หนังสือม้วนนั้นได้เปิดออกแล้วโดยพระเมษโปดก

สีเข้ม

ธีม

แบบอักษร

ขนาดตัวอักษร

ระยะห่างบรรทัด

ความกว้างของหน้า

ผลลัพธ์ 0 รายการ

ไม่พบผลลัพธ์

บรรดาผู้ที่รักพระเจ้าจะดำเนินชีวิตภายในแสงแห่งพระองค์ตลอดไป

เนื้อแท้ของความเชื่อของผู้คนส่วนใหญ่ในพระเจ้าคือความเชื่อมั่นในทางศาสนา : พวกเขาไม่สามารถรักพระเจ้าได้และสามารถเพียงติดตามพระเจ้าดุจหุ่นยนต์ตัวหนึ่งได้เท่านั้น ไม่สามารถโหยหาในพระเจ้าหรือชื่นชมพระองค์ได้ พวกเขาแค่ติดตามพระองค์อย่างเงียบ ๆ ผู้คนจำนวนมากเชื่อในพระเจ้า แต่มีน้อยคนที่รักพระเจ้า พวกเขาเพียง “เคารพ” พระเจ้าเท่านั้นเพราะพวกเขากลัวความหายนะ หรือไม่ก็พวกเขา “ชื่นชม” พระเจ้าเพราะพระองค์ทรงอยู่สูงและมีอานุภาพ—แต่ในความเคารพและการชื่นชมของพวกเขานั้น ไม่มีความรักหรือการโหยหาที่แท้จริง ในประสบการณ์ต่าง ๆ ของพวกเขานั้นพวกเขาแสวงหาเรื่องเล็กน้อยของความจริง หรือไม่ก็ความลึกลับอันไม่สำคัญต่าง ๆ ผู้คนส่วนใหญ่แค่ติดตาม คลำหาพระพรในภาวะยุ่งยาก พวกเขาไม่แสวงหาความจริง และพวกเขาไม่เชื่อฟังพระเจ้าอย่างแท้จริงเพื่อที่จะได้รับพระพรจากพระเจ้า ชีวิตของความเชื่อของผู้คนทั้งหมดในพระเจ้านั้นไร้ความหมาย มันปราศจากคุณค่า และในตัวมันนั้นก็คือการคิดพิจารณาต่าง ๆ และการไล่ตามเสาะหาต่าง ๆ เป็นการส่วนตัวของพวกเขา พวกเขาไม่เชื่อในพระเจ้าเพื่อที่จะรักพระเจ้า แต่เพื่อประโยชน์ของการได้รับพระพร ผู้คนจำนวนมากปฏิบัติตัวอย่างที่พวกเขาพอใจ พวกเขาทำอะไรก็ตามที่พวกเขาต้องการและไม่เคยคิดพิจารณาผลประโยชน์ต่าง ๆ ของพระเจ้า หรือว่าสิ่งที่พวกเขาทำนั้นสอดคล้องกับน้ำพระทัยของพระเจ้าหรือไม่ ผู้คนเช่นนั้นไม่สามารถแม้กระทั่งสัมฤทธิ์ผลความเชื่อที่แท้จริง ไม่ต้องไปพูดถึงความรักสำหรับพระเจ้า เนื้อแท้ของพระเจ้าไม่ใช่มีไว้เพียงเพื่อให้มนุษย์เชื่อ ยิ่งไปกว่านั้นมันมีไว้เพื่อให้มนุษย์รัก แต่คนจำนวนมากในบรรดาผู้ที่เชื่อในพระเจ้าไม่สามารถค้นพบ “ความลับ” นี้ ผู้คนไม่กล้าที่จะรักพระเจ้า และพวกเขาไม่พยายามที่จะรักพระองค์ พวกเขาไม่เคยได้ค้นพบว่ามีมากมายเกี่ยวกับพระเจ้าซึ่งควรค่าที่จะรัก พวกเขาไม่เคยได้ค้นพบว่าพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าผู้ซึ่งทรงรักมนุษย์ และว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ซึ่งทรงสถิตอยู่เพื่อให้มนุษย์รัก ความดีงามของพระเจ้าแสดงออกในพระราชกิจของพระองค์ : จนเมื่อพวกเขาได้รับประสบการณ์กับพระราชกิจของพระองค์แล้วเท่านั้น ผู้คนจึงสามารถค้นพบความดีงามของพระองค์ ด้วยประสบการณ์จริงของพวกเขาเท่านั้น พวกเขาจึงสามารถรู้คุณค่าความดีงามของพระเจ้า และหากปราศจากการสังเกตมันในชีวิตจริง ไม่มีใครสามารถค้นพบความดีงามของพระเจ้าได้ มีมากมายเกี่ยวกับพระเจ้าที่จะรัก แต่หากปราศจากการเข้าเชื่อมความสัมพันธ์กับพระองค์อย่างแท้จริง ผู้คนไม่สามารถค้นพบมันได้ กล่าวคือ หากพระเจ้าไม่ได้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์ ผู้คนคงจะไม่สามารถเข้าเชื่อมความสัมพันธ์กับพระองค์อย่างแท้จริงได้ และหากพวกเขาไม่สามารถเข้าเชื่อมความสัมพันธ์กับพระองค์อย่างแท้จริง พวกเขายังคงจะไม่สามารถได้รับประสบการณ์กับพระราชกิจของพระองค์ได้เช่นกัน—และดังนั้นความรักของพวกเขาสำหรับพระเจ้าคงจะด่างพร้อยไปด้วยความเท็จและจินตนาการมาก ความรักสำหรับพระเจ้าบนสวรรค์ไม่จริงแท้เหมือนความรักสำหรับพระเจ้าบนแผ่นดินโลก ด้วยเหตุที่ความรู้ของผู้คนเกี่ยวกับพระเจ้าบนสวรรค์ถูกสร้างขึ้นบนการจินตนาการต่าง ๆ ของพวกเขา แทนที่จะเป็นบนสิ่งซึ่งพวกเขาได้เห็นกับตาของตัวเองและสิ่งซึ่งพวกเขาได้รับประสบการณ์ด้วยตนเอง เมื่อพระเจ้าเสด็จมายังแผ่นดินโลก ผู้คนสามารถเห็นกิจการที่แท้จริงของพระองค์และความดีงามของพระองค์ และพวกเขาสามารถเห็นทุกสิ่งที่เป็นพระอุปนิสัยในชีวิตจริงและปกติของพระองค์ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลมีความจริงแท้มากกว่าความรู้ในพระเจ้าบนสวรรค์นับหลายพันเท่า ไม่ว่าผู้คนจะรักพระเจ้าบนสวรรค์มากเพียงใดก็ตาม ไม่มีอะไรจริงแท้เกี่ยวกับความรักนี้ และมันเต็มไปด้วยแนวความคิดต่าง ๆ ของมนุษย์ ไม่สำคัญว่าความรักของพวกเขาสำหรับพระเจ้าบนแผ่นดินโลกจะน้อยนิดเพียงใด ความรักนี้มีความจริงแท้ ต่อให้มีความรักนี้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น มันยังคงมีความจริงแท้ พระเจ้าทรงทำให้ผู้คนรู้จักพระองค์โดยผ่านทางพระราชกิจที่แท้จริง และโดยผ่านทางความรู้นี้พระองค์ทรงได้รับความรักของพวกเขา มันก็เหมือนกับเปโตร : หากเขาไม่ได้ใช้ชีวิตกับพระเยซู มันคงจะเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะชื่นชมพระเยซู ความรักภักดีของเขาที่มีต่อพระเยซูก็ถูกสร้างขึ้นบนการเข้าเชื่อมความสัมพันธ์ของเขากับพระองค์ด้วยเช่นกัน เพื่อที่จะทำให้มนุษย์รักพระองค์ พระเจ้าได้เสด็จมาท่ามกลางมนุษย์และทรงใช้ชีวิตร่วมกับมนุษย์ และทั้งหมดซึ่งพระองค์ทรงทำให้มนุษย์เห็นและได้รับประสบการณ์ก็คือความเป็นจริงของพระเจ้า

พระเจ้าทรงใช้ความเป็นจริงและการมาถึงของข้อเท็จจริงต่าง ๆ เพื่อทำให้ผู้คนมีความเพียบพร้อม พระวจนะของพระเจ้าเติมเต็มส่วนหนึ่งของการทำให้ผู้มีคนมีความเพียบพร้อมของพระองค์ และนี่คือพระราชกิจแห่งการทรงนำและการเปิดหนทาง กล่าวคือ ในพระวจนะของพระเจ้านั้นเจ้าจะต้องพบเส้นทางของการฝึกฝนปฏิบัติและความรู้ในวิสัยทัศน์ต่าง ๆ ให้ได้ โดยการเข้าใจสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มนุษย์จะมีเส้นทางและวิสัยทัศน์ต่าง ๆ ในการฝึกฝนปฏิบัติจริงของเขา และเขาจะสามารถได้รับความรู้แจ้งโดยผ่านทางพระวจนะของพระเจ้า เขาจะสามารถเข้าใจว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้มาจากพระเจ้าและสามารถหยั่งรู้มาก ภายหลังจากที่เข้าใจแล้ว มนุษย์จะต้องเข้าสู่ความเป็นจริงนี้ทันทีและจะต้องใช้พระวจนะของพระเจ้าเพื่อทำให้พระเจ้าพึงพอพระทัยในชีวิตจริงของเขา พระจะทรงนำเจ้าในทุกสรรพสิ่งและจะทรงมอบเส้นทางของการฝึกฝนปฏิบัติให้เจ้า และทรงทำให้เจ้ารู้สึกว่าพระองค์ทรงน่าชื่นชมเป็นพิเศษ และทรงยอมให้เจ้าเห็นว่าทุกขั้นตอนของพระราชกิจของพระเจ้าในตัวเจ้ามีเจตนาที่จะทำให้เจ้ามีความเพียบพร้อม หากเจ้าปรารถนาที่จะเห็นความรักของพระเจ้า หากเจ้าปรารถนาที่จะได้รับประสบการณ์กับความรักของพระเจ้าอย่างแท้จริง เจ้าก็ย่อมจะต้องไปให้ลึกเข้าไปในความเป็นจริง เจ้าจะต้องไปให้ลึกเข้าไปในชีวิตจริงและเห็นว่าทุกสิ่งซึ่งพระเจ้าทรงทำคือความรักและความรอด ว่าทุกสิ่งซึ่งพระองค์ทรงทำคือการทำให้ผู้คนทิ้งสิ่งซึ่งไม่สะอาดไว้ข้างหลัง และถลุงสิ่งต่าง ๆ ภายในมนุษย์ซึ่งไม่สามารถตอบสนองน้ำพระทัยของพระเจ้าได้ พระเจ้าทรงใช้พระวจนะเพื่อจัดเตรียมให้มนุษย์ พระองค์ทรงตระเตรียมรูปการณ์แวดล้อมต่าง ๆ ของชีวิตจริงเพื่อให้ผู้คนได้รับประสบการณ์ และหากผู้คนกินและดื่มพระวจนะของพระเจ้า เช่นนั้นแล้วเมื่อพวกเขานำพระวจนะไปฝึกฝนปฏิบัติจริง ๆ พวกเขาย่อมสามารถแก้ไขความยากลำบากต่าง ๆ ทั้งหมดในชีวิตของพวกเขาได้โดยพระวจนะมากมายของพระเจ้า กล่าวคือ เจ้าจะต้องมีพระวจนะของพระเจ้าเพื่อที่จะไปให้ลึกเข้าไปในความเป็นจริง หากเจ้าไม่กินและดื่มพระวจนะของพระเจ้าและปราศจากพระราชกิจของพระเจ้า เจ้าก็ย่อมจะไม่มีเส้นทางในชีวิตจริง หากเจ้าไม่เคยกินและดื่มพระวจนะของพระเจ้า เจ้าก็ย่อมจะสับสนเมื่อบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นกับเจ้า เจ้ารู้เพียงว่าเจ้าควรรักพระเจ้า แต่เจ้าไม่สามารถทำการแยกแยะใด ๆ ได้และไม่มีเส้นทางของการฝึกฝนปฏิบัติ เจ้าสับสนวุ่นวายและสับสน และบางครั้งเจ้ากระทั่งเชื่อว่าด้วยการตอบสนองความต้องการของเนื้อหนังเจ้ากำลังทำให้พระเจ้าพึงพอพระทัย—ทั้่งหมดนี้คือผลที่ตามมาของการไม่กินและดื่มพระวจนะของพระเจ้า กล่าวคือ หากเจ้าปราศจากความช่วยเหลือของพระวจนะของพระเจ้าและเพียงคลำหาภายในความเป็นจริง โดยพื้นฐานแล้วเจ้าก็ย่อมไม่สามารถพบเส้นทางของการฝึกฝนปฏิบัติได้ ผู้คนเช่นนี้แค่ไม่เข้าใจว่าการเชื่อในพระเจ้าหมายถึงอะไร ยิ่งน้อยกว่านั้นก็คือพวกเขาเข้าใจว่าการรักพระเจ้าหมายถึงอะไร หากเมื่อใช้ความรู้แจ้งและการทรงนำของพระวจนะของพระเจ้า เจ้าอธิษฐานบ่อย ๆ และสำรวจ และแสวงหา และโดยผ่านทางการนี้เจ้าค้นพบสิ่งซึ่งเจ้าควรนำไปฝึกฝนปฏิบัติ พบโอกาสต่าง ๆ สำหรับพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ร่วมมือกับพระเจ้าอย่างแท้จริง และไม่สับสนวุ่นวายและสับสน เจ้าก็ย่อมจะมีเส้นทางในชีวิตจริง และจะทำให้พระเจ้าพึงพอพระทัย เมื่อเจ้าได้ทำให้พระเจ้าพึงพอพระทัยแล้ว ภายในตัวเจ้าจะมีการทรงนำของพระเจ้า และเจ้าจะได้รับพระพรเป็นพิเศษโดยพระเจ้า ซึ่งจะทำให้เจ้ามีสำนึกรับรู้ความสุขสำราญ : เจ้าจะรู้สึกเป็นเกียรติเป็นพิเศษว่าเจ้าได้ทำให้พระเจ้าพึงพอพระทัยแล้ว เจ้าจะรู้สึกโชติช่วงภายในเป็นพิเศษ และในหัวใจของเจ้านั้นเจ้าจะเข้าใจชัดเจนและสันติสุข จิตสำนึกของเจ้าจะได้รับการปลอบและเป็นอิสระจากข้อกล่าวหาต่าง ๆ และเจ้าจะรู้สึกรื่นรมย์ภายในเมื่อเจ้าได้เห็นบรรดาพี่น้องชายหญิงของเจ้า นี่คือความหมายของการสุขสำราญไปกับความรักของพระเจ้า และนี่เท่านั้นเป็นการสุขสำราญไปกับพระเจ้าอย่างแท้จริง ความสุขสำราญของผู้คนกับความรักของพระเจ้านั้นบรรลุได้โดยผ่านทางประสบการณ์ : โดยการได้รับประสบการณ์กับความยากลำบาก และการได้รับประสบการณ์กับการนำความจริงไปฝึกฝนปฏิบัติ พวกเขาได้รับพระพรของพระเจ้า หากเจ้าเพียงพูดว่าพระเจ้าทรงรักเจ้าจริง ๆ ว่าพระเจ้าได้ทรงจ่ายราคาแพงอย่างแท้จริงเพื่อประโยชน์ของผู้คน ว่าพระองค์ได้ตรัสพระวจนะมากมายหลายถ้อยคำอย่างอดทนและด้วยใจเมตตากรุณาและทรงช่วยผู้คนให้รอดเสมอมา การที่เจ้าพูดพระวจนะเหล่านี้ก็เป็นเพียงด้านหนึ่งของความสุขสำราญในพระเจ้าเท่านั้น กระนั้นก็ตาม ความสุขสำราญอันยิ่งใหญ่กว่า—ความสุขสำราญจริง—ก็คือเมื่อผู้คนนำความจริงไปฝึกฝนปฏิบัติในชีวิตจริงของพวกเขา ภายหลังจากที่พวกเขามีความสันติสุขและชัดเจนในหัวใจของพวกเขา พวกเขารู้สึกได้รับการขับเคลื่อนอย่างใหญ่หลวงภายในและรู้สึกว่าพระเจ้าทรงควรค่าที่จะรักที่สุด เจ้าจะรู้สึกว่าราคาที่เจ้าได้จ่ายแล้วนั้นเกินกว่าคำว่ายุติธรรมเสียอีก เมื่อได้จ่ายราคาแพงแล้วในความพยายามของเจ้า เจ้าจะโชติช่วงภายในเป็นพิเศษ : เจ้าจะรู้สึกว่าเจ้ากำลังสุขสำราญกับความรักของพระเจ้าอย่างแท้จริง และเจ้าจะเข้าใจว่าพระเจ้าได้ทรงพระราชกิจแห่งความรอดในผู้คน ว่าการถลุงผู้คนของพระองค์มีเจตนาที่จะชำระพวกเขาให้บริสุทธิ์ และว่าพระเจ้าทรงทดสอบผู้คนเพื่อที่จะทดสอบว่าพวกเขารักพระองค์อย่างแท้จริงหรือไม่ หากเจ้านำความจริงไปฝึกฝนปฏิบัติในวิถีทางนี้เสมอ เจ้าก็ย่อมจะค่อย ๆ พัฒนาความรู้อันชัดเจนในส่วนใหญ่ของพระราชกิจของพระเจ้า และ ณ เวลานั้นเจ้าจะรู้สึกว่าพระวจนะของพระเจ้าต่อหน้าเจ้านั้นใสกระจ่างดั่งแก้วคริสตัล หากเจ้าสามารถเข้าใจความจริงมากมายได้อย่างชัดเจน เจ้าจะรู้สึกว่าทุก ๆ เรื่องนั้นง่ายต่อการนำไปฝึกฝนปฏิบัติ ว่าเจ้าสามารถเอาชนะปัญหาใด ๆ และเอาชนะการทดลองใด ๆ ได้ และเจ้าจะเห็นว่าไม่มีอะไรเป็นปัญหาสำหรับเจ้า ซึ่งจะทำให้เจ้าเป็นอิสระและปลดปล่อยเจ้าได้อย่างใหญ่หลวง ณ ช่วงเวลานี้ เจ้าจะกำลังสุขสำราญกับความรักของพระเจ้า และความรักที่แท้จริงของพระเจ้าจะได้มายังเจ้าแล้ว พระเจ้าทรงอำนวยพรบรรดาผู้ที่มีวิสัยทัศน์ต่าง ๆ ผู้ที่ความจริง ผู้ที่มีความรู้ และผู้ที่รักพระองค์อย่างแท้จริง หากผู้คนปรารถนาที่จะเห็นความรักของพระเจ้า พวกเขาจะต้องนำความจริงไปฝึกฝนปฏิบัติในชีวิตจริง พวกเขาจะต้องเต็มใจที่จะทนฝ่าความเจ็บปวดและละทิ้งสิ่งซึ่งพวกเขารักเพื่อทำให้พระเจ้าพึงพอพระทัย และทั้ง ๆ ที่มีน้ำตาในดวงตาของพวกเขา พวกเขาจะยังคงสามารถทำให้พระทัยของพระเจ้าพึงพอพระทัยได้ ในวิถีทางนี้ พระเจ้าจะทรงอำนวยพรเจ้าอย่างแน่นอน และหากเจ้าทนฝ่าความยากลำบากเช่นนี้ มันจะตามมาด้วยพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ โดยผ่านทางชีวิตจริง และโดยผ่านทางการได้รับประสบการณ์กับพระวจนะของพระเจ้า ผู้คนสามารถที่จะเห็นความดีงามของพระเจ้า และต่อเมื่อพวกเขาได้ลิ้มรสความรักของพระเจ้าแล้วเท่านั้น พวกเขาจึงสามารถรักพระองค์ได้อย่างแท้จริง

ยิ่งเจ้านำความจริงไปฝึกฝนปฏิบัติมากขึ้นเพียงใด เจ้าก็จะยิ่งมีความจริงมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งเจ้านำความจริงไปฝึกฝนปฏิบัติมากขึ้นเพียงใด เจ้าก็จะยิ่งมีความรักของพระเจ้ามากขึ้นเท่านั้น และยิ่งเจ้านำความจริงไปฝึกฝนปฏิบัติมากขึ้นเพียงใด เจ้าก็จะยิ่งได้รับการอำนวยพรโดยพระเจ้ามากขึ้นเท่านั้น หากเจ้าฝึกฝนปฏิบัติในวิถีทางนี้เสมอ ความรักของพระเจ้าที่มีให้เจ้าจะค่อย ๆ ทำให้เจ้าได้เห็น เหมือนดั่งที่เปโตรได้มารู้จักพระเจ้า : เปโตรได้พูดว่าพระเจ้าไม่เพียงทรงมีพระปรีชาญาณในการสร้างฟ้าสวรรค์ และแผ่นดินโลก และสรรพสิ่งเท่านั้น แต่ยิ่งไปกว่านั้น ว่าพระองค์ยังทรงมีพระปรีชาญาณในการทรงพระราชกิจจริงในผู้คนเช่นกัน เปโตรได้พูดว่าพระองค์ไม่เพียงทรงคู่ควรกับความรักของผู้คนเพราะการทรงสร้างฟ้าสวรรค์ และแผ่นดินโลก และสรรพสิ่งของพระองค์เท่านั้น แต่ยิ่งไปกว่านั้น เพราะพระปรีชาสามารถของพระองค์ในการทรงสร้างมนุษย์ ในการทรงช่วยมนุษย์ให้รอด ในการทรงทำให้มนุษย์มีความเพียบพร้อม และในการทรงยกความรักของพระองค์ให้เป็นมรดกแก่มนุษย์เช่นกัน เปโตรได้พูดว่ามีมากมายในพระองค์ซึ่งคู่ควรกับความรักของมนุษย์ด้วยเช่นกัน เปโตรได้พูดกับพระเยซูว่า : “การทรงสร้างฟ้าสวรรค์ และแผ่นดินโลก และสรรพสิ่ง เป็นเหตุผลเดียวที่พระองค์ทรงสมควรได้รับความรักของมนุษย์หรือไม่ ? มีมากกว่านี้ในพระองค์ซึ่งควรค่าที่จะรัก พระองค์ทรงปฏิบัติตนและทรงขับเคลื่อนในชีวิตจริง พระวิญญาณของพระองค์ทรงสัมผัสข้าพเจ้าภายใน พระองค์ทรงคุมวินัยข้าพเจ้า พระองค์ทรงตำหนิข้าพเจ้า—สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ยิ่งคู่ควรกับความรักของผู้คนมากขึ้นไปอีก” หากเจ้าปรารถนาที่จะได้เห็นและได้รับประสบการณ์กับความรักของพระเจ้า เจ้าก็ย่อมจะต้องสำรวจและแสวงห่ในชีวิตจริงและจะต้องเต็มใจที่จะวางเนื้อหนังของเจ้าเองลงไว้ก่อน เจ้าจะต้องตั้งปณิธานนี้ เจ้าจะต้องเป็นใครสักคนที่มีความมุ่งมั่นผู้ซึ่งสามารถทำให้พระเจ้าพึงพอพระทัยได้ในทุกสรรพสิ่ง โดยปราศจากการเกียจคร้านหรือการอยากได้ความสุขสำราญของเนื้อหนัง ไม่มีชีวิตอยู่เพื่อเนื้อหนังแต่มีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้า อาจมีบางเวลาที่เจ้าไม่ได้ทำให้พระเจ้าพึงพอพระทัย นั่นเป็นเพราะเจ้าไม่เข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้า ครั้งหน้า แม้ว่ามันจะต้องใช้ความพยายามมากขึ้น เจ้าจะต้องทำให้พระองค์พึงพอพระทัยและจะต้องไม่ตอบสนองความต้องการของเนื้อหนัง เมื่อเจ้าได้รับประสบการณ์ในวิถีทางนี้ เจ้าจะได้มารู้จักพระเจ้า เจ้าจะเห็นว่าพระเจ้าทรงสามารถสร้างฟ้าสวรรค์ และแผ่นดินโลก และสรรพสิ่ง ว่าพระองค์ได้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์เพื่อที่ผู้คนสามารถเห็นพระองค์อย่างแท้จริงและเข้าเชื่อมความสัมพันธ์กับพระองค์อย่างแท้จริง เจ้าจะเห็นว่าพระองค์ทรงสามารถเดินท่ามกลางมนุษย์ และว่าพระวิญญาณของพระองค์ทรงสามารถทำให้ผู้คนมีความเพียบพร้อมในชีวิตจริง ยอมให้พวกเขาเห็นความดีงามของพระองค์และได้รับประสบการณ์กับการคุมวินัยของพระองค์ การตีสอนของพระองค์ และพระพรของพระองค์ หากเจ้าได้รับประสบการณ์ในวิถีทางนี้เสมอ ในชีวิตจริงเจ้าจะไม่สามารถแยกจากพระเจ้าได้ และหากวันหนึ่งความสัมพันธ์ของเจ้ากับพระเจ้าไม่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป เจ้าจะสามารถทนทุกข์ทรมานจากการตำหนิและรู้สึกเสียใจ เมื่อเจ้ามีความสัมพันธ์ที่ถูกต้องเหมาะสมกับพระเจ้า เจ้าจะไม่มีวันปรารถนาที่จะทิ้งพระเจ้า และหากวันหนึ่งพระเจ้าตรัสว่าพระองค์จะทรงทิ้งเจ้า เจ้าจะกลัว และจะพูดว่าเจ้าน่าจะตายเสียดีกว่าที่จะถูกทิ้งโดยพระเจ้า ทันทีที่เจ้ามีอารมณ์เหล่านี้ เจ้าจะรู้สึกว่าเจ้าไม่สามารถที่จะทิ้งพระเจ้าได้ และในวิถีทางนี้ เจ้าจะมีรากฐานอย่างหนึ่ง และจะสุขสำราญไปกับความรักของพระเจ้าอย่างแท้จริง

ผู้คนพูดบ่อย ๆ ถึงการยอมให้พระเจ้าทรงเป็นชีวิตของพวกเขา แต่ประสบการณ์ของพวกเขายังไม่ได้มาถึงจุดนั้น เจ้าเพียงกำลังพูดว่าพระเจ้าทรงเป็นชีวิตของเจ้า ว่าพระองค์ทรงนำเจ้าทุกวัน ว่าเจ้ากินและดื่มพระวจนะของพระองค์ในแต่ละวัน และว่าเจ้าอธิษฐานต่อพระองค์ทุกวัน ดังนั้นพระองค์จึงได้ทรงกลายเป็นชีวิตของเจ้า ความรู้ของพวกที่พูดสิ่งนี้ค่อนข้างผิวเผิน ไม่มีรากฐานในผู้คนจำนวนมาก พระวจนะของพระเจ้าได้ถูกปลูกฝังไว้ภายในพวกเขา แต่พระวจนะก็ยังไม่ได้แตกหน่อ ยิ่งน้อยไปกว่านั้นก็คือพระวจนะได้ผลิดอกออกผลใด ๆ วันนี้ เจ้าได้รับประสบการณ์ถึงระดับใดแล้ว เพียงบัดนี้เท่านั้น ภายหลังจากที่พระเจ้าได้ทรงบีบให้เจ้ามาไกลขนาดนี้ ที่เจ้ารู้สึกว่าเจ้าไม่สามารถทิ้งพระเจ้าได้ วันหนึ่ง เมื่อประสบการณ์ของเจ้าได้มาถึงที่จุดหนึ่งแล้ว หากพระเจ้าจะต้องทำให้เจ้าทิ้งไป เจ้าจะไม่สามารถทำได้ เจ้าจะรู้สึกตลอดเวลาว่าเจ้าไม่สามารถอยู่ได้โดยปราศจากพระเจ้าภายในเจ้า เจ้าสามารถอยู่ได้โดยปราศจากสามี ภรรยา หรือลูก ๆ โดยปราศจากครอบครัว โดยปราศจากแม่หรือพ่อ โดยปราศจากความสุขสำราญต่าง ๆ ของเนื้อหนัง แต่เจ้าไม่สามารถอยู่ได้โดยปราศจากพระเจ้า การอยู่โดยปราศจากพระเจ้าคงจะเป็นเหมือนการสูญเสียชีวิตของเจ้า เจ้าคงจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยปราศจากพระเจ้า เมื่อเจ้าได้รับประสบการณ์จนถึงจุดนี้แล้ว เจ้าจะบรรลุเป้าหมายในความเชื่อของเจ้าในพระเจ้า และในวิถีทางนี้ พระเจ้าจะทรงได้กลายเป็นชีวิตของเจ้าแล้ว พระองค์จะทรงได้กลายเป็นรากฐานของการดำรงอยู่ของเจ้า เจ้าจะไม่มีวันสามารถทิ้งพระเจ้าได้อีกครั้ง เมื่อเจ้าได้รับประสบการณ์จนถึงจุดนี้แล้ว เจ้าจะได้สุขสำราญไปกับความรักของพระเจ้าแล้วอย่างแท้จริง และเมื่อเจ้ามีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดพอกับพระเจ้า พระองค์จะทรงเป็นชีวิตของเจ้า ความรักของเจ้า และ ณ เวลานั้นเจ้าจะอธิษฐานต่อพระเจ้าและพูดว่า : “โอ พระเจ้า ! ข้าพเจ้าไม่สามารถทิ้งพระองค์ได้ พระองค์ทรงเป็นชีวิตของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าสามารถไปได้โดยไม่มีสิ่งอื่น ๆ ทั้งหมด—แต่หากปราศจากพระองค์ ข้าพเจ้าไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้” นี่คือวุฒิภาวะที่แท้จริงของผู้คน มันคือชีวิตจริง บางคนได้ถูกบีบบังคับให้มาไกลอย่างที่พวกเขาได้มาถึงในวันนี้ : พวกเขาต้องไปต่อไม่ว่าพวกเขาต้องการหรือไม่ก็ตาม และพวกเขารู้สึกเสมอราวกับว่าพวกเขาติดอยู่ระหว่างก้อนหินก้อนหนึ่งและสถานที่ยากลำบากแห่งหนึ่ง เจ้าจะต้องได้รับประสบการณ์ถึงขนาดที่ว่าพระเจ้าทรงเป็นชีวิตของเจ้า ถึงขนาดที่ว่าหากพระเจ้าทรงต้องถูกนำไปจากหัวใจของเจ้า มันจะเป็นเหมือนการสูญเสียชีวิตของเจ้า พระเจ้าทรงต้องเป็นชีวิตของเจ้า และเจ้าจะต้องไม่สามารถทิ้งพระองค์ได้ ในวิถีทางนี้ เจ้าจะได้รับประสบการณ์กับพระเจ้าอย่างแท้จริงแล้ว และ ณ เวลานี้ เมื่อเจ้ารักพระเจ้าอีกครั้ง เจ้าจะรักพระเจ้าอย่างแท้จริง และมันจะเป็นความรักพิเศษและบริสุทธิ์ วันหนึ่ง เมื่อประสบการณ์ของเจ้าเป็นถึงขนาดที่ว่าชีวิตของเจ้าได้มาถึงจุดหนึ่งแล้ว เจ้าจะอธิษฐานต่อพระเจ้า กินและดื่มพระวจนะของพระเจ้า และจะไม่สามารถทิ้งพระเจ้าภายในได้ และต่อให้เจ้าต้องการที่จะทำ เจ้าก็จะไม่สามารถลืมพระองค์ได้ พระเจ้าจะทรงกลายเป็นชีวิตของเจ้าแล้ว เจ้าสามารถลืมโลกได้ เจ้าสามารถลืมภรรยา สามี หรือลูก ๆ ของเจ้าได้ แต่เจ้าจะมีปัญหาในการลืมพระเจ้า—การทำเช่นนั้นคงจะเป็นไปไม่ได้ นี่คือชีวิตจริงของเจ้าและความรักที่แท้จริงของเจ้าที่มีให้กับพระเจ้า เมื่อความรักของผู้คนสำหรับพระเจ้าได้มาถึงจุดหนึ่งแล้ว ความรักสำหรับสิ่งอื่นใดของพวกเขาก็ไม่เทียบเท่ากับความรักของพวกเขาสำหรับพระเจ้า ความรักของพวกเขาสำหรับพระเจ้ามาก่อน และในวิถีทางนี้พวกเขาสามารถละทิ้งสิ่งอื่นทุกสิ่งได้ และเต็มใจที่จะยอมรับการจัดการและการตัดแต่งทั้งหมดจากพระเจ้าได้ เมื่อเจ้าได้บรรลุซึ่งความรักสำหรับพระเจ้าซึ่งแซงหน้าสิ่งอื่นใดทั้งหมด เจ้าจะมีชีวิตในความเป็นจริงและในความรักสำหรับพระเจ้า

ทันทีที่พระเจ้าทรงกลายเป็นชีวิตภายในผู้คน ผู้คนกลายเป็นไม่สามารถทิ้งพระเจ้าได้ นี่ไม่ใช่กิจการของพระเจ้าหรอกหรือ ไม่มีคำพยานที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ ! พระเจ้าได้ทรงพระราชกิจจนถึงจุดหนึ่ง พระองค์ได้ตรัสเพื่อให้ผู้คนทำงานปรนนิบัติ ถูกตีสอน หรือตาย และผู้คนยังไม่ได้ถอยออกไป ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพวกเขาได้ถูกพิชิตโดยพระเจ้าแล้ว ผู้คนผู้ซึ่งมีความจริงคือบรรดาผู้ที่ ในประสบการณ์จริงของพวกเขา สามารถตั้งมั่นในคำพยานของพวกเขา ตั้งมั่นในฐานะของพวกเขา ยืนเคียงข้างพระเจ้า โดยปราศจากการล่าถอยตลอดกาล และผู้ซึ่งสามารถมีความสัมพันธ์กันถูกต้องเหมาะสมกับผู้คนผู้ซึ่งรักพระเจ้า ผู้ซึ่ง เมื่อสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นกับพวกเขา สามารถเชื่อฟังพระเจ้าได้อย่างครบถ้วนบริบูรณ์ และสามารถเชื่อฟังพระเจ้าได้จนกระทั่งตาย การฝึกฝนปฏิบัติและวิวรณ์ของเจ้าในชีวิตจริงคือคำพยานของพระเจ้า สิ่งเหล่านี้คือการดำเนินชีวิตของมนุษย์และคำพยานของพระเจ้า และนี่คือการสุขสำราญไปกับความรักของพระเจ้าอย่างแท้จริง เมื่อเจ้าได้รับประสบการณ์จนถึงจุดนี้แล้ว ผลกระทบอันสมควรจะได้ถูกทำให้บรรลุผลแล้ว เจ้ามีการดำเนินชีวิตที่แท้จริงและทุกการกระทำของเจ้าถูกเฝ้ามองด้วยความชื่นชมจากผู้อื่น เสื้อผ้าและรูปลักษณ์ภายนอกของเจ้านั้นเป็นปกติธรรมดา แต่เจ้าดำเนินชีวิตที่มีความศรัทธาอย่างที่สุด และเมื่อเจ้าสื่อสารกับพระวจนะของพระเจ้า เจ้าได้รับการทรงนำและได้รับการทำให้รู้แจ้งโดยพระองค์ เจ้าสามารถพูดน้ำพระทัยของพระเจ้าได้โดยผ่านทางคำพูดของเจ้า สื่อสารความเป็นจริง และเจ้าเข้าใจมากเกี่ยวกับการรับใช้ในวิญญาณ เจ้าตรงไปตรงมาเมื่อเจ้าพูด เจ้ามีสมบัติผู้ดีและซื่อตรง ไม่ปะทะและมีมารยาท สามารถเชื่อฟังการตระเตรียมของพระเจ้าและตั้งมั่นในคำพยานของเจ้าเมื่อสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นกับเจ้า และเจ้าสงบเยือกเย็นและสำรวมไม่ว่าเจ้ากำลังจัดการกับอะไรอยู่ บุคคลประเภทนี้ได้เห็นความรักของพระเจ้าแล้วจริง ๆ บางคนยังคงเยาว์วัยอยู่ แต่พวกเขาปฏิบัติตนเหมือนใครบางคนในวัยกลางคน พวกเขาเป็นผู้ใหญ่ มีความจริง และได้รับการชื่นชมจากผู้อื่น—และเหล่านี้คือผู้คนซึ่งมีคำพยานและเป็นการสำแดงของพระเจ้า กล่าวคือ เมื่อพวกเขาได้รับประสบการณ์จนถึงจุดหนึ่ง ภายในนั้นพวกเขาจะมีวุฒิภาวะที่มีต่อพระเจ้า และอุปนิสัยภายนอกของพวกเขายังจะมีความเสถียรเช่นกัน ผู้คนจำนวนมากไม่ได้นำความจริงไปฝึกฝนปฏิบัติและไม่ตั้งมั่นในคำพยานของพวกเขา ในผู้คนเช่นนั้นไม่มีความรักสำหรับพระเจ้า หรือคำพยานต่อพระเจ้า และเหล่านี้คือผู้คนซึ่งเป็นที่เกลียดชังมากที่สุดโดยพระเจ้า พวกเขากินและดื่มพระวจนะของพระเจ้า แต่สิ่งที่พวกเขาแสดงออกคือซาตาน และพวกเขายอมให้พระวจนะของพระเจ้าถูกประณามโดยซาตาน ในผู้คนเช่นนี้ไม่มีสัญญาณของความรักสำหรับพระเจ้า ทั้งหมดที่พวกเขาแสดงออกเป็นของซาตาน หากหัวใจของเจ้าสงบเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าเสมอ และเจ้าใส่ใจต่อผู้คนและสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเจ้าเสมอ และสิ่งที่กำลังเป็นไปรอบตัวเจ้า และหากเจ้าใส่ใจในพระภาระของพระเจ้า และมีหัวใจที่เคารพพระเจ้าเสมอ พระเจ้าก็ย่อมจะทรงให้ความรู้แจ้งแก่เจ้าภายในบ่อย ๆ ในคริสตจักรมีผู้คนที่เป็น “บรรดาผู้ดูแล” : พวกเขาเริ่มต้นที่จะเฝ้าดูความล้มเหลวต่าง ๆ ของผู้อื่นและแล้วก็ทำอย่างเดียวกันกับและเลียนแบบความล้มเหลวเหล่านั้น พวกเขาไม่สามารถแยกแยะได้ พวกเขาไม่ได้เกลียดบาปและไม่ได้เกลียดชังหรือรู้สึก รังเกียจสิ่งต่าง ๆ ของซาตาน ผู้คนเช่นนั้นเต็มไปด้วยสิ่งต่าง ๆ ของซาตาน และในท้ายที่สุดพวกเขาจะถูกพระเจ้าละทิ้งอย่างที่สุด หัวใจของเจ้าควรแสดงความเคารพเฉพาะพระพักตร์ตลอดไป เจ้าควรดำเนินสายกลางในคำพูดและการกระทำต่าง ๆ ของเจ้าและไม่ปรารถนาที่จะต่อต้านหรือก่อกวนพระเจ้าเป็นอันขาด เจ้าไม่ควรตั้งใจให้พระราชกิจของพระเจ้าในตัวเจ้าได้เป็นไปโดยมิได้ประโยชน์อันใดเลยเป็นอันขาด หรือยอมให้ความยากลำบากทั้งหมดที่เจ้าได้ทนฝ่าและทั้งหมดซึ่งเจ้าได้นำไปฝึกฝนปฏิบัติต้องล้มเหลว เจ้าจะต้องเต็มใจที่จะทำงานหนักขึ้นและที่จะรักพระเจ้ามากขึ้นบนเส้นทางข้างหน้า เหล่านี้คือผู้คนผู้ซึ่งมีวิสัยทัศน์เป็นรากฐานของพวกเขา เหล่านี้คือผู้คนผู้ซึ่งแสวงหาความก้าวหน้า

หากผู้คนเชื่อในพระเจ้าและได้รับประสบการณ์กับพระวจนะของพระเจ้าด้วยหัวใจซึ่งเคารพพระเจ้า ในผู้คนเช่นนั้นก็ย่อมสามารถเห็นความรอดของพระเจ้าและความรักของพระเจ้า ผู้คนเหล่านี้สามารถเป็นพยานให้กับพระเจ้า พวกเขาดำเนินชีวิตไปตามความจริง และสิ่งซึ่งพวกเขาเป็นพยานก็คือความจริง สิ่งที่พระเจ้าทรงเป็น และพระอุปนิสัยของพระเจ้าด้วยเช่นกัน พวกเขาดำเนินชีวิตท่ามกลางความรักของพระเจ้าและได้เห็นความรักของพระเจ้า หากผู้คนปรารถนาที่จะรักพระเจ้า พวกเขาจะต้องลิ้มรสความดีงามของพระเจ้าและเห็นความดีงามของพระเจ้า เมื่อนั้นเท่านั้นจึงสามารถมีหัวใจซึ่งรักพระเจ้า หัวใจซึ่งสร้างแรงบันดาลใจผู้คนให้ถวายตัวพวกเขาเองเพื่อพระเจ้าอย่างรักภักดี ซึ่งถูกปลุกเร้าในตัวพวกเขา พระเจ้าไม่ทรงทำให้ผู้คนรักพระองค์โดยผ่านทางถ้อยคำและการแสดงออกหรือโดยผ่านทางจินตนาการของพวกเขา และพระองค์ไม่ทรงบีบบังคับผู้คนให้รักพระองค์ แทนที่จะเป็นเช่นนั้น พระองค์กลับทรงปล่อยให้พวกเขารักพระองค์จากเจตจำนงของพวกเขาเอง และพระองค์ทรงปล่อยให้พวกเขาเห็นความดีงามของพระองค์ในพระราชกิจและพระวาจาของพระองค์ ซึ่งภายหลังจากนี้แล้วมีความรักสำหรับพระเจ้าซึ่งมีอยู่ในตัวพวกเขา ด้วยวิธีนี้เท่านั้นผู้คนจึงสามารถเป็นพยานต่อพระเจ้าได้อย่างแท้จริง ผู้คนไม่ได้รักพระเจ้าเพราะพวกเขาได้ถูกผู้อื่นเร่งเร้าให้ทำเช่นนั้น และมันไม่ใช่แรงกระตุ้นทางอารมณ์ชั่วขณะ พวกเขารักพระเจ้าเพราะพวกเขาได้เห็นความดีงามของพระองค์ พวกเขาได้เห็นว่ามีมากมายในพระองค์ซึ่งคู่ควรกับความรักของผู้คน เพราะพวกเขาได้เห็นความรอด พระปรีชาญาณ และกิจการอันมหัศจรรย์ของพระองค์—และผลก็คือ พวกเขาสรรเสริญพระเจ้าอย่างแท้จริงและโหยหาในพระองค์อย่างแท้จริง และมีความกระตือรือร้นที่จะทำให้สำเร็จซึ่งถูกปลุกเร้าในตัวพวกเขาถึงขนาดที่ว่าพวกเขาไม่สามารถมีชีวิตรอดได้หากปราศจากการได้รับพระเจ้า เหตุผลที่ทำไมบรรดาผู้ที่เป็นพยานให้กับพระเจ้าอย่างแท้จริงสามารถให้คำพยานอันดึงกึกก้องกับพระองค์ได้ เป็นเพราะคำพยานของพวกเขาตั้งอยู่บนรากฐานของความรู้ที่แท้จริงและการโหยหาที่แท้จริงในพระเจ้า คำพยานดังกล่าวไม่ได้ถูกให้ตามแรงกระตุ้นทางอารมณ์ แต่ตามความรู้ของพวกเขาในพระเจ้าและพระอุปนิสัยของพระองค์ เพราะพวกเขาได้มารู้จักพระเจ้า พวกเขาจึงรู้สึกว่าพวกเขาจะต้องเป็นพยานให้กับพระเจ้าอย่างแน่นอนและทำให้ทุกคนซึ่งโหยหาในพระเจ้ารู้จักพระเจ้า และไหวตัวรับรู้ ความดีงามของพระเจ้าและสภาวะความเป็นจริงของพระองค์ เช่นเดียวกับความรักของผู้คนสำหรับพระเจ้า คำพยานของพวกเขานั้นเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มันเป็นจริงและมีนัยสำคัญและคุณค่าจริง มันไม่ได้มีสภาวะนิ่งเฉยหรือไร้ค่าไม่จริงใจและไร้ความหมาย เหตุผลที่มีเพียงบรรดาผู้ที่รักพระเจ้าอย่างแท้จริงเท่านั้นที่มีคุณค่าและความหมายมากที่สุดในชีวิตของพวกเขา เหตุผลที่มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่เชื่อในพระเจ้าอย่างแท้จริง ก็คือว่าผู้คนเหล่านี้สามารถดำเนินชีวิตในแสงแห่งพระเจ้าและสามารถดำเนินชีวิตเพื่อพระราชกิจและการบริหารจัดการของพระเจ้า มันเป็นเพราะพวกเขาไม่เชื่อในความมืดมิด แต่ดำเนินชีวิตในแสงสว่าง พวกเขาไม่ได้มีชีวิตที่ไร้ความหมาย แต่เป็นชีวิตซึ่งได้รับการอำนวยพรโดยพระเจ้า มีเพียงบรรดาผู้ที่รักพระเจ้าเท่านั้นที่สามารถเป็นพยานให้กับพระเจ้า มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่เป็นพยานของพระเจ้า มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่ได้รับการอำนวยพรโดยพระเจ้า และมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่สามารถได้รับพระสัญญาของพระเจ้า บรรดาผู้ที่รักพระเจ้าเป็นคนใกล้ชิดของพระเจ้า พวกเขาคือผู้คนที่เป็นที่รักโดยพระเจ้า และพวกเขาสามารถสุขสำราญไปกับพระพรพร้อมกับพระเจ้า มีเพียงผู้คนเช่นนี้เท่านั้นที่จะมีชีวิตอยู่ไปชั่วนิรันดร์ และมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่จะมีชีวิตอยู่ตลอดกาลภายใต้การดูแลเอาใจใส่และการปกป้องของพระเจ้า พระเจ้าทรงดำรงอยู่เพื่อให้ผู้คนรัก และพระองค์ทรงคู่ควรกับความรักของผู้คนทั้งหมด แต่ไม่ใช่ผู้คนทั้งหมดสามารถรักพระเจ้าได้ และไม่ใช่ผู้คนทั้งหมดสามารถเป็นพยานให้กับพระเจ้าและมีฤทธานุภาพร่วมกับพระเจ้าได้ เพราะพวกเขาสามารถเป็นพยานให้กับพระเจ้าและอุทิศความพยายามของพวกเขาทั้งหมดให้แก่พระราชกิจของพระเจ้า บรรดาผู้ที่รักพระเจ้าอย่างแท้จริงสามารถเดินได้ทุกที่ใต้สวรรค์โดยไม่มีใครกล้าต่อต้านพวกเขา และพวกเขาสามารถใช้ฤทธานุภาพบนแผ่นดินโลกและปกครองประชากรทั้งหมดของพระเจ้า ผู้คนเหล่านี้ได้มาพร้อมกันจากทั่วโลก พวกเขาพูดภาษาที่แตกต่างกันและมีสีผิวที่แตกต่างกัน แต่การดำรงอยู่ของพวกเขามีความหมายเดียวกัน พวกเขาทุกคนมีหัวใจซึ่งรักพระเจ้า พวกเขาทุกคนเป็นพยานเดียวกัน พวกเขาทุกคนมีความมุ่งมั่นเดียวกัน และความปรารถนาเดียวกัน บรรดาผู้ที่รักพระเจ้าสามารถเดินได้อย่างอิสระทั่วทั้งโลก และบรรดาผู้ที่เป็นพยานให้กับพระเจ้าสามารถเดินทางได้ข้ามจักรวาล บรรดาผู้ที่เป็นที่รักโดยพระเจ้า พวกเขาได้รับการอำนวยพระโดยพระเจ้า และพวกเขาจะมีชีวิตอยู่ภายในแสงแห่งพระองค์ตลอดกาล

ก่อนหน้า:ความแตกต่างในแก่นแท้ระหว่างพระเจ้าซึ่งจุติมาเป็นมนุษย์กับประชากรซึ่งพระเจ้าทรงใช้งาน

ถัดไป:มองดูการปรากฏพระองค์ของพระเจ้าในการพิพากษาและการตีสอนของพระองค์