

ถัดไป:พระคริสต์แห่งยุคสุดท้ายเท่านั้นที่ทรงสามารถประทานหนทางแห่งชีวิตนิรันดร์แก่มนุษย์ได้