การพิพากษาเริ่มต้นที่พระนิเวศของพระเจ้า

สีเข้ม

ธีม

แบบอักษร

ขนาดตัวอักษร

ระยะห่างบรรทัด

ความกว้างของหน้า

ผลลัพธ์ 0 รายการ

ไม่พบผลลัพธ์

ผู้ที่ถูกเรียกมีมากมาย แต่ผู้ที่ถูกเลือกมีเพียงนิดเดียว

เราแสวงหาผู้คนมากมายบนโลกนี้เพื่อให้มาเป็นผู้ติดตามของเรา ในหมู่ผู้ติดตามทั้งหมดเหล่านี้ มีผู้ที่ทำหน้าที่เป็นนักบวช ผู้ที่เป็นผู้นำ ผู้ที่เป็นบุตรของพระเจ้า ผู้ที่เป็นคนของพระเจ้า และผู้ที่รับใช้ เราแบ่งพวกเขาออกตามความจงรักภักดีที่พวกเขาแสดงต่อเรา เมื่อทั้งหมดถูกจำแนกออกตามประเภทแล้ว นั่นก็คือ เมื่อลักษณะของบุคคลแต่ละประเภทมีความชัดเจนขึ้น เราจะกำหนดลำดับให้พวกเขาแต่ละคนในหมวดหมู่ที่ชอบธรรมของพวกเขา และจัดแต่ละประเภทให้อยู่ในที่ทางที่เหมาะสมสำหรับพวกเขา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเพื่อการไถ่มนุษย์ให้รอดของเรา เราเรียกผู้ที่เราต้องการช่วยให้มาที่บ้านของเราเป็นหมู่เหล่า และจากนั้นให้พวกเขาทุกคนยอมรับงานแห่งวันสุดท้ายของเรา และในเวลาเดียวกัน เราจำแนกพวกเขาตามประเภท จากนั้นจึงให้รางวัลหรือลงโทษพวกเขาแต่ละคนตามการกระทำของพวกเขา เช่นนั้นคือขั้นตอนที่ประกอบกันเป็นงานของเรา

วันนี้ เราอาศัยอยู่บนแผ่นดินโลก และเราใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางมวลมนุษย์ ผู้คนได้รับประสบการณ์ในงานของเรา และระวังระไวในถ้อยคำของเรา และควบคู่ไปกับสิ่งนี้ เราได้มอบความจริงทั้งหมดให้แก่ผู้ติดตามแต่ละคนของเรา ว่าพวกเขาอาจได้รับชีวิตจากเรา และเมื่อเป็นเช่นนั้นก็จะได้มาซึ่งเส้นทางที่พวกเขาสามารถก้าวเดินไป เพราะเราคือพระเจ้า ผู้มอบชีวิต ในระหว่างช่วงเวลาหลายปีในการทำงานของเรา ผู้คนได้รับสิ่งต่าง ๆ มามากมาย และละทิ้งสิ่งต่าง ๆ ไปมากมาย กระนั้นเรายังคงกล่าวว่าพวกเขาไม่ได้เชื่อในเราอย่างแท้จริง เพราะผู้คนเพียงยอมรับว่าเราคือพระเจ้าด้วยปากของพวกเขา แต่พวกเขาไม่เห็นด้วยกับความจริงที่เรากล่าว และยิ่งไปกว่านั้น ไม่ได้ปฏิบัติตามความจริงที่เราขอจากพวกเขา ซึ่งกล่าวได้ว่าผู้คนรับรู้เพียงการมีอยู่ของพระเจ้า แต่ไม่ใช่การมีอยู่ของความจริง ผู้คนรับรู้เพียงการมีอยู่ของพระเจ้า แต่ไม่ใช่การมีอยู่ของชีวิต ผู้คนรับรู้เพียงพระนามของพระเจ้า แต่ไม่ใช่เนื้อแท้ของพระองค์ เราชิงชังพวกเขาตรงความกระเหี้ยนกระหือรือของพวกเขา ตรงทีพวกเขาใช้เพียงคำที่ฟังดูดีเพื่อหลอกลวงเรา ไม่มีพวกเขาคนใดที่นมัสการเราอย่างแท้จริง วาจาของพวกเจ้าบรรจุไปด้วยการยั่วยุลวงล่อของอสรพิษ นอกจากนี้ วาจาของพวกเจ้ายังโอหังอวดดีเป็นที่สุด ช่างเป็นการประกาศป่าวร้องจากอัครทูตสวรรค์โดยแท้ ที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ การกระทำของพวกเจ้ายังขาดวิ่นและไม่มีชิ้นดีจนถึงขั้นน่าอัปยศอดสู ความต้องการเกินขอบเขตและเจตนาอันละโมบของพวกเจ้าช่างเป็นสิ่งแสลงหูนัก พวกเจ้าทั้งหมดได้กลายเป็นตัวมอดในบ้านของเรา วัตถุที่จะถูกละทิ้งด้วยความรังเกียจ ด้วยความที่ไม่มีพวกเจ้าคนใดรักความจริง แต่เจ้ากลับต้องการได้รับพร ต้องการขึ้นสู่สวรรค์ ต้องการมองเห็นภาพนิมิตอันสูงส่งของพระคริสต์ที่กำลังใช้ฤทธานุภาพของพระองค์บนแผ่นดินโลก แต่พวกเจ้าเคยคิดหรือไม่ว่า คนเช่นพวกเจ้า คนที่ถูกทำให้เสื่อมทรามอย่างถลำลึกและไม่รู้เอาเสียเลยว่าพระเจ้าคืออะไรนั้น มีค่าคู่ควรแก่การติดตามพระเจ้าได้อย่างไร ? เจ้าจะขึ้นสู่สวรรค์ได้อย่างไร ? เจ้ามีค่าคู่ควรแก่การได้มองเห็นทัศนียภาพที่สูงส่งเช่นนั้น—ทัศนียภาพทมีความงดงามตระการอันไม่เคยมีให้เห็นเป็นแบบอย่างมาก่อนได้อย่างไร ? ปากของเจ้าเต็มไปด้วยวาจาแห่งการหลอกลวงและความสกปรกโสมม วาจาแห่งการทรยศหักหลังและความโอหังอวดดี เจ้าไม่เคยกล่าววาจาแห่งความจริงใจกับเรา ไม่มีวาจาที่บริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีวาจาแห่งความนบนอบต่อเราตามประสบการณ์ที่ได้รับจากวจนะของเรา ในท้ายที่สุดแล้ว ความเชื่อของพวกเจ้าหน้าตาเป็นอย่างไร ? ในหัวใจของพวกเจ้าไม่มีสิ่งใดนอกจากความต้องการและเงินตรา และในจิตใจของพวกเจ้าไม่มีสิ่งใดเลยนอกจากสิ่งที่เป็นวัตถุ ทุกวัน เจ้าคำนวณว่าจะทำอย่างไรจึงจะได้รับบางสิ่งบางอย่างจากเรา ทุกวัน เจ้านับว่าเจ้าได้รับความมั่งคั่งและสิ่งที่เป็นวัตถุจากเรามากเพียงใด ทุกวัน เจ้าเฝ้ารอคอยให้มีพระพรที่มากยิ่งขึ้นตลอดเวลาตกมาสู่พวกเจ้า เพื่อที่พวกเจ้าอาจได้รับความรื่นรมย์ในสิ่งที่พวกเจ้าอาจจะรื่นรมย์ได้ ในปริมาณที่มากกว่าและด้วยมาตรฐานที่สูงกว่า สิ่งที่อยู่ในความคิดของพวกเจ้าในทุกชั่วขณะของเวลานั้นไม่ใช่เรา และไม่ใช่แม้กระทั่งความจริงที่มาจากเรา แต่เป็นสามีหรือภรรยาของพวกเจ้า บุตรและบุตรของเจ้า และสิ่งต่าง ๆ ที่พวกเจ้ากินและสวมใส่ เจ้าขบคิดว่าทำอย่างไรพวกเจ้าจะสามารถได้รับในปริมาณที่มากยิ่งขึ้นตลอดเวลา และความรื่นรมย์ที่สูงยิ่งขึ้นตลอดเวลา แต่ต่อให้พวกเจ้าเติมท้องของพวกเจ้าจนเต็มถึงขั้นระเบิดออกมา เจ้ายังคงไม่ใช่ซากศพหรอกหรือ ? ต่อให้ภายนอกเจ้าประดับประดาตัวเองด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวยงามปานนั้น พวกเจ้ายังคงไม่ใช่ซากศพเดินได้ที่ไร้ชีวิตหรอกหรือ ? พวกเจ้าหักโหมงานหนักเพื่อปากท้องของพวกเจ้า จนกระทั่งเส้นผมของเจ้าถูกแซมเป็นริ้วด้วยสีเทา แต่กระนั้นก็ยังไม่มีพวกเจ้าคนใดที่เสียสละเส้นผมแม้เพียงหนึ่งเส้นเพื่องานของเรา พวกเจ้ายุ่งวุ่นวายอยู่เสมอ สร้างภาระแก่ร่างกายเจ้าและบีบเค้นสมองของเจ้าให้ขบคิดเกินกำลัง เพื่อประโยชน์ของเนื้อหนังของเจ้าเอง และเพื่อบุตรและบุตรีของเจ้า แต่กระนั้นก็ยังไม่มีพวกเจ้าคนใดที่แสดงความกังวลหรือเป็นห่วงความประสงค์ของเรา แล้วพวกเจ้ายังคงหวังว่าจะได้รับสิ่งใดจากเราอีกหรือ ?

เราไม่เคยเร่งรีบเมื่อเราทำงาน ไม่ว่าผู้คนจะติดตามเราอย่างไร เราทำงานของเราไปตามแต่ละขั้นตอน ไปตามแผนของเรา ดังนั้น แม้ว่าพวกเจ้าทุกคนจะก่อกบฏต่อเรา เราก็ยังคงทำงานต่อไปโดยไม่หยุดยั้ง และเรายังคงกล่าววจนะเราจำต้องกล่าวต่อไป เราเรียกผู้คนที่เรากำหนดไว้ก่อนแล้วมาที่บ้านของเรา เพื่อพวกเขาอาจพอจะอดทนรับฟังวจนะของเราได้ ผู้คนเหล่านั้นทุกคนที่นบนอบต่อวจนะของเรา คนที่ถวิลหาวจนะของเรา เรานำมาต่อหน้าบัลลังก์ของเรา ทุกคนที่หันหลังให้กับวจนะของเรา คนที่ไม่เชื่อฟังเรา และท้าทายเราอย่างเปิดเผย เราโยนไปไว้ด้านหนึ่งเพื่อรอรับการลงโทษขั้นสุดท้ายของพวกเขา ผู้คนทั้งผองล้วนใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความเสื่อมทรามภายใต้ฝ่ามือมาร ดังนั้นจึงมีคนไม่มากนักจากจำนวนผู้คนเหล่านั้นที่ติดตามเราซึ่งถวิลหาความจริง ซึ่งจะกล่าวได้ว่า คนส่วนใหญ่ไม่ได้นมัสการเราอย่างแท้จริง พวกเขาไม่ได้นมัสการเราด้วยความจริง แต่พยายามรับความเชื่อใจจากเราผ่านความเสื่อมทรามและการกบฏ ด้วยวิธีการที่หลอกลวง นี่คือเหตุผลที่ทำให้เรากล่าวว่า: ผู้ที่ถูกเรียกมีมากมาย แต่ผู้ที่ถูกเลือกมีเพียงนิดเดียว บรรดาผู้ถูกเรียกเคยถูกทำให้เสื่อมทรามอย่างถลำลึก และทั้งหมดใช้ชีวิตในยุคเดียวกัน แต่พวกผู้ที่ถูกเลือกคือหนึ่งส่วนในหมู่พวกนั้น พวกเขาคือผู้ที่เชื่อและรับรู้ความจริง และเป็นผู้ที่ปฏิบัติไปตามความจริง ผู้คนเหล่านี้เป็นเพียงส่วนเล็กมากจากทั้งหมดทั้งมวล และจากท่ามกล่างผู้คนเหล่านี้เอง ที่เราจะได้รับเกียรติมากกว่า เมื่อประเมินจากวจนะเหล่านี้ พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกเจ้าเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกเลือกหรือไม่ ? บั้นปลายของพวกเจ้าจะเป็นอย่างไร ?

ดังที่เรากล่าวแล้ว ผู้ที่ติดตามเรามีมากมาย แต่ผู้ที่รักเราอย่างแท้จริงมีเพียงนิดเดียว บางที บางคนอาจกล่าวว่า “เราจะจ่ายแพงขนาดนั้นหรือหากเราไม่ได้รักพระองค์ ? เราจะติดตามมาจนถึงจุดนี้หรือหากเราไม่ได้รักพระองค์ ?” เจ้ามีเหตุผลมากมายเป็นแน่ และความรักของเจ้ายิ่งใหญ่มากเป็นแน่ แต่แก่นสารของความรักที่เจ้ามีให้เราคืออะไร ? “ความรัก” ก็เป็นดั่งชื่อของมันซึ่งอ้างอิงถึงอารมณ์ความรู้สึกหนึ่งซึ่งบริสุทธิ์และปราศจากมลทิน ที่เจ้าใช้หัวใจของเจ้าเพื่อรัก เพื่อรู้สึก และเพื่อไตร่ตรอง ในความรักไม่มีเงื่อนไข ไม่มีสิ่งกีดขวาง และไม่มีระยะห่าง ในความรักไม่มีความสงสัย ไม่มีการหลอกลวง และไม่มีความเจ้าเล่ห์ ในความรักไม่มีระยะห่าง และไม่มีสิ่งใดไม่บริสุทธิ์ หากเจ้ารัก เจ้าจะไม่หลอกลวง ร้องทุกข์ ทรยศ ก่อกบฏ เรียกร้องหรือแสวงหาที่จะได้รับบางสิ่งหรือได้รับในบางปริมาณที่เจาะจง หากเจ้ารัก เจ้าก็จะอุทิศตัวของเจ้าอย่างยินดี จะยอมรับความลำบากอย่างยินดี เจ้าจะไปกันได้กับเรา เจ้าจะละทิ้งทุกอย่างที่เจ้ามีเพื่อเรา เจ้าจะยอมทิ้งครอบครัวของเจ้า อนาคตของเจ้า วัยเยาว์ของเจ้า และการสมรสของเจ้า หาไม่แล้ว ความรักของเจ้าจะไม่ใช่ความรักเลย แต่เป็นการหลอกลวงและการทรยศ! ความรักของเจ้าเป็นแบบใด ?? มันคือรักแท้ ? หรือเทียม ? เจ้าได้ละทิ้งมากเพียงใด ? เจ้าได้มอบถวายให้มากเพียงใด ? เราได้รับความรักจากเจ้ามากเพียงใด ? เจ้ารู้หรือไม่ ? หัวใจของพวกเจ้าเต็มไปด้วยความชั่วร้าย การทรยศ และความหลอกลวง ดังนั้นแล้ว ความรักของพวกเจ้ามากเท่าใดที่ไม่บริสุทธิ์ พวกเจ้าคิดว่าเจ้าได้เสียสละเพื่อเรามากพอแล้ว พวกเจ้าคิดว่าความรักที่พวกเจ้ามีต่อเรานั้นมากพอแล้ว แต่ถ้าเช่นนั้น เหตุใดคำพูดและการกระทำของพวกเจ้าจึงเป็นกบฏและหลอกลวงอยู่เสมอ ? พวกเจ้าติดตามเรา แต่เจ้าไม่ยอมรับคำของเรา สิ่งนี้ถือเป็นความรักหรือ ? พวกเจ้าติดตามเรา แต่กระนั้น พอถึงเวลา เจ้าก็กำจัดเราให้พ้นทาง สิ่งนี้ถือเป็นความรักหรือ ? พวกเจ้าติดตามเรา แต่เจ้าไม่เชื่อใจเรา สิ่งนี้ถือเป็นความรักหรือ ? พวกเจ้าติดตามเรา แต่เจ้าไม่สามารถยอมรับการมีอยู่ของเราได้ สิ่งนี้ถือเป็นความรักหรือ ? พวกเจ้าติดตามเรา แต่พวกเจ้าไม่ปฏิบัติต่อเราอย่างเหมาะสมกับผู้ที่เราเป็น และเจ้าทำให้สิ่งต่าง ๆ ให้ยากสำหรับเราในทุกครั้งที่เราพยายามทำบางสิ่ง สิ่งนี้ถือเป็นความรักหรือ ? พวกเจ้าติดตามเรา แต่เจ้าพยายามหลอกลวงและโป้ปดเราในทุกเรื่อง สิ่งนี้ถือว่าเป็นความรักหรือไม่ ? พวกเจ้ารับใช้เรา แต่เจ้าไม่ได้เกรงกลัวเรา สิ่งนี้ถือเป็นความรักหรือ ? พวกเจ้าต่อต้านเราในทุกด้านและทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งหมดนี้ถือเป็นความรักหรือ ? พวกเจ้าได้อุทิศมามาก นั่นคือความจริง แต่พวกเจ้าก็ยังไม่เคยปฏิบัติในสิ่งที่เราต้องการจากพวกเจ้า สิ่งนี้สามารถถือเป็นความรักได้หรือ ? จากการคิดพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแสดงให้เห็นว่าภายในพวกเจ้าไม่มีเค้าของความรักต่อเราเลยแม้แต่น้อย หลังจากช่วงเวลาการทำงานหลายปีของเราและหลายวจนะที่เราได้มอบให้ พวกเจ้าได้รับไปจริง ๆ มากเท่าใด ? สิ่งนี้ไม่ควรค่าแก่การมองย้อนกลับไปพิจารณาอย่างถี่ถ้วนหรอกหรือ ? เราขอให้โอวาทแก่พวกเจ้า: ผู้คนที่เราเรียกมาหาไม่ใช่ผู้ที่ไม่เคยถูกทำให้เสื่อมทราม แต่ผู้ที่เราเลือกคือผู้ที่รักเราอย่างแท้จริง ดังนั้น พวกเจ้าต้องระมัดระวังคำพูดและการกระทำของพวกเจ้า และสำรวจความตั้งใจและความคิดของพวกเจ้าเพื่อให้สิ่งเหล่านี้ไม่ข้ามเส้นนั้น เมื่อถึงเวลาแห่งวันสุดท้ายมาถึง จงใช้ความพยายามสูงสุดที่เจ้ามีมอบถวายความรักของพวกเจ้าต่อหน้าเรา เพื่อไม่ให้ความโกรธของเราไม่มีวันไปจากพวกเจ้า!

ก่อนหน้า:เจ้าเป็นผู้เชื่อในพระเจ้าที่แท้จริงหรือไม่

ถัดไป:เรื่องจริงเบื้องหลังพระราชกิจยุคแห่งการไถ่